เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 158: พบหน้า

ตอนที่ 158: พบหน้า

ตอนที่ 158: พบหน้า


ตอนที่ 158: พบหน้า

เซี่ยเฟยที่อยู่ในอาการโคม่ากำลังล่องลอยอยู่ในความฝัน โดยเขากำลังฝันว่ามียานรบขนาดใหญ่ในท้องฟ้ายามค่ำคืนกำลังแล่นไปสู่ทะเลดวงดาวอย่างช้า ๆ

การพยายามอธิบายความตกตะลึงในความฝันเป็นคำพูดคือเรื่องที่ยากมาก เพราะยานลำใหญ่ในฝันมีขนาดมากกว่าโลกหลายสิบเท่า โดยมันเป็นยานลำสีทองที่โดดเด่นท่ามกลางจักรวาลที่เป็นสีดำ

ทันใดนั้นลำแสงอันเจิดจ้าก็ได้แพร่กระจายออกไปโดยมียานรบลำนี้เป็นจุดศูนย์กลางคล้ายกับว่ามันมีพระอาทิตย์มารวมตัวกันหลายสิบดวง ทำให้แสงสว่างที่เกิดขึ้นมามีความเจิดจ้าจนมองไม่เห็น

ในเวลาต่อมาแสงสว่างพวกนี้ก็หายไปพร้อมกับดวงดาวน้อยใหญ่ที่อยู่ในบริเวณนั้น

ดวงดาวหายไปไหน?

ลำแสงนั้นทำลายดาวเคราะห์ได้ทั้งหมดเลยอย่างนั้นหรอ?

ยานรบลำนี้ยังคงขับเคลื่อนไปข้างหน้าเหมือนสัตว์ร้ายขนาดใหญ่ที่ค่อย ๆ ก้าวเท้าออกไปอย่างเชื่องช้าราวกับว่าไม่มีอะไรในจักรวาลนี้ที่จะสามารถมาหยุดยั้งมันได้

ไม่ว่ามันจะเดินทางไปที่ไหนก็จะไม่หลงเหลืออะไรอยู่ตามเส้นทางของมันเลย ไม่ว่าจะเป็นดาวเคราะห์, ยานรบหรือแม้กระทั่งหลุมดำที่น่าสะพรึงกลัว ต่างก็ล้วนแล้วแต่ดูอ่อนแอเมื่ออยู่ต่อหน้ายานลำนี้

ภาพที่เซี่ยเฟยเห็นคล้ายกับยานลำนี้คือผู้อยู่บนจุดสูงสุดของจักรวาล ผู้ซึ่งได้รับภารกิจในการทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้าและชักนำจักรวาลอันไร้ขอบเขตไปสู่ความพินาศในที่สุด

ชายหนุ่มรู้สึกกระวนกระวายและอึดอัดไปทั่วทั้งตัว โดยภายในใจเต็มไปด้วยความเศร้าที่ไม่สามารถจะอธิบายได้

เมื่อเขาลืมตาขึ้นมาภาพที่เขาเห็นคือทุกสิ่งที่เต็มไปด้วยสีขาว แต่หลังจากที่เขากระพริบตา 2-3 ครั้งภาพทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าก็ค่อย ๆ มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

เพดานสีขาวบริสุทธิ์ด้านบนดูสะอาดเหมือนใหม่ โดยในอากาศมีกลิ่นหอมของดอกไม้โชยเข้ามาในจมูก

ร่างกายของเขายังคงอ่อนแอเซี่ยเฟยจึงพยายามใช้มือทั้งสองข้างพยุงตัวเองขึ้นมา แต่เขาก็แทบที่จะไม่สามารถลุกนั่งขึ้นมาได้

แต่เมื่อลุกขึ้นนั่งเซี่ยเฟยก็ได้พบว่าเขาได้อยู่ในห้องผู้ป่วยของโรงพยาบาลที่หรูหรา มีแจกันเรียงรายอยู่แถวขอบหน้าต่างและมีหยดน้ำเกาะอยู่บนกลีบดอกไม้ที่บอบบาง ซึ่งเห็นได้ชัดเลยว่าดอกไม้พวกนี้เพิ่งจะถูกเด็ดมา

บริเวณข้างเตียงมีเด็กสาวตัวเล็กที่มีผมบลอนด์ยาวนอนหลับอยู่ แต่มือทั้งสองข้างของเธอก็ยังคงกอดต้นขาของเซี่ยเฟยเอาไว้

“แอวริล?” เซี่ยเฟยอุทานด้วยดวงตาอันเปล่งประกาย

เนื่องจากเธอนอนหลับฟุบตัวลงบนเตียงเขาจึงไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของเธอได้ชัด เซี่ยเฟยจึงค่อย ๆ ลดศีรษะเพื่อมองดูเด็กสาวที่เขารู้จักมานานแต่ไม่เคยได้มีโอกาสพบหน้ากันจริง ๆ สักครั้ง

โดยปกติเนื่องจากระบบสแกนที่แฝงไปด้วยฟิลเตอร์มันจึงทำให้ภาพของผู้คนที่ปรากฏบนหน้าจอสื่อสารดูดีกว่าตัวจริง แต่แอวริลที่เขาเห็นตรงหน้ากลับดูน่ารักมากกว่าแอวริลที่เขาเคยเห็นผ่านหน้าจอ

ใบหน้าของเธองดงามราวกับรูปปั้น, ผิวของเธอขาวราวกับหิมะ, ริมฝีปากของเธอเรียวบางราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยายเรียกได้ว่าใบหน้าของเด็กสาวคนนี้แทบจะมีความสมบูรณ์แบบตามแบบฉบับของหญิงงาม

น่าเสียดายที่ใต้ดวงตามีรอยคล้ำให้เห็นอยู่เล็กน้อย แล้วมันก็มีคราบน้ำตาที่ยังมองเห็นได้จาง ๆ

หลังจากเฝ้าดูมาเป็นเวลานานเซี่ยเฟยก็เงยหน้าขึ้นพร้อมกับหยิบบุหรี่ที่เหลือครึ่งกล่องออกมาจากแหวนมิติ แต่ในขณะที่เขากำลังจะจุดไฟแช็คเขาก็หยุดอย่างกะทันหัน

“เอาไว้ก่อนก็แล้วกันกลิ่นควันน่าจะเหม็น ปล่อยเธอนอนพักไปน่าจะดีกว่า” เซี่ยเฟยกระซิบกับตัวเอง

เซี่ยเฟยพยายามระงับความอยากบุหรี่ที่กำลังพลุ่งพล่าน ก่อนที่จะวางบุหรี่และไฟแช็คลงบนโต๊ะข้าง ๆ จากนั้นเขาก็พยายามดื่มน้ำเข้าไปเยอะ ๆ

หลังจากใช้แขนเสื้อเช็ดปากชายหนุ่มก็เอนหลังพิงหมอนพร้อมกับมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเบื่อหน่าย

“ฉันหลับไปนานแค่ไหน?” เซี่ยเฟยถามอันธ

“3 วัน”

“นานขนาดนั้นเลยหรอ... 3 วันมานี้เกิดอะไรขึ้นมาบ้าง? แล้วฉันมาที่นี่ได้ยังไง?” เซี่ยเฟยถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

“หลังจากที่นายตกลงไปข้างล่างนายก็ตกอยู่ในอาการโคม่า ยานอวกาศของพวกสำนักวิหคสังหารโดนสอยจนระเบิดเนื่องจากเตาปฏิกรณ์ถูกทำลาย จากนั้นพ่อบ้านผางก็มาถึงและรีบส่งนายมาโรงพยาบาล นายเลยนอนอยู่ในอาการโคม่าตั้งแต่วันนั้นมาจนถึงตอนนี้” อันธอธิบายสั้น ๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง

“คนในห่อคือแอวริลหรือเปล่า?” เซี่ยเฟยถามพร้อมกับมองไปยังเด็กสาวที่นอนอยู่ข้างเตียง

“ใช่ คนในห่อคือแอวริลจริง ๆ โชคดีที่นายช่วยเธอเอาไว้ได้ทัน หากนายช้ากว่านี้อีกแค่ไม่กี่วินาทีนายก็อาจจะไม่ได้เจอเธออีกแล้ว” อันธกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“เธอสลบด้วยผลของน้ำยาที่มีชื่อว่าโรสแมรี่ทำให้เธอสลบไปวันหนึ่งเต็ม ๆ แต่หลังจากที่เธอตื่นขึ้นมาแล้วรู้เรื่องของนาย เธอก็นอนเฝ้านายอยู่ที่นี่ตลอด 2 วันโดยไม่ออกไปไหนเลย”

“ระหว่างนั้นเธอขอให้คนเปิดภาพวงจรปิดของวันเกิดเหตุให้เธอดู ซึ่งเมื่อเธอเห็นนายตกลงมาในหุบเขาพร้อมกับเธอในอ้อมแขนและพยายามทำทุกวิถีทางไม่ให้เธอได้รับบาดเจ็บ เธอก็น้ำตาไหลอยู่หลายครั้งและมันก็ทำให้ฉันรู้สึกอึดอัดใจตามไปด้วย”

“เธอคนนี้เป็นเด็กดีจริง ๆ ตลอด 2 วันที่ผ่านมาเธอโทษตัวเองมาโดยตลอด ถ้าเธอตื่นแล้วนายอย่าลืมปลอบเธอด้วยล่ะ ถึงยังไงนายก็เป็นต้นตอของความเสียใจที่เธอรู้สึก”

“อืม” เซี่ยเฟยพยักหน้าพร้อมกับใช้นิ้วม้วนผมสีบลอนด์ของหญิงสาวเบา ๆ ก่อนที่จะลูบผมของเธอ

“นายรู้ไหมว่าทำไมแอวริลถึงไม่อยากเจอฉัน” เซี่ยเฟยถาม

“มันไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากเจอนายแต่มีใครบางคนไม่ต้องการให้นายพบกับเธอต่างหาก ถ้าฉันเดาไม่ผิดคนคนนั้นน่าจะเป็นพ่อของแอวริล ดูเหมือนเขาจะไม่ชอบใจมากที่เห็นนายกับแอวริลรักกัน” อันธกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะออกมาเบา ๆ

“เมื่อวานแอวริลทะเลาะกับพ่อของเธออย่างหนักและตั้งแต่นั้นพ่อของเธอก็ไม่ปรากฏตัวขึ้นมาอีกเลยจนถึงตอนนี้”

“นายรู้ไหมว่าแอวริลถึงกับจะตัดขาดพ่อลูกเพราะนายเลยนะ สาวน้อยคนนี้ค่อนข้างกล้าหาญเลยทีเดียวถึงแม้ว่าเธอจะตัวแค่นี้ก็ตาม” อันธกล่าวด้วยรอยยิ้มอันเจ้าเล่ห์

“มันไม่ใช่เรื่องที่น่าดีใจสักหน่อย นายจะตลกอะไรนักหนา ถึงยังไงเขาก็เป็นพ่อของเธอ!” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“นั่นก็จริง แต่นายน่าจะได้เห็นว่าเธอก้าวร้าวมากแค่ไหนในการพยายามปกป้องนายเอาไว้ ถ้าพ่อของเธอไม่ยอมถอยกลับไปเธออาจจะต้องตัดขาดกับครอบครัวของเธอจริง ๆ” อันธกล่าว

คำอธิบายนี้ทำให้เซี่ยเฟยเงียบเสียงลง เพราะไม่ว่ามันจะเป็นเหตุการณ์อะไรมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย ถ้าหากว่าแอวริลจะตัดขาดกับครอบครัวเพราะเรื่องของเขา ชายหนุ่มจึงพยายามคิดว่าเขาจะปลอบเธอยังไงดีหลังจากที่เธอตื่นขึ้นมา

เห็นได้ชัดเลยว่าเธอผอมลงมากกว่าเดิมและใบหน้าของเธอก็ดูซีดเซียวอยู่เล็กน้อย

“ใครมันกล้าลักพาตัวแอวริลไป ฉันจะตามไปจัดการมันซะ!” เซี่ยเฟยกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังพร้อมกับความรู้สึกสงสารเด็กสาวที่เกิดขึ้นในจิตใจ

“นายมีใครที่สงสัยอยู่ในใจหรือเปล่า?” อันธถาม

“นายจะล้อเล่นหรือเปล่า ฉันเพิ่งมาถึงนครหลวงได้เพียงแค่ไม่กี่วันแล้วฉันจะไปสงสัยใครได้ที่ไหน แต่ถ้าหากพิจารณาจากสถานการณ์ทุกคนที่อยู่ในเขตคฤหาสน์ตอนนั้นก็น่าสงสัยหมดนั่นแหละ” เซี่ยเฟยกล่าว

“ทำไมล่ะ?” อันธถาม

“อย่าลืมว่าที่นี่คือกลุ่มดาวนครหลวงที่มีการป้องกันอย่างแน่นหนา นายคิดว่าการที่นักฆ่าเลือกลงมือในเวลากลางวันแล้วมีเป้าหมายเป็นบ้านของตระกูลอันดับต้น ๆ ของพันธมิตรเป็นเรื่องปกติหรือยังไง มันจะต้องมีคนแจ้งเรื่องที่ฉันก่อความวุ่นวายในคฤหาสน์แล้วพวกเขาก็ฉวยโอกาสนี้ในการลักพาตัวแอวริล”

“มีโอกาสเป็นไปได้ ถึงแม้ในตอนนั้นมันจะมีความวุ่นวายเกิดขึ้นในเขตคฤหาสน์แต่มันก็เป็นปัญหาภายในอยู่ดี ถ้าไม่มีคนส่งข่าวออกไปยังไงนักฆ่าพวกนั้นก็ไม่เลือกลงมือในช่วงเวลากลางวันแสก ๆ” อันธกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“ฉันคิดว่าคนแจ้งข่าวน่าจะเตรียมการทุกอย่างเอาไว้เป็นเวลานานแล้ว พวกเขาแค่รอคอยเวลาอันเหมาะสมและฉันก็บังเอิญมาก่อความวุ่นวายเข้าพอดี พวกเขาจึงอาศัยจังหวะนี้ในการลักพาตัวแอวริลไป”

“ไม่ว่ายังไงเรื่องนี้มันก็เป็นความผิดของฉัน เพราะถ้าฉันไม่ก่อความวุ่นวายขึ้นมาเธอก็คงจะไม่ถูกลักพาตัวไป” เซี่ยเฟยวิเคราะห์ด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและเมื่อเขาได้นึกถึงวิธีการของผู้ลงมือ มันก็ทำให้เขาขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

“จะว่าไปเด็กคนนี้ก็เป็นคนที่น่าสงสารที่สุด การเกิดในครอบครัวที่ร่ำรวยก็ไม่ใช่เรื่องที่โชคดีเสมอไปสินะ” อันธมองไปทางแอวริลด้วยสายตาแห่งความสงสาร

“เธอเป็นคนที่น่าสงสารที่สุดจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่เธอไม่เคยเข้าไปยั่วยุใครเลย แต่เธอก็ตกเป็นเป้าหมายของการลักพาตัวได้ ถ้าฉันเดาไม่ผิดความเป็นไปได้มีอยู่เพียงแค่ 2 ทาง”

“ทางเลือกแรกผู้อยู่เบื้องหลังคือศัตรูของบริษัทสตาร์ยูไนเต็ดเพื่อพยายามข่มขู่หรือระบายความโกรธจากการขัดผลประโยชน์ทางธุรกิจ”

“ทางเลือกที่ 2 น่าจะเป็นญาติ ๆ ของเธอเอง เพราะถ้าแอวริลหายตัวไปคนคนนั้นก็น่าจะได้ผลประโยชน์มากที่สุด”

“หากเป็นเหตุผลเรื่องแรกมันก็เป็นเรื่องที่พอทำใจยอมรับได้ แต่ถ้าหากมันเป็นเหตุผลในเรื่องที่ 2 มันก็เป็นวิธีที่ค่อนข้างจะโหดร้ายเกินไปสักหน่อย” เซี่ยเฟยกล่าว

เซี่ยเฟยกับอันธช่วยกันพยายามวิเคราะห์สถานการณ์ตามสิ่งที่พวกเขารู้ แต่เนื่องจากพวกเขายังขาดหลักฐานที่แท้จริงทุกอย่างจึงเป็นเพียงแค่การคาดเดา นอกจากนี้เซี่ยเฟยยังไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังอะไรที่เกี่ยวกับแอวริลเลย ยิ่งไปกว่านั้นเขาก็ไม่รู้แม้กระทั่งว่าใครจะเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์จากสถานการณ์นี้มากที่สุด

แอวริลยังคงนอนอยู่บนตักอย่างสงบ ในขณะที่เซี่ยเฟยก็อยากให้เธอนอนพักผ่อนไปอีกสักพักเขาจึงพยายามนั่งอยู่เฉย ๆ โดยไม่ขยับเขยื้อน

เด็กสาวนอนตั้งแต่บ่ายจนถึงเย็นก่อนที่เธอจะขยี้ตาด้วยมือเล็ก ๆ และมองไปยังใบหน้าของเซี่ยเฟยตามความเคยชิน

“ว้าย!”

“เซี่ยเฟย! นายฟื้นแล้ว!!” แอวริลกระโดดออกจากเก้าอี้ด้วยความตกใจ ก่อนที่เธอจะได้เห็นว่าชายหนุ่มฟื้นคืนสติกลับมาแล้วจริง ๆ

เซี่ยเฟยเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยโดยใบหน้าของเขายังคงจับจ้องมองไปยังเด็กสาวตรงหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกขอบคุณ

หลังจากเห็นชัด ๆ เขาก็สามารถยืนยันได้ว่าเธอดูดีกว่าภาพที่ปรากฏในหน้าจอ และถึงแม้ว่าพวกเขาจะรู้จักกันมาเป็นเวลากว่า 2 ปีแล้วแต่นี่ก็เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้พบหน้ากัน

“มีอะไรติดอยู่ที่หน้าฉันหรือเปล่า?” แอวริลถาม

“มี” เซี่ยเฟยพยักหน้า

“อะไรอ่ะ?” แอวริลพยายามเช็ดหน้าด้วยมือทั้งสองข้างของเธอ

“ความสวยไง”

แอวริลตกใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เธอจะเผยรอยยิ้มออกมาอย่างสดใสพร้อมกับแก้มของเธอที่เริ่มมีสีแดงระเรื่ออยู่เล็กน้อย

“นี่นายล้อเล่นอีกแล้วใช่ไหม!”

เซี่ยเฟยพยายามขยับร่างกายไปด้านหลังเพราะขาของเขาชาเนื่องจากไม่ได้พลิกขามาเป็นเวลานาน แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้รู้สึกสนใจเพราะมันคุ้มค่าแล้วที่ขาข้างนี้สามารถใช้เป็นหมอนให้เธอนอนหลับพักผ่อนได้

“ฉันขอโทษ นายอุตส่าห์มาหาฉันแต่ถูกพวกบอดี้การ์ดที่น่ารำคาญขวางทางไว้ แล้วนายยังจะมาบาดเจ็บแบบนี้เพราะว่ามาช่วยฉันเอาไว้อีก…” แอวริลกล่าวพร้อมกับหยดน้ำตาที่เริ่มไหลออกมา

เซี่ยเฟยไม่ชอบภาพผู้หญิงร้องไห้มากที่สุด เขาจึงพยายามใช้มุกตลกเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ก่อนที่ทั้งสองคนจะเริ่มพูดคุยกันตามปกติเหมือนเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันมานาน

“ฉันดูวิดีโอจากกล้องวงจรปิดแล้ว แม้แต่พ่อบ้านผางกับพี่ชิงก็เอาชนะนายไม่ได้ ส่วนพวกบอดี้การ์ดก็ไม่กล้าจะสู้กับนายด้วยซ้ำ นายนี่มันสุดยอดจริง ๆ!” แอวริลกล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

เซี่ยเฟยไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่ฟังคำบรรยายจากเด็กสาวอยู่เงียบ ๆ เพราะท้ายที่สุดแอวริลที่ร่าเริงมีเสน่ห์กว่าตอนที่เธอเศร้าอย่างเห็นได้ชัด

“ว่าแต่ตอนนายอยู่ที่ประตู นายบอกว่าฉันเป็นผู้หญิงของนายหรอ…” แอวริลถามเปลี่ยนหัวข้อด้วยใบหน้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง

***************

พี่เฟยนี่ก็เลี่ยนใช้ได้นะ ความสวยติดหน้าไง 5555

จบบทที่ ตอนที่ 158: พบหน้า

คัดลอกลิงก์แล้ว