เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 295 จอมพลวิลเลียม

ตอนที่ 295 จอมพลวิลเลียม

ตอนที่ 295 จอมพลวิลเลียม


ตอนที่ 295 จอมพลวิลเลียม

สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไปในทางที่ชายหัวโล้นคิดไม่ถึง โดยในปัจจุบันเซี่ยเฟยได้กำจัดยานรบไปแล้ว 4 ลำ แต่ยานของเขาก็เริ่มมีเปลวไฟลุกขึ้นมาบนบางชิ้นส่วนของตัวยานเช่นกัน

จากสถานการณ์ที่ดำเนินมาถึงแม้ว่าชายหัวโล้นจะได้รับชัยชนะแต่เขาก็ยังมีโอกาสถูกปรับแพ้ตกรอบอยู่ดี และในเมื่อเขาได้รับเงินสินบนจากหลี่โม่มาแล้วเขาก็ต้องพยายามกำจัดเซี่ยเฟยลงไปให้ได้

แต่ถึงแม้ว่าเขาจะโจมตีเข้าไปรอบแล้วรอบเล่าแต่พวกเขาก็ยังไม่สามารถทำลายยานรบของเซี่ยเฟยลงไปได้ และเมื่อเทียบกับพลังทำลายของยานทั้งเก้าลำแล้วพลังทำลายของยานที่เหลืออีกเพียงแค่ 5 ลำก็ถูกลดทอนลงไปถึงเกือบครึ่งหนึ่ง

การโจมตีระลอกต่อไปทำให้เกราะพลังงานของเซี่ยเฟยถูกทำลายลงไป 74% แต่ยานของเพื่อนร่วมทีมของชายหัวโล้นก็ถูกทำลายลงไปหนึ่งลำเช่นเดียวกัน ซึ่งการโจมตีระลอกหลังจากนั้นก็ทำให้เกราะพลังงานของเซี่ยเฟยถูกทำลายลงไป 79% พร้อมกับยานของเพื่อนร่วมทีมของชายหัวโล้นที่ถูกทำลายลงไปอีกลำ

เมื่อถึงเวลาที่ชายหัวโล้นเหลือยานอยู่เพียงแค่ลำเดียวขีปนาวุธของเขาก็ไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับเกราะพลังงานของเซี่ยเฟยได้อีกต่อไป เพราะถึงแม้เขาจะสามารถสร้างความเสียหายได้ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ แต่พลังงานของเกราะพลังงานบนยานของเซี่ยเฟยก็สามารถฟื้นฟูกลับมาได้อย่างรวดเร็ว

“โจมตีเต็มกำลัง! ทำลายยานลำนั้นเดี๋ยวนี้!!” เซี่ยเฟยตะโกนออกคำสั่ง

ในเวลานี้ทั่วทั้งห้องบัญชาการบนยานรบของเซี่ยเฟยเต็มไปด้วยควันอันหนาทึบ และอุปกรณ์ส่วนใหญ่บนยานก็ได้รับความเสียหายจนไม่สามารถจะใช้การได้แล้ว

ตูม!

ขีปนาวุธพุ่งเข้าใส่ยานรบหมายเลข 11079 ของชายหัวโล้นอย่างแม่นยำ และถึงแม้ว่าชายหัวโล้นต้องการจะหลบหนีแต่เขาก็กลัวอิทธิพลของหลี่โม่เกินกว่าที่จะยอมถอยหนีกลับไปได้

“ยิงมันเข้าไปอีก!”

ฟิ้ว!

เนื่องมาจากระบบล็อกเป้าหมายได้รับความเสียหาย เซี่ยเฟยจึงจำเป็นจะต้องออกคำสั่งการยิงถึงสามครั้งถึงจะสามารถทำลายยานรบของชายหัวโล้นลงไปได้

เมื่อยานรบถูกทำลายชายหัวโล้นก็กดปุ่มดีดตัวยานกู้ชีพออกมา

“อย่างน้อยฉันก็คงจะไม่ถูกลงโทษอย่างรุนแรงมากเกินไปใช่ไหม” ชายหัวโล้นอุทานออกมาพร้อมกับถอนหายใจ เพราะการสู้รบกับเซี่ยเฟยเป็นเวลานานทำให้เขารู้สึกเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก

ยานกู้ชีพมีรูปทรงเป็นยานกลม ๆ ที่ปล่อยแสงกระพริบออกมาอยู่ตลอดเวลา ซึ่งในขณะที่ชายหัวโล้นกำลังมองออกไปจากช่องหน้าต่างสีหน้าของเขาก็ซีดเซียวลงอย่างฉับพลัน!

ปัจจุบันยานรบของเซี่ยเฟยกำลังพุ่งเข้าหายานกู้ชีพของชายหัวโล้นด้วยความเร็วสูง โดยบริเวณหางของยานกำลังลุกท่วมไปด้วยเปลวไฟ

ตูม!

พริบตาต่อมายานรบของเซี่ยเฟยก็พุ่งชนเข้ากับยานกู้ชีพของชายหัวโล้น ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมานี้มันก็เหมือนกับการที่เอาไข่ไปปะทะกับก้อนหิน มันจึงทำให้ยานกู้ชีพของชายหัวโล้นแตกเป็นชิ้น ๆ และไม่มีทางที่เขาจะรอดชีวิตไปจากการปะทะในครั้งนี้ได้

ปุง!

ในเวลาต่อมายานกู้ชีพอีกลำก็ถูกดีดออกมาจากยานรบของเซี่ยเฟย โดยในขณะนี้ชายหนุ่มกำลังนั่งสูบบุหรี่พร้อมกับมองวิวทิวทัศน์ในอวกาศด้วยรอยยิ้ม

ไม่กี่นาทีต่อมายานอวกาศจากสมาคมช่างกลก็ได้เข้ามาเก็บกู้ยานกู้ชีพของเซี่ยเฟย ก่อนที่จะนำตัวเขาตรงไปยังสำนักงานของคณะกรรมการ

ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงในระหว่างการแข่งขันจนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต มันก็จำเป็นจะต้องเลื่อนเกมการแข่งขันออกไปชั่วคราวจนกว่าพวกเขาจะทำการสอบสวนเรื่องนี้จนเสร็จ

ขณะเดียวกันจอมพลวิลเลียมแห่งกรมทหารก็ปิดหน้าจอโดยไม่สนใจผู้บรรยายที่กำลังพูดถึงเหตุการณ์ ก่อนที่เขาจะลุกยืนขึ้นนำปลายดินสอมากัดเบา ๆ ในระหว่างใช้ความคิด

มนุษย์มักจะมีการเคลื่อนไหวเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่สามารถอธิบายได้ในระหว่างที่พวกเขากำลังใช้ความคิด เช่น บางคนใช้นิ้วมือนวดขมับ, บางคนจุดบุหรี่และทำการสูดควันเข้าไปอย่างช้า ๆ ซึ่งในกรณีของวิลเลียมเขาก็มีนิสัยชอบกัดปลายดินสอซึ่งเป็นนิสัยที่เขาติดมาตั้งแต่สมัยยังเด็ก

จำนวนดินสอที่วิลเลียมกัดในทุกวันเป็นปริมาณที่เยอะมาก จนทำให้เขาถูกตั้งฉายาอย่างลับ ๆ ในกองทัพว่าเขาเป็นนักฆ่าดินสอ

ชื่อเต็ม ๆ ของจอมพลวิลเลียมคือ ‘วิลเลียม สัน’ เขามีผมสีแดงสั้นซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของตระกูล ในขณะเดียวกันบนหน้าผากของเขาก็มีรอยย่น 17 รอยเรียงชิดติดกัน โดยมีระยะห่างอย่างสม่ำเสมอราวกับว่ารอยย่นเหล่านี้ถูกแกะสลักขึ้นมาอย่างปราณีต

ตระกูลวิลเลียมเป็นหนึ่งในตระกูลโด่งดังในพันธมิตรที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน เพราะตระกูลของพวกเขาคือตระกูลของทหารที่เก่งกาจและมีจอมพลจากตระกูลนี้มาแล้วหลายสิบชั่วอายุคน

ว่ากันว่าสมาชิกในตระกูลวิลเลียมวัดความโดดเด่นได้จากการดูหน้าผากและเส้นผม เพราะยิ่งใครมีผมสีแดงสว่างไสวมากเท่าไหร่หรือยิ่งมีรอยเหี่ยวย่นบนหน้าผากอยู่เป็นจำนวนมาก มันก็จะยิ่งทำให้คนคนนั้นมีไอคิวมากขึ้นตามไปด้วย

ตามบันทึกทางประวัติศาสตร์วิลเลียม เดนตัน ผู้ซึ่งเป็นปู่ทวดของวิลเลียม สันมีรอยย่นบนหน้าผากมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของตระกูล โดยชายคนนั้นมีรอยย่นอย่างน่าอัศจรรย์ถึง 29 รอย และผมสีแดงของเขาก็เปล่งประกายราวกับดวงอาทิตย์ในตอนเที่ยง

แต่น่าเสียดายที่วิลเลียม เดนตันเสียชีวิตอย่างรวดเร็วเกินไป เพราะยานอวกาศของเขาได้ถูกดูดเข้าไปในหลุมดำจนทำให้เขาเสียชีวิตไปด้วยวัยเพียงแค่ 27 ปี

ถึงแม้รอยย่นบนหน้าผากของวิลเลียม สันจะไม่ได้มากเท่ากับบรรพบุรุษของเขา และสีผมของเขาจะไม่ได้มีสีแดงโดดเด่นราวกับดวงอาทิตย์ แต่ความสำเร็จที่เขาทำก็มากพอที่จะทำให้บรรพบุรุษหลาย ๆ คนรู้สึกละอายใจ เพราะเขาสามารถขึ้นมาดำรงตำแหน่ง 1 ใน 3 จอมพลใหญ่ของกรมทหารได้ในวัยเพียงแค่ 53 ปี ซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่ขึ้นมาดำรงตำแหน่งจอมพลที่มีอายุน้อยที่สุด

ทุกครั้งที่วิลเลียมใช้ความคิดเขาจะใช้ดินสอเขียนความคิดเห็นทุกอย่างของเขาลงไป จากนั้นเขาก็จะค่อย ๆ วิเคราะห์รายละเอียดก่อนที่จะตัดตัวเลือกที่ไม่ใช่แล้วค่อยได้คำตอบในที่สุด

คืด! คืด! คืด! …

ปลายดินสอขีดฆ่าตัวเลือกในกระดาษครั้งแล้วครั้งเล่าทำให้ตัวเลือกเหลือลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ และเมื่อคำตอบที่แท้จริงได้ปรากฏออกมาจอมพลวิลเลียมก็เผยรอยยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ

ทันใดนั้นระบบสื่อสารบนโต๊ะก็ส่งเสียงดังขึ้น วิลเลียมจึงกดเชื่อมต่อระบบสื่อสารก่อนที่จะได้พบกับจอมพลเลย์ตันผู้ซึ่งเป็น 1 ใน 3 จอมพลแห่งกรมทหารเช่นเดียวกัน

“ได้คำตอบหรือยัง?” เลย์ตันถาม

“ได้แล้ว” วิลเลียมตอบกลับไป

“ถ้าอย่างนั้นก็มาแลกเปลี่ยนความคิดกันในห้องทำงานของฉัน” เลย์ตันกล่าว

คำพูดของเลย์ตันทำให้วิลเลียมขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย เพราะท้ายที่สุดพวกเขาก็โต้เถียงกันในเรื่องต่าง ๆ มาเป็นเวลากว่า 20 ปี ตั้งแต่วันที่พวกเขาได้พบกันในคณะเสนาธิการ และถึงแม้ว่าในตอนนี้พวกเขาทั้งสองคนจะได้ขึ้นเป็นจอมพลแล้วแต่พวกเขาก็ยังคงโต้เถียงกันอย่างไม่มีหยุด

การโต้วาทีถือว่าเป็นงานอดิเรกที่เลย์ตันชื่นชอบมากที่สุด เพราะเขาสามารถที่จะโต้เถียงได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นในกาแฟควรจะใส่น้ำตาลกี่ก้อน หรือแม้กระทั่งเรื่องอย่างไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน

เคยมีเรื่องตลกเล่าต่อ ๆ กันมาในกลุ่มทหารว่าวันหนึ่งจอมพลทั้งสองคนนี้ได้ไปทานอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งในระหว่างนั้นพนักงานได้ถามว่าพวกเขาต้องการจะสั่งอะไร แต่ทั้งสองกลับพูดพร้อมกันว่ามันไม่สำคัญว่าพวกเขาจะกินอะไร เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าคือพวกเขาจะทำการโต้เถียงกันในเรื่องของราคาอาหาร

“ครั้งสุดท้ายที่นายเถียงฉันชนะคือเมื่อ 749 วัน 15 ชั่วโมง 22 นาทีที่แล้ว ฉันเชื่อว่าครั้งนี้นายก็ไม่มีทางชนะฉันได้หรอก” วิลเลียมกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“อย่าคิดว่าการชนะฉันติดต่อกันได้ 197 ครั้งแล้วจะมาข่มฉันได้ ฉันขอบอกเลยว่าต่อให้ฉันแพ้ติดต่อกันเป็นหมื่น ๆ ครั้ง แต่ฉันก็จะโต้เถียงกับนายต่อไป” เลย์ตันกล่าว

“เรื่องนั้นฉันไม่เถียง เพราะท้ายที่สุดนายก็เป็นคนที่ดื้อรั้นที่สุดเท่าที่ฉันได้เคยเจอมา” วิลเลียมกล่าวพร้อมกับยักไหล่

“ไม่ใช่ว่าคนที่ดื้อรั้นที่สุดเท่าที่นายเจอมาคือไทสันงั้นเหรอ?” เลย์ตันถามอย่างสงสัย

“ถึงแม้ไทสันจะดื้อรั้นแต่เขาก็สู้นายไม่ได้หรอก” วิลเลียมกล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

“ช่างมันเถอะ รีบมาที่ห้องทำงานฉันเร็ว ๆ เข้า” เลย์ตันกล่าวพร้อมกับโบกมืออย่างไม่พอใจ

“โอเค เตรียมน้ำเมเปิ้ลเชื่อม, สลัดผลไม้และกาแฟเอาไว้ให้ฉันด้วย” วิลเลียมกล่าว

***************

จบบทที่ ตอนที่ 295 จอมพลวิลเลียม

คัดลอกลิงก์แล้ว