เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 200: หนามยอกเอาหนามบ่ง

ตอนที่ 200: หนามยอกเอาหนามบ่ง

ตอนที่ 200: หนามยอกเอาหนามบ่ง


ตอนที่ 200: หนามยอกเอาหนามบ่ง

ในขณะที่มาร์ตากำลังจะเปิดประตูเข้าไปด้านในวอร์ด ทันใดนั้นทูรามก็หยุดชะงักก่อนจะพูดขึ้นมาว่า

“มาร์ตา จู่ ๆ ฉันก็อยากเข้าห้องน้ำ นายเข้าไปข้างในก่อนเลย”

“เอ่อ… ได้ เดี๋ยวฉันจะเข้าไปหาฉินหมางก่อน” มาร์ตาตอบกลับอย่างลังเล

ในระหว่างนั้นทูรามก็ส่งสัญญาณให้เซี่ยเฟย ก่อนที่ทั้งสองจะเดินไปตามทางเดินที่มุ่งหน้าไปห้องน้ำ

“คุณไม่อยากเข้าไปข้างในพร้อมกับเขาเหรอครับ?” เซี่ยเฟยถามด้วยรอยยิ้ม

ทูรามพยักหน้ารับก่อนที่จะมองออกไปนอกหน้าต่าง

“มาร์ตาไม่ได้มาที่นี่โดยไม่มีเหตุผลแน่ ๆ ฉันคิดว่าเขาคงจะมาเอาผลประโยชน์จากฉินหมางด้วย”

เซี่ยเฟยไม่รู้จะพูดอะไรตอบกลับไป เพราะสถานการณ์อยู่เหนือการควบคุมของเขาโดยสิ้นเชิง ท้ายที่สุดเขาก็ไม่รู้เลยว่าคนพวกนั้นเป็นใครและมีจุดประสงค์อะไร เขาจึงไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้

ทั้งสองอยู่ที่ทางเดินนานกว่าครึ่งชั่วโมงกว่าที่มาร์ตาจะเดินออกมา

ดูเหมือนฉินหมางจะไม่ชอบมาร์ตามากนัก ดังนั้นหลังจากที่เขาพูดคุยตามมารยาทไปสักพัก ฉินหมางก็แสร้งทำเป็นว่าอยากพักผ่อน

ในระหว่างที่เดินออกมาอย่างลังเล มาร์ตาก็ได้เผยรอยยิ้มให้กับทูรามและเซี่ยเฟย

“นายเข้าห้องน้ำนานจริง ๆ”

“ขอโทษที พอแก่แล้วท้องไส้ฉันก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่” ทูรามกล่าวพร้อมกับหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ

ต่อมามาร์ตาก็เดินลงไปยังชั้นล่างด้วยใบหน้าที่สดใสพร้อม ๆ กับที่ทูรามและเซี่ยเฟยเดินเข้าไปภายในห้องและทำการล็อกประตู

ห้องพักของฉินหมางทั้งกว้างใหญ่และสว่างไสว โดยฉินหมางกำลังนอนอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าที่ซีดเซียวพร้อมกับเครื่องมือชนิดต่าง ๆ ที่ยังคงทำงานของพวกมันไม่หยุด

เครื่องมือพวกนี้คือเครื่องมือสำหรับการชำระล้างเซลล์เพื่อช่วยลดความรุนแรงของพิษไม่ให้ฉินหมางรู้สึกทรมานมากจนเกินไป ซึ่งอุปกรณ์พวกนี้ก็เป็นอุปกรณ์ในระดับที่สูงมากและค่าใช้จ่ายในการใช้งานพวกมันรายวันก็เป็นสิ่งที่เกินกว่าจินตนาการของคนโดยทั่วไป

เมื่อฉินหมางได้ยินเสียงคนเดินเข้ามา เขาก็ลืมตาขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่มุมปากของเขาจะยกขึ้นมาเป็นรอยยิ้มเมื่อเห็นว่าใครเดินเข้ามาภายในห้อง

“ว่าไงไอ้แก่! ใกล้ตายแล้วเหรอ?” ทูรามกล่าวถามด้วยรอยยิ้มกว้าง

“ฉันไม่ตายง่าย ๆ หรอกเว้ย!” ฉินหมางตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มเช่นเดียวกัน

จากนั้นเซี่ยเฟยกับทูรามก็เดินไปนั่งลงฝั่งตรงข้ามของฉินหมาง โดยที่ชายชรากำลังชูสองนิ้วมาที่ชายหนุ่ม

“ขอบุหรี่สักตัวได้ไหม?”

เมื่อได้ยินคำขอจากชายชราเซี่ยเฟยก็หยิบซองบุหรี่ออกมาให้กับฉินหมาง ซึ่งในระหว่างนั้นทูรามก็ขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย เพราะเขาไม่ชอบกลิ่นบุหรี่ของเซี่ยเฟยเลยแต่เขาก็เลือกที่จะไม่พูดอะไร

“พวกคนในโรงพยาบาลไม่ยอมให้ฉันสูบบุหรี่ ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันคงจะไล่พวกมันออกไปแล้ว แต่ตอนนี้ฉันแก่แล้วขี้เกียจทำเรื่องให้มันยุ่งยาก” ฉินหมางพูดขึ้นมาเบา ๆ

“หมอคนไหนมันห้ามแกบอกฉันมา!” ทูรามกล่าวพร้อมกับถกแขนเสื้อเพื่อหาเรื่อง

ท่าทางของชายชราคนนี้ทำให้ทั้งเซี่ยเฟยและฉินหมางหัวเราะออกมาในทันที และถึงแม้ว่าเขาจะมีตำแหน่งเป็นถึงหัวหน้าแผนกอาวุธยุทโธปกรณ์ของสมาพันธ์จัสทิสอันยิ่งใหญ่ แต่เขากลับทำตัวเหมือนเป็นเด็ก ๆ

“เซี่ยเฟยนายออกไปก่อน ฉันมีอะไรจะคุยกับไอ้แก่นี่สักหน่อย” ฉินหมางกล่าว

“ได้ครับ” เซี่ยเฟยพยักหน้ารับก่อนที่เขาจะเดินออกไปจากห้อง

ด้านนอกมีเจ้าหน้าที่ของสมาพันธ์จัสทิสอยู่หลายคน แต่เซี่ยเฟยไม่รู้ว่าคนพวกนี้มาคอยรักษาความปลอดภัยของฉินหมางหรือกำลังเฝ้าระวังชายชราคนนี้อยู่กันแน่

เซี่ยเฟยจุดบุหรี่พร้อมกับเดินไปที่หน้าต่าง ทันใดนั้นอันธก็ออกมาจากสร้อยด้วยความตื่นเต้น

ในช่วง 3 วันที่ผ่านมาอันธเก็บตัวอยู่ภายในสร้อยตลอด และเนื่องจากมันยังไม่มีอะไรสำคัญเซี่ยเฟยจึงไม่ได้รบกวนวิญญาณนักฆ่าในช่วงเวลานี้เลย

“แน่ใจนะว่าพิษที่ฉินหมางได้รับเป็นพิษของเซราฟิมจริง ๆ?” อันธกล่าวถามด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย

“ใช่ ทำไม? นายคิดวิธีกำจัดพิษได้แล้วงั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“การกำจัดพิษเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่ฉันก็คิดหาวิธีทำยาพิษได้เพิ่มแล้ว” อันธกล่าว

“นายคิดวิธีทำยาพิษได้ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณตา?” เซี่ยเฟยถามอย่างสับสน

“ฟังนะ! ฉันได้คิดค้นยาพิษที่สามารถยับยั้งพิษภายในร่างของผู้รับยาได้ชั่วคราว ก่อนที่พิษจะเริ่มออกฤทธิ์อีกครั้ง” อันธกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ดูลึกลับ

“นายกำลังจะบอกว่ายาพิษที่นายคิดค้นขึ้นมาสามารถระงับพิษของเซราฟิมได้ใช่ไหม?!” เซี่ยเฟยถามด้วยความตื่นเต้นและเนื่องมาจากเขาได้เรียนรู้วิธีการปรุงยาจากอันธมาสักพักแล้ว เขาจึงเข้าใจวิธีการใช้พิษระงับพิษเป็นอย่างดี

“ใช่!”

คำยืนยันนี้ถึงกับทำให้เซี่ยเฟยพูดไม่ออก วิธีการของอันธคล้ายกับวิธีของแพทย์แผนจีนสมัยโบราณที่ใช้พิษต่อสู้กับพิษในร่างกาย

แม้ว่าการทำแบบนี้จะช่วยระงับพิษชนิดแรกได้แต่ร่างกายก็จะถูกพิษชนิดอื่นเข้าไปแทน และเมื่อไหร่ที่พิษชนิดที่ 2 เริ่มออกฤทธิ์ขึ้นมา ผู้ได้รับยาก็อาจจะต้องเผชิญหน้ากับความทรมานยิ่งกว่าความตาย

“ยาพิษนั่นจะช่วยระงับพิษเดิมได้นานเท่าไหร่?” เซี่ยเฟยถาม

“ฉันก็ไม่รู้ มันอาจจะนานเป็นปีหรืออาจจะแค่ไม่กี่วินาทีก็ได้” อันธกล่าว

ท้ายที่สุดการใช้พิษระงับพิษก็จะทำให้ผู้ใช้ถูกพิษจนเสียชีวิตอยู่ดี ถ้าเขาโชคดีเขาก็อาจจะต่อชีวิตตัวเองต่อไปได้ แต่ถ้าหากว่าเขาโชคร้ายเขาก็อาจจะตายเร็วขึ้นกว่าเดิม

วิธีการนี้ถือได้ว่าเป็นการเอาชีวิตมาเดิมพันและไม่มีใครสามารถที่จะทำนายผลลัพธ์ของการเดิมพันล่วงหน้าได้

“ถ้านายเป็นฉินหมาง นายจะกล้าเดิมพันกับยาพิษของฉันไหม?” อันธถามด้วยรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์

“กล้าสิ! ถึงยังไงสักวันฉันก็ต้องตายด้วยพิษอยู่ดี ทำไมฉันถึงต้องยอมแพ้ถ้ามันมีโอกาสมีชีวิตอยู่ต่อไปด้วยล่ะ ถ้าฉันชนะฉันก็อาจจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกวันสองวัน แต่ถ้าฉันแพ้อย่างมากฉันก็แค่ตายเร็วขึ้น” เซี่ยเฟยตอบออกไปโดยไม่ต้องคิด

“ถ้านายคิดแบบนี้ ฉินหมางก็อาจจะคิดแบบเดียวกัน” อันธกล่าว

คำพูดของอันธทำให้เซี่ยเฟยต้องหยุดคิด วิธีการรักษาด้วยการทำให้เซลบริสุทธิ์เป็นวิธีการที่เจ็บปวดมาก เพียงแค่เห็นใบหน้าอันซีดเซียวและร่างกายที่ผอมบางของฉินหมางก็พอจะทำให้เซี่ยเฟยอนุมานถึงความทรมานที่ชายคนนี้กำลังเผชิญอยู่ได้แล้ว

แต่วิธีการรักษาพิษด้วยพิษก็ยังถือว่าเป็นวิธีการที่โหดร้ายอยู่ดี ถึงแม้เซี่ยเฟยอยากจะลองวิธีการนี้ดู แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะเห็นด้วยกับวิธีการของเขา

“ทำไมหลังจากเข้าไปนายไม่ลองเสนอวิธีนี้ให้ฉินหมางดูล่ะ แล้วค่อย ๆ ปล่อยให้เขาเป็นคนเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง” อันธกล่าว

“ฉันก็อยากจะทำแบบนั้นเหมือนกัน แต่ฉันทำไม่ได้” เซี่ยเฟยกล่าว

“ทำไมล่ะ?”

“ถ้าคุณตาเสียชีวิตก่อนที่เราจะปรุงยาขึ้นมาได้สำเร็จ มันก็เหมือนเป็นการให้ความหวังกับเขาอย่างเปล่าประโยชน์ ในเมื่อเราจะเสนอการเดิมพันที่อันตรายถึงชีวิต อย่างน้อยพวกเราก็ควรจะผลิตยาพิษแล้วให้เขาเลือกทางเดินชีวิตในตอนนั้นเลย”

ถึงแม้อันธจะมีความสามารถในการคิดค้นยาพิษชนิดนี้ขึ้นมาได้ แต่เขาก็ยังไม่มีความละเอียดอ่อนมากพอที่จะคิดวิธีการใช้ยาพิษออกมา แต่ความคิดของเซี่ยเฟยเป็นความคิดที่ระมัดระวังโดยดำเนินการทุกอย่างหลังจากทำการพิจารณาตัวแปรทุกสิ่งแล้ว

“สูตรยาพิษที่นายคิดขึ้นมามันผลิตยากไหม?” เซี่ยเฟยถาม

“ค่อนข้างยากอยู่เหมือนกัน ก่อนอื่นเราต้องหาศพเซราฟิมสด ๆ แล้วรีดพิษของมันออกมา จากนั้นพวกเราค่อยใช้พิษของมันผสมกับวัตถุดิบชนิดอื่น ๆ ในการเปลี่ยนผลลัพธ์ของพิษชนิดเดิมให้มีความรุนแรงมากพอที่จะระงับผลของพิษชนิดเดิมเอาไว้” อันธกล่าวพร้อมกับยักไหล่

วิธีการของอันธเป็นวิธีที่อันตรายตั้งแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้วและเซี่ยเฟยก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับวิธีการที่วิญญาณตนนี้ได้คิดค้นขึ้นมาเลย

แต่การพยายามจะจับตัวเซราฟิมก็เป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก ยิ่งไปกว่านั้นเขายังไม่แน่ใจว่าใกล้ ๆ ภูมิภาคดาวเอ็นดาโร่จะมีสัตว์อสูรชนิดนี้อยู่หรือไม่ ซึ่งถ้าหากว่าถิ่นที่อยู่ของมันอยู่ไกลมากเกินไปฉินหมางก็อาจจะอยู่รอยาพิษของเขาไม่ทัน

ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น เสียงเรียกของทูรามก็ดังขึ้นมาแต่ไกล

“ฉินหมางกำลังรอนายอยู่ รีบเข้าไปข้างในเถอะ ก่อนที่มันจะตายไปซะก่อน” ทูรามกล่าวเหมือนกับคนไม่ใส่ใจ

ถึงแม้คำพูดของชายชราคนนี้จะดูหยาบคาย แต่เซี่ยเฟยก็สังเกตเห็นน้ำตาที่คลอเบ้าตาของทูรามอยู่เล็กน้อยและเขาก็กำลังพยายามไม่ให้น้ำตาได้หลั่งไหลออกมา

บางทีชีวิตของมนุษย์ก็เป็นแบบนี้ คนที่คนเราพูดดีด้วยอาจจะเป็นคนอื่นคนไกลในสายตา แต่สำหรับคนที่ใกล้ชิดพวกเรากลับพูดจาออกมาอย่างหยาบคาย

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับก่อนที่จะเดินเข้าไปภายในห้อง ซึ่งสิ่งที่พวกเขาทำหลังจากนั้นมันก็เหมือนเหตุการณ์ปกติที่พวกเขาได้เจอกันในห้องสมุด คือเซี่ยเฟยได้หยิบใบชาแห้งออกมาพร้อมกับชงน้ำชาให้ชายชราได้ดื่ม

“ฉันลืมถามนายไปเลยว่าทำไมชาที่นายชงให้ถึงมีรสชาติดีกว่าชาที่ฉันชงเอง ทั้ง ๆ ที่มันก็เป็นชาชนิดเดียวกัน” ฉินหมางถามหลังจากจิบน้ำชาเข้าไป

“มันเป็นเพราะอุณหภูมิของน้ำกับกระแสน้ำที่ไหลผ่านใบชาครับ” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“อุณหภูมิกับกระแสน้ำงั้นเหรอ?” ฉินหมางอุทานขึ้นมาด้วยความสงสัย

“อุณหภูมิของน้ำไม่ควรสูงมากเกินไป ไม่อย่างนั้นมันจะทำให้ใบชาละลายและมีรสชาติที่เข้มข้นมากเกินไป แต่ถ้าหากอุณหภูมิต่ำเกินไปเส้นใยของใบชาก็จะไม่ละลายจนทำให้น้ำชาไม่มีรสชาติ”

“ส่วนการเทน้ำควรจะเทช้า ๆ ตามขอบถ้วยชาไปตามทิศเข็มนาฬิกาเพื่อให้ก่อตัวเป็นกระแสน้ำวน ซึ่งมันจะทำให้ใบชาขับความกลมกล่อมออกมาได้มากกว่าเดิม”

เพียะ!

“ฉันดื่มชามาทั้งชีวิตแต่ไม่เคยสนใจรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนี้เลย ฉันนี่เป็นพวกใช้ชีวิตไปอย่างไร้ประโยชน์จริง ๆ” ฉินหมางอุทานพร้อมกับตบมือขึ้นมาเสียงดัง

“ว่าแต่นายได้เจอกับพอตเตอร์ในทุ่งดาวแห่งความตายหรือเปล่า?” ฉินหมางถาม

***************

ห๊ะ! เพิ่งรู้ว่าการชงชาให้รสชาติดีต้องพิถีพิถันขนาดนี้เลย ใครรู้บ้างรายงานตัวหน่อย

จบบทที่ ตอนที่ 200: หนามยอกเอาหนามบ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว