เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 171: อยู่ในห้องสองต่อสอง

ตอนที่ 171: อยู่ในห้องสองต่อสอง

ตอนที่ 171: อยู่ในห้องสองต่อสอง


ตอนที่ 171: อยู่ในห้องสองต่อสอง

หลังจากเซี่ยเฟยส่งเออเนสออกไปมันก็ทำให้เขาเริ่มกลับมารู้สึกผ่อนคลายอย่างแท้จริง การพยายามปฏิเสธข้อเสนอแบบนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเพียงแค่มูลค่าของบริษัทสตาร์ยูไนเต็ดก็ไม่สามารถที่จะประเมินได้ ซึ่งมันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องพูดถึงการมีโอกาสได้แต่งงานกับแอวริลเลย

“นายบ้าหรือเปล่าถึงกล้าปฏิเสธข้อเสนอแบบนั้น” อันธส่ายหัวให้กับความบ้าของเซี่ยเฟย

“แอวริลไม่ใช่สินค้า เธอไม่สมควรถูกนำเอามาไว้ในข้อเสนอ นอกจากนี้ข้อเสนอของเขายังมีข้อสงสัยอยู่มากจนเกินไป ถ้าหากว่านายเป็นเออเนสนายจะยอมมอบบริษัทของตระกูลให้กับคนแปลกหน้าที่เพิ่งเคยเจอกันครั้งแรกไหมล่ะ” เซี่ยเฟยจุดบุหรี่พร้อมกับตอบกลับไปอย่างใจเย็น

“ถึงแม้เออเนสจะพยายามบอกว่าตัวเองทำเพื่อตระกูล แต่ข้อเสนอแบบนี้มันก็ยังดูห่างไกลเกินกว่าความเป็นจริง ท้ายที่สุดตระกูลของพวกเขาก็คงอยู่มาอย่างยาวนาน มันไม่มีเหตุผลอะไรที่คนพวกนั้นจะยกทรัพย์สมบัติทั้งหมดมาให้กับนาย” อันธกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้วหลังจากที่เขาตั้งสติและได้มีเวลาคิดพิจารณา

“เรื่องนี้มันแปลกประหลาดมากเกินไป ถึงฉันจะคิดเหตุผลไม่ออกแต่ฉันก็พูดปฏิเสธไปก่อน เพราะท้ายที่สุดในสถานการณ์ตอนนี้การปฏิเสธข้อเสนอคือวิธีที่ปลอดภัยที่สุดแล้ว” เซี่ยเฟยกล่าว

อันธดูเหมือนจะเข้าใจแต่เขาก็เข้าใจสถานการณ์เพียงแค่ส่วนน้อย อันที่จริงมันก็ไม่ได้มีเพียงแต่เขาที่ไม่เข้าใจสถานการณ์ เพราะแม้แต่ตัวของเซี่ยเฟยเองก็ไม่เข้าใจเจตนาที่ซ่อนอยู่ของเออเนสด้วยเช่นกัน เพียงแต่เขาได้ตอบปฏิเสธกลับไปตามสัญชาตญาณเท่านั้น

“ถ้าอย่างนั้นนายก็ช่วยบอกทีว่าอีกวิธีที่ช่วยรักษาชื่อเสียงของตระกูลเจี่ยนเอาไว้ได้คืออะไร?” อันธเปลี่ยนเรื่องถาม

“ฆ่าแบ็ตตี้”

“ฆ่าแบ็ตตี้?!”

“ใช่ แบ็ตตี้ต้องตายเท่านั้นถึงจะช่วยลดผลกระทบในเรื่องนี้ได้ อย่าลืมว่าเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่เรา ถึงแม้ว่าฉันจะไม่ได้ออกมาพูดอะไรแต่ฉันไม่มีสิทธิ์เข้าไปห้ามพี่น้องตระกูลหลิงแน่นอน พี่น้องตระกูลหลิงเกลียดแบ็ตตี้มากแค่ไหนนายก็เห็น อีกไม่นานเรื่องนี้จะต้องถูกรายงานเข้าไปยังสมาพันธ์จัสทิสแน่ ๆ จากนั้นทุกคนที่มีความเกี่ยวข้องกับสถานที่อุบาทว์นั้นก็จะเริ่มถูกถอนรากถอนโคน”

“ถ้าแบ็ตตี้ตายเรื่องนี้มันก็จะกลายเป็นเพียงแค่เรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวข้องกับวงศ์ตระกูล นายลองคิดดูสิถ้าหากว่าแบ็ตตี้ต้องขึ้นศาลมันจะมีคนออกมาเรียกร้องหาความรับผิดชอบจากตระกูลเจี่ยนมากแค่ไหน”

หลังจากพูดจบเขาก็ยืนขึ้นและเดินออกจากประตู ขณะที่อันธก็พยักหน้าซ้ำ ๆ ก่อนที่จะพูดขึ้นมาว่า

“นั่นก็จริง ถ้าหากคนก่อเรื่องตายทุกอย่างมันก็จบ หากมองจากมุมของตระกูลเจี่ยนเรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นวิธีการที่ทำให้ตระกูลสูญเสียน้อยที่สุด แต่นายคิดว่าเออเนสจะฆ่าลูกตัวเองได้จริง ๆ หรอ?”

“ตอนที่เขาเดินออกไปมันดูเหมือนกับเขาจะแก่ลงไปอีก 10 ปีเห็นได้ชัดว่าสิ่งที่เขาเลือกไม่ใช่แบ็ตตี้แต่เป็นการพยายามรักษาวงศ์ตระกูลของพวกเขาไว้ ในช่วงเวลาสำคัญเขาสามารถทิ้งลูกชายได้ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องที่คนธรรมดาจะสามารถตัดสินใจได้อย่างแน่นอน” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“พูดตามตรงนะถ้าไม่ใช่เพราะแอวริล แบ็ตตี้น่าจะตายไปแล้วด้วยซ้ำ ฉันรู้สึกว่าตัวเองตกต่ำมากที่ต้องมารู้จักกับคนแบบนี้”

ในทางเดินที่ว่างเปล่าเหลือผางไห่อยู่เพียงแค่คนเดียว เนื่องจากแอวริลกับเออเนสออกไปที่ร้านอาหารแล้วบอดี้การ์ดทั้งหมดจึงตามไปอารักขาพวกเขา

“นายท่านใหญ่กับคุณหนูรอคุณอยู่ที่ร้านอาหารแล้วครับ” ผางไห่กล่าว

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับเล็กน้อย ถึงแม้เขาจะไม่ได้รู้สึกดีกับชายชราคนนี้แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกเกลียดผางไห่เช่นเดียวกัน เหตุผลที่ชายชราปกป้องแบ็ตตี้มาจากความภักดี ซึ่งเป็นสิ่งที่เซี่ยเฟยรู้สึกชื่นชมมาโดยตลอด นอกจากนี้ผางไห่ก็กำลังจะเกษียณชายหนุ่มจึงไม่ต้องการที่จะเข้าไปยุ่งอะไร

“ขอแสดงความยินดีด้วย นายท่านใหญ่ชื่นชมคุณเอาไว้มาก” ผางไห่กระซิบ

“จริงหรอครับ?” เซี่ยเฟยรู้สึกตกตะลึงเล็กน้อย เพราะท้ายที่สุดเขาพึ่งจะทำการเสนอให้เออเนสสังหารลูกชายของตัวเอง แต่ชายชราคนนั้นกลับชื่นชมเขาให้พ่อบ้านฟัง

เขากินอะไรผิดแปลกเข้าไปหรือเปล่า?

“ผมเคยบอกคุณแล้วว่าตระกูลเจี่ยนอยู่ในโลกที่แตกต่างจากคุณโดยสิ้นเชิง ถ้าหากว่าในวันนี้คุณยอมปล่อยแบ็ตตี้ไปเพราะเห็นแก่ทรัพย์สิน ผมรับรองได้เลยว่าคุณจะไม่มีวันได้กลับมาเหยียบพื้นที่ของตระกูลเจี่ยนอีกเป็นครั้งที่ 2 แต่ความจริงกลับกลายเป็นว่าไม่เพียงแต่คุณจะปฏิเสธข้อเสนอของนายท่านใหญ่เท่านั้น แต่คุณยังเสนอให้สังหารแบ็ตตี้เพื่อรักษาชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลอีกด้วย นายท่านจึงรู้สึกชื่นชมในตัวของคุณจริง ๆ” ผางไห่กล่าวพร้อมกับฝืนยิ้ม

“ผมต้องการให้เขาฆ่าลูกชายตัวเอง แต่เขากลับชื่นชมผมเนี่ยนะ?!” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ผมรู้ว่าคุณไม่เข้าใจแต่คุณต้องจำไว้ว่าเหตุผลที่ตระกูลเจี่ยนเติบโตขึ้นมาอย่างยิ่งใหญ่ได้ขนาดนี้ นั่นก็เพราะพวกเขามักจะเลือกเส้นทางที่ถูกต้องทุกครั้งเมื่อมันได้เกิดวิกฤติกับตระกูล”

“นี่คือวิถีชีวิตของชนชั้นสูง ผมหวังว่าคุณจะค่อย ๆ เริ่มรู้สึกคุ้นชินวิถีชีวิตพวกนี้เมื่อเวลาผ่านไป” ผางไห่กล่าวพร้อมกับหรี่ตาลงเล็กน้อย

มื้ออาหารเย็นผ่านไปอย่างน่าเบื่อเนื่องจากเออเนสกำลังทำใจเรื่องที่ต้องจัดการกับลูกชาย ขณะที่เซี่ยเฟยกำลังคิดถึงสิ่งที่ผางไห่พูดไว้ในก่อนหน้านี้ มันจึงแทบที่จะไม่มีใครพูดอะไรตลอดมื้ออาหาร

แอวริลผู้น่าสงสารไม่รู้ว่าเธอควรจะต้องทำตัวอย่างไร เพราะเธอก็อยากทำให้คุณปู่มีความสุขแต่ก็กังวลว่ามันจะทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกเศร้าไปในเวลาเดียวกัน มันจึงทำให้แม้แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาเหมือนกัน

ในที่สุดอาหารมื้อค่ำที่น่าหดหู่ก็จบลงเออเนสกับผางไห่จึงบอกลาโดยบอกว่าพวกเขาจะกลับไปยังสถานที่อันเงียบสงบ ก่อนจากไปเออเนสมองมาที่เซี่ยเฟยราวกับว่าเขาต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจไม่ได้พูดอะไรออกไป

หลังจากส่งเออเนสเรียบร้อยแล้วเซี่ยเฟยกับแอวริลก็กลับไปยังชั้นที่ห้องของพวกเขาอยู่ติดกัน แต่ชายหนุ่มไม่ได้กลับเข้าไปในห้องของตัวเองแต่เดินเข้าไปในห้องของแอวริลและเปิดประตูอย่างเบามือ

“คืนนี้ขอนอนที่นี่นะ” เซี่ยเฟยพูดเบา ๆ

“ถ้านายนอนห้องนี้แล้วฉันนอนห้องไหนล่ะ?” แอวริลถามด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ

“เธอก็นอนด้วยกันไง” แอวริลชะงักไปชั่วขณะก่อนที่ใบหน้าของเธอจะเปลี่ยนเป็นสีแดงสด

เธอไม่เคยคิดเลยว่าเซี่ยเฟยจะใจกล้าถึงขนาดขอนอนห้องเดียวกับเธอ การที่ชายหญิงอยู่ด้วยกันสองต่อสองภายในห้องแม้แต่คนโง่ก็จินตนาการได้ไม่ยากว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น

ขณะเดียวกันถึงแม้ว่าแอวริลจะเป็นเด็กสาวบริสุทธิ์ แต่เธอก็พอรู้เรื่องระหว่างชายหญิงอยู่บ้าง

“หรือว่าเขาอยากจะ…” เมื่อคิดถึงเรื่องนี้หญิงสาวก็รู้สึกเขินอายมากขึ้นเรื่อย ๆ เธอจึงก้มศีรษะลงแล้วเดินเข้าไปภายในห้องพร้อมกับหัวใจที่เต้นแรง

เซี่ยเฟยส่งยิ้มให้ผางชิงที่กำลังตกตะลึงอยู่ตรงประตู จากนั้นเขาก็เดินเข้าห้องและปิดประตูลง

แกร๊ก!

เสียงล็อกประตูดังขึ้นดึงสติของพวกบอดี้การ์ด

“ไอ้เวร!”

“ไอ้ชั่ว!”

“ไอ้คนฉวยโอกาส!”

บอดี้การ์ดบนทางเดินต่างก็ไม่สามารถระงับความโกรธได้อีกต่อไป พวกเขาจึงเริ่มด่าทออย่างเกรี้ยวกราด เพราะทุกคนกำลังคิดว่าคุณหนูที่งดงามของพวกเขาคงจะต้องพลีกายให้เซี่ยเฟยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในความคิดของเหล่าบอดี้การ์ดแอวริลเป็นเหมือนกับสาวน้อยผู้บริสุทธิ์ที่เปล่งประกายจากระยะไกล แต่เซี่ยเฟยกลับได้ครอบครองสาวงามคนนี้มันจึงทำให้หัวใจของพวกเขารู้สึกถึงความไม่ยุติธรรม

โดยเฉพาะท่าทางที่เซี่ยเฟยเชิญชวนแอวริลเข้ามาในห้องราวกับว่าเขาเป็นคนคุมเกม มันจึงทำให้ความโกรธของเหล่าบอดี้การ์ดที่มีต่อเซี่ยเฟยพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

หลังจากปิดประตูเซี่ยเฟยก็เดินไปปิดม่านทำให้ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความมืดทันที หากชายหญิงได้อยู่กันสองต่อสองภายในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ มันย่อมทำให้ผู้คนที่อยู่ด้านนอกจินตนาการเรื่องภายในห้องไปต่าง ๆ นานา

ขณะเดียวกันเซี่ยเฟยก็เดินขึ้นไปนอนบนเตียงพร้อมกับจ้องมองขึ้นไปบนเพดานราวกับว่าเขากำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ส่วนทางด้านของแอวริลก็กำลังเดินไปเดินมาอย่างกระวนกระวายโดยไม่รู้ว่าเธอควรจะต้องทำอะไรต่อไปดี

‘เขานอนอยู่บนเตียงของฉัน! เขาจะทำอะไร? เขากำลังรอฉันอยู่หรือเปล่า?’

“ฉัน... ฉันขอไปอาบน้ำก่อนนะ” แอวริลพูดขึ้นมาเสียงเบาหลังจากลังเลอยู่นาน

“อือ” เซี่ยเฟยตอบกลับอย่างเรียบง่าย

หญิงสาวรีบเข้าไปซ่อนตัวในห้องน้ำและแอบดูชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียง ก่อนที่เธอจะค่อย ๆ ปิดประตูลงไป

“นี่ฉันกำลังคิดอะไรอยู่เนี่ย” แอวริลซ่อนตัวอยู่หลังประตูด้วยใบหน้าที่ร้อนผ่าว

จากนั้นเธอก็รีบทำความสะอาดร่างกายและเดินมาหวีผมอยู่หน้ากระจกครั้งแล้วครั้งเล่าพร้อมกับยืนเหม่อจินตนาการถึงเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้น

“วันนี้จริง ๆ หรอ... ฉันยังไม่พร้อมเลยนะ”

“แต่การได้อยู่กับเซี่ยเฟยมันก็น่าจะเป็นเรื่องดีใช่ไหม”

“ถ้าฉันเดินออกจากห้องน้ำไป ฉันควรจะต้องพูดว่าอะไรดี”

หัวใจของหญิงสาวกำลังเป็นเหมือนสภาพอากาศในเดือนมิถุนายนที่สามารถแปรปรวนได้ตลอดเวลา โดยเธอทั้งรู้สึกกระวนกระวายและตั้งตารอสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันจนทำให้แม้แต่ตัวของเธอก็ยังไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเอง

“เธอโอเคไหม?” เซี่ยเฟยถามขณะเคาะประตู

“อย่านะ! อย่าเข้ามา” แอวริลตะโกนขึ้นไปอย่างประหม่าหลังจากได้ยินเสียงของเซี่ยเฟยอย่างกะทันหัน

“ฉัน... ฉันไม่เป็นไร” หญิงสาวใช้มือกุมหน้าอกของตัวเองเอาไว้พร้อมกับความกล้าที่แตกกระเจิงหลังจากที่ตกใจเสียงของชายหนุ่ม

แอวริลต้องใช้เวลาทำใจอยู่นานกว่าที่เธอจะสงบสติอารมณ์ได้อีกครั้ง เธอจึงเปิดประตูห้องน้ำและเดินไปที่ประตูอย่างเอียงอายโดยใช้มือเล็ก ๆ ทั้งสองข้างถูมุมชุดนอนอยู่ตลอดเวลา

ในเวลาเดียวกันเซี่ยเฟยก็ลุกขึ้นจากเตียงและเดินเข้าไปหาหญิงสาว

‘เขากำลังมาแล้ว!’ หัวใจของแอวริลกำลังเต้นระรัว เธอจึงก้มหน้าหลับตาเตรียมรับสิ่งที่จะตามมา

เซี่ยเฟยลูบศีรษะแอวริลเบา ๆ พร้อมกับกอดเอวของเธอไว้

“เดี๋ยว…เดี๋ยวก่อน!” หญิงสาวพูดออกไปด้วยใบหน้าอันร้อนผ่าวแล้วเธอก็ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงพูดคำพวกนั้นออกไป

“ไปรอบนเตียงก่อน ฉันขออาบน้ำแป๊บนึง” เซี่ยเฟยกล่าวหลังจากชะงักไปเล็กน้อย

ตึก! ตึก! ตึก! คลุก! คลุก! คลุก!

หญิงสาวรีบสลัดตัวออกจากชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว จากนั้นเธอก็วิ่งขึ้นไปบนเตียงแล้วใช้ผ้าห่มพันตัวเองจนกลายเป็นดักแด้

ไม่นานมันก็มีเสียงน้ำไหลดังขึ้นมาจากในห้องน้ำ แต่เซี่ยเฟยอาบน้ำเร็วกว่าแอวริลมากมันจึงทำให้ในเวลาเพียงแค่ 2 นาทีชายหนุ่มก็ปรากฏตัวในห้องอีกครั้ง

“เขามาแล้ว! เขากำลังมาแล้ว!” แอวริลพึมพำอย่างประหม่าขณะขดตัวอยู่ในผ้าห่ม

1 นาทีผ่านไป ไม่มีอะไรเกิดขึ้น!

3 นาทีผ่านไป เซี่ยเฟยก็ยังไม่ทำอะไร!

10 นาทีผ่านไป ในที่สุดแอวริลก็ทนไม่ไหวเธอจึงยื่นหัวออกมาจากผ้าห่มด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ภาพที่หญิงสาวเห็นกลับกลายเป็นเซี่ยเฟยนอนราบอยู่บนพรม โดยใช้เสื้อผ้ารองหัวแทนหมอนและนอนหลับอย่างสงบ

“ฮึ่ม!”

หญิงสาวส่งเสียงในลำคออย่างผิดหวังก่อนที่เธอจะถอยกลับไปบนเตียงและเริ่มพึมพำกับตัวเองเบา ๆ

“ไอ้คนผีทะเล! นายแกล้งฉันใช่ไหม!!”

ไม่รู้ว่าเวลาได้ผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ในที่สุดแอวริลก็ผล็อยหลับไปอย่างเหนื่อยล้า ถึงแม้ว่าวันนี้เธอจะไม่ได้ทำอะไรเลยแต่เธอกลับรู้สึกเหนื่อยมากกว่าทุกวัน

เมื่อเวลาได้ล่วงเลยไปจนถึงเช้ามืดเซี่ยเฟยก็ลืมตาตื่นขึ้นจากนิทรา จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นยืนเบา ๆ แล้วเดินไปซ่อนตัวอยู่หลังผ้าม่านเพื่อคอยสังเกตแสงอันริบหรี่เหมือนหิ่งห้อยที่กำลังส่งสัญญาณอยู่ในระยะไกล

***************

โถ่! ใครลุ้นเหมือนกันบ้าง ยกมือเลย (☼Д☼)//

จบบทที่ ตอนที่ 171: อยู่ในห้องสองต่อสอง

คัดลอกลิงก์แล้ว