เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 298 ตอบแทนเป็น 10 เท่า (ตอนนี้เนื้อน้อยนะจ้ะ)

ตอนที่ 298 ตอบแทนเป็น 10 เท่า (ตอนนี้เนื้อน้อยนะจ้ะ)

ตอนที่ 298 ตอบแทนเป็น 10 เท่า (ตอนนี้เนื้อน้อยนะจ้ะ)


ตอนที่ 298 ตอบแทนเป็น 10 เท่า

สิ่งที่หลี่โม่ไม่ชอบมากที่สุดภายในตระกูลของเขาคือสุสานบรรพบุรุษ เพราะถึงแม้ว่ามันจะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เอาไว้สำหรับกราบไหว้บรรพบุรุษ แต่มันก็มีอะไรบางสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกเกลียดจากก้นบึ้งของหัวใจ

“วันนี้ไม่ใช่วันไหว้ไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมพ่อถึง…” หลี่โม่กล่าวขึ้นมาพร้อมกับขมวดคิ้ว

“นายท่านเรียกไปเพราะเรื่องอื่นครับ” พ่อบ้านกล่าวขึ้นมาอย่างเคร่งขรึม ซึ่งมันก็ทำให้หลี่โม่หน้าซีดในทันทีราวกับว่าเขากำลังรู้สึกกลัวอะไรบางอย่าง

“เชิญนายน้อยที่ดาดฟ้าได้เลยครับ ยานอวกาศได้จอดรอนายน้อยเอาไว้แล้ว” พ่อบ้านกล่าว

หลี่โม่กัดฟันเปลี่ยนชุดเป็นชุดสูทสีดำอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะเดินขึ้นไปบนดาดฟ้าเพื่อเดินทางไปยังสุสานบรรพบุรุษ

สำหรับคนธรรมดาพวกเขาก็สามารถที่จะซื้อบ้านหลังเล็ก ๆ ในนครหลวงได้เท่านั้น แต่สำหรับตระกูลชั้นนำอย่างตระกูลหลี่แล้ว พวกเขาก็ไม่จำเป็นจะต้องกังวลเรื่องการซื้อที่ดินเลยแม้แต่น้อย เพราะพวกเขามีสินทรัพย์ในนครหลวงอยู่อย่างมากมายถึงขนาดตั้งสุสานบรรพบุรุษเอาไว้ในนครหลวงเลยด้วยซ้ำ

ยานอวกาศขนาดเล็กค่อย ๆ ลงจอดในป่าไผ่สีเขียวอย่างช้า ๆ ซึ่งแรงลมจากการลงจอดก็ทำให้ต้นไผ่ถูกพัดเป็นระลอกคลื่นคล้ายกับคลื่นในทะเลที่ดูสวยงาม

แม้ว่าวิวทิวทัศน์จะสวยงามแต่มันก็ไม่มากพอจะทำให้หลี่โม่มีความสุขได้ เขาจึงเดินเข้าไปในป่าไผ่ด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง

หลังจากเดินไปตามเส้นทางหลี่โม่ก็ได้เห็นอาคารขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านเสียดแทงขึ้นไปบนท้องฟ้า และอาคารทั้งหลังก็ให้ความรู้สึกที่น่าเกรงขาม

เมื่อหลี่โม่เดินเข้ามาในอาคารแสงสว่างก็เริ่มจางหายไปในทันที ซึ่งในระหว่างที่ชายหนุ่มได้ก้าวเดินเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของตัวเองดังก้องไปทั่วทั้งอาคาร

ทางเดินที่หลี่โม่กำลังเดินอยู่นี้มีระยะที่ยาวมาก เพราะชายหนุ่มต้องใช้เวลาเดินนานกว่า 20 นาที เขาจึงจะเดินมาถึงบริเวณด้านนอกของห้องโถงบรรพบุรุษที่มีบอดี้การ์ดในชุดดำ 2 คนกำลังยืนคุมอยู่ที่ประตู

ฉัวะ! ฉัวะ!

เสียงประหลาดดังขึ้นมาจากห้องโถงก่อนที่หลี่โม่จะได้เห็นกวาง 2 ตัวถูกนำไปวางเอาไว้บนแท่นหินบูชา โดยกวางพวกนี้ถูกลอกหนังออกจนหมดจนเผยให้เห็นเลือดสีแดงสดและหยดเลือดที่ยังคงไหลออกมาจากบาดแผลอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันหลี่กวนก็กำลังถลกหนังกวางตัวที่ 3 อย่างชำนาญราวกับว่าเขาเป็นพ่อค้าขายเนื้อมืออาชีพที่ต้องคอยถลกหนังของสัตว์อยู่เป็นประจำ นอกจากนี้หลี่กวนยังสวมผ้ากันเปื้อนที่ถูกออกแบบมาสำหรับคนขายเนื้อ แต่รองเท้าหนังราคาแพงของเขาถูกกลับย้อมไปด้วยเลือดสด ๆ, เสื้อสีขาวของเขามีหยดเลือดกระเด็นขึ้นมาติดอยู่บ้างประปราย และทั่วทั้งร่างของเขาก็มีเหงื่อซึมออกมาให้เห็นผ่านทางเสื้อผ้าอยู่บ้างเล็กน้อย

หลังจากเทคโนโลยีในพันธมิตรมนุษย์ได้ถูกพัฒนาขึ้นมา พวกเขาก็ได้ผลิตเครื่องถลกหนังอัตโนมัติขึ้นมาใช้งานเป็นเวลานานแล้ว แต่ใครจะไปคิดว่าหลี่กวนผู้ซึ่งเป็นประธานบริษัทไฟร์สตาร์ไฟแนนซ์ในปัจจุบันจะสามารถถลกหนังได้อย่างเชี่ยวชาญแบบนี้ ซึ่งถ้าหากว่าใครไม่ได้มาเห็นการเคลื่อนไหวของชายชราคนนี้ด้วยตาของตัวเอง พวกเขาก็คงจะไม่คิดว่าเรื่องนี้คือเรื่องจริง

กลิ่นเลือดที่คละคลุ้งอยู่ทั่วทั้งห้องทำให้หลี่โม่รู้สึกอยากจะอ้วก เขาจึงพยายามเอามือปิดปากปิดจมูกเฝ้าดูการกระทำของบิดาอย่างเงียบ ๆ แต่ภายในแววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความรังเกียจอย่างชัดเจน

ปัก!

หลี่กวนปักมีดถลกหนังลงบนแท่นหิน ก่อนที่จะหันกลับมามองลูกชายของตัวเองอย่างเย็นชา

“อะไรกัน นี่ลูกดูถูกทักษะที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษของตัวเองงั้นเหรอ?” หลี่กวนกล่าวพร้อมกับหยิบผ้าขี้ริ้วขึ้นมาเช็ดเลือดที่เปื้อนมือ

หลี่โม่พยายามหลบสายตาบิดาของตัวเองและไม่ตอบคำถามอะไรกลับไป

“เอามือออกไปจากปากของตัวเองเดี๋ยวนี้!” หลี่กวนร้องคำรามออกมาเสียงดัง

เมื่อได้รับคำสั่งหลี่โม่ก็จำเป็นจะต้องเอามือออกจากใบหน้าและสูดกลิ่นเลือดเข้าไปอย่างไม่เต็มใจ

“ลูกต้องจำเอาไว้ให้ขึ้นใจว่าถึงแม้ตระกูลของพวกเราจะไม่ได้ขายเนื้อหาเลี้ยงชีพอีกต่อไปแล้ว แต่พวกเราต้องไม่ลืมรากเหง้าที่ทำให้พวกเรามีวันนี้ บรรพบุรุษของพวกเราต้องแล่เนื้อสัตว์ไปวางขายตามท้องถนน ก่อนที่จะค่อย ๆ นำเงินมาลงทุนจนทำให้ตระกูลของพวกเราเติบโตมาได้จนถึงปัจจุบัน”

“แม้ว่าตอนนี้ตระกูลของพวกเราจะเปลี่ยนมาทำธุรกิจทางด้านการเงิน แต่พวกเราก็ต้องระลึกถึงสิ่งที่บรรพบุรุษเคยทำเอาไว้อยู่เสมอ และถึงแม้ว่าในวันหนึ่งตระกูลของพวกเราจะขึ้นเป็นตระกูลอันดับ 1 ของพันธมิตร แต่พวกเราก็ไม่สามารถที่จะละทิ้งหน้าที่ของตัวเองได้” หลี่กวนกล่าวพร้อมกับจ้องมองไปทางลูกชายอย่างตำหนิ

“ครั้งนี้ลูกพลาดอีกแล้วใช่ไหม?”

หลี่โม่พยักหน้าโดยไม่พูดอะไรตอบกลับไป

“ถ้าพวกเราแพ้พวกเราจะต้องให้ศัตรูชดใช้เป็น 10 เท่านั่นคือคำขวัญประจำตระกูลของเรา แต่ลูกกลับล้มเหลวติดต่อกันถึงสองครั้งเนี่ยนะ อย่าคิดว่าลูกทำอะไรแล้วพ่อจะไม่รู้พ่อแค่อยากเห็นว่าลูกจะทำอะไรเองไปได้ไกลสักแค่ไหน แต่น่าเสียดายที่ดูเหมือนพ่อจะประเมินลูกชายของตัวเองสูงเกินไป”

เมื่อได้ยินคำตำหนิหลี่โม่ก็ทำท่าเหมือนต้องการจะอธิบายอะไรบางอย่างออกไป แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะหาเหตุผลมาอธิบายความล้มเหลวของตัวเองได้ เพราะเซี่ยเฟยได้รอดชีวิตมาจากเงื้อมมือของเขาถึงสองครั้งแล้วจริง ๆ

“จากนี้ลูกไม่จำเป็นจะต้องเข้าไปยุ่งกับเรื่องนั้นอีกแล้ว ถึงเวลาที่ลูกจะต้องมาสืบทอดธุรกิจและ เตรียมความพร้อมเพื่อจะขึ้นมาเป็นหัวหน้าตระกูลในอนาคตสักที” หลี่กวนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง

“พ่อ! แต่ครั้งนี้มันเป็นแค่อุบัติเหตุนะครับ ถ้าพ่อเชื่อในตัวผมครั้งหน้าผมจะต้องทำมันได้อย่างแน่นอน” หลี่โม่กล่าวขึ้นมาอย่างร้อนใจและความเกลียดชังที่เขามีต่อเซี่ยเฟยก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นไปเรื่อย ๆ เพราะถ้าหากว่าเซี่ยเฟยไม่ปรากฏตัวขึ้นมาเขาก็คงจะไม่ถูกบิดาตำหนิอยู่เช่นนี้

“พ่ออยากจะเชื่อคำพูดของลูกจริง ๆ แต่พ่อไม่สามารถทำได้ อย่าลืมว่าที่นี่คือห้องโถงบรรพบุรุษ พ่อไม่สามารถพูดจาโกหกต่อหน้าบรรพบุรุษของตัวเองได้จริง ๆ” หลี่กวนกล่าวอย่างเย็นชา

“ครั้งหน้าผมจะต้องทำให้ได้” หลี่โม่กัดฟันกล่าวอีกครั้งพร้อมกับกำมือเอาไว้แน่นจนแขนสั่นอย่างไม่สามารถควบคุมได้

หลี่กวนมองลูกชายก่อนที่จะเดินไปลากกวางตัวหนึ่งออกมาจากมุมห้อง โดยกวางตัวนี้ถูกมัดเอาไว้อย่างแน่นหนาและเมื่อมันได้รู้ชะตากรรมที่จะเกิดขึ้นหลังจากนั้นมันจึงพยายามดิ้นรนอย่างสิ้นหวัง

ปัก!

หลี่กวนโยนกวางที่มีน้ำหนักมากกว่า 100 กิโลกรัมขึ้นไปไว้บนแท่นหิน ก่อนที่จะโยนมีดถลกหนังไปให้กับหลี่โม่

“ทำให้พ่อดูเดี๋ยวนี้”

อย่างไรก็ตามหลี่โม่ก็ไม่กล้าที่จะจับมีดเปื้อนเลือดเล่มนี้เอาไว้ เขาจึงหลบและปล่อยให้มีดลอยผ่านตัวเขาไปโดยไม่ได้พยายามหยุดมันเอาไว้เลยแม้แต่นิดเดียว

เกล้ง! เกล้ง! เกล้ง!

มีดกระทบเข้ากับผนังก่อนที่มันจะร่วงหล่นลงมาบนพื้น

หลี่โม่ยืนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ความเกลียดชังต่อเซี่ยเฟยจะเอาชนะความกลัวภายในใจของเขาได้ เขาจึงกัดฟันเดินไปหยิบมีดเปื้อนเลือดขึ้นมาจากพื้นพร้อมกับถอดชุดสูทโยนออกไปด้านหลังอย่างไม่สนใจ ต่อมาเขาก็ได้เดินไปที่แท่นบูชาด้วยมืออันสั่นเทา ก่อนที่จะยกมีดขึ้นไปด้วยมือทั้งสองข้างพร้อมกับแววตาที่เต็มไปด้วยเจตนาสังหาร

1 วินาที!

2 วินาที!

3 วินาที!

5 วินาทีต่อมามีดของหลี่โม่ก็ยังคงหยุดนิ่งอยู่ในอากาศ ขณะที่แขนของเขากำลังสั่นเทามากขึ้นเรื่อย ๆ

หลี่กวนผิดหวังในตัวลูกชายของเขามาก เขาจึงถอนหายใจออกมาก่อนที่จะเดินไปหยิบมีดมาจากมือของลูกชาย

“ดูเอาไว้ให้ดี ๆ”

ฉัวะ!

มีดได้ตัดผ่านลำคอและหลอดเลือดแดงของกวางที่อยู่บนแท่นบูชาอย่างรวดเร็ว จนทำให้เลือดสีแดงสดพุ่งออกมาราวกับน้ำพุสาดกระจายไปทั่วทั้งใบหน้าของหลี่โม่

หลี่โม่รู้สึกเหมือนภาพทุกอย่างกำลังกลายเป็นสีแดงพร้อมกับของเหลวอุ่น ๆ ที่เปรอะเปื้อนอยู่ทั่วทั้งใบหน้าและกลิ่นคาวเลือดที่ชวนให้ท้องไส้ปั่นป่วนจนรู้สึกอยากจะอ้วก

“จำเอาไว้ว่าบรรพบุรุษของเราคือคนขายเนื้อ ในยุคสมัยที่โหดร้ายพวกเราไม่ได้กินเพียงแค่สัตว์เท่านั้น เพราะถ้าหากว่าจำเป็นพวกเราก็ยังสามารถกินมนุษย์เข้าไปได้!”

“ไม่ว่าใครก็ตามที่กล้ามาท้าทายตระกูลหลี่ พวกมันก็จะต้องจ่ายค่าตอบแทนมากกว่าเดิมเป็น 10 เท่า!” หลี่กวนกล่าวขึ้นมาอย่างดุเดือด

***************

จบบทที่ ตอนที่ 298 ตอบแทนเป็น 10 เท่า (ตอนนี้เนื้อน้อยนะจ้ะ)

คัดลอกลิงก์แล้ว