- หน้าแรก
- ทะลุมิติเป็นคุณพ่อลูกอ่อนในต้าถัง
- บทที่ 495 - ปณิธานของอ๋องสู่หลี่อิม
บทที่ 495 - ปณิธานของอ๋องสู่หลี่อิม
บทที่ 495 - ปณิธานของอ๋องสู่หลี่อิม
บทที่ 495 - ปณิธานของอ๋องสู่หลี่อิม
คนผู้หนึ่งเดินอาดๆ เข้ามาทางประตูตลาดซีซื่อ ซวนซวนวิ่งเข้าไปหาอย่างดีใจ อีกฝ่ายอุ้มนางขึ้นมาทันที
"ท่านตาเจ็ด (ฮั่นอ๋องหลี่หยวนชาง) ท่านมาได้ยังไง"
ผู้มาเยือนคือฮั่นอ๋องหลี่หยวนชาง เขาบีบจมูกซวนซวนอย่างเอ็นดู "เจ้ากับพ่อเจ้าพากันไปทุบร้านของเล่นข้า เจ้าว่าข้ามาทำไม"
เด็กหญิงขมวดคิ้วทำท่าหยิ่ง "ก็โทษพวกเราไม่ได้ ของเล่นที่ท่านทำมันห่วยแตกเกินไป เอามาโชว์ไม่ได้เลย"
"เจ้านี่นะ ถ้าเอาตามมาตรฐานสายตาเจ้า ข้าจะหาเงินได้ยังไง? ไว้ค่อยคิดบัญชีกับเจ้าทีหลัง"
หลี่หยวนชางพูดพลางเดินไปข้างกายตู้เส้าชิง พูดอย่างระอาใจว่า "ทำไมพาเด็กออกมาเที่ยวเงียบๆ แบบนี้? ไม่เรียกข้าด้วย อยู่บ้านว่างจนตัวจะขึ้นสนิมแล้ว"
ตู้เส้าชิงหัวเราะลั่น "ท่านออกบ้านทีคนล้อมหน้าล้อมหลัง ถ้าพา ท่านไปด้วยก็ไม่ใช่เดินตลาดแล้ว นั่นมันออกมาล้างถนนรบกวนชาวบ้านชัดๆ"
คำพูดนี้ทำเอาพวกไกด์ที่ตามมาแค่นเสียงในใจ คิดในใจว่าพฤติกรรมสองพ่อลูกท่านวันนี้ไม่ใช่ล้างถนนหรอกหรือ? ขาดก็แค่ซื้อตลาดซีซื่อทั้งตลาดเท่านั้นแหละ
เจ้าหน้าที่เฝ้าประตูตลาดซีซื่อถามหลี่หยวนชางอย่างไม่พอใจ "ท่านเป็นใคร? มาพล่ามอะไรหน้าประตูตลาดซีซื่อ มาป่วนหรือ?"
หลี่หยวนชางถลึงตาใส่อีกฝ่ายอย่างเย็นชา โยนป้ายคำสั่งอันหนึ่งไปให้ "เปิ่นหวาง (ตัวข้าผู้เป็นอ๋อง) หลี่หยวนชาง"
อะไรนะ? ฮั่นอ๋องหลี่หยวนชาง?
ทุกคนอุทานลั่น ชื่อเสียงเรียงนามผู้นี้ดังกระฉ่อน อดีตอันธพาลแห่งฉางอัน ภายหลังกลับใจมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้ชาวบ้าน นึกไม่ถึงว่าวันนี้จะเจอตัวจริง
ตู้เส้าชิงถาม "ร้านของเล่นนั่นเรื่องมันเป็นยังไง?"
หลี่หยวนชางยิ้มขื่น "ยังจะพูดอีก พวกเจ้าพ่อลูกทุบป้ายร้านข้าแล้วก็หัวเราะผ่านไป ให้ข้าตามหาข้างหลังแทบแย่ ข้าวนหาในตลาดซีซื่อรอบหนึ่งเต็มๆ หาไม่เจอ เลยต้องมารอที่หน้าประตู
คนมันว่างก็เลยว่าง ให้คนรับใช้ทำธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ หาเงินค่าขนม ใครจะคิดว่าทำไมโดนเจ้าทุบอีกแล้ว? คราวนี้ไม่ได้ไปขัดขาสมาคมการค้าใช่ไหม"
โดนหลี่หยวนชางถามแบบนี้ ตู้เส้าชิงก็กระอักกระอ่วน ใช่นะ ครั้งก่อนเขาเลียนแบบเฟอร์นิเจอร์สวยงามของสมาคม โดนอู่เจ้าจัดการไปยกหนึ่ง คราวนี้เลียนแบบของเล่นโดนตัวเองทุบป้ายร้าน ซวยซ้ำซวยซ้อนจริงๆ
"แค่กๆ ความจริง พวกเราทุบเสร็จถึงรู้ว่าเป็นร้านท่านเปิด"
หลี่หยวนชาง: ...
"เดิมทีเป็นเรื่องเข้าใจผิด ต่อมาซวนซวนหวังดี บอกว่าของที่ท่านเลียนแบบหยาบเกินไป กลัวเด็กซื้อไปเล่นแล้วบาดเจ็บ เลยคะยั้นคะยอให้ข้าเซ้งร้านท่านมาเปิดร้านดีๆ" ตู้เส้าชิงอธิบาย
"เจ้ารับปากแล้ว?"
"ก็ใช่น่ะสิ แถมยังรับปากนางว่าราคาคงเดิม ยอมขายขาดทุน"
หลี่หยวนชางแทบกระอักเลือด ยกนิ้วโป้งให้ตู้เส้าชิง "เคยเห็นคนตามใจลูก ไม่เคยเห็นใครตามใจเท่าเจ้า โชคดีจริงๆ
แต่ว่าเปลี่ยนร้านอื่นไม่ได้หรือ ทำไมต้องมาทุบธุรกิจข้าทุกที?"
ซวนซวนหัวเราะคิกคัก "งั้นคงต้องโทษว่าท่านตาเจ็ดดวงไม่ดีแล้วเจ้าค่ะ"
ตู้เส้าชิงพูดแก้เก้อ "ความจริงวันนี้ร้านที่ตัดสินใจซื้อไม่ใช่แค่ร้านท่านร้านเดียว รวมๆ แล้วสิบกว่าร้าน ล้วนแต่เป็นร้านที่ซวนซวนระบุจะซื้อทั้งนั้น"
หลี่หยวนชางยืนอึ้ง "สมาคมการค้าเราจะเข้าซื้อกิจการตลาดซีซื่อหรือ"
ซวนซวนตบมือตะโกน "ดีสิๆ เมื่อกี้ข้าก็บอกว่าจะซื้อตลาดซีซื่อทั้งหมด"
ตู้เส้าชิงกดบุตรสาวลงดุว่า "อย่าป่วน พาออกมาเที่ยว ให้เจ้ามาเล่นซนแบบนี้หรือ"
บทสนทนาของทั้งกี่คนทำเอาเจ้าหน้าที่ตลาดซีซื่อฟังจนมึน "ฮั่นอ๋อง เพลานี้ขอเสียมารยาทถามสักคำ นายท่านผู้สูงศักดิ์กับคุณหนูท่านนี้คือ?"
หลี่หยวนชางพูดอย่างหงุดหงิด "ตาบอดหรือไง แม้แต่ราชบุตรเขยตู้กับองค์หญิงน้อยซวนหยางก็จำไม่ได้?"
ตุ้บ ตุ้บ... เสียงล้มตึงดังขึ้นรอบทิศ
ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ แต่เป็นพวกไกด์ที่ช่วยถือของให้ตู้เส้าชิงและซวนซวน ตกใจจนลงไปกองกับพื้น ที่แท้นายท่านที่บริการมาทั้งวันคือราชบุตรเขยตู้ผู้โด่งดัง?
ตู้เส้าชิงหัวเราะ "พอแล้วๆ อย่าเบ่งอำนาจเลย เขาเข้าเวรอยู่ ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดไม่มีความผิด พวกเรารีบไปเถอะ ฟ้าจะมืดแล้ว"
ภายใต้สายตาเหม่อลอยของเจ้าหน้าที่และทหาร คณะเดินทางรีบออกจากตลาดซีซื่อ กลับถึงบ้านตระกูลตู้
ตู้เส้าชิงให้คนมารับของที่ซื้อไป ส่งกลุ่มไกด์กลับ
"ทุกท่าน วันนี้เล่นเป็นเพื่อนลูกสาวข้ามาทั้งวัน ลำบากแล้ว เศษเงินทอนเหล่านั้นยกให้เป็นรางวัล รีบกลับไปพักผ่อนเถอะ
วันหน้าหากเจ็บไข้ได้ป่วยเล็กน้อย ไปหาข้าที่โรงหมอ ข้าจะรักษาให้ฟรี"
ทุกคนขอบคุณเป็นการใหญ่แล้วลาจากไป คนหนึ่งพึมพำกับตัวเอง "ลูกพี่ ไม่ถูกนะ โรงหมอหมอเทวดาปกติก็รักษาไม่คิดเงินอยู่แล้ว"
หัวหน้าคนนั้นด่า "ทำไม? ได้เงินมาตั้งเยอะแยะ ยังไม่พอใจอีกหรือ
อย่าพูดอื่นไกล แค่เรื่องวันนี้ที่ได้เดินตลาดกับหมอเทวดาและองค์หญิงน้อย ก็พอให้พวกเราเอาไปคุยโวในตลาดซีซื่อได้เป็นสิบวันครึ่งเดือนแล้ว"
"ลูกพี่ อย่างน้อยต้องคุยได้เป็นปี..."
...
กลับถึงบ้าน ตู้เส้าชิงเรียกหลี่หยวนชางไว้ คุยเรื่องเซ้งร้านค้าของเขา
หลี่หยวนชางทำท่าไม่ใส่ใจ "ร้านเดียวจะมีค่าอะไร? ซวนซวนชอบก็ยกให้นางเลย ต้องให้เจ้ามาทำเป็นเรื่องจริงจังด้วยหรือ"
"ข้าแปลกใจ ในเมื่อท่านจะทำของเล่น แถมยังแย่งทำขนาดนี้ ทำไมไม่ทำของดีๆ งานละเอียดออกมา?"
หลี่หยวนชางน้อยใจ "เจ้าคิดว่าข้าไม่อยากหรือ?
บ้านข้าเดิมทีมีช่างฝีมือดีอยู่กลุ่มหนึ่ง แต่ตอนนั้นไม่ใช่โดนสมาคมการค้าเกณฑ์ไปหมดแล้วหรือ?
ตอนนี้ลูกน้องในมือมีแต่พวกมือใหม่ที่ข้าไปรวบรวมมา ทำออกมาพอเป็นรูปร่างได้ก็ดีถมไปแล้ว"
อันนี้... ก็ได้ ตู้เส้าชิงนึกไม่ถึงว่าจะหน้าแตก
คิดอยู่ครู่หนึ่ง ตู้เส้าชิงกล่าวว่า "ท่านไม่ใช่บอกว่าอยู่บ้านว่างจนจะขึ้นสนิมหรือ? มอบหมายงานให้ท่านสักอย่างเอาไหม?"
"จริงหรือ? ได้เงินไหม? ได้เงินเยอะไหม?" หลี่หยวนชางตื่นเต้น จากนั้นคิดแล้วพูดอีกว่า "ไม่ได้เงินไม่เป็นไร มีชื่อเสียงไหม? ผดุงความยุติธรรมก็ได้ ดีที่สุดคือแบบคราวที่แล้วที่จัดการตระกูลชุย ยิ่งเยอะยิ่งดี"
ตู้เส้าชิงมีเส้นดำพาดหน้าผาก เจ้านี่วันๆ คิดอะไรอยู่
"ไม่ได้เงินและไม่ได้หน้า ทำไม่ทำ?"
"งั้นก็ทำ...
ได้ๆๆ เจ้าเป็นหลงจู๊ใหญ่สมาคมการค้า ฟังเจ้าหมด เจ้าบอกให้ทำก็ทำ" หลี่หยวนชางไม่กล้าหือ
ตู้เส้าชิงยิ้มอธิบาย "ข้าเห็นท่านสายตาดีใช้ได้ อย่างน้อยร้านของเล่นร้านนี้เด็กๆ ก็ชอบมาก และเมืองฉางอันก็ขาดแคลนร้านแบบนี้
ดังนั้นเตรียมจะให้ท่านเป็นตัวแทนสมาคมการค้า ตระเวนดูในเมืองบ่อยๆ ดูว่าขาดร้านค้าอะไร ไม่ว่าจะเป็นกิจการอะไร ขอแค่ขาดแคลน สมาคมการค้าเราสามารถออกหน้าเปิดกิจการนี้ขึ้นมา
แน่นอน ท่านเสนอมา ต้องให้เสี่ยวอู่พยักหน้าผ่านก่อน
แม้ร้านพวกนี้กำไรจะเป็นของสมาคม แต่สิ้นปีจะเพิ่มโบนัสให้ท่าน ว่าอย่างไร?"
หลี่หยวนชางดีใจมาก "เงินทองไม่สำคัญ อย่างไรเสียเงินที่เจ้าให้ตอนนี้ก็ใช้ไม่หมด ขอแค่ไม่ให้ข้าว่างก็พอ ตำแหน่งนี้ฟังดูเข้าท่า ทำ!"
ตอนส่งหลี่หยวนชางกลับหลังอาหารเย็น อีกฝ่ายบอกข่าวหนึ่งมาว่า ได้ยินว่าไท่จื่อเริ่มออกเดินทางจากมณฑลถู่ฟานแล้ว กำลังเดินทางกลับฉางอัน ตอนนี้เดินทางมาถึงเขตแดนเสฉวนแล้ว
องค์หญิงฉางเล่อและคนอื่นๆ ได้ยินก็ดีใจ มีเพียงตู้เส้าชิงที่เก็บความกังวลไว้ ไม่รู้ว่าคราวนี้จะมีคนวางแผนลอบสังหารขากลับอย่างโจ่งแจ้งหรือไม่ หวังว่าหลี่เชอกานจะดวงแข็ง ไม่อย่างนั้นไท่จื่อที่ถูกปลดเป็นสามัญชนในหน้าประวัติศาสตร์ผู้นี้คงถูกตนพาไปลงเหวตายแน่
ในเมืองอี้โจวแดนเสฉวน อ๋องสู่หลี่อิมต้อนรับไท่จื่อหลี่เชอกานที่ผ่านมา สองพี่น้องนี้ก็ไม่ได้เจอกันมาสามปีแล้ว
เวลาสามปี ทั้งสองคนเปลี่ยนไปมากเพราะตู้เส้าชิง แทบจะไม่กล้าทักกัน
"ไม่เจอกันไม่กี่ปี น้องหกโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ตลอดทางชาวบ้านในเสฉวนต่างสรรเสริญเจ้า ในวัยเท่าเจ้า พี่ใหญ่ยังต้องละอายใจสู้ไม่ได้"
หลี่อิมนอบน้อม "พี่ใหญ่ไท่จื่อถ่อมตัวแล้ว เสฉวนเดิมทีเป็นเมืองสวรรค์ เทียบไม่ได้กับผลงานการบริหารดินแดนหนาวเหน็บอย่างถู่ฟานของท่าน น้องยังเด็ก ยังต้องเรียนรู้อีกมาก"
หลี่เชอกานตัดพ้อ "เจ้าเรียนจบมาเกือบสองปีแล้ว ในเมื่อมาถึงเสฉวน ก็ไม่ไปเยี่ยมพี่บ้าง หากไม่ใช่คราวนี้ผ่านทางถิ่นเจ้า เราคงไม่รู้จะได้เจอกันเมื่อไร"
ได้ยินดังนั้นหลี่อิมถอนหายใจยาว "เดิมทีก็อยากไป แต่มาถึงเสฉวนถึงรู้ว่า ภาระหน้าที่ของอ๋องกินเมืองหนักหนาเพียงใด
เสฉวนอุดมสมบูรณ์แต่ปิดตายเกินไป สี่ทิศล้อมรอบด้วยขุนเขา ชาวบ้านแมจะไม่ค่อยอดอยาก แต่ก็ไม่ร่ำรวย น้องตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์นี้ เลยยุ่งจนปลีกตัวไม่ได้"
"อ้อ? น้องรองถึงกับมีปณิธานยิ่งใหญ่เพียงนี้? เรื่องนี้ราชสำนักไม่ได้เข้ามาดูแล แต่เจ้าเมืองเสฉวนกี่คนต่อกี่คนก็จนปัญญา หรือน้องหกเจ้ามีวิธี?" หลี่เชอกานสงสัย
หลี่อิมยิ้มขื่น "ก่อนจากมาท่านอาจารย์พี่เขย (ตู้เส้าชิง) มอบถุงแพรให้ใบหนึ่ง ข้างในมีประโยคเดียว... อยากร่ำรวย ต้องสร้างถนนก่อน!
เดิมทีไม่เข้าใจความหมาย มาถึงเสฉวนถึงเข้าใจ หากอยากให้เสฉวนร่ำรวย มีแต่ต้องสร้างถนนเปิดเส้นทางไปสู่ฉางอัน"
"ไม่ถูกนะ ไปฉางอัน ไม่ใช่มีถนนหกสายหรือ? แม้จะเป็นทางเลียบหน้าผา (จั้นเต้า) ทางเขา แต่ก็พอถูไถใช้ได้กระมัง" หลี่เชอกานถาม
หลี่อิมโบกมืออธิบาย "ไม่ใช่ทางเลียบหน้าผาทางเขา แต่เป็นถนนใหญ่ที่ม้าควบตะบึงได้ รถบรรทุกขนส่งได้สะดวกโยธินเหมือนถนนฉินจื๋อเต้าต่างหาก"
เป็นไปไม่ได้!
หลี่เชอกานร้องลั่น ฉางอันกับเสฉวนกั้นด้วยภูเขานับหมื่นพัน จะสร้างถนนกว้างใหญ่แบบนั้นได้อย่างไร? ไม่ใช่สิ่งที่แรงมนุษย์จะทำได้
"ข้าก็เคยคิดว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ภายหลังได้ไปเยี่ยมเยียนชาวบ้านในเสฉวนมากมาย พวกเขาทำให้ข้าเห็นความหวัง
ใครจะคิดว่าปณิธานอยากออกจากเสฉวนของชาวบ้านจะแรงกล้าขนาดไหน ชาวบ้านบอกข้าว่า ขอแค่คนเสฉวนได้ออกจากเขา ต่อให้ถนนเส้นนี้ต้องสร้างร้อยปี ก็ยอมจะสร้าง
ปีเดียวไม่ได้ก็สิบปี สิบปีไม่ได้ก็ร้อยปี รุ่นเดียวไม่ได้ก็สองรุ่น สองรุ่นไม่ได้ก็สามรุ่น..."
หลี่เชอกานตะลึงงัน สืบทอดรุ่นสู่รุ่นไม่สิ้นสุด? นี่ต้องใช้ความกล้าและความเพียรพยายามขนาดไหน?
ผ่านไปเนิ่นนาน เขาพึมพำว่า "แสดงว่า น้องหก เจ้า รับปากแล้ว?"
หลี่อิมดวงตาเป็นประกาย พยักหน้าหนักแน่น "ใช่ ในวินาทีนั้น ข้าเหมือนค้นพบสิ่งที่ต้องทำในชาตินี้ รับปากไปแล้ว
ข้าในอดีตใช้ชีวิตไร้แก่นสารเป็นองค์ชายเสเพล แต่ต่อไปนี้ไม่ใช่อีกแล้ว ข้าตัดสินใจจะอยู่ที่เสฉวนตลอดชีวิต ไม่ช่วยชาวบ้านที่นี่สร้างถนนสู่ฉางอันจนสำเร็จ จะไม่ออกจาเสฉวนอีก!"
มองดูอีกฝ่ายที่เด็ดเดี่ยวแน่วแน่ หลี่เชอกานซาบซึ้งใจ อดไม่ได้ที่จะเข้าไปกอดหลี่อิม "น้องหกปณิธานแน่วแน่ พี่ใหญ่รู้สึกปลื้มใจ แต่ชาตินี้ไม่ออกจาเสฉวน พี่กลับทนไม่ได้..."
หลี่อิมยิ้มอย่างเปิดเผย แสดงว่าตัวเองไม่เป็นไร จากนั้นเปลี่ยนเรื่องคุย "ได้ยินว่าพี่ใหญ่ถูกลอบสังหารที่ตะวันตกเฉียงใต้ ไม่รู้ว่าตามตัวคนร้ายเจอหรือยัง? ใครเป็นคนทำ?"
เห็นอีกฝ่ายอึกอัก หลี่เชอกานตบไหล่หลี่อิมปลอบว่า "พี่รู้ว่าเจ้าอยากถามอะไร แต่พี่เชื่อว่าไม่ใช่ฝีมือน้องสี่แน่ น้องหกเจ้าห้ามเชื่อข่าวลือไปสงสัยชิงเชวี่ย ส่วนคนร้าย กลับถึงฉางอันสักวันพี่จะลากคอมันออกมา"
"หรือพี่ใหญ่จะมีการคาดเดาแล้ว?" หลี่อิมสงสัย
"ไม่เป็นไร เจ้าวางใจเถอะ เล่ห์เหลี่ยมพวกนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่พี่ก็พอ
ครั้งนี้ผ่านทางคงพักที่นี่ได้แค่วันเดียว พรุ่งนี้ต้องออกเดินทาง คืนนี้เราสองพี่น้องไม่เมาไม่เลิกดีไหม?"
หลี่อิม: "ดูเหมือน จะไม่ได้นะ ข้าไม่ดื่มเหล้า ออกมาจากโรงหมอเรียนหมอมา ล้วนถูกสั่งห้ามเด็ดขาดชาตินี้ห้ามแตะต้องสุรา"
หลี่เชอกานหัวเราะลั่น "ลืมไปเลย น้องหกก็เรียนหมอมาเหมือนกัน กฎสำนักน้องเขยช่างเข้มงวดนัก"
"ก็ไม่เสมอไป ได้ยินว่าซวนซวนก็เริ่มเรียนหมอแล้ว แต่เด็กคนนี้ชอบแอบขโมยเหล้ากิน แถมยังพาเจ้าแมวใหญ่นั่นกินด้วย"
นี่... เด็กซนคนนี้ คาดว่าทำเอาน้องห้าปวดหัวแย่! หลี่เชอกานยิ้มขื่น
วันที่สอง หลี่อิมนำขบวนส่งหลี่เชอกานออกจากเขตเมืองอี้โจด้วยตนเอง จนกระทั่งขบวนไท่จื่อลับหายไปในภูเขาสลับซับซ้อน มองไม่เห็นเงาอีก
หลี่อิมมองไปทางทิศฉางอัน เบื้องหน้ามีแต่ขุนเขาล้อมรอบ แต่เขากลับมองทะลุปรุโปร่ง ราวกับเห็นฉางอันอยู่ตรงหน้า พึมพำกับตัวเองว่า "ต้องมีสักวัน ข้าจะผ่าทางเส้นหนึ่งออกไปให้ได้"
ในบ้านมืดสลัวแห่งหนึ่งในฉางอัน เวลานี้มีคนสองกลุ่มกำลังติดต่อกัน คุยกันเรื่องไท่จื่อหลี่เชอกาน
"คราวที่แล้วลอบสังหารขาดไปแค่นิดเดียวก็จะสำเร็จแล้ว เพราะเหตุนี้ยังทำลายสายลับเจ็ดส่วนที่เราวางไว้ในถู่ฟาน ครั้งนี้ข้างกายเขามีคนไม่เท่าไร แถมยังเดินทางเอิกเกริก เป็นโอกาสดีที่จะลงมือ ทำไมเจ้าถึงต้องขัดขวาง?
รอเขากลับถึงฉางอันจริงๆ ก็ไม่มีโอกาสฆ่าเขาแล้ว หรือว่าเวลานี้เจ้าจะมาห่วงใยสายเลือดเดียวกัน?"
คนตรงข้ามแค่นเสียงเย็น "ฮึ สายเลือด? ราชวงศ์ไร้สายเลือด!
การเดินทางเอิกเกริกเป็นความตั้งใจของฝ่าบาท เป้าหมายคือล่อมือสังหาร อยากให้พวกเราลงมืออีกครั้งกลางทาง ช่างเป็นฮ่องเต้ที่ไร้หัวใจ เอาลูกแท้ๆ มาเป็นเหยื่อล่อ ไม่กลัวคนแก่ต้องจัดงานศพให้คนหนุ่มหรือ"
"เขาฆ่าพี่น้องร่วมสายเลือดในวันเดียวสองคน จะเสียดายลูกชายไม่ได้เรื่องสักคนหรือ?
อย่าพล่ามแล้ว ข้าอยู่ฉางอันนานไม่ได้ จะมีคนจับได้ เจ้าต้องอธิบายให้ข้าฟัง"
คนตรงข้ามโบกมือ "ไม่ต้องห่วง ฆ่าไท่จื่อเป็นแค่วิธีชั้นต่ำ เขากลับฉางอันดูเหมือนปลอดภัย แต่รับมือได้ง่ายกว่า ไท่จื่อผู้นี้ยอมอ่อนวัยนัก ไม่รู้ความอันตรายในราชสำนัก ไม่ต้องให้เราลงแรงมาก แค่ช่วยโหมไฟนิดหน่อย เขาก็จะกลายเป็นเครื่องสังเวยใต้คมมีดของฮ่องเต้"
"อะไรนะ? เจ้าหมายความว่า... พูดแบบนี้ นี่เจ้าก็คำนวณไว้แล้วแต่แรกหรือ?"
"แก้เกมไปตามสถานการณ์เท่านั้น ต่อจากนี้เจ้ากับข้าไม่ต้องพบและไม่ต้องติดต่อกันอีก ให้เรื่องลอบสังหารกลายเป็นคดีปริศนา
ข้างหลังมอบให้ข้าจัดการทั้งหมด เมื่องานสำเร็จผลประโยชน์ที่ตกลงกันไว้ตอนแรก จะไม่ขาดแม้แต่แดงเดียว"
ด้วยเหตุนี้ คำพูดง่ายๆ ของคนสองกลุ่ม ก็ทำให้เหตุการณ์ลอบสังหารกลายเป็นคดีปริศนาจริงๆ ไท่จื่อหลี่เชอกานเดินทางกลับถึงฉางอันอย่างปลอดภัยในอีกเดือนกว่าให้หลัง