เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 220 วิชาลับประจำตระกูล?

ตอนที่ 220 วิชาลับประจำตระกูล?

ตอนที่ 220 วิชาลับประจำตระกูล?


ตอนที่ 220 วิชาลับประจำตระกูล?

กำแพงหินโดนพังทลายลงไปอย่างง่ายดายพร้อมกับเซี่ยเฟยที่วิ่งหนีไปยังอีกถ้ำและอีกถ้ำเรื่อย ๆ และในที่สุดเขาก็พบว่าการพยายามหนีออกไปจากที่นี่ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย เพราะถ้ำส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นทางตัน

อย่างไรก็ตามชายหนุ่มก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากจะต้องหลบหนีไปเรื่อย ๆ โดยหวังว่ามันจะมีสักทางหนึ่งที่ทำให้เขาหนีไปต่อได้

ในความเป็นจริงถึงแม้ว่าเขาจะหนีออกไปจนถึงป่าแต่มันก็ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป เพราะด้านนอกอาจจะมีนักฆ่าที่ซุกซ่อนอยู่อย่างมากมาย และมันยังมีวานรหน้าขาวซึ่งเป็นสัตว์เจ้าถิ่นประจำดาวดวงนี้อีกด้วย

ถ้ำด้านหน้ามีทางเดินที่แคบมากจนทำให้เขาไม่สามารถที่จะวิ่งผ่านได้ เซี่ยเฟยจึงบังคับให้เซเลสเชียลมูนบินไปทำลายกำแพงหินเพื่อเปิดเส้นทาง โดยไม่สนใจเลยว่าเสียงที่เกิดขึ้นนี้จะเป็นการระบุตำแหน่งของเขาหรือไม่

ถึงแม้การจู่โจมด้วยเซเลสเชียลมูนจะรุนแรงแต่การบังคับใบมีดทั้ง 18 เล่มจู่โจมอยู่เรื่อย ๆ ก็กินพลังจิตของเขาไปจำนวนมาก และถ้าหากว่าสถานการณ์ยังคงเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ช้าก็เร็วพลังจิตของเขาก็คงจะหมดลง

ในทันใดนั้นเองเซี่ยเฟยก็รู้สึกได้ถึงลมเย็นที่ปะทะจากด้านหลัง!

ชายหนุ่มพลิกตัวด้วยท่าทางที่น่าเหลือเชื่อพร้อมกับใช้เดือยกระดูกฟันออกไปทางด้านหลัง

เป้ง!

เสียงเหล็กปะทะกันพร้อมกับประกายไฟที่กระจัดกระจายไปทั่วทั้งบริเวณ

เซี่ยเฟยรู้สึกเจ็บแขนจนชาไปชั่วขณะและเขาก็รีบก้าวถอยหลังกลับไปเพื่อตั้งหลัก

เงารัตติกาลไม่เคยคิดเลยว่าปฏิกิริยาตอบสนองของชายหนุ่มจะรวดเร็วขนาดนี้ ถึงขนาดสามารถปัดป้องการลอบจู่โจมของเขาได้ ที่สำคัญคือเซี่ยเฟยได้ใช้ทั้งวิชาพรางจิตและวิชาเล่ห์สังหารในระหว่างการหลบหนีจนทำให้เงารัตติกาลรู้สึกตกตะลึง

“นายใช้วิชาพรางจิตกับวิชาเล่ห์สังหารได้ยังไง?” เงารัตติกาลตะโกนถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

เงารัตติกาลสงสัยมาตั้งนานแล้วว่าเซี่ยเฟยสามารถซ่อนตัวอยู่ภายในถ้ำโดยไม่ถูกพวกเขาค้นพบได้ยังไง ซึ่งหลังจากที่เขาได้ทำการตรวจสอบเป็นการส่วนตัว ในที่สุดเขาก็ยืนยันได้แล้วว่านี่คือวิชาพรางจิตของสำนักเงาสังหารจริง ๆ

ที่สำคัญคือเซี่ยเฟยสามารถเคลื่อนไหวได้ด้วยท่าทางที่น่าเหลือเชื่อ ซึ่งมันคือเทคนิคเล่ห์กายาที่เป็นส่วนหนึ่งในวิชาเล่ห์สังหารที่เป็นวิชาระดับสูงของสำนัก!

สำนักเงาสังหารมีกฎที่ตั้งไว้อย่างเข้มงวดว่ามันมีเฉพาะผู้ที่กตัญญูต่ออาจารย์และฝึกฝนมานานกว่า 30 ปีจึงจะมีโอกาสได้เรียนรู้วิชาพิเศษทั้งสองวิชานี้ได้

ขณะเดียวกันเซี่ยเฟยเป็นคนนอกที่เขาไม่เคยพบมาก่อนแต่เขากลับได้ใช้วิชาระดับสูงของสำนัก มันจึงทำให้เงารัตติกาลอุทานออกมาด้วยความตกใจแบบนี้

ด้วยวิชาที่เซี่ยเฟยได้แสดงออกมาเงารัตติกาลก็แอบคิดอยู่ภายในใจว่าเขาไม่มีทางปล่อยเซี่ยเฟยหนีไปอย่างเด็ดขาด และเขาก็จะต้องทำการทรมานชายหนุ่มคนนี้เพื่อค้นหาความจริงว่าเขาได้เรียนรู้วิชาทั้งสองมาได้ยังไง

อันธรู้สึกขนลุกไปทั่วทั้งร่างกายเมื่ออาจารย์ลุงสองของเขาสามารถระบุวิชาที่เซี่ยเฟยใช้ได้แล้ว ความผิดนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้เซี่ยเฟยต้องเดือดร้อนเท่านั้น เพราะแม้แต่ตัวของเขาเองก็ต้องถูกทางสำนักลงโทษเช่นเดียวกันที่นำวิชาระดับสูงของสำนักไปถ่ายทอดให้แก่คนนอก

“ผมเนี่ยแหละที่จะต้องเป็นคนถามคุณ! นี่คือวิชาลับประจำตระกูลของผมแล้วคุณมารู้จักวิชาพวกนี้ได้ยังไง? ผมเห็นนะว่าคุณได้ใช้ทั้งวิชาพรางจิตและวิชาเล่ห์สังหาร แต่ตอนนี้คุณกลับมาพูดเหมือนกับตระกูลของผมเป็นคนขโมยวิชาจากสำนักของคุณไป ความจริงคือพวกคุณนั่นแหละที่ขโมยวิชาจากตระกูลผมไป!!” เซี่ยเฟยตะโกนกลับไปด้วยสีหน้าที่จริงจัง

จู่ ๆ สถานการณ์ก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะชายหนุ่มได้กล่าวหาว่าสำนักเงาสังหารได้แอบขโมยวิชาลับจากตระกูลของเขา!!

เซี่ยเฟยมีทักษะการแสดงที่ค่อนข้างดีประกอบกับน้ำเสียงที่เขาตะโกนออกไปอย่างเกรี้ยวกราด มันจึงทำให้เป็นไปได้ยากมากที่จะมีคนจับสังเกตว่าเขากำลังพูดโกหก

เงารัตติกาลชะงักไปชั่วขณะ เพราะในฐานะที่เขาเป็น 1 ใน 3 ผู้อาวุโสใหญ่ของนิกาย มันจึงทำให้เขาเคยพบเจอกับกลอุบายของศัตรูมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่กลอุบายที่เซี่ยเฟยใช้ไม่ใช่สิ่งที่เขาเคยพบมาในชีวิตและชั่วครู่หนึ่งนั้นมันก็ทำให้เขาไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้จริง ๆ

“ใครเป็นคนขโมยวิชาจากตระกูลนายไป? วิชาพรางจิตกับวิชาเล่ห์สังหารคือวิชาประจำสำนักของเรา!” เงารัตติกาลตะโกนขึ้นด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ

“ใช่สิ ตอนนี้คุณเป็นคนคุมสถานการณ์มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คุณจะไม่ยอมรับความจริง มันไม่สำคัญหรอกว่าคุณจะขโมยวิชาลับจากตระกูลของผมไปหรือเปล่า เพราะถ้าหากว่าคุณฆ่าผมปิดปากมันก็คงจะไม่มีใครรู้ถึงการกระทำชั่ว ๆ ของพวกคุณ ถึงแม้วันนี้ผมจะตายแต่บรรพบุรุษของผมจะคอยสาปแช่งสำนักของพวกคุณให้ตกนรก!!” เซี่ยเฟยร้องคำรามด้วยใบหน้าที่เศร้าหมองราวกับว่าตระกูลของเขาได้ถูกขโมยวิชาลับทั้งสองวิชานี้ไปจริง ๆ

“ฉันไม่ได้ขโมย! สำนักของฉันไม่ใช่ขโมย!!” เงารัตติกาลเริ่มกล่าวออกมาอย่างกระวนกระวาย

“ถ้าคุณบอกว่าคุณไม่ได้ขโมย งั้นก็แสดงหลักฐานออกมาให้ผมดูสิ!” เซี่ยเฟยตะคอกอย่างเย็นชา

เหตุการณ์นี้ยิ่งทำให้เงารัตติกาลรู้สึกตกตะลึง เพราะใครจะไปสามารถหาหลักฐานมาแสดงต่อหน้าของชายหนุ่มได้

ยิ่งได้เห็นแววตาของเซี่ยเฟยที่มั่นคงเงารัตติกาลก็ยิ่งรู้สึกสับสนไปหมด โดยในปัจจุบันเขาคิดแค่เพียงว่าเขาจะพิสูจน์ว่าสำนักของเขาไม่ใช่ขโมยได้ยังไง แต่ลืมคิดไปเสียสนิทว่าเรื่องนี้อาจจะเป็นกลอุบายของชายตรงหน้า

เหตุการณ์นี้ทำให้อันธทำอะไรไม่ถูกและถึงแม้ว่าครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้เห็นเล่ห์เหลี่ยมอันแพรวพราวของเซี่ยเฟย แต่เขาก็ไม่ชินกับวิธีการที่ไร้ยางอายแบบนี้เสียที

โชคดีที่เงารัตติกาลเป็นชายชราที่ใจดี ไม่อย่างนั้นเซี่ยเฟยก็คงจะไม่มีเวลาแม้แต่จะใช้กลอุบายออกมา

ชายหนุ่มสามารถจับจุดอ่อนของเงารัตติกาลได้อย่างรวดเร็วและสามารถจู่โจมเข้าใส่จุดอ่อนนั้นได้อย่างโหดเหี้ยม เพราะคำพูดของเขาเพียงแค่ไม่กี่คำกลับทำให้ชายชรารู้สึกโกรธจนพูดไม่ออก

“ฉัน... ฉันไม่มีหลักฐาน! แต่วิชานี้เป็นวิชาเฉพาะของสำนักฉัน ไม่ใช่วิชาลับของตระกูลนาย” เงารัตติกาลตอบกลับอย่างอ่อนแรง

“ถ้าคุณยืนยันว่าไม่ใช่ขโมยก็เอาหลักฐานออกมา” เซี่ยเฟยยังคงพูดอย่างจริงจังต่อไป

เงารัตติกาลรู้สึกเวียนหัวคล้ายกับว่าเขาจะเป็นลมและถึงแม้ว่าเขาจะรู้สึกโกรธแค้นภายในใจ แต่เขาก็ไม่สามารถหาหลักฐานมาพิสูจน์เรื่องนี้ได้จริง ๆ

ในทันใดนั้นเงารัตติกาลก็เหมือนกับจะนึกอะไรได้บางอย่าง เขาจึงได้เผยรอยยิ้มออกมาก่อนที่จะตะโกนถามออกไปเสียงดัง

“ถ้านายบอกว่าวิชานี้เป็นวิชาลับจากตระกูลของนาย แล้วไหนล่ะฉันขอหลักฐาน?”

หลังจากพูดจบเงารัตติกาลก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เพราะเขาคิดว่าในที่สุดเขาก็ได้พบวิธีโต้กลับแต่เขากลับไม่รู้ตัวเลยว่าเซี่ยเฟยกำลังรอคำถามนี้จากเขาอยู่

“หลักฐานเหรอ? หลักฐานก็คือผมได้เรียนรู้วิชาทั้งสองวิชานี่ไง ผมถามจริง ๆ ว่าคุณเป็นคนสอนวิชาทั้งสองนี้ให้กับผมหรือเปล่า?” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างจริงจัง

“ไม่!” เงารัตติกาลกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

“แล้วคุณคิดว่าคนอื่นในสำนักของคุณได้สอนวิชาพวกนี้ให้กับผมหรือเปล่า?”

“ไม่มีทาง! วิชาพวกนี้เป็นวิชาที่ไม่มีทางสอนให้กับคนนอกและมันเห็นได้ชัดว่านายไม่ใช่ศิษย์ในสำนัก มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีใครถ่ายทอดวิชาระดับสูงทั้งสองวิชานี้ให้กับนาย” เงารัตติกาลกล่าว

“ถ้างั้นผมขอถามว่าถ้าผมไม่ได้เรียนรู้วิชาพวกนี้มาจากพวกคุณ แล้วผมเรียนรู้วิชาพวกนี้มาจากไหน?” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง

“เอ่อ…” เงารัตติกาลกลืนน้ำลายลงไปอย่างพูดไม่ออก

“นี่คือหลักฐานพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่าทั้งสองวิชานี้เป็นวิชาลับจากตระกูลของผม แต่สำนักของพวกคุณได้แอบขโมยวิชาทั้งสองไป” เซี่ยเฟยกล่าวราวกับว่าเขาเป็นผู้โดนกระทำ

อีกด้านหนึ่งยิ่งเซี่ยเฟยไล่ต้อนเงารัตติกาลเข้าสู่ทางตันมากเท่าไหร่ อันธยิ่งอยากจะเอาหน้ามุดลงไปในพื้นดินมากเท่านั้น

เขาไม่เคยคิดเลยว่าวิชาที่เขาสอนให้เซี่ยเฟยด้วยความหวังดีจะกลับกลายมาเป็นอาวุธที่กำลังทรมานอาจารย์ลุงสองของเขาอยู่ในขณะนี้ และเนื่องจากว่าเขาไม่สามารถไปปรากฏตัวให้คนอื่นเห็นได้ เขาจึงทำได้เพียงแต่เฝ้าดูชายหนุ่มทรมานอาจารย์ลุงสองของเขาอย่างโหดเหี้ยม

เงารัตติกาลใช้ชีวิตมาอย่างโชกโชนและถึงแม้ว่าเขาจะถูกเซี่ยเฟยต้อนเข้าสู่ทางตันครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ในที่สุดเขาก็ได้พบกับอะไรบางอย่างที่ผิดปกติ

ไม่ว่าจะดูยังไงเซี่ยเฟยก็ได้เรียนรู้วิชาพรางจิตกับวิชาเล่ห์สังหารมาจริง ๆ และชายหนุ่มยังพูดอยู่เสมอว่าวิชาทั้งสองนี้เป็นวิชาที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษของเขา ดังนั้นมันจึงมีโอกาสเป็นไปได้ที่เขาจะเป็นทายาทของศิษย์ในสำนัก!!!

ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายน่าจะเข้าใจผิดซึ่งกันและกันและเขาจะต้องทำการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างรอบคอบ

ยิ่งเงารัตติกาลพิจารณาเหตุผลเรื่องนี้มากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งรู้สึกว่ามันมีอะไรบางอย่างผิดปกติมากเท่านั้น เขาจึงตัดสินใจจะนำตัวเซี่ยเฟยกลับไปเพื่อทำให้เรื่องทุกอย่างถูกเปิดโปงออกมาอย่างชัดเจน ไม่อย่างนั้นสำนักของเขาก็จะถูกกล่าวหาว่าเป็นขโมย

อันที่จริงคำพูดพวกนี้เป็นเพียงกลอุบายที่เซี่ยเฟยใช้เพื่อถ่วงเวลาและมองหาโอกาสในการหลบหนีไปเท่านั้น เขาไม่ได้ต้องการให้ชายชราเชื่อถือคำพูดที่ไร้สาระของเขาเลย

ภายในแววตาของเงารัตติกาลปรากฏความลังเลขึ้นมาอยู่เล็กน้อย และเมื่ออีกฝ่ายได้เปิดเผยช่องว่างชายหนุ่มก็เริ่มขยับเซเลสเชียลมูนเพื่อทำการเปิดเส้นทางหลบหนีอีกครั้ง!

“อย่าหนี! ฉันจะไม่ฆ่านาย อย่างน้อยพวกเราก็ต้องพิสูจน์กันก่อนว่าใครเป็นคนขโมยวิชาของใครไปกันแน่” เงารัตติกาลตะโกนพร้อมกับวิ่งตามเซี่ยเฟยออกไปอย่างรวดเร็ว

เหตุการณ์นี้ทำให้อันธรู้สึกตกตะลึง เพราะเขาไม่คิดว่าอาจารย์ลุงสองจะยอมเชื่อคำโกหกของเซี่ยเฟยจริง ๆ

แต่ถึงแม้ว่าเงารัตติกาลจะได้พูดแบบนั้นออกมาเซี่ยเฟยก็ยังคงหลบหนีอย่างสิ้นหวัง แต่น่าเสียดายที่ยิ่งเขารู้สึกกังวลใจมากเท่าไหร่เขากลับไม่สามารถหาเส้นทางที่ถูกต้องได้พบเจอมากขึ้นเท่านั้น

นอกจากนี้ชายหนุ่มยังไม่รู้ว่าจู่ ๆ ชายชราได้ปรากฏตัวขึ้นมาขวางหน้าเขาได้ยังไง และมันก็อาจจะเป็นเพราะว่าเงารัตติกาลยังคงมีความสงสัยอยู่ในใจ การจู่โจมของเขาจึงยังขาดความเฉียบคม

‘วิธีนี้ไม่ได้ผล ใจเย็น ๆ ฉันต้องใจเย็น ๆ’ เซี่ยเฟยพยายามเตือนตัวเองภายในใจ

หลังจากนั้นเขาก็ใช้วิชาพรางจิตควบคุมลมหายใจเพื่อให้อารมณ์ของเขาค่อย ๆ สงบลง

เมื่อความสงบได้กลับมาเสียงรอบ ๆ ตัวก็ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และทันใดนั้นเซี่ยเฟยก็ได้ยินเสียงน้ำตกดังขึ้นมาจากระยะไกล

“ตรงนั้น!” เซี่ยเฟยอุทานพร้อมกับวิ่งไปยังเส้นทางที่เขาได้ยินเสียง

ในที่สุดเขาก็สามารถออกมาจากถ้ำที่เหมือนกับเขาวงกต แต่สิ่งที่ปรากฏกลับไม่ใช่ทางออกแต่เป็นทะเลสาบในถ้ำขนาดใหญ่!

ทะเลสาบแห่งนี้เหมือนกับตั้งอยู่ใต้ภูเขา โดยมันได้มีถ้ำต่าง ๆ คอยเติมน้ำเข้าสู่ทะเลสาบตลอดเวลาและเป็นที่มาให้เขาได้ยินเสียงของน้ำตก

“อย่าหนี! พวกเราควรมาเคลียร์เรื่องนี้ให้ชัดเจน”

เสียงเงารัตติกาลดังขึ้นมาอีกครั้ง ชายหนุ่มจึงกัดฟันกดปุ่มบนชุดต่อสู้เบา ๆ ก่อนที่มันจะมีท่ออากาศยื่นออกมา

เซี่ยเฟยใส่ท่อเข้าไปในปากก่อนที่เขาจะกระโดดลงไปในทะเลสาบและดำหายไปท่ามกลางความมืดมิด

***************

จบบทที่ ตอนที่ 220 วิชาลับประจำตระกูล?

คัดลอกลิงก์แล้ว