เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 168: เงามืดปริศนาในทะเลสาบ

ตอนที่ 168: เงามืดปริศนาในทะเลสาบ

ตอนที่ 168: เงามืดปริศนาในทะเลสาบ


ตอนที่ 168: เงามืดปริศนาในทะเลสาบ

ไม่มีความเคลื่อนไหวพิเศษจากทะเลสาบแบล็ควอเตอร์เป็นเวลากว่า 2 วันแล้ว แบ็ตตี้ยังคงไปคฤหาสน์แบล็ควอเตอร์ทุกวันหลังเลิกงาน แล้วก็ไม่ได้เดินทางไปที่บลิสคลับแห่งนั้นในช่วงสองวันนี้

ทีมที่ 2 ที่ทูรามส่งมาได้เข้าประจำตำแหน่งแล้ว ส่วนพี่น้องตระกูลหลิงทั้งสามคนก็ปฏิบัติงานครบทั้งทีมแล้วเหมือนกัน

หลิงเฟิงได้พักผ่อนอยู่เพียงแค่คืนเดียวก่อนที่จะกลับไปช่วยงานพี่น้องของเขาทั้งสองคน เพราะท้ายที่สุดพวกเขาจะสามารถแสดงความแข็งแกร่งได้สูงสุดก็ต่อเมื่อพวกเขาอยู่รวมกันสามคนเท่านั้น

ปัจจุบันเซี่ยเฟยมีนักสู้ที่แข็งแกร่งคอยสนับสนุนอยู่ถึงเจ็ดคน ซึ่งนักสู้ทุกคนต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นทหารผ่านศึกที่สามารถร่วมมือกันได้เป็นอย่างดี เมื่อรวมกับกองกำลังของผางชิงมันจึงทำให้ความแข็งแกร่งของพวกเขาอยู่ในระดับที่ไม่เลว และตราบใดก็ตามที่พวกเขาพบเบาะแสพวกเขาจะสามารถเริ่มลงมือได้ทันที

แอวริลเคาะประตูห้องของเซี่ยเฟยพร้อมถ้วยน้ำชาภายในมือ ช่วงสองวันที่ผ่านมานี้ชายหนุ่มเก็บตัวอยู่แต่ภายในห้องเพื่อศึกษารายละเอียดชีวิตประจำวันของแบ็ตตี้ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา

“เข้ามาเลย” เซี่ยเฟยหันไปพูดทางประตูพร้อมกับปิดไมโครคอมพิวเตอร์

แอวริลเดินเข้าห้องมาพร้อมกับถาดน้ำชาภายในมือ ก่อนที่เธอจะได้เห็นบ้านที่ปิดทึบและกลิ่นควันบุหรี่ที่ตลบอบอวลอยู่ภายในห้อง มันจึงทำให้เธอสำลักควันออกมาในทันทีที่เปิดประตู

เซี่ยเฟยรีบพุ่งตัวออกมาคว้าถาดน้ำชาเอาไว้และเดินพาแอวริลกลับไปที่ทางเดิน

“ขอโทษด้วย กลิ่นควันมันแรงไปหน่อย” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับตบหลังแอวริลเบา ๆ

“ไม่เป็นไร ฉันเห็นว่านายกำลังยุ่งอยู่ฉันเลยต้มน้ำชามาให้ พวกเราไปทานอาหารเย็นด้วยกันไหม?” แอวริลสำลักควันจนน้ำตาไหลแต่เธอก็ไม่ได้ถือโทษโกรธชายหนุ่มหรือว่าอะไรออกมา

“ขอโทษด้วยนะ แต่ช่วงนี้ฉันค่อนข้างยุ่ง” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

แอวริลฝืนยิ้มรับแต่ภายในแววตาของเธอกลับเต็มไปด้วยความเหงา ทุกวันนี้เซี่ยเฟยดูเย็นชากว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัดและขังตัวเองเอาไว้ในห้องอยู่ทุกวัน บางครั้งที่เธอเข้ามาทักทายเขาก็จะพูดตอบกลับไปแบบห้วน ๆ คล้ายกับว่าเขาไม่ได้สนใจในตัวของเธอแล้ว

ผู้หญิงทุกคนชอบผู้ชายที่ดูแลและเอาใจใส่ การกระทำของเซี่ยเฟยจึงทำให้เธอเริ่มรู้สึกไม่สบายใจทั้ง ๆ ที่ในตอนนี้อยู่ในช่วงเริ่มต้นของความสัมพันธ์ เธอจึงหวังให้ชายหนุ่มคอยอยู่เคียงข้างเธอตลอดเวลา แต่เขากลับมีงานรัดตัวมากจนเธอกังวลว่าเขาจะลืมตัวตนของเธอไปแล้ว

แต่เธอก็เห็นด้วยตาตัวเองว่าเซี่ยเฟยกำลังยุ่งอยู่จริง ๆ แล้วเธอยังรู้สึกได้ถึงความปลอดภัยที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนจากผู้ชายที่มีอายุมากกว่าเธอไปเพียงแค่ไม่กี่ปี และความรู้สึกนี้ก็เป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยสัมผัสแม้แต่จากบุคคลในครอบครัวของตัวเอง

“ถ้าอย่างนั้นนายก็กลับไปทำธุระให้เสร็จเถอะ ฉันจะรอ” แอวริลพูดอย่างเกรงใจ

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับก่อนที่จะหันกลับเข้าไปภายในห้องโดยไม่พูดอะไร

แอวริลถอนหายใจเดินก้มหน้ากลับไปที่ห้อง ซึ่งภาพนี้เป็นภาพที่บอดี้การ์ดทุกคนบนทางเดินมองเห็นได้อย่างชัดเจน พวกเขาจึงรู้สึกอยากจะวิ่งเข้าไปบีบคอเซี่ยเฟยให้ตาย

“เจ้าเด็กนั่นน่าหมั่นไส้มากจนเกินไปแล้ว มันกล้าดียังไงถึงมาเมินใส่คุณหนู!”

“ใช่! เขากับคุณหนูเป็นแค่ดอกฟ้ากับหมาวัด เขามีสิทธิ์อะไรถึงมาทำแบบนี้”

เมื่อแอวริลกลับเข้าไปภายในห้องพวกบอดี้การ์ดก็เริ่มซุบซิบอย่างไม่พอใจในการกระทำของเซี่ยเฟย

“หุบปาก!” ผางชิงหันไปตวาดใส่ลูกน้องอย่างเย็นชาจนทำให้บอดี้การ์ดทุกคนตัวสั่นขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว

บอดี้การ์ดหัวโล้นกัดฟันยืนเฝ้าทางเดินนิ่ง ๆ ต่อไป เพราะท้ายที่สุดเขาก็รู้ดีกว่าใครว่าเซี่ยเฟยกำลังพยายามอย่างหนักขนาดไหนเพื่อความปลอดภัยของแอวริล

“ไม่เห็นมีอะไรน่าสงสัยตรงไหนเลย” เซี่ยเฟยจุดบุหรี่พร้อมกับทิ้งตัวลงบนโซฟาปล่อยให้ตัวเองนั่งอยู่ท่ามกลางควันขาว

“บางทีพวกเราอาจจะเข้าใจแบ็ตตี้ผิดไปจริง ๆ” อันธกล่าวพร้อมทำหน้ามุ่ย

“ถึงแม้ว่าหลักฐานทั้งหมดจะเข้าข้างแบ็ตตี้แต่สัญชาตญาณของฉันบอกว่าห้ามปล่อยคนคนนี้ไปอย่างเด็ดขาด เขาคือคนที่น่าสงสัยมากที่สุด เป็นไปได้ไหมที่มันจะมีตัวแปรอะไรที่พวกเราเผลอมองข้ามไป” เซี่ยเฟยพูดวิเคราะห์พร้อมกับเดินไปเดินมาภายในห้อง

หลักฐานที่ผางไห่ให้กับเซี่ยเฟยเป็นหลักฐานที่มีความน่าเชื่อถือสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นคลิปวิดีโอ, กล้องวงจรปิด, บันทึกการสนทนารวมถึงรายงานของผู้รับผิดชอบในการติดตาม เมื่อรวมหลักฐานทุกชิ้นเข้าด้วยกันแล้วข้อมูลพวกนี้ก็เป็นข้อมูลจริงอย่างไม่ต้องสงสัยเลย

นับตั้งแต่ตอนที่ผางไห่รู้ว่าเซี่ยเฟยกำลังแอบสะกดรอยแบ็ตตี้จนถึงตอนที่ชายชรามาหาเขาพร้อมกับหลักฐาน มันเป็นเวลาที่ห่างกันเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง แต่ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้นผางไห่กลับสามารถรวบรวมหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของแบ็ตตี้ได้อย่างไร้ที่ติ

“เป็นไปได้ไหมว่าการเก็บข้อมูลของพวกเราจะมีอะไรผิดพลาด?” อันธกล่าว

เซี่ยเฟยหลับตานอนคิดอยู่บนโซฟาโดยไม่พูดอะไร แต่ภายในหัวของเขากำลังฉายภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ เหมือนภาพยนตร์เพื่อพยายามพิจารณาเงื่อนงำทั้งหมดใหม่อีกครั้ง

ชายหนุ่มได้ทำการตรวจสอบหลักฐานทั้งหมดอย่างรอบคอบแล้ว ซึ่งถ้าหากว่าแบ็ตตี้ไม่ใช่ผู้ลงมือจริง ๆ เขาก็ไม่รู้จะต้องเดินไปทางไหน

ตอนนี้เซี่ยเฟยตัดชื่อแบ็ตตี้ทิ้งไปและเริ่มทำการพิจารณาเบาะแสเก่า ๆ ภายในใจใหม่อีกครั้ง

“ใช่แล้ว! ถ้าแอวริลตายคนที่ได้ประโยชน์ไม่ได้มีแค่แบ็ตตี้ แต่มันยังมีคนอื่นด้วย!” เซี่ยเฟยส่งเสียงอุทานพร้อมกับกระโดดขึ้นมาจากโซฟาด้วยความตื่นเต้น

“นายคิดอะไรได้ รีบพูดออกมาเร็ว ๆ เข้า” อันธถาม

เซี่ยเฟยไม่เลือกที่จะตอบคำถามแต่รีบทำการติดต่อไปยังหลิงเซียวที่ยังคงจับตาดูแบ็ตตี้อยู่

“น้องเฟยมีอะไรหรือเปล่า?” หลิงเซียวถามขึ้นมาจากบนหน้าจอ ซึ่งใต้ดวงตาของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำอย่างเห็นได้ชัดแสดงว่าช่วงนี้ไม่ได้มีแค่เซี่ยเฟยคนเดียวที่ไม่ได้นอน

“มีอะไรน่าสงสัยไหมครับ?” เซี่ยเฟยถาม

“ไม่มีอะไรเลย ทุกอย่างยังปกติดี” หลิงเซียวส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้

“พี่ใหญ่ขอให้คนอื่นมาจับตาดูแบ็ตตี้แทนพี่ได้ไหม? พวกเรามีเรื่องสำคัญกว่าจะต้องไปทำ” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“มีอะไรหรือเปล่า? ไอ้สารเลวนี่เป็นคนที่น่าสงสัยที่สุดแล้วนะ เราจะปล่อยมันไปไม่ได้เด็ดขาด!” หลิงเซียวกล่าว

เขารู้สึกขยะแขยงกับการกระทำของแบ็ตตี้ที่ใช้ความทรมานของคนอื่นเพื่อสร้างความสนุกให้กับตัวเอง มันจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาตั้งใจจะจับตาดูชายคนนี้ด้วยตาของตัวเอง

“ผมรู้ว่าพี่เกลียดแบ็ตตี้มากอันที่จริงผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่พวกเราต้องอย่าปล่อยให้ความโกรธมาบังตา มันยังมีคนอื่นที่น่าสงสัยมากกว่าแบ็ตตี้” เซี่ยเฟยพยายามพูดอย่างใจเย็น

หลิงเซียวพยายามสงบสติอารมณ์ เพราะท้ายที่สุดสิ่งที่เซี่ยเฟยพูดออกมามันก็เป็นเรื่องจริง มันยังมีคนอื่นอยู่รอบ ๆ ตัวแบ็ตตี้อีกหลายคนแต่เขายังไม่ได้เริ่มทำการสืบสวนคนพวกนั้นเลย หากคนร้ายอยู่ท่ามกลางคนพวกนี้จริง ๆ คนร้ายคนนั้นอาจจะใช้โอกาสนี้ในการวางแผนจู่โจมเข้าใส่แอวริลอีกครั้ง

“ผมคิดว่าแผนการสืบสวนของพวกเราในก่อนหน้านี้มันผิดพลาดเกือบทั้งหมด” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยสีหน้าที่เศร้าหมอง

ณ ช่วงเวลาเช้า บริเวณคฤหาสน์แบล็ควอเตอร์

ขณะนี้แบ็ตตี้ได้แต่งตัวเต็มยศเตรียมออกจากบ้านด้วยรถเข็นลอย ขณะที่โจวหยูฉิงเดินถือกระเป๋าเอกสารไปส่งที่รถ

รถของแบ็ตตี้ได้รับการดัดแปลงพิเศษให้มีประตูกว้างมากกว่ารถรุ่นปกติ และได้นำเบาะด้านหลังแถวหนึ่งออกไปเพื่อให้รถเข็นสามารถเคลื่อนที่เข้าไปในรถได้อย่างง่ายดาย

“เดี๋ยวฉันจะไปซื้อปลากับกุ้งที่ท่าเรือริมทะเลสาบ เย็นนี้คุณจะกลับมาทานอาหารที่บ้านไหมคะ?” โจวหยูฉิงส่งกระเป๋าเอกสารให้แบ็ตตี้และถามขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

“กุ้งจากทะเลสาบแบล็ควอเตอร์ขึ้นชื่อมาก เธอซื้อมาเยอะหน่อยก็แล้วกัน คืนนี้พวกเราจะได้ฉลองกัน” แบ็ตตี้ตอบกลับไป

หลังจากนั้นโจวหยูฉิงก็เฝ้าดูสามีออกไปด้วยรอยยิ้ม แต่เธอไม่ได้กลับเข้าไปในห้องทันทีแต่ยืนอยู่ที่สวนและมองไปยังถนนสายเล็ก ๆ ในระยะไกล

ในเวลาไม่นานรถขนสินค้าขนาดเล็กก็ขับตามรถของแบ็ตตี้เข้าไปภายในเมือง ซึ่งแน่นอนว่ารถคันนี้คือรถของพี่น้องตระกูลหลิง โจวหยูฉิงจึงเผยรอยยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ

จากนั้นหญิงสาวก็เดินเข้าไปในห้องนอนของลูกชาย โดยที่ปาล์มกำลังนอนอยู่บนเตียงและมีน้ำลายเลอะเปื้อนเต็มหมอน

เมื่อเห็นมารดาเดินเข้ามาภายในห้องปาล์มก็เผยรอยยิ้มออกมาโง่ ๆ แต่โจวหยูฉิงก็เดินออกจากห้องไปในทันทีพร้อมกับปิดประตูด้วยท่าทางอันเฉยเมยและล็อกประตูจากด้านนอกด้วยแม่กุญแจ

เธอดูจะไม่สนใจปาล์มเลยด้วยซ้ำทั้ง ๆ ที่เขาก็ยังไม่ได้รับประทานอาหารเช้าเลย

โจวหยูฉิงจัดแจงสวมใส่ชุดแม่บ้าน, สวมหมวกและแว่นกันแดด จากนั้นเธอก็นำตะกร้ามาคล้องไว้ที่แขนก่อนจะเปิดประตูหลังคฤหาสน์เพื่อเดินลงไปยังทะเลสาบแบล็ควอเตอร์

คฤหาสน์ทุกหลังถูกสร้างอยู่ตรงบริเวณริมทะเลสาบและมีท่าเรือเล็ก ๆ อยู่ด้านหลัง โดยที่ท่าเรือนี้มีเรือลอยขนาดเล็กจอดให้บริการ ทำให้เจ้าของบ้านสามารถออกไปตกปลาในทะเลสาบได้ทุกเมื่อ

หลังจากทำการปลดสายคล้องเรือโจวหยูฉิงก็ขับเรือมุ่งหน้าตรงไปยังท่าเรือที่อยู่อีกฟากด้วยความรวดเร็ว ซึ่งในบริเวณนั้นเป็นตลาดปลาที่ชาวประมงจะนำมาขายในทุก ๆ เช้าอยู่เป็นประจำ

แม่บ้านในคฤหาสน์ริมทะเลสาบจะเดินทางไปตลาดปลาเป็นประจำอยู่แล้ว นอกจากนี้โจวหยูฉิงยังสวมใส่ชุดธรรมดา ๆ และเรือที่เธอขับก็เป็นเรือที่สามารถพบเห็นได้โดยทั่วไป ดังนั้นการปรากฏตัวของเธอจึงไม่ใช่เรื่องที่สะดุดตาใครเลย

เรือของเหล่าแม่บ้านที่กำลังขับไปยังตลาดปลาเป็นเรือที่ขับช้ามาก เพราะพวกเธอต้องการจะใช้ช่วงเวลานี้ในการชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของทะเลสาบ นอกจากนี้เรือยังสามารถขับเคลื่อนได้เองตามระบบนำทางอัตโนมัติ หญิงสาวจึงวางตะกร้าของเธอลงและนั่งที่ด้านข้างของเรือ จากนั้นเธอก็วางมือข้างหนึ่งลงไปในน้ำและใช้นิ้วแกว่งลงไปในทะเลสาบน้ำใส

หากไม่เข้าไปดูใกล้ ๆ มันจะไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่านิ้วของโจวหยูฉิงสั่นไหวในน้ำเป็นจังหวะด้วยความรวดเร็วทั้ง ๆ ที่โดยปกติผิวน้ำจะมีแรงต้านเสมอ และมันก็แทบที่จะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยที่คนธรรมดาจะสามารถขยับนิ้วในน้ำได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้

ทันใดนั้นเองร่างสีดำที่ซ่อนตัวอยู่ในทะเลสาบก็กำลังมุ่งหน้าเข้าหาเรือของหญิงสาวอย่างเงียบ ๆ

***************

นี่สินะตัวการที่แท้จริง? หรือซ้อนแผนอีกแล้ว?

จบบทที่ ตอนที่ 168: เงามืดปริศนาในทะเลสาบ

คัดลอกลิงก์แล้ว