- หน้าแรก
- ทะลุมิติเป็นคุณพ่อลูกอ่อนในต้าถัง
- บทที่ 315 - ท่านลุงหกจอมโอละพ่อ
บทที่ 315 - ท่านลุงหกจอมโอละพ่อ
บทที่ 315 - ท่านลุงหกจอมโอละพ่อ
บทที่ 315 - ท่านลุงหกจอมโอละพ่อ
เห็นสีหน้าไม่เชื่อถือของทุกคน ซวนซวนน้อยก็ยื่นปากเล็กๆ เชิดหน้าอย่างหยิ่งผยอง ก้าวเท้าเดินอาดๆ ออกมายืนข้างหน้า ชูนิ้วเล็กๆ ชี้กราดไปทั่ว ถามด้วยเสียงเล็กๆ ใสๆ ว่า "พวกท่านเตรียมตัวร้องไห้ขี้มูกโป่งหรือยัง? ใครจะเริ่มก่อน?"
ฮ่า... ทั้งห้องระเบิดเสียงหัวเราะลั่น เด็กคนนี้น่ารักเกินไปแล้ว ใครสอนมาเนี่ย? ยังไม่ทันเริ่มเดินหมาก ก็วางมาดผู้ชนะเสียแล้ว?
เหล่าลูกศิษย์มองหน้ากัน ต่างพากันส่ายหน้า ใครจะอยากรังแกเด็กตัวกะเปี๊ยกบ้างล่ะ
ซวนซวนเห็นดังนั้น ทำไมเป็นแบบนี้? หันไปมองตู้เส้าชิงด้วยความน้อยใจ
"พวกเขากำลังกลัวเจ้าอยู่น่ะ งั้นเจ้าเลือกสักคนสิ? เอาเป็นพี่ตี๋เหรินเจี๋ยดีไหม" ตู้เส้าชิงเอ่ยแก้สถานการณ์ ไม่งั้นลูกสาวมาอย่างฮึกเหิม เจอพวกศิษย์พี่ทำเย็นชาใส่ เกรงว่าจะกล่อมยาก ต้องหาทางดัดนิสัยความยโสของนางเสียหน่อย
ตี๋เหรินเจี๋ยทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ "อาจารย์ ศิษย์ท่องจำตำราหมากรุกมานะขอรับ จะให้มารังแกคนอ่อนแอกว่าได้อย่างไร?"
พูดจบก็บุ้ยปากไปทางชุยฮ่าว "ศิษย์พี่ชุยปกติไม่ค่อยเดินหมาก เขาเหมาะที่สุด"
พอเรียกศิษย์พี่ชุย ทุกคนก็หัวเราะอีก ชีวิตประจำวันในโรงหมอ เรื่องสนุกอย่างหนึ่งคือการดูชุยฮ่าวกับตี๋เหรินเจี๋ยลับฝีปากกัน หรือดูเจ้าหนูตี๋เหรินเจี๋ยวางมาดศิษย์พี่ ช่างเป็นความน่ารักแบบฉบับเด็กแก่แดด
ชุยฮ่าวค้อนขวับใส่ตี๋เหรินเจี๋ย แล้วส่ายหน้า "อาจารย์ ข้าโตป่านนี้แล้ว ให้มาเดินหมากกับซวนซวน เรื่องแพร่งพรายออกไปข้าคงไม่มีหน้าไปเจอผู้คน ขออาจารย์โปรดเมตตา"
ตู้เส้าชิงหน้าขรึมดุว่า "แต่ละคนเกี่ยงงอนกันจัง งานของศิษย์น้องเล็กก็ไม่ช่วยกันรับ? วันนี้ใครอยู่ที่นี่ นับรวมหมด ห้ามหนี ศิษย์น้องเล็กของพวกเจ้าพลังล้นเหลือ รับมือแบบเวียนเทียน (รุมกินโต๊ะ) ได้สบาย"
ใครจะนึกว่าซวนซวนกลับส่ายหน้าพูดแทรกขึ้นมา "ข้าก็ไม่อยากเดินหมากกับเด็กน้อย ขี้แย"
คำนี้ทำเอาตี๋เหรินเจี๋ยแทบจะกระโดดออกมา ตะโกนในใจว่าใครเด็กน้อย? ใครขี้แย? ได้ยินว่ามีเด็กหญิงบางคนร้องไห้ติดต่อกันมาครึ่งเดือนแล้วไม่ใช่หรือ อาศัยอะไรมาดูถูกข้า?
ต่อมาซวนซวนก็พูดอีก "ข้าก็ไม่อยากเล่นกับคนไม่เคยเดินหมาก พี่ชุยฮ่าวจะหาว่าข้ารังแกเขา"
พูดจบก็กวาดตามองรอบวง สุดท้ายสายตาไปหยุดที่เซวียเหรินกุ้ย ที่ติดตามตู้เส้าชิงมา นิ้วน้อยๆ ชี้ไปที่เขา "ที่นี่อาเซวียตัวใหญ่สุด ข้าจะเดินหมากกับเขาก่อน"
พรวด... ชุยฮ่าวและเซวียเหรินกุ้ยแทบกระอักเลือดเก่าออกมา นี่มันตรรกะอะไรกัน?
ชุยฮ่าวคิดในใจ ศิษย์น้องเล็ก เจ้าฟังใครมาว่าข้าเดินหมากไม่เป็น? เจ้าตี๋เหรินเจี๋ยมันโยนขี้ให้ข้าชัดๆ เจ้าเชื่อมันด้วยหรือ
เซวียเหรินกุ้ยคิดในใจ คุณทวดน้อย นี่เจ้าหาเพื่อนเดินหมากนะ ไม่ใช่หาคนตีกัน ดูที่ขนาดตัวหรือไง?
เห็นซวนซวนทำหน้าตื่นเต้น เซวียเหรินกุ้ยคนซื่อก็ไม่กล้าขัดใจเด็ก อึกอักอยู่นานกว่าจะหลุดปากมาประโยคหนึ่ง "ติงซานลูกข้า ลงสนามแทนพ่อได้!"
ทุกคนฮากร๊าก พี่เซวียผู้นี้ช่างตลกเสียจริง ดูท่าจะเป็นคนห่วงภาพพจน์เหมือนกัน แต่นี่ก็เป็นวิธีที่ดี ลูกชายเขา 'เซวียติงซาน' อายุน้อยกว่าซวนซวนหนึ่งปี เด็กสองคนเล่นกันได้ตามสบาย ดูท่าการแต่งงานเร็วก็มีข้อดีเหมือนกัน
ซวนซวนไม่ยอมซื้อบัญชี ชี้แจงทันควัน "ไม่เอา เซวียติงซานเด็กกว่าข้าอีก เขาเดินหมากไม่เป็นเลย อาเซวียท่านไม่ชอบซวนซวนแล้วใช่ไหม?"
ข้า... เซวียเหรินกุ้ยคนซื่อจนปัญญา โดนเด็กต้อนจนมุม
เวลานั้นหลี่อิน ก็ก้าวออกมา เสนอหน้ายิ้มแย้ม "เอาล่ะๆ ท่านลุงหกเล่นกับเจ้าเอง เจ้าไม่รู้หรอก ท่านลุงหกเดินหมากเก่งกว่าพวกเขาทั้งหมด ฝีมือเจ้าระดับเทพ หาพวกเขาย่อมไม่คู่ควร"
เป็นดั่งคาด ซวนซวนพอโดนยอ ก็ยิ้มแก้มปริ กระโจนเข้าไปกอดหลี่อินตาหยี "ฮิฮิ ท่านลุงหกดีที่สุด งั้นข้าเล่นกับท่าน ถ้าข้าชนะท่าน พวกเขาก็ถือว่าแพ้ข้าหมดแล้วนะ"
ทุกคนแซวว่า "ศิษย์น้องหลี่อิน พูดแบบนี้เจ้าแบกศักดิ์ศรีของทุกคนไว้เลยนะ อย่าเห็นแก่เอาใจหลานสาวแล้วแกล้งแพ้นา"
"วางใจ วางใจ ทุกคนดูอยู่" หลี่อินรับประกัน
ใครจะนึกว่าพอหันไปนั่งหน้ากระดาน ซวนซวนก็เปิดหมากก้าวแรกทันที รถเก้าเดินหน้าหนึ่ง!
ข้า... ยัยหนู หมากอะไรของเจ้า? รถเก้าเดินหน้าหนึ่ง ม้าเจ้าไม่เอาแล้วหรือ? หลี่อินถามด้วยความประหลาดใจ
ซวนซวนทำหน้าไม่ยี่หระ "โอ๊ย ท่านพ่อบอกว่าดูหมากไม่พูดจาคือวิญญูชน ท่านลุงหกเดินไปเถอะน่า พูดมากจัง"
เฮ้ นี่ใจร้อนเสียด้วย? "งั้นข้ากินล่ะนะ" หลี่อินย้ำ
"กินสิกินสิ อย่าเห็นว่าข้าเด็กนะ ท่านพ่อชมว่าข้ามีมารยาทในการเดินหมากดีเยี่ยม ข้าไม่เคยขอเดินใหม่เลยนะ" ซวนซวนโอ้อวด
ทุกคนหันไปมองหน้าตู้เส้าชิงเพื่อขอคำยืนยัน ตู้เส้าชิงพยักหน้าเรียบๆ "นางพูดถูก ไม่เคยขอเดินใหม่ เพราะนางชนะตลอด ถ้าแพ้จะเป็นสภาพไหน อันนั้นไม่รู้เหมือนกัน"
จากนั้นหลี่อินเดินปืนกินม้า ซวนซวนกลับเดินอีกก้าว: รถหนึ่งเดินหน้าหนึ่ง?
นี่มันมวยมั่วหรือไง? ในที่นี้มีเพียงตี๋เหรินเจี๋ยที่เคยดูคัมภีร์หมากรุกถึงรู้ว่า นี่มันไม่ใช่ 'รถศึกเหล็ก' หรอกหรือ? แถมยังเป็น 'รถศึกเหล็กคู่'? เรียนหมากรุกวันแรก อาจารย์สอนมุกนี้เลยหรือ?
คิดได้ดังนั้น ตี๋เหรินเจี๋ยก็เริ่มกังวล ไม่รู้ว่าศิษย์น้องเล็กผู้ฉลาดเฉลียวเรียนรู้ไปได้กี่ส่วน ถ้าเรียนมาจริงๆ ท่านลุงหกผู้มีความรู้แค่หางอึ่งคนนี้ น่าจะรถคว่ำ แน่ๆ
และแล้ว หลี่อินผู้เป็นลุงก็ชอบความเด็ดขาดของหลานสาว การเดินหมากต่อมาจึงไม่ถามซ้ำซากอีก เจ้าก้าวหนึ่งข้าก้าวหนึ่ง รวดเร็วฉับไว หลี่อินคิดในใจว่า เด็กเพิ่งหัดเล่นวันแรก ถ้าข้าชนะเร็วไป ข่าวลือว่าข้ารังแกเด็กคงไม่ดี เดี๋ยวค่อยออมมือให้สักหน่อย
แต่พูดยังไม่ทันขาดคำ ค่ายกลรถศึกเหล็กของซวนซวนก็ตั้งรูปขบวนเสร็จสิ้น เสียงตะโกน 'รุกฆาต' ใสแจ๋วทรงพลังดังขึ้น หลี่อินชะงัก แล้วหัวเราะร่า "ดี ซวนซวนมีพรสวรรค์จริงๆ ลงมือเร็วกว่าลุงอีกนะเนี่ย"
หลี่อินยังมีอารมณ์มาชื่นชมหลานสาว แต่หลังจากโดนรุกฆาตต่อเนื่อง เขาก็ขำไม่ออก จนสุดท้ายรถตัวหนึ่งของซวนซวนพุ่งเข้าประชิดขุน ของหลี่อินจนจนมุม เขาถึงกับเอ๋อไปเลย นี่มัน... จบเห่แล้ว? เดินไปกี่ตา? เหมือนจะไม่ถึงสิบห้าตาเลยมั้ง
"อะแฮ่ม ไม่นับๆ ลุงประมาทไป เอาใหม่ๆ!" หลี่อินจะทำเนียนขอเริ่มใหม่
ใครจะนึกว่าจังหวะนั้นซวนซวนผลักกระดานทิ้ง ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว วิ่งรอบเสาโรงหมอหลายรอบ ตะโกนไปวิ่งไป "ฮ่าๆ ข้าชนะแล้ว! ท่านลุงหกแพ้ ก็เท่ากับทุกคนในโรงหมอแพ้ข้าหมดแล้ว! ข้ารู้อยู่แล้วว่าข้าเก่งที่สุด หมากของพวกเขาเหม็นโฉ่ ทั้งนั้น น่าไม่อาย ผู้ใหญ่ตั้งเยอะแยะสู้เด็กไม่ได้
อิอิ ข้าจะไปบอกเพื่อนๆ ที่บ้านฉางเล่อ บอกทุกคนเลย ว่าพวกท่านแพ้ข้าหมดแล้ว"
พูดจบก็หันหลังจะวิ่งออกไปข้างนอก องค์หญิงฉางเล่อรีบคว้าตัวไว้ คราวนี้ออกมาไม่ได้พาเจ้าเหมียวมาด้วย เด็กตัวคนเดียวจะวิ่งไปไหน? เมืองฉางอันกว้างใหญ่ขนาดนี้
คนอื่นได้ยินคำพูดซวนซวนก็ขาอ่อนกันเป็นแถบ จบกัน ชื่อเสียงป่นปี้ด้วยน้ำมือหลี่อิน? นี่ถ้าแม่หนูนี่เอาเรื่องไปป่าวประกาศที่บ้านฉางเล่อจริง ไม่เกินวันเดียวคงรู้กันทั่วเมืองฉางอันแน่
ดังนั้นทุกคนจึงส่งสายตาอาฆาตไปที่หลี่อิน รวมถึงตู้เส้าชิงด้วย ตู้เส้าชิงนึกในใจว่า ข้าให้พวกเจ้ามาดัดนิสัยความยโสของคุณทวดน้อยคนนี้ พวกเจ้าทำอะไรกัน? ตั้งใจใช่ไหม? ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป เมืองฉางอันคงเล็กไปสำหรับนางแล้วมั้ง