เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 285 จลาจล

ตอนที่ 285 จลาจล

ตอนที่ 285 จลาจล


ตอนที่ 285 จลาจล

“วันนี้เธอเป็นอะไร? ถ้าเธอละเมิดกฎโดยไม่มีเหตุผลเธอจะถูกลงโทษอย่างรุนแรงนะ” หญิงอ้วนที่อยู่ใกล้ ๆ เซียวรั่วหยูกล่าวขึ้นมาอย่างสงสัย

เซียวรั่วหยูกัดริมฝีปากแน่นโดยไม่กล้าพูดอะไรออกไป โดยก่อนหน้านี้การกระทำของเซี่ยเฟยทำให้เธอกลับมามีความหวังที่จะได้กลับไปหาครอบครัวของเธอบนโลกอีกครั้ง แต่เสียงตำหนิของหญิงอ้วนคนนี้ก็ดึงเธอกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง

“อย่าเข้มงวดไปนักเลย หยูเอ๋อยังเด็ก ปล่อยเธอไปเถอะ” หญิงสาวผู้โดดเด่นที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่มกล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

หญิงอ้วนรีบพยักหน้ารับและก้าวเท้าออกไปเพราะว่าเธอรู้สึกกลัวหญิงสาวคนนี้มาก

“พวกเรากลับกันเถอะ” หญิงสาวผู้นำกล่าวพร้อมกับเดินมาจับมือเซียวรั่วหยู

แน่นอนว่าเซียวรั่วหยูยังไม่ต้องการที่จะจากไป เพราะในที่สุดเธอก็เพิ่งได้พบกับเซี่ยเฟยหลังจากที่ไม่ได้เจอกันมาเป็นเวลานานกว่า 2 ปี และถึงแม้ว่าเธอกับเซี่ยเฟยจะไม่ใช่คนในครอบครัว แต่พวกเขาทั้งสองก็ผ่านทุกข์ผ่านสุขร่วมกันมาเป็นเวลาหลายวัน ยิ่งไปกว่านั้นเซี่ยเฟยยังแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเขาจดจำเธอได้ มันจึงทำให้หญิงสาวได้นึกถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นบนดาวโลก

อย่างไรก็ตามเซียวรั่วหยูก็ไม่สามารถที่จะขัดคำสั่งหญิงสาวผู้นำคนนี้ได้ เธอจึงเดินตามผู้หญิงคนนี้ออกไปพร้อมกับมองย้อนกลับไปทางเซี่ยเฟยด้วยน้ำตา

“รอฉันก่อน! อย่าพึ่งหนีไปไหน!!” เซี่ยเฟยตะโกนออกมาเสียงดังเมื่อได้เห็นว่าเซียวรั่วหยูกำลังจะจากไปแล้ว แต่เพื่อป้องกันความสงสัยเขาจึงจงใจชี้นิ้วไปที่บุชเชอร์

แน่นอนว่าทุกคนย่อมคิดว่าเซี่ยเฟยกำลังคุยกับบุชเชอร์อยู่ มีเพียงแต่เซียวรั่วหยูเท่านั้นที่รู้ว่าเซี่ยเฟยกำลังพูดกับเธอ

‘ขอโทษด้วยนะพี่เฟยครั้งนี้ฉันอยู่รอพี่ไม่ได้แล้วจริง ๆ แค่รู้ว่าพี่ยังมีชีวิตอยู่ก็ทำให้ฉันดีใจแล้ว ลาก่อนค่ะ หวังว่าพวกเราจะมีโอกาสได้มาเจอกันใหม่’ เซียวรั่วหยูพูดกับตัวเองภายในใจก่อนที่จะก้มหน้าลงไปมองพื้นอย่างหมดหนทาง

เมื่อได้เห็นว่าพวกเซียวรั่วหยูกำลังจะจากไปแล้วเซี่ยเฟยก็ยิ่งร้อนใจมากขึ้นกว่าเดิม เขาจึงเหวี่ยงดาบอีวีสเซอเรทออกไปอย่างดุเดือดพร้อมกับทำการจู่โจมออกไปอย่างบ้าคลั่ง

ดาบขนาดใหญ่เคลื่อนไหวราวกับว่ามันบินได้โดยมีเป้าหมายในการจู่โจมไปยังเท้าของบุชเชอร์

ชายฉกรรจ์ไม่ได้ใช้อาวุธของตัวเองในการสกัดกั้นการโจมตีของเซี่ยเฟย แต่เขาเลือกที่จะกระโดดลอยขึ้นไปในอากาศ ก่อนจะพบว่าเซี่ยเฟยได้เร่งการโจมตีเข้ามาอย่างรวดเร็วมากขึ้นกว่าเดิม

ปัง! ปัง! ปัง!

เซี่ยเฟยทำการจู่โจมต่อเนื่องถึงสามครั้ง ซึ่งทุกครั้งบุชเชอร์ก็กระโดดหลบการโจมตีจนทำให้มีรอยปริแตกบนแผ่นโลหะผสมปรากฏขึ้นมามากกว่า 10 จุด

หลังจากหลบการโจมตีต่อเนื่องของเซี่ยเฟย บุชเชอร์ก็มองไปที่ชายหนุ่มตรงหน้าอย่างเย็นชาพร้อมกับเม็ดเหงื่อที่ไหลออกมาจากหน้าผาก เพราะเขาไม่สามารถคาดเดาได้จริง ๆ ว่าเซี่ยเฟยกำลังเล่นละครหรือกำลังต้องการจะฆ่าเขาจริง ๆ กันแน่

การจู่โจมอย่างต่อเนื่องในครั้งนี้ทำให้ผู้ชมรู้สึกตื่นเต้นจนไม่สามารถนั่งติดเก้าอี้ได้อีกแล้ว และถึงแม้ว่าการแข่งขันในก่อนหน้านี้จะน่าตื่นเต้นพอสมควร แต่พวกมันก็ไม่สามารถสร้างความตื่นเต้นได้มากกว่าฉากการจู่โจมต่อเนื่องของเซี่ยเฟย

ชายหนุ่มหันหน้าไปยังจุดที่อยู่กึ่งกลางของเวที จากนั้นเขาก็พยักหน้าเบา ๆ เป็นสัญญาณจนทำให้บุชเชอร์ชะงักไปเล็กน้อย

ในครั้งนี้เซี่ยเฟยกับบุชเชอร์ไม่ได้โจมตีในทันที แต่ค่อย ๆ รวบรวมพลังราวกับว่าพวกเขาตั้งใจจะสร้างความเสียหายให้รุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม

บุชเชอร์พุ่งตัวออกไปพร้อมกับขวานขนาดใหญ่ในมือทั้งสองข้าง แต่การโจมตีในครั้งนี้แตกต่างจากการโจมตีโดยปกติ เพราะขวานของเขากำลังแดงฉานไปด้วยความร้อน!

“นั่นมันพลังความร้อน! บุชเชอร์กำลังจะเอาจริงแล้ว” ผู้ชมตะโกนขึ้นมาอย่างตื่นเต้น

“ตายซะ!!” บุชเชอร์เกร็งกล้ามเนื้อจนทำให้เห็นกล้ามแขนที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดอย่างชัดเจน จากนั้นเขาก็รวมพลังจากส้นเท้าง้างขวานยักษ์จากด้านหลังจู่โจมออกไปจนเห็นเป็นเส้นรูปครึ่งวงกลม!

นี่คือการโจมตีที่รุนแรงที่สุดของบุชเชอร์และการจู่โจมในครั้งนี้มันก็จะส่งผลกระทบต่อพละกำลังของเขาเป็นอย่างมาก!

ตูม!

แรงระเบิดมหาศาลได้ปะทะเข้ากับพื้นและทำให้หินแกรนิตใต้แผ่นโลหะผสมแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ!

แน่นอนว่าการโจมตีในครั้งนี้ไม่ได้ตกกระทบที่ร่างของเซี่ยเฟย เพราะในขณะที่ทุกคนกำลังคิดว่าเซี่ยเฟยได้หายไปในทะเลเพลิง ร่างของชายหนุ่มก็กระโดดขึ้นไปบนฟ้าลอยสูงจากพื้นมากกว่า 20 เมตร

ฮาร์ชธันเดอร์!

ชายหนุ่มจับด้ามดาบเหนือศีรษะด้วยมือทั้งสองข้าง ก่อนที่จะฟาดฟันมันลงมาจนทำให้ผู้ชมได้เห็นเหมือนกับลำแสงเลเซอร์ที่พุ่งลงไปทางบุชเชอร์!

ตูม! ! !

ผลของการโจมตีในครั้งนี้รุนแรงมากยิ่งกว่าการโจมตีของบุชเชอร์ เพราะดาบอีวีสเซอเรทได้จมทะลุแผ่นหินพุ่งเข้าไปเสียบสิ่งที่ซ่อนอยู่ด้านใน

แรงระเบิดจากการโจมตีของเซี่ยเฟยทำให้แม้แต่ผู้ชมบางคนบนอัฒจันทร์ก็ยังโดนเศษหินปลิวเข้าไปกระแทก ซึ่งมันได้แสดงให้เห็นว่าการโจมตีในครั้งนี้รุนแรงมากแค่ไหน!

เหล่าผู้ชมบนอัฒจันทร์ต่างก็รู้สึกหวาดกลัวและพยายามซ่อนตัวอยู่ใต้ที่นั่งเพื่อหลีกเลี่ยงเศษหินที่กระเด็นขึ้นมาบนฟ้า ทำให้มีคนเพียงแค่ไม่กี่คนที่สังเกตเห็นว่าลำแสงเลเซอร์บนท้องฟ้ากำลังอ่อนกำลังลงเหมือนกับหลอดไฟที่กำลังจะดับ

หลังจากเวลาผ่านพ้นไปประมาณ 10 วินาที มันก็มีผู้ชมโผล่หัวออกมามองเหตุการณ์ในสนาม และเขาก็ได้เห็นว่าเซี่ยเฟยกับบุชเชอร์ยืนเคียงข้างกันโดยไม่ได้ต่อสู้เอาชีวิตกันและกันอีกต่อไปแล้ว

“ในที่สุดก็สำเร็จ!!” บุชเชอร์ตะโกนออกมาอย่างตื่นเต้นเมื่อได้เห็นแสงเลเซอร์อ่อนกำลังลงจากเดิมเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นสัญญาณว่าพลังงานของเครื่องยิงเลเซอร์กำลังจะหมดลง แล้วมันก็เป็นเวลาที่เขาจะได้รับอิสรภาพของตัวเองคืนมา

ขณะเดียวกันทั่วทั้งร่างของเซี่ยเฟยก็กำลังสั่นขึ้นมาอย่างรุนแรง เพราะท้ายที่สุดฮาร์ชธันเดอร์ก็เป็นเทคนิคการใช้พลังจิตระดับที่ 2 ซึ่งการฝืนใช้พลังออกมาในครั้งนี้ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดจนเกือบจะหมดสติ

“พวกเราควรจะทำยังไงต่อไปดี?” บุชเชอร์พูดขึ้นมาด้วยดวงตาอันเปล่งประกาย และเมื่อได้เห็นกับอิสรภาพที่กำลังจะมาถึงมันก็ทำให้เขาไม่สามารถที่จะระงับความตื่นเต้นภายในใจของตัวเองได้

เซี่ยเฟยมองไปรอบ ๆ และเห็นว่านักสู้หลายร้อยคนที่ถูกคุมขังอยู่ในกรงกำลังมารวมตัวกันหน้ารั้วเลเซอร์และเตรียมพร้อมอย่างตื่นเต้น ท้ายที่สุดแม้แต่คนโง่ก็มองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเลเซอร์ที่ขัดขวางอิสรภาพของพวกเขากำลังอ่อนกำลังลงจนแทบที่จะหายไป

“ถ้าอยากเป็นอิสระก็ร่วมมือกับฉันและบุชเชอร์ แล้วฆ่าพวกฮุกให้หมด!!” เซี่ยเฟยยกแขนพร้อมกับตะโกนปลุกใจ

“ฆ่าฮุก!!”

“ฆ่าฮุกกับลูกน้องของพวกมันให้หมด!!!”

ในเวลาเพียงแค่พริบตานักสู้ที่ถูกขังหลายร้อยคนก็ตะโกนตอบรับคำปลุกใจของชายหนุ่ม

“ผมฝากพวกคุณทุกคนไปไล่ฆ่าพวกฮุกด้วย” เซี่ยเฟยกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันจริงจัง

“ไม่มีปัญหา!! ฉันรอวันนี้มาตั้งนานแล้ว!!!” บุชเชอร์พยักหน้ารับอย่างหนักแน่น

เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้ชมเริ่มตื่นตระหนกและพวกเขาก็รีบวิ่งหนีไปในทันที เพราะท้ายที่สุดพวกเขาก็เพลิดเพลินกับสังเวียนเลือดมาเป็นเวลานาน มันจึงไม่สามารถมีใครคาดเดาได้ว่านักสู้เหล่านี้จะทำอะไรหลังจากที่พวกเขาได้รับอิสระ

“พวกมัน... พวกมันทำลายระบบพลังงาน!” ฮุกตะโกนขึ้นมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

“นายท่านพวกเราควรจะทำยังไงดีครับ? ตอนนี้ดัชนีพลังงานกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว ผมคิดว่าเครื่องคงจะพังในเวลาอีกไม่กี่นาที”

“นายท่านรีบออกคำสั่งเถอะครับ ตอนนี้เริ่มมีคนของเราหนีไปแล้ว”

ลูกน้องของฮุกเริ่มส่งเสียงกรี๊ดร้องเมื่อเห็นสถานการณ์เริ่มเข้าสู่สภาวะวิกฤต

“รีบสั่งการทหารยามด้านนอกว่าใครพยายามหลบหนีให้ฆ่าพวกมันให้หมด” ฮุกเริ่มสั่งการหลังจากที่เขาต้องใช้เวลาในการตั้งสตินานกว่า 10 วินาที

หลังจากออกคำสั่งฮุกก็ลุกยืนขึ้นพร้อมกับเดินทางกลับที่พักโดยเส้นทางหลัก และถึงแม้ว่าเขาจะรู้ดีว่าการออกคำสั่งแบบนี้ไม่ต่างจากการส่งลูกน้องของตัวเองออกไปตาย แต่อย่างน้อยมันก็พอถ่วงเวลาของเหล่าสัตว์ร้ายที่กำลังจะถูกปล่อยออกมาจากกรงได้

เซี่ยเฟยเก็บดาบอีวีสเซอเรทเข้าไปในแหวนมิติ ก่อนที่จะพยายามกวาดตามองไปยังรอบ ๆ บริเวณ และถึงแม้ว่าการสังหารฮุกจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่เวลานี้เขาต้องให้ความสำคัญไปยังเซียวรั่วหยูมากกว่า

หลังจากพลังงานรั่วไหลมันจำเป็นต้องใช้เวลาอีกสักพักก่อนที่กรงเลเซอร์จะหายไป แต่เซี่ยเฟยกลับรู้สึกเหมือนเวลาทุกวินาทีเชื่องช้าราวกับว่าเขาต้องรอมานานนับปี

ไม่กี่นาทีต่อมาแสงเลเซอร์สีแดงก็หายไป ชายหนุ่มจึงรีบกระโดดขึ้นไปบนอัฒจันทร์ที่มีความสูงมากกว่า 20 เมตรเพื่อรีบค้นหาว่าเซียวรั่วหยูอยู่ที่ไหน

“เซี่ยเฟย!” ชายชุดคลุมน้ำเงินคนหนึ่งวิ่งตะโกนเรียกเซี่ยเฟยมาจากด้านหลัง

เมื่อจู่ ๆ มีคนเข้ามาทักชายหนุ่มก็รีบกระโดดหลบออกไปด้านข้างพร้อมกับยกมือขึ้นมาตั้งท่าต่อสู้ แต่เมื่อเขาได้มองใกล้ ๆ เขาก็ได้พบว่าผู้มาใหม่ที่ตะโกนเรียกเขานั้นคือเฉินตง!

“ไอ้บ้าเฉิน?! ทำไมนายถึงมาอยู่นี่?” เซี่ยเฟยตะโกนพร้อมกับหัวเราะออกไปเสียงดัง

“เรื่องมันยาว ตอนนี้นายไม่ได้รู้สึกผิดปกติอะไรใช่ไหม?” เฉินตงพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มและเมื่อเขาได้เห็นเซี่ยเฟยรอดพ้นจากอันตราย เขาก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

“รีบตามฉันมาก่อนยังไม่ต้องถาม ตอนนี้ฉันมีเรื่องสำคัญที่ต้องทำ” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงอันจริงจัง

“อือ!” เฉินตงพยักหน้ารับก่อนที่จะรีบวิ่งตามเซี่ยเฟยออกไปจากสังเวียนเลือด

บนท้องถนนมีคนอยู่เพียงไม่กี่คนซึ่งเซี่ยเฟยก็สันนิษฐานว่าคนส่วนใหญ่น่าจะรู้เรื่องความโกลาหลที่เกิดขึ้นมาในสังเวียนเลือดแล้ว พวกเขาจึงพยายามหลบหนีเข้าไปซ่อนอยู่ภายในบ้านของตัวเอง

“นายรู้ไหมว่าสนามบินอยู่ตรงไหน?” เซี่ยเฟยถามอย่างร้อนรน

“สนามบินมีอยู่ 2 แห่งทางตอนเหนือกับทางตอนใต้ของเมือง” เฉินตงกล่าว

“ถ้างั้นเดี๋ยวฉันจะไปทางใต้ นายช่วยไปทางเหนือให้ที ทำยังไงก็ได้หยุดยานอวกาศทั้งหมดเอาไว้อย่าให้ใครหนีรอดออกไปได้เป็นอันขาด” เซี่ยเฟยพูดสั่งการขึ้นอย่างรวดเร็ว

“ทำไม?” เฉินตงถามด้วยความสงสัย

“อย่าพึ่งถาม ฉันกำลังมองหาผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ ถ้านายเจออะไรผิดสังเกตให้รีบปล่อยมังกรน้ำแข็งขึ้นบนฟ้าในทันทีแล้วฉันจะรีบวิ่งไปหา” เซี่ยเฟยกล่าว

แต่ก่อนที่เฉินตงจะพูดอะไรเซี่ยเฟยก็รีบวิ่งออกไปพร้อมกับส่งเสียงตะโกนขึ้นมาเสียงดัง

“จำเอาไว้ว่าเธอชื่อเซียวรั่วหยู!”

เพล้ง!

หลี่โม่ขว้างแก้วแชมเปญภายในมือเข้าใส่กำแพงจนทำให้ของเหลวสีทองไหลลงพื้นมาอย่างช้า ๆ

“ไอ้พวกไร้ประโยชน์! พวกมันปล่อยให้เซี่ยเฟยหนีออกมาได้ยังไง” หลี่โม่ตะโกนขึ้นมาอย่างโกรธเกรี้ยว ซึ่งในขณะนี้เขาก็รู้สึกโกรธจนตัวเองจะกลายเป็นบ้า

“หาคนไปฆ่าฮุกเดี๋ยวนี้ ฉันไม่อยากเห็นหน้ามันอีกแล้ว!!”

“นายน้อยผมว่าครั้งนี้เขาคงไม่สามารถหนีรอดออกมาได้ ท้ายที่สุดเขาก็ถูกล้อมรอบด้วยนักสู้ที่หลุดออกมาจากสังเวียนเลือดเป็นจำนวนมาก มันคงไม่ต้องลำบากพวกเราไปจัดการกับเขาหรอกครับ” พ่อบ้านมีหนวดกล่าวขึ้นมาเบา ๆ

“ตอนนั้นแกบอกฉันว่าเซี่ยเฟยจะต้องตายแน่ ๆ ไม่ใช่เหรอ? แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น!” หลี่โม่จ้องมองไปยังพ่อบ้านของตัวเองอย่างดุดัน ซึ่งมันก็ทำให้พ่อบ้านคนนั้นก้มหน้าลงด้วยความหวาดกลัว

“ไอ้เซี่ยเฟย! คอยดูเถอะแกไม่มีทางหนีรอดจากเงื้อมมือฉันไปได้หรอก” หลี่โม่ตะโกนสาปแช่งพร้อมกับทำลายข้าวของทุกอย่างภายในห้อง

***************

จบบทที่ ตอนที่ 285 จลาจล

คัดลอกลิงก์แล้ว