เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 224 นักฆ่าเดนตาย

ตอนที่ 224 นักฆ่าเดนตาย

ตอนที่ 224 นักฆ่าเดนตาย


ตอนที่ 224 นักฆ่าเดนตาย

เซี่ยเฟยวางร่างของเงารัตติกาลเอาไว้ตรงบริเวณทางเข้าถ้ำ ซึ่งชายชราก็ได้ส่งเสียงร้องครวญครางออกมาด้วยความเจ็บปวด

หลังจากมองไปรอบ ๆ ชายหนุ่มก็ได้พบว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่หุบเขาที่เขาได้เข้ามาในตอนแรก ซึ่งเส้นทางภายในถ้ำก็น่าจะนำให้เขามาโผล่ยังอีกฝั่งหนึ่ง

เซี่ยเฟยกำลังลังเลว่าจะทิ้งเงารัตติกาลเอาไว้ที่นี่ดีหรือจะนำตัวชายชราไปส่งไว้ใกล้ ๆ ค่ายพักของสำนัก แต่การเข้าไปใกล้ค่ายของสำนักมันก็เสี่ยงต่อการที่ตัวตนของเขาจะถูกค้นพบ และถึงแม้ว่าในตอนนี้ความรู้ของเขาจะเพิ่มขึ้นมามากขึ้นกว่าเดิม แต่สำนักเงาสังหารก็ได้ส่งลูกศิษย์มาทดสอบบนดาวดวงนี้เป็นจำนวนมาก และเขาก็ไม่แน่ใจว่าในบรรดานักฆ่าเหล่านั้นมีใครที่มีพลังพิเศษที่สามารถยับยั้งความเร็วของเขาได้หรือเปล่า

ในขณะที่เซี่ยเฟยกำลังลังเลมันก็มีร่างหลายร่างเคลื่อนที่มาจากป่าในระยะไกล โดยคนเหล่านี้ต่างก็สวมชุดต่อสู้เหมือนกับเงารัตติกาล ชายหนุ่มจึงไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของพวกเขาได้อย่างชัดเจน แต่ด้วยออร่าที่ผู้มาใหม่ได้ปลดปล่อยออกมา ชายหนุ่มก็สามารถคาดเดาได้อย่างง่ายดายว่าพวกเขาคือสมาชิกของสำนักเงาสังหาร

“ท่านอาจารย์เงารัตติกาลเป็นอะไรหรือเปล่าครับ?” ชายผู้สวมหน้ากากก้าวเท้าเข้ามาถามด้วยเสียงเข้ม

“ฉันไม่เป็นไร น้องชายคนนี้มีความสัมพันธ์กับสำนักของพวกเรา ช่วยให้เกียรติเขาในฐานะแขกของพวกเราด้วย” เงารัตติกาลกล่าวอย่างอ่อนแรง

เหตุการณ์นี้ทำให้เซี่ยเฟยขมวดคิ้ว เพราะการที่เขาไม่สามารถตรวจพบตัวตนของคนเหล่านี้ได้มันก็ทำให้เขารู้สึกรำคาญใจมากพอแล้ว ตอนนี้เงารัตติกาลกลับพูดออกมาง่าย ๆ เหมือนกับว่าเขาไม่มีทางหนีรอดออกไปได้ นั่นก็แสดงว่าเขาได้เตรียมพร้อมทุกอย่างเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว

ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบันชายหนุ่มจึงเหลือทางเลือกอยู่เพียงแค่สองทางเท่านั้น หนึ่งคือใช้กำลังหลบหนีออกไปจากวงล้อมและตราบใดก็ตามที่อีกฝ่ายไม่มีผู้เชี่ยวชาญที่มีความสามารถในการควบคุมความเร็ว มันก็ยากที่คนพวกนี้จะสามารถหยุดยั้งเขาเอาไว้ได้

ทางเลือกที่สองคือใช้ร่างของเงารัตติกาลเป็นตัวประกันเพื่อบังคับให้คนพวกนี้ล่าถอยออกไป และถึงแม้ว่าการใช้วิธีนี้จะทำให้เขาล่าถอยออกไปได้ แต่มันย่อมสร้างความบาดหมางให้กับสำนักเงาสังหารอย่างไม่ต้องสงสัย

จากข้อมูลที่เขาได้รวบรวมมาจากคำพูดของอันธ สำนักเงาสังหารย่อมเป็นองค์กรนักฆ่าที่ยิ่งใหญ่ในเงามืด ดังนั้นการบาดหมางกับพวกเขาย่อมไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเท่าไหร่ ชายหนุ่มจึงตัดทางเลือกที่ 2 ออกไปโดยไม่ลังเล

“คนพวกนี้คือนักฆ่าเดนตายจากสำนัก นายห้ามทำอะไรผลีผลามอย่างเด็ดขาด!” อันธส่งเสียงเตือนขึ้นมาอย่างกะทันหัน

“นักฆ่าเดนตาย? มันคืออะไร?” เซี่ยเฟยถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

ในเวลาเดียวกันชายหนุ่มก็ถอยหลังไปสองก้าวพร้อมกับยืนอยู่ด้านหน้าเงารัตติกาลอย่างเงียบ ๆ ตราบใดก็ตามที่อีกฝ่ายเริ่มทำการเคลื่อนไหวอย่างผิดปกติแม้แต่เพียงเล็กน้อย เขาจะใช้ร่างของชายชราเป็นตัวประกันในทันทีโดยใช้ข้อได้เปรียบจากความเร็วของตัวเอง

“มันมีบางภารกิจที่จำเป็นจะต้องสละชีวิตเพื่อสังหารเป้าหมาย พวกเขาถูกฝึกพิเศษมาเพื่อจุดประสงค์นี้โดยเฉพาะ ถึงแม้ว่านายจะสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วแต่พวกเขาก็มีวิธีของตัวเองที่สามารถแลกพลังชีวิตกับการเสริมพลังเป็นการชั่วคราวได้ หรือมันก็หมายความว่าพวกเขาพร้อมจะสละชีวิตเพื่อจัดการกับนายได้ตลอดเวลา” อันธกล่าวอย่างจริงจัง

คำอธิบายจากอันธทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกตกตะลึง เพราะเขาไม่เคยคิดว่าสำนักเงาสังหารจะถึงขนาดฝึกฝนนักฆ่าที่พร้อมจะแลกชีวิตกับเป้าหมายเอาไว้ด้วย

“บนดาวดวงนี้มันไม่มีสัญญาณสื่อสารไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมพวกเขาถึงสามารถระบุตำแหน่งของฉันได้” เซี่ยเฟยถาม

“อาจารย์ลุงสองคงจะเปิดใช้กระดิ่งนรกอย่างลับ ๆ ทำให้พวกนักฆ่าเดนตายสามารถระบุตำแหน่งของพวกเราได้ตลอดเวลา ดูเหมือนทุกครั้งที่พวกเราออกมาทำการทดสอบอาจารย์ลุงสองกับลูกน้องของเขาจะคอยตามดูพวกเราอยู่ตลอดเลยสินะ” อันธกล่าวพร้อมกับชำเลืองมองไปที่ข้อมือของเงารัตติกาล

เซี่ยเฟยมองไปทางเดียวกันกับอันธ ก่อนที่เขาจะได้พบกับอุปกรณ์ที่ดูเหมือนกระดิ่งขนาดเล็กผูกติดอยู่กับข้อมือของเงารัตติกาล

“กระดิ่งนรกมันมีเอาไว้ทำอะไร? มันสามารถป้องกันสัญญาณรบกวนได้อย่างนั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยถาม

“ไม่ใช่ กระดิ่งนรกสามารถส่งสัญญาณผ่านคลื่นรบกวนทุกอย่างในบริเวณนี้ได้ต่างหาก มันจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมสำนักของพวกเราถึงกล้าเข้ามาทดสอบบนดาวเคราะห์ที่มีสัญญาณรบกวนแบบนี้” อันธกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

“อาจารย์ลุงสองสวมกระดิ่งส่งเอาไว้ ส่วนพวกนักฆ่าเดนตายบางคนจะต้องถือกระดิ่งรับพวกเขาจึงสามารถระบุตำแหน่งของอาจารย์ลุงสองได้ตลอดเวลา แล้วพวกเขาก็ใช้ทางลัดเพื่อมาดักรอพวกเราอยู่ตรงนี้ล่วงหน้า”

ในที่สุดเซี่ยเฟยก็เข้าใจแล้วว่ากระดิ่งนรกที่อันธกำลังพูดถึงคือระบบเรดาร์ขั้นสูงที่สามารถส่งสัญญาณทะลุคลื่นรบกวนของดาวดวงนี้ได้ เพียงแต่ว่าพิมพ์เขียวของระบบซุปเปอร์เรดาร์ที่เขาได้รับมามีความล้ำหน้ามากยิ่งกว่า เพราะมันสามารถส่งสัญญาณทะลุคลื่นรบกวนไปได้ไกลหลายล้านปีแสง

ทันใดนั้นเซี่ยเฟยก็เริ่มตั้งคำถามภายในใจว่าเขาสามารถลอกเลียนแบบเทคโนโลยีของการดิ่งนรกได้หรือไม่ และเขาสามารถนำมันไปประยุกต์ใช้กับระบบเรดาร์ได้หรือเปล่า?

ท้ายที่สุดกระดิ่งนรกก็มีหน้าที่ในการรับและส่งสัญญาณเหมือนกับระบบเรดาร์ทุกประการ เพียงแต่มันมีความแตกต่างทางด้านรายละเอียดอยู่เพียงเล็กน้อย

ถึงแม้ระบบซุปเปอร์เรดาร์ของไททันจะเป็นระบบที่มีความก้าวหน้ามากยิ่งกว่า แต่การพยายามศึกษาระบบซุปเปอร์เรดาร์ก็ยังคงเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมากอยู่ดี และด้วยเทคโนโลยีของพันธมิตรในปัจจุบันมันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะผลิตระบบเรดาร์สุดล้ำนี้ขึ้นมาได้ ยิ่งไปกว่านั้นถ้าหากว่าเขาต้องการจะผลิตระบบซุปเปอร์เรดาร์ขึ้นมาเป็นจำนวนมาก เขาก็จะต้องทำการวิจัยเพื่อลดต้นทุนในการผลิตอีกขั้นด้วย

เรื่องนี้เป็นเพียงแค่ความคิดที่เกิดขึ้นภายในใจเท่านั้น เพราะในปัจจุบันกระดิ่งนรกทั้งตัวรับและตัวส่งไม่ได้อยู่ภายในมือของเขา

ขณะที่เซี่ยเฟยกำลังคิดถึงเรื่องกระดิ่งนรกอยู่นั้น นักฆ่าผู้สวมหน้ากากที่อยู่รอบ ๆ ก็ค่อย ๆ ขยับเข้ามาใกล้ชายหนุ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ได้ขยับเข้ามาด้วยความเร็วมากนัก เพราะพวกเขาไม่ต้องการบีบบังคับให้ชายหนุ่มเลือกจะใช้เงารัตติกาลเป็นตัวประกัน

“ถ้าพวกคุณเข้าใกล้มาอีกนิดผมจะลากให้ทุกคนลงนรกไปพร้อมกับผม ถ้าไม่เชื่อพวกคุณก็ลองถามเขาดูเองก็แล้วกัน” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับชี้ไปที่เงารัตติกาลที่อยู่ด้านหลัง

พริบตาต่อมาเซี่ยเฟยก็ได้หยิบมีดออกมาจากแหวนมิติพร้อมกับจ่อเข้าไปที่ลำคอของเงารัตติกาล

แม้แต่คนโง่ก็รู้ว่าเขาไม่ได้ล้อเล่นอย่างแน่นอน เหล่านักฆ่าเดนตายจึงหยุดชะงักอยู่กับที่แต่ก็ยังคงล้อมรอบชายหนุ่มจากระยะไกล

“ไม่ต้องห่วง คำสั่งจากฉันคือนำตัวนายกลับไปเท่านั้น ถึงแม้ว่านายจะฆ่าฉันหรือไม่ แต่สุดท้ายผลลัพธ์ก็จะออกมาเป็นเหมือนเดิม” เงารัตติกาลกล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมาเบา ๆ

คำพูดนี้ทำให้ชายหนุ่มชะงักค้างอย่างฉับพลัน เพราะน้ำเสียงของเงารัตติกาลนิ่งสงบมาก หมายความว่าเรื่องที่เขาพูดไม่ใช่เรื่องโกหกและแม้แต่อันธที่ยืนอยู่ห่างไปไม่ไกลก็กำลังพยักหน้าเพื่อยืนยันกับสิ่งที่เงารัตติกาลเพิ่งบอกออกมา

“มันไม่มีโอกาสหนีแล้วจริง ๆ เหรอ?” เซี่ยเฟยถามอันธอีกครั้งพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ฉันว่ายากมาก นักฆ่าแดนตายพวกนี้พร้อมจะแลกชีวิตกับพลังที่เหนือจินตนาการ มันไม่มีทางที่นายจะหนีรอดไปจากพวกเขาได้” อันธกล่าวอย่างจริงจัง

เซี่ยเฟยส่งเสียงหัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนที่เขาจะใช้ใบมีดตัดลวดโลหะที่มัดร่างของเงารัตติกาลออก

“โอเค เกมนี้คุณชนะ” เซี่ยเฟยอุทานออกมาอย่างไม่พอใจ

หากนักฆ่าเดนตายมีจำนวนอยู่เพียงแค่ไม่กี่คนเซี่ยเฟยก็พร้อมจะลองเสี่ยงหนีออกจากวงล้อมของคนพวกนี้ไป แต่เมื่อมันได้มีร่างของนักฆ่าเดนตายอีกหลายร่างเคลื่อนที่ออกมาจากถ้ำ ในที่สุดชายหนุ่มก็ได้รู้ว่าเขาได้ถูกล้อมเอาไว้ทุกทิศทางแล้ว

น่าแปลกที่พวกนักฆ่าเดนตายไม่ได้ทำตัวเสียมารยาทต่อหน้าของเซี่ยเฟยเลย พวกเขาแค่ทำการยึดสิ่งของจากชายหนุ่มเอาไปเก็บไว้ในกล่องเหล็ก และปิดผนึกกล่องใบนั้นต่อหน้าของเซี่ยเฟยเพื่อแสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ได้มีเจตนาที่จะแตะต้องสิ่งของใด ๆ

หลังจากจัดการเรื่องทุกอย่างเสร็จเซี่ยเฟยก็ถูกพาตัวไปยังยานเดสทรอยเยอร์ของสำนัก โดยเขาได้ถูกจัดให้อยู่ในห้องพักและได้รับบริการในระหว่างการเดินทางเป็นอย่างดี

น่าเสียดายที่ภายในห้องไม่มีอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับสกายเน็ตเวิร์ก เซี่ยเฟยจึงไม่สามารถติดต่อไปหาแอวริลได้และเขาก็ไม่สามารถสอบถามความคืบหน้าของบริษัทควอนตัมในระหว่างนี้ได้เลย

ห้องแห่งนี้ไม่ต่างไปจากห้องขังเพียงแต่สภาพแวดล้อมภายในห้องค่อนข้างที่จะดี เมื่อเทียบกับห้องขังที่เขาเคยถูกขังในอดีต

นี่เป็นครั้งที่ 3 แล้วที่เซี่ยเฟยได้ติดอยู่ภายในคุก โดยครั้งแรกเริ่มต้นจากการถูกขังภายในห้องเล็ก ๆ ก่อนที่เขาจะได้รับน้ำยาปรับสภาพยีนมาเป็นของชดเชย ครั้งที่ 2 คือการถูกขังอยู่ในคุกชั้นใต้ดินของสถาบันวิจัยมนุษย์ภายในซากปรักหักพังก่อนที่เขาจะถูกส่งไปที่ดาวมรดกอย่างไม่ได้ตั้งใจ

ชายหนุ่มนอนอยู่บนเตียงพร้อมกับจ้องมองเพดานและคิดถึงเรื่องราวในอดีต บางทีชีวิตของเขาอาจจะผูกพันกับคุกพวกนี้ก็ได้ และไม่ว่าเขาจะทำอะไรมันก็มักจะมีปัญหาวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหาตัวเขาตลอดเวลา

ทันใดนั้นประตูห้องก็ถูกเปิดออกอย่างช้า ๆ พร้อมกับอาหารเย็นที่ถูกยกนำมาเสิร์ฟ

สิ่งที่ชายหนุ่มรู้สึกประหลาดใจคือปริมาณอาหารได้เพิ่มมากขึ้นหลังจากที่เขาได้กินอาหารในมื้อก่อนหน้านี้ไปจนหมด คล้ายกับคนพวกนี้กำลังหาปริมาณอาหารที่เหมาะสมกับกระเพาะของเขาอยู่

หลังจากอยู่ในห้องประมาณ 2 วัน ในที่สุดชายชราก็เดินเข้ามาภายในห้องอย่างกระฉับกระเฉง

“มีธุระอะไร?” เซี่ยเฟยถาม

เงารัตติกาลปิดประตูพร้อมกับหาเก้าอี้มานั่งลง เขาไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวกับการอยู่กับเซี่ยเฟยตามลำพังเลย เพราะหลังจากที่ร่างกายของเขาได้รับการฟื้นฟูกลับมาเขาก็มีพลังมากเกินพอที่จะหลบเลี่ยงการโจมตีของชายหนุ่มได้

“มีหนึ่งเรื่องที่ฉันอยากรู้ ทำไมวันนั้นนายถึงไม่หนีทั้ง ๆ ที่คนของฉันได้เผยช่องว่างให้เห็นอย่างชัดเจน” เงารัตติกาลถามอย่างสงสัย เพราะคำถามนี้ติดค้างอยู่ภายในใจของเขาตลอด 2 วันที่ผ่านมา

“ผมถูกล้อมด้วยคนของคุณทันทีที่ผมออกมาจากถ้ำ หมายความว่าคุณได้เตรียมการทุกอย่างเอาไว้แล้วเป็นอย่างดี ช่องว่างที่คนของคุณเปิดเผยออกมาก็แค่กับดักที่พร้อมจะใช้จับตัวผมตลอดเวลาเท่านั้นเอง”

“ต่อมาลูกน้องของคุณบางส่วนก็ปรากฏตัวออกมาจากส่วนลึกของถ้ำ ซึ่งมันก็เป็นเรื่องยืนยันในสิ่งที่ผมสันนิษฐานเอาไว้ในก่อนหน้านี้ โดยสิ่งเดียวที่พวกเขาต้องการคือให้ผมเอาตัวคุณไปเป็นตัวประกัน เพราะมันจะทำให้ความเร็วในการเคลื่อนที่ของผมเชื่องช้าลง”

“สุดท้ายไม่ว่ายังไงผมก็ต้องถูกพวกคุณจับตัวไปอยู่ดี ผมเลยยอมอยู่เฉย ๆ แล้วมาพร้อมกับพวกคุณเลยดีกว่า ว่าแต่ปลายทางของพวกเราคือที่ไหนงั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยอธิบายสถานการณ์ช้า ๆ พร้อมกับกินอาหารเข้าไปอย่างไม่เกรงใจ

คำอธิบายของชายหนุ่มถึงกับทำให้เงารัตติกาลพูดไม่ออก เพราะเซี่ยเฟยสามารถประมวลสถานการณ์ทั้งหมดได้ภายในระยะเวลาเพียงแค่สั้น ๆ ซึ่งทักษะในการสังเกตและการตัดสินใจในช่วงเวลาที่สำคัญแบบนี้มันก็ทำให้ชายชราอดที่จะรู้สึกชื่นชมเซี่ยเฟยขึ้นมาไม่ได้

“พวกเราจะไปพิสูจน์กันว่าใครเป็นคนขโมยวิชาของใครไปกันแน่ ไม่ต้องห่วงฉันรับประกันว่าเรื่องนี้จะถูกตัดสินอย่างยุติธรรม” เงารัตติกาลกล่าวด้วยแววตาที่เป็นประกาย

***************

อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับการเป็นเจ้าของวิชาลับที่แท้จริงสินะ 5555

จบบทที่ ตอนที่ 224 นักฆ่าเดนตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว