เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 179: เดินทางถึงภูมิภาคดาวมฤตยู

ตอนที่ 179: เดินทางถึงภูมิภาคดาวมฤตยู

ตอนที่ 179: เดินทางถึงภูมิภาคดาวมฤตยู


ตอนที่ 179: เดินทางถึงภูมิภาคดาวมฤตยู

ปัจจุบันเซี่ยเฟยกำลังครุ่นคิดอยู่ในห้องบัญชาการของโทมาฮอว์กอย่างเงียบ ๆ

“นายจะทำยังไงกับแฮร์ริส?” อันธถามขึ้นจากด้านข้าง

“ผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุกรรมเป็นตัวตนที่หาได้ค่อนข้างยาก ถึงแม้ว่าเขาจะเคยทำสิ่งแย่ ๆ มามากมายแต่ฉันก็ยังไม่อยากจะฆ่าเขา” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ฉันรู้ว่านายชื่นชอบในพรสวรรค์ของเขา แต่พรสวรรค์นี้ได้สังหารชีวิตของผู้บริสุทธิ์ไปมากกว่าพันคน ถ้านายเก็บเขาเอาไว้เขาอาจจะไปสร้างปัญหาใหญ่ขึ้นมาอีกก็ได้” อันธกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

“ปัญหาดูเหมือนจะวิ่งเข้ามาหาฉันไม่หยุดอยู่แล้ว ฉันฆ่าเขาแล้วยังไง? แล้วถ้าฉันไม่ฆ่าเขาจะเป็นยังไง? ถึงยังไงตอนนี้เขาก็ไม่ต่างไปจากคนที่ตายไปแล้ว” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมาเบา ๆ

“แล้วนายคิดจะเก็บเขาไว้หรอ”

“ใช่ ฉันจะเก็บเขาเอาไว้” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“นี่นายกำลังเล่นกับปีศาจนะ”

“ทุกคนต่างก็มีปีศาจอยู่ภายในใจ ตราบใดก็ตามที่ฉันได้สิ่งที่ฉันต้องการฉันก็ไม่สนหรอกว่าฉันจะต้องทำงานร่วมกันกับปีศาจหรือเปล่า” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มขึ้นมาแบบแปลก ๆ

“นายอย่าลืมสิหลาย ๆ คนทำตัวเหมือนเป็นเทพเทวดาแต่ในใจพวกเขาได้ซ่อนปีศาจร้ายเอาไว้มากแค่ไหน ยกตัวอย่างเช่น แบ็ตตี้ที่พวกเราเพิ่งจัดการไป นายก็น่าจะได้เห็นปีศาจร้ายภายในใจของเขาแล้ว”

“แฮร์ริสถือได้ว่าเป็นคนที่เลี้ยงปีศาจเอาไว้อย่างเปิดเผยและเขาก็จะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้เป้าหมายของเขาบรรลุผลสำเร็จ ฉันคิดว่าการทำงานกับคนแบบนี้ดีกว่าการทำงานกับพวกสวมหน้ากากเข้าใส่กันเสียอีก” เซี่ยเฟยกล่าว

คำอธิบายนี้ทำให้อันธเงียบเสียงลงไปชั่วขณะ ท้ายที่สุดเหตุผลที่เซี่ยเฟยกล่าวมาก็เป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลจริง ๆ

ไม่มีนักวิทยาศาสตร์ที่ประสบความสำเร็จคนไหนที่ไม่เคยถูกเรียกว่าคนบ้า และเมื่อไหร่ที่การทดลองบ้า ๆ ของพวกเขาประสบความสำเร็จพวกเขาถึงจะได้รับการยอมรับ

“ถ้านายตัดสินใจแล้ว แล้วนายกำลังคิดอะไรอยู่?” อันธถาม

“ฉันกำลังคิดถึงรายละเอียด” เซี่ยเฟยตอบกลับอย่างใจเย็น

แฮร์ริสกำลังนอนอยู่บนเตียงด้วยความสิ้นหวังและใช้นิ้วโป้งกับนิ้วกลางนวดขมับอย่างต่อเนื่อง

เขารู้อยู่เสมอว่าน้ำยาอเมทิสต์ที่เขาพัฒนาเป็นผลงานที่ล้มเหลว และเขาก็ไม่เคยสนใจที่จะถูกคนอื่นหัวเราะเยาะ เพราะสิ่งเดียวที่เขากลัวคือการไม่สามารถไล่ตามความฝันของตัวเองต่อไปได้

แต่ในขณะที่เขากำลังจะสิ้นหวังอยู่นั่นเอง จู่ ๆ เซี่ยเฟยก็ปรากฏตัวขึ้น

ชายหนุ่มคนนี้คือผู้ที่ดื่มอเมทิสต์เข้าไปแล้วรอดชีวิตกลับมาได้ นอกจากนี้พื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของเขายังถูกเปิดออกมาอย่างเต็มที่ มันจึงทำให้ผู้คิดค้นอเมทิสต์รู้สึกตื่นเต้นเป็นธรรมดา

การรอดชีวิตของเซี่ยเฟยหมายความว่าน้ำยาชนิดนี้ยังไม่ได้ล้มเหลวโดยสมบูรณ์ เพราะถึงแม้อัตราความสำเร็จจะต่ำมาก แต่อย่างน้อยมันก็พิสูจน์ได้ว่ามันเป็นน้ำยาที่มีความหวังจะถูกพัฒนาจนประสบความสำเร็จ

ตราบใดก็ตามที่มีเวลามากพอแฮร์ริสมั่นใจว่าเขาจะสามารถหาทางปลดล็อกพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นความลับที่น่าทึ่งมากที่สุดสำหรับมวลมนุษยชาติ

ปัญหาเดียวในตอนนี้คือเซี่ยเฟยต้องการที่จะฆ่าตัวเขาที่ไม่ต่างไปจากผู้มีพระคุณ เพราะท้ายที่สุดชายหนุ่มก็คงจะมาจนถึงจุดนี้ไม่ได้หากไม่ได้ดื่มน้ำยาอเมทิสต์ที่เขาเป็นผู้พัฒนา

แต่เมื่อชายชราได้นึกถึงคำพูดของเซี่ยเฟยในก่อนหน้านี้ มันก็มีเหงื่อออกมาทั่วทั้งใบหน้าของเขาอย่างไม่ได้ตั้งใจ เพราะท้ายที่สุดสิ่งที่เซี่ยเฟยพูดออกมาก็ไม่มีความล้อเล่นผสมอยู่เลย ในความเป็นจริงชายหนุ่มสามารถลงมือสังหารเขาได้โดยไม่รู้สึกลังเลด้วยซ้ำ

แกร๊ก!

จู่ ๆ ประตูห้องก็ถูกเปิดออกพร้อมกับเซี่ยเฟยที่เดินเข้ามา จากนั้นเขาก็นั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับแฮร์ริสและจ้องมองมายังชายชราอย่างจริงจัง

“เซี่ยเฟยฉันคิดออกแล้ว! ตราบใดก็ตามที่คุณไว้ชีวิต ฉันยินดีรับเงื่อนไขของคุณทุกอย่าง” แฮร์ริสพูดขึ้นมาอย่างลุกลี้ลุกลน

“แกกำลังพูดอะไร? ฉันไม่เคยไปสัญญาอะไรกับแกสักหน่อย”

“แต่ฉันจะตายไม่ได้! อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้!! ในเมื่อคุณสามารถรอดชีวิตหลังจากดื่มอเมทิสต์เข้าไปได้ มันก็หมายความว่าอเมทิสต์ยังสามารถพัฒนาต่อไปได้อีก ฉันจะต้องมีชีวิตอยู่จนหาวิธีเปิดใช้งานพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของมนุษย์ได้สำเร็จโดยไม่สร้างอันตราย เมื่อถึงเวลานั้นถึงแม้ว่าฉันจะต้องตายแต่ฉันก็จะไม่รู้สึกเสียใจ” แฮร์ริสพยายามพูดขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง

“นั่นคือเหตุผลของแกหรอ?” เซี่ยเฟยกล่าวขึ้นมาอย่างใจเย็น

“เหตุผลแค่นี้มันยังไม่พออีกหรอ หากมนุษย์ทุกคนสามารถเปิดใช้งานพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ได้อย่างสมบูรณ์ พวกเราก็จะกลายเป็นเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาล” แฮร์ริสพยักหน้าอย่างเร่งรีบ

ความฝันของแฮร์ริสเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ แต่น่าเสียดายที่เซี่ยเฟยไม่ได้รับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของความฝันนั้นเลย เหตุผลเดียวที่เขายังไม่สังหารชายชราคนนี้นั่นก็เพราะว่าแฮร์ริสยังมีประโยชน์กับบริษัทควอนตัม

บริษัทควอนตัมยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและพวกเขาก็ยังขาดแคลนทรัพยากรบุคคลที่มีพรสวรรค์ ท้ายที่สุดพวกเขาจะไม่สามารถเติบโตจนกลายเป็นบริษัทที่มีอิทธิพลได้เลย ถ้าหากว่าภายในบริษัทไม่มีพนักงานที่มีความสามารถมากพอ

ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้พูดอะไรแต่การดูถูกจากตระกูลของแอวริลก็ทำให้เซี่ยเฟยไม่สบายใจมาก เขาจึงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาฐานอำนาจของตัวเองและแฮร์ริสก็เป็นผู้เชี่ยวชาญที่ช่วยตอบสนองความต้องการของเขาได้

พื้นฐานปัจจุบันของบริษัทควอนตัมยังไม่แข็งแกร่งพอ มันจึงยังไม่สามารถดึงดูดเหล่าผู้มีพรสวรรค์ให้เข้าร่วมกับบริษัทได้ แต่แฮร์ริสคืออาชญากรซึ่งเป็นที่ต้องการตัวไปทั่วทั้งพันธมิตร ชายชราคนนี้จึงไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมกับบริษัทควอนตัม เพราะอย่างน้อยการได้ทำงานในบริษัทมันก็ทำให้เขาสามารถทำการทดลองต่อไปได้

“พรุ่งนี้เช้าฉันอยากกินโจ๊กกับไข่ตุ๋น” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะออกมาเบา ๆ

“คุณจะยอมปล่อยฉันไปแล้วใช่ไหม?” แฮร์ริสพูดขึ้นมาอย่างไม่แน่ใจ

“ฉันยอมรับข้อเสนอของแก แล้วฉันจะบอกเงื่อนไขของฉันในไม่ช้า” เซี่ยเฟยลุกยืนขึ้นก่อนจะเดินออกไปทางประตู

เมื่อได้รับเส้นทางที่ถูกต้องโทมาฮอว์กก็สามารถมุ่งหน้าตรงไปยังเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว

17 วันต่อมาในที่สุดเซี่ยเฟยก็สามารถเคลื่อนที่เข้าสู่เขตทุ่งดาวแห่งความตายได้อย่างเป็นทางการ

เมื่อระบบสตาร์เน็ตเวิร์กกลับมาทำงานแอวริลก็ส่งคำขอสื่อสารเข้ามาในทันที เนื่องจากเธอเป็นห่วงความปลอดภัยของเซี่ยเฟยมากเธอจึงยิงคำถามออกมาเป็นชุด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้รู้สึกรำคาญเขาจึงค่อย ๆ ตอบคำถามทีละคำถามอย่างใจเย็น

ท้ายที่สุดคำถามจากสาวน้อยคนนี้ก็คือความปรารถนาดี เซี่ยเฟยจึงไม่คิดที่จะรำคาญคำถามจากเธอคนนี้เลย

หลังจากสำนักวิหคสังหารถูกกวาดล้างออกจากนครหลวงแอวริลก็ได้กลับมาใช้ชีวิตเหมือนดังปกติอีกครั้ง เพียงแต่ว่าบอดี้การ์ดรอบ ๆ ตัวเธอมีจำนวนมากขึ้นกว่าเดิม ยิ่งไปกว่านั้นนิวแมนก็ได้ใช้เงินเป็นจำนวนมากเพื่อว่าจ้างอดีตจัสทิสระดับทองมาเป็นหัวหน้าบอดี้การ์ดเพื่อคอยรักษาความปลอดภัยให้กับหญิงสาว

อดีตจัสทิสระดับทองคนนี้เคยเป็นหัวหน้ากองกำลังรักษาความปลอดภัยภายในสมาพันธ์จัสทิสสาขาใหญ่มาก่อน เขาจึงมีประสบการณ์ในเรื่องการรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดีและช่วยยกระดับความปลอดภัยของแอวริลขึ้นไปอีกขั้น

แต่สิ่งที่เซี่ยเฟยไม่รู้นั่นก็คืออดีตจัสทิสระดับทองคนนี้ได้เข้าไปทำงานในคฤหาสน์ตระกูลเจี่ยนเพราะฝีมือของฉินหมาง

ชายชราเจ้าของห้องสมุดคนนี้เป็นเหมือนกับผีที่ไปโผล่อยู่ทุกที่ และถึงแม้ว่าภายในค่ายเขาจะดูเป็นชายชราที่ไม่โดดเด่น แต่ในความเป็นจริงเขากลับมีหูตาอยู่ทั่วทั้งจักรวาล

การรักษาความปลอดภัยที่คุมเข้มนั้นน่าเบื่อมากจนทำให้แอวริลแทบจะไม่สามารถออกไปจากห้องของเธอได้เลย

การถูกกักขังเอาไว้แบบนี้มันยิ่งทำให้ช่วงเวลาที่แอวริลไปพักผ่อนกับเซี่ยเฟยที่ทะเลเป็นช่วงเวลาที่ล้ำค่ามากยิ่งขึ้น สิ่งที่เธอรอคอยมากที่สุดจึงเป็นช่วงเวลาที่เธอได้พูดคุยกับเซี่ยเฟยอย่างไม่รู้ตัว

หลังจากวางสายเซี่ยเฟยก็ถอนหายใจออกมายาว ๆ

“เป็นอะไร นายขี้เกียจคุยกับแอวริลแล้วหรอ?” อันธถามขึ้นมาอย่างสับสน

“ไม่ใช่แบบนั้น ฉันแค่กำลังรู้สึกว่าแอวริลดูไม่ค่อยมีความสุข บางทีการได้เกิดในตระกูลใหญ่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีเสมอไปสินะ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

ถึงแม้ว่าใบหน้าของแอวริลจะเต็มไปด้วยความตื่นเต้น แต่ชายหนุ่มก็ยังคงมองเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความเหงาของเธออย่างชัดเจน ท้ายที่สุดเขาก็ต้องการที่จะให้หญิงสาวได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ แต่สถานะของเขายังไม่เอื้ออำนวยให้เธอได้ใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดาได้

อันธเม้มริมฝีปากเล็กน้อยแต่ไม่พูดอะไรออกมา เพราะสิ่งเหล่านี้ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้เว้นแต่ว่าแอวริลจะละทิ้งตัวตนของตัวเองเพื่อกลายมาเป็นผู้หญิงธรรมดา ๆ

แต่ตัวตนระดับเธอจะละทิ้งตัวเองง่าย ๆ ได้ยังไง?

หลังจากรวบรวมสติกลับมาได้อีกครั้ง เซี่ยเฟยก็เริ่มใช้คอมพิวเตอร์ของยานรบเพื่อทำการค้นหาข้อมูลทั้งหมดของแฮร์ริส

การที่ชายหนุ่มไม่สังหารชายชราคนนี้ไม่ได้หมายความว่าเขาเชื่อใจแฮร์ริสเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่ายังไงเซี่ยเฟยก็เป็นคนบ้าเขาจึงรู้ดีที่สุดว่าสำหรับคนบ้าสิ่งที่ยากที่สุดคือการยับยั้งชั่งใจ แต่ตอนนี้สถานการณ์ได้บีบบังคับให้เซี่ยเฟยต้องเก็บคนบ้าอย่างแฮร์ริสเอาไว้ใช้งาน

ชีวิตของแฮร์ริสเรียกได้ว่าเกือบจะสมบูรณ์แบบ เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะตั้งแต่ยังเด็ก และสามารถเข้าสู่สถาบันวิจัยของพันธมิตรได้ตั้งแต่อายุ 17 ปี จนได้กลายเป็นหัวหน้าทีมวิจัยพันธุกรรมตอนอายุ 21 ปี หลังจากนั้นเขาก็ได้ร่วมก่อตั้งศูนย์วิจัยพันธุกรรมของพันธมิตรเมื่ออายุ 26 ปีและกลายเป็นผู้อำนวยการของศูนย์วิจัยตั้งแต่อายุ 35 ปี

“ประวัติของแฮร์ริสมันจะดีเกินไปแล้ว นายแน่ใจใช่ไหมว่าจะปราบคนแบบนี้ได้” อันธถามขึ้นมาอย่างเป็นห่วง

ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนแฮร์ริสก็ถือว่าเป็นอัจฉริยะที่ยอดเยี่ยม ยิ่งไปกว่านั้นอัจฉริยะคนนี้ยังเป็นคนที่ดื้อรั้นสุด ๆ และไม่คิดที่จะยอมแพ้อะไรง่าย ๆ

“ในสามก๊กจูกัดเหลียงต้องใช้ความพยายามถึงเจ็ดครั้งถึงจะเอาชนะใจของเบ้งเฮ็กได้ แต่วิธีการของฉันไม่จำเป็นจะต้องซับซ้อนมากขนาดนั้น” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมาเบา ๆ

“นายจะใช้วิธีไหน?” อันธถามอย่างสับสน

เซี่ยเฟยไม่ตอบแต่เลือกที่จะหยิบสร้อยข้อมือสีเงินออกมาจากแหวนมิติ

“นายคิดจะใช้ไอ้นี่จริง ๆ หรอ?” อันธอดที่จะหัวเราะขึ้นมาไม่ได้หลังจากที่เขาได้เห็นคำอธิบายของสร้อยข้อมือเส้นนี้

“ในเมื่อเขาเป็นคนบ้า ฉันก็ต้องใช้กฎที่คนบ้าไม่มีทางฝ่าฝืนได้” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

ดาว DLC-113 เป็นดาวเคราะห์ที่ค่อนข้างแห้งแล้ง เพราะเมื่อมองจากยานอวกาศพื้นผิวของดาวเคราะห์ดวงนี้ก็เต็มไปด้วยพายุทรายสีเหลืองที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่

โทมาฮอว์กเลื่อนลงมาจอดบริเวณชานเมือง ๆ หนึ่งอย่างช้า ๆ แต่เนื่องจากเมืองนี้ไม่มีสนามบินเซี่ยเฟยจึงจำเป็นจะต้องจอดยานรบบนทะเลทราย

หลังจากที่ประตูยานได้ถูกเปิดออกชายหนุ่มก็ถูกปะทะด้วยลมทะเลทรายอย่างรุนแรง เขาจึงใช้ผ้าห่มห่อศีรษะจนเหลือเพียงแค่ดวงตา ก่อนที่จะเดินฝ่าพายุตรงไปยังบาร์เพื่อมองหาคนที่ชื่อว่าวินด์ไชม์

***************

จบบทที่ ตอนที่ 179: เดินทางถึงภูมิภาคดาวมฤตยู

คัดลอกลิงก์แล้ว