เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 303 หาคนคุ้มกัน

ตอนที่ 303 หาคนคุ้มกัน

ตอนที่ 303 หาคนคุ้มกัน


ตอนที่ 303 หาคนคุ้มกัน

“เอ่อ…” ย่าเหวยอุทานขึ้นมาด้วยความลังเล เพราะในเขตภูมิภาคดาวมฤตยูมีดาวเคราะห์ที่เหมาะสมสำหรับการใช้ชีวิตอยู่เพียงแค่ไม่กี่ดวง ซึ่งถ้าหากว่าเซี่ยเฟยร้องขอดาวเคราะห์เหล่านี้มันก็ถือว่าเงื่อนไขนี้เป็นเงื่อนไขที่หนักหน่วงสำหรับพวกเขาพอสมควร

“ผมรู้ว่าในภูมิภาคดาวมฤตยูมีดาวเคราะห์ที่เหมาะสมสำหรับการใช้ชีวิตอยู่เพียงแค่ไม่กี่ดวง แต่ดาวเคราะห์ที่ผมพูดถึงไม่ใช่ดาวเคราะห์ที่อุดมสมบูรณ์ ผมขอแค่ดาวเคราะห์ที่มนุษย์พอจะอยู่อาศัยได้บ้างก็พอครับ” เซี่ยเฟยกล่าว

ย่าเหวยถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เพราะตราบใดที่เซี่ยเฟยไม่ได้ร้องขอดาวเคราะห์ที่อุดมสมบูรณ์ เรื่องนี้ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อความลำบากใจของพวกเขาเลย ท้ายที่สุดดาวเคราะห์ประเภทนั้นก็มีอยู่เป็นจำนวนมากและในปัจจุบันพวกเขาก็ปล่อยดาวเคราะห์พวกนั้นเอาไว้เฉย ๆ

“เงื่อนไขนี้พอจะเป็นไปได้ แต่ฉันไม่สามารถตัดสินใจได้โดยลำพัง ฉันจำเป็นจะต้องเอาเงื่อนไขนี้ไปพูดคุยกับผู้นำกองกำลังคนอื่น ๆ เสียก่อน ว่าแต่นายต้องการกาแล็กซีกี่แห่ง?” ย่าเหวยถาม

“ยิ่งเยอะเท่าไหร่ก็ยิ่งดีครับ ประชากรมนุษย์บนโลกเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว และผมก็ต้องการเตรียมสถานที่เอาไว้ให้พวกเขาอยู่อาศัยในอนาคต” เซี่ยเฟยกล่าว

“ไม่น่าเชื่อเลยว่านายจะนึกถึงดาวบ้านเกิดของตัวเองตั้งแต่อายุยังน้อยขนาดนี้ ฉันคิดว่าคนในดาวบ้านเกิดของนายคงจะรู้สึกขอบคุณนายมาก ๆ หลังจากที่พวกเขาได้รู้เรื่อง”

“ฉันจะรีบประชุมกับหัวหน้ากองกำลังต่าง ๆ ในทันที แล้วจะรีบแจ้งให้นายทราบหลังจากได้ข้อสรุปในที่ประชุม ว่าแต่เรื่องการขนส่ง…” ย่าเหวยกล่าว

“ไม่ต้องห่วงครับ ตราบใดที่ทุกคนยอมรับข้อตกลงผมจะรีบส่งยานบรรทุกออกไปทันที และรับประกันว่าสินค้าทั้งหมดจะถูกจัดส่งภายใน 2 เดือน แม้แต่ความเสี่ยงในระหว่างการขนส่งผมก็จะเป็นคนรับผิดชอบให้เอง” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างจริงจัง

“2 เดือน? นี่นายบ้าไปแล้วเหรอ! คราวที่แล้วพวกเราต้องใช้เวลาเดินทางไปยังภูมิภาคดาวมฤตยูตั้ง 3 เดือนเลยนะ แล้วนายจะสามารถขนส่งสินค้าทั้งหมดในเวลาแค่ 2 เดือนได้ยังไง?” อันธถามขึ้นมาด้วยความสงสัยหลังจากที่ย่าเหวยได้วางสายเพื่อไปจัดการประชุม

เซี่ยเฟยยิ้มให้อันธเล็กน้อยก่อนที่เขาจะทำการติดต่อไปหาชาร์ลี

“ชาร์ลีชุดอุปกรณ์เสริมพลังชาร์จที่ฉันให้เตรียมเอาไว้ใกล้ ๆ กลุ่มดาวนครหลวงได้ตามที่ฉันสั่งหรือยัง? ฉันอาจจะต้องใช้พวกมันในเร็ว ๆ นี้” เซี่ยเฟยกล่าวถาม

“เรียบร้อยแล้วครับ ตอนนี้ในโกดังใกล้ ๆ นครหลวงมีอุปกรณ์เสริมพลังชาร์จเก็บไว้ทั้ง 10,000 ชุดและทีมขนส่งก็พร้อมที่จะขนสินค้าได้ตลอดเวลา ว่าแต่ตอนนี้มีคนสั่งซื้อสินค้าเข้ามาแล้วเหรอครับ?” ชาร์ลีกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“ก็ประมาณนั้น แต่การค้าครั้งนี้ไม่ได้รับสิ่งตอบแทนกลับมาเป็นเงิน แต่มันก็เป็นการค้าที่สำคัญมากซึ่งเราก็ไม่สามารถที่จะพลาดโอกาสในครั้งนี้ได้ ว่าแต่สภาพคล่องในบริษัทจะยังโอเคอยู่ไหมถ้าหากว่าฉันเอาสินค้ารอบนี้ไปขายโดยไม่ได้รับเงิน?” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

บทสนทนาระหว่างเซี่ยเฟยกับชาร์ลีทำให้อันธรู้สึกตกตะลึงไปชั่วขณะ เพราะเซี่ยเฟยได้ทำการสำรองอุปกรณ์เสริมพลังชาร์จส่วนหนึ่งเอาไว้ใกล้ ๆ กับกลุ่มดาวนครหลวงอยู่แล้ว คล้ายกับว่าเขาได้คาดเดาว่ามันจะมีเหตุการณ์ในลักษณะนี้ได้เกิดขึ้น

“คุณฉินหมางพึ่งแนะนำซัพพลายเออร์รายใหม่ให้กับเรา และพวกเขาก็ตกลงที่จะให้เครดิตเราก่อนแล้วค่อยรับชำระเงินหลังจากที่พวกเราวางจำหน่ายสินค้าในตลาดแล้ว ดังนั้นตราบใดที่เราไม่ได้วางขายสินค้าช้ามากจนเกินไปสภาพคล่องในบริษัทก็คงจะไม่ได้รับผลกระทบหนักมาก” ชาร์ลีกล่าว

“ช่วงนี้ขอให้นายช่วยอดทนไปก่อน ตราบใดก็ตามที่เราสามารถก้าวผ่านอุปสรรคในครั้งนี้ไปได้ ทุกอย่างในอนาคตก็จะกลายเป็นเรื่องที่ราบรื่น” เซี่ยเฟยกล่าว

“ไม่ต้องห่วงครับ ตอนนี้บริษัทของพวกเรามีภาพลักษณ์ที่ดีมาก และพนักงานในบริษัทก็ยินดีที่จะทำงานให้พวกเราถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ค่าจ้างก็ตาม” ชาร์ลีกล่าวอย่างจริงจัง

“แบบนั้นไม่ได้สิ ถ้าใครทำงานพวกเขาก็ควรที่จะได้รับค่าจ้าง ไม่อย่างนั้นมันจะส่งผลต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์ ช่วงนี้นายช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายของบริษัทไปก่อนอะไรที่ประหยัดได้ก็ประหยัดไป แล้วค่อยกลับมาใช้มาตรการเดิมในอนาคต” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

“พี่เฟยเชื่อใจผมได้เลย อย่าลืมว่าพลังพิเศษของผมคือการคำนวณ ดังนั้นถ้าหากพูดถึงการคำนวณแล้วผมไม่ยอมแพ้พี่แน่นอน” ชาร์ลีกล่าวพร้อมกับใช้นิ้วชี้ไปที่หัวของตัวเอง

“ฉันประเมินนายต่ำเกินไปสินะ หลังจากนี้ฉันขอฝากเรื่องทุกอย่างเอาไว้กับนายด้วย เดี๋ยวฉันจะลองติดต่อไปยังคุณตาทูรามอีกครั้งเผื่อฉันจะได้เงินล่วงหน้ามาอีกสักก้อน” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

หลังจากวางสายเซี่ยเฟยก็จุดบุหรี่เพื่อผ่อนคลายความคิด เพราะท้ายที่สุดการเสียอุปกรณ์เสริมพลังชาร์จในช่วงเวลานี้ไป 10,000 ชุดฟรี ๆ ก็ถือว่าเป็นภาระใหญ่ของบริษัท แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นเพราะโอกาสแบบนี้อาจจะมีเพียงแค่ครั้งเดียว

ความเสี่ยงกับโอกาสเป็นสิ่งที่อยู่คู่กันมาโดยตลอด ดังนั้นหากใครต้องการที่จะได้รับโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ พวกเขาก็จำเป็นที่จะต้องยอมรับความเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้นมากตามไปด้วย

ไม่ไกลจากกลุ่มดาวนครหลวงมีกองยานขนส่งเตรียมพร้อมสำหรับการขนย้ายอุปกรณ์เสริมพลังชาร์จทั้ง 10,000 ชุด โดยในกองยานประกอบไปด้วยยานบรรทุก 4 ลำและยานรบอีก 4 ลำ ซึ่งสาเหตุที่กองยานมีจำนวนยานอยู่น้อยเพียงแค่นี้ นั่นก็เพราะว่าพวกเขาจำเป็นจะต้องเสี่ยงเพื่อทำการขนส่งอุปกรณ์ไปยังภูมิภาคดาวมฤตยู ดังนั้นกองยานของพวกเขาจึงไม่สามารถที่จะมีความโดดเด่นมากจนเกินไปได้

นอกเหนือจากปัญหาเรื่องโจรสลัดแล้ว ในตอนนี้เขตทุ่งดาวแห่งความตายยังอยู่ในสภาวะสงครามจนทำให้สถานการณ์ตกอยู่ในความซับซ้อน ด้วยเหตุนี้หากใครต้องการที่จะขนส่งสินค้าเข้าไปได้อย่างปลอดภัย พวกเขาก็จำเป็นจะต้องมีกองยานคุ้มกันที่ทรงพลัง หรือไม่ก็จำเป็นจะต้องแอบลักลอบเข้าไปให้เงียบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

หลังจากใช้เวลาคิดอยู่ครู่หนึ่งเซี่ยเฟยก็ตัดสินใจใช้แผนสำรองที่เขาได้เตรียมเอาไว้ แต่มันก็ยังไม่มีอะไรรับประกันว่าแผนการนี้จะสามารถใช้ได้หรือเปล่า

“สวัสดีครับพี่บุชเชอร์ พวกเราไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้มหลังจากที่เขาได้ทำการติดต่อไปยังบุชเชอร์

ในหน้าจอบุชเชอร์กำลังอยู่ในผับที่ครึกครื้นและกำลังมีสาวสวย 2 คนคอยให้บริการเขาอย่างเต็มที่

เมื่อได้เห็นเซี่ยเฟยในหน้าจอบุชเชอร์ก็รู้สึกอายอยู่เล็กน้อย เขาจึงบอกให้ผู้หญิงข้าง ๆ หลบออกไปก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปพูดคุยในห้องที่เงียบสงบ

เซี่ยเฟยไม่ได้เจอกับบุชเชอร์มาสักพักแล้ว โดยในตอนนี้ใบหน้าของชายฉกรรจ์ได้กลายเป็นสีแดง ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์หรือเพราะเขารู้สึกอายที่เซี่ยเฟยได้มาเห็นเขาอยู่ในสภาพนี้กันแน่ แต่โดยรวมบุชเชอร์ก็ดูจะใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจไม่จำเป็นจะต้องรู้สึกกังวลเหมือนกับในอดีตอีกต่อไป

“ช่วงนี้เป็นยังไงบ้างครับ?” เซี่ยเฟยถามขึ้นมาอีกครั้ง

“ตอนนี้พวกเราสบายดี หลังจากที่พี่น้องต้องทุกข์ทรมานมานานหลายปีในที่สุดพวกเราก็มีโอกาสได้ผ่อนคลาย ดังนั้นพวกเราจึงคิดจะปล่อยตัวไปสักพัก” บุชเชอร์กล่าวพร้อมกับเอามือเกาหัว

“พี่น้อง?” เซี่ยเฟยอุทานพร้อมกับเลิกคิ้ว

“ตั้งแต่ที่พวกเราออกมาจากสังเวียนเลือด พี่น้องประมาณครึ่งหนึ่งก็ได้แยกย้ายกลับไปยังถิ่นฐานดั้งเดิมของตัวเอง แต่พี่น้องอีกครึ่งหนึ่งก็กลายเป็นพวกไร้ที่อยู่อาศัยเนื่องจากพวกเขาถูกจับขังมานานเกินไป พวกเราจึงได้มารวมตัวกัน”

“ก่อนออกมาพวกเราปล้นเงินมาจากฮุกก้อนหนึ่ง ซึ่งพวกเราก็เอาเงินจำนวนนั้นมารวมกันโดยหวังว่าสักวันพวกเราจะเอาเงินก้อนนั้นไปลงทุนหางานทำ” บุชเชอร์กล่าว

“ยินดีด้วยครับ เดี๋ยวผมจะให้คนส่งของขวัญไปให้เนื่องในโอกาสที่พวกพี่จะได้เริ่มต้นใช้ชีวิตใหม่อีกครั้ง” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“แค่นายช่วยพาพวกเรามารับรองบนโลกก็ดีมากแล้ว พวกเราจะรับของขวัญจากนายอีกได้ยังไง” บุชเชอร์รีบโบกมือกล่าวปฏิเสธ

“การให้ของขวัญถือว่าเป็นประเพณีในบ้านเกิดของผม ดังนั้นพวกพี่รับของขวัญไปได้เลยไม่ต้องเกรงใจ ว่าแต่ทุกคนวางแผนจะทำงานอะไรในอนาคตงั้นเหรอครับ?” เซี่ยเฟยกล่าว

“ทุกคนมีประสบการณ์ในการต่อสู้ภายในสังเวียนเลือดมามากพอสมควรแล้ว และเมื่อไม่นานมานี้มันก็ได้มีแผนที่นำไปสู่สวนเอเดนปรากฏขึ้นมา พวกเราจึงวางแผนที่จะตั้งกลุ่มสำรวจเพื่อเดินทางไปตามเส้นทางนี้”

“เมื่อพวกเรายืนยันเส้นทางระหว่างพันธมิตรกับสวนเอเดนได้แล้ว พวกเราก็จะจัดตั้งกองยานคุ้มกันผู้ที่ต้องการเดินทางตามเส้นทางของพวกเรา และพวกเรายังสามารถขนสินค้าไปขายระหว่างการเดินทางได้อีกด้วย พี่น้องทุกคนต่างก็เห็นด้วยกับความคิดในเรื่องนี้ เพราะพวกเขาสามารถหางานทำได้และมีอิสระในเวลาเดียวกัน”

“นายเพิ่งจะถูกจับเข้ามาขังในสังเวียนเลือดในช่วงเวลาสั้น ๆ นายจึงอาจจะยังไม่เข้าใจว่าพวกเราไม่อยากจะถูกใครควบคุมอีกต่อไปแล้ว” บุชเชอร์กล่าวอย่างจริงจัง

เมื่อได้ยินว่าบุชเชอร์ต้องการจะสำรวจเส้นทางไปยังสวนเอเดนเซี่ยเฟยก็ขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย เพราะเขารู้สึกว่าเรื่องนี้มีความผิดปกติเพียงแต่เขายังไม่สามารถหาหลักฐานมายืนยันได้ว่ามันมีส่วนไหนที่ผิดปกติกันแน่

ขณะเดียวกันเซี่ยเฟยก็ต้องการจะเตือนพวกบุชเชอร์ว่าเส้นทางนั้นอาจจะเต็มไปด้วยอันตราย แต่นักสู้ที่หนีออกมาจากสังเวียนเหล่านี้ก็ต้องการจะใช้ชีวิตอย่างเป็นอิสระด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้นถ้าหากว่าเขาไม่มีหลักฐานเขาก็คงจะไม่สามารถเกลี้ยกล่อมพวกบุชเชอร์ได้จริง ๆ

“พี่บุชเชอร์มียานรบเป็นของตัวเองไหมครับ?” เซี่ยเฟยกล่าวถาม

“พวกเราได้ขโมยยานโปรโมเตอร์ 2 ลำมาจากฮุกและตอนนี้พวกเราก็ได้ใช้ยานทั้งสองลำนี้อยู่ ว่าแต่น้องเซี่ยเฟยมีธุระอะไรกับพวกเราหรือเปล่า?” บุชเชอร์กล่าวถามด้วยความสงสัย

“ตอนนี้ผมกำลังจะต้องส่งสินค้าจำนวนหนึ่งจากพันธมิตรไปยังภูมิภาคดาวมฤตยู และต้องการกองยานคุ้มกันผมจึงคิดถึงพี่เป็นอันดับแรก แต่ในเมื่อพี่มีแผนการอื่นอยู่แล้วผมก็คงจะต้องหาวิธีอื่นดู” เซี่ยเฟยกล่าว

ทันใดนั้นสีหน้าของบุชเชอร์ก็เปลี่ยนไปพร้อมกับจับจ้องมองไปยังเซี่ยเฟยอย่างจริงจัง

“น้องเซี่ยเฟยอย่าพูดแบบนั้นเลย ช่วยรอฉันแป๊บนึง!!”

ทันทีที่พูดจบบุชเชอร์ก็วิ่งกลับเข้าไปภายในผับ ทำให้เซี่ยเฟยได้เห็นภาพที่ผู้ชายหลายสิบคนกำลังดื่มกินและกำลังเล่นสนุกกับหญิงสาวที่มาคอยให้บริการ

“พี่น้องทุกคนฟังทางนี้!” บุชเชอร์กระโจนขึ้นไปบนโต๊ะและตะโกนขึ้นมาเสียงดัง

จากนั้นภาพหน้าจอของเซี่ยเฟยก็ขยายขนาดขึ้นทำให้ทุกคนเห็นใบหน้าของชายหนุ่มอย่างชัดเจน และเนื่องมาจากว่าทุกคนรู้สึกขอบคุณเซี่ยเฟยอยู่แล้วพวกเขาจึงทักทายชายหนุ่มอย่างมีความสุข

“ทุกคนคงรู้ดีใช่ไหมว่าถ้าไม่ใช่เพราะน้องเซี่ยเฟยช่วยพวกเราเอาไว้ ตอนนี้พวกเราก็คงจะถูกขังอยู่ในสังเวียนเลือด” บุชเชอร์กล่าวเสียงดัง

ทุกคนต่างก็ยกขวดเหล้าในมือของตัวเองขึ้นเพื่อดื่มเฉลิมฉลองให้เกียรติแก่เซี่ยเฟย

“ตอนนี้น้องเซี่ยเฟยกำลังมีปัญหาและกำลังต้องการหาคนช่วยพาเขาเดินทางไปยังภูมิภาคดาวมฤตยู พี่น้องทุกคนเต็มใจที่จะเดินทางไปกับน้องเซี่ยเฟยในครั้งนี้หรือเปล่า?”

“ได้!”

“อะไรกันเรื่องของน้องเซี่ยเฟย มันก็คือเรื่องของเรานั่นแหละ”

“พี่น้องทุกคนไม่ได้กลัวอะไรใช่ไหม?” บุชเชอร์กล่าวถามอีกครั้ง

“กลัว? พวกเราจะกลัวอะไรได้อีก มันจะมีที่ไหนเลวร้ายไปกว่าการถูกขังในสังเวียนเลือดอีกงั้นเหรอ!”

“น้องเซี่ยเฟยไม่ต้องห่วง พวกเราจะคอยช่วยเหลือนายเอง”

“นายได้ยินแล้วใช่ไหม?” บุชเชอร์กล่าวด้วยรอยยิ้มขณะหันหน้าไปทางเซี่ยเฟย

“ขอบคุณมากนะครับทุกคน” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

***************

จบบทที่ ตอนที่ 303 หาคนคุ้มกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว