เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 156: สำนักวิหคสังหาร

ตอนที่ 156: สำนักวิหคสังหาร

ตอนที่ 156: สำนักวิหคสังหาร


ตอนที่ 156: สำนักวิหคสังหาร

ใบมีดของเซเลสเชียลมูนกระจายกันออกไปล่องลอยในอากาศ โดยใบมีดบางใบเคลื่อนที่อย่างเชื่องช้าและใบมีดบางใบก็กำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว

“ทำลายมันซะ!” เซี่ยเฟยส่งเสียงตะโกนดังลั่นพร้อมกับบังคับให้ใบมีดทั้ง 18 พุ่งเข้าจู่โจมกำแพงอากาศที่กักขังเขาเอาไว้

ใบมีดแต่ละใบหมุนด้วยความเร็วสูงราวกับใบเลื่อยไฟฟ้าและทิ้งภาพติดตาให้ผู้คนได้พบเห็น

วิธีการโจมตีโดยการหมุนใบมีดแบบนี้เป็นการโจมตีที่มีประสิทธิภาพสูงมาก เพราะมันกำลังฉีกกระชากมวลอากาศออกจากกัน

การตอบโต้ของชายหนุ่มทำให้ผางไห่รู้สึกตกตะลึง เขาจึงผสานมือเข้าด้วยกันเพื่อทำการสร้างกำแพงอากาศขึ้นมาใหม่ไม่ให้เซี่ยเฟยหนีรอดจากการควบคุมไปได้

น่าเสียดายที่ผางไห่ประเมินพลังจิตของเซี่ยเฟยต่ำเกินไป

วือ! วือ!

เมื่ออยู่ต่อหน้าการโจมตีอันทรงพลังกำแพงอากาศก็เริ่มถูกฉีกออกจากกันเหมือนกับกระดาษ

แควก!

เซี่ยเฟยรู้สึกเหมือนกับกำลังฉีกกระชากผ้าให้ขาดออกเป็นชิ้น ๆ เมื่อกำแพงอากาศถูกทำลายเขาก็ก้าวขาออกมาจากการปิดล้อม

“เอานี่ไปกินซะ!” เซี่ยเฟยทำการควบคุมใบมีดทั้ง 18 ใบให้ลอยกลับมารวมตัวกันกลายเป็นดาบยาวอีกครั้ง พร้อมกับทำการฟาดมันออกไปในแนวดิ่งอย่างรุนแรง

“เขาเป็นผู้ใช้พลังจิตจริง ๆ!”

“เขามีพลังพิเศษถึงสองอย่างได้ยังไง!”

ผางไห่อุทานพร้อมกับขมวดคิ้วเพราะเขาไม่เคยคิดเลยว่าเซี่ยเฟยไม่ได้มีเพียงแค่ความเร็วเท่านั้น แต่เขายังสามารถใช้พลังจิตได้อีกด้วย!

มันมีกฎที่ไม่ได้เขียนไว้ในพันธมิตรว่าถ้าหากใครต้องการจะเป็นนักสู้ชั้นยอดคนคนนั้นก็ไม่สมควรที่จะฝึกฝนความสามารถที่แตกต่างกันขึ้นมาในเวลาเดียวกัน เพราะมันจะสูญเสียเวลาในการฝึกฝนความสามารถใดความสามารถหนึ่งไป

แต่เซี่ยเฟยก็ได้ฝ่าฝืนกฎที่ไม่ได้บัญญัตินี้!

เซี่ยเฟยไม่เพียงแต่จะได้ครอบครองพลังพิเศษถึงสองประเภทเท่านั้น แต่เขายังได้ฝึกฝนพลังทั้งสองประเภทจนถึงระดับสูงอีกด้วย

คนที่มีพลังพิเศษ 2 ประเภทสามารถแสดงพลังออกมาได้อย่างมหาศาล ซึ่งผลลัพธ์ของการใช้พลังพร้อมกันสองประเภทนี้มันก็ไม่ได้เหมือนกับเครื่องหมายบวกในวิชาคณิตศาสตร์ แต่มันให้ผลลัพธ์คล้ายกับตัวเลขยกกำลัง!

ฉินหมางสัมผัสได้ถึงออร่าที่เปลี่ยนแปลงไปของเซี่ยเฟย เขาจึงคิดว่าชายหนุ่มน่าจะได้เรียนรู้วิชาการต่อสู้ใหม่เขาจึงได้มีความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นเช่นนี้

แต่สิ่งที่ชายชราคิดถูกต้องเพียงแค่ครึ่งเดียว เพราะสิ่งที่เขาได้เรียนรู้มาไม่ได้มีเพียงแต่วิธีการต่อสู้ในรูปแบบใหม่เท่านั้น แต่มันยังรวมถึงพลังพิเศษในรูปแบบใหม่ด้วย!

พลังจิต!

นี่คือพลังใหม่ที่เซี่ยเฟยเพิ่งได้รับมาและเขาก็เป็นผู้ที่ครอบครองพลังพิเศษถึงสองพลังในเวลาเดียวกัน!

ถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะไม่ได้พัฒนาพลังพิเศษทั้งสองชนิดจนถึงขีดสุด แต่เขาก็พัฒนาพลังขึ้นมาให้มากพอจะต่อสู้กับคู่ต่อสู้อันทรงพลังได้

ประสบการณ์ในการต่อสู้ของเขาเกิดขึ้นมาจากการพยายามเอาชีวิตรอดนับครั้งไม่ถ้วน และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเซี่ยเฟยถึงมีความมั่นใจและสงบนิ่งได้มากกว่าตัวเขาเมื่อ 1 ปีก่อน

“วันนี้ผมต้องไปเจอแอวริลให้ได้!” เซี่ยเฟยพูดอย่างเย็นชาพร้อมกับชี้เซเลสเชียลมูนเข้าหาชายชรา

ฟึ่ม!

ทันทีที่พูดจบจิตสังหารที่สามารถทะลุทะลวงได้ทุกสิ่งก็ถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างของเซี่ยเฟย

ความโกรธเกรี้ยวกำลังแผดเผาอยู่ภายในใจของเขาอย่างต่อเนื่องและใครก็ตามที่พยายามขวางทางจะถูกบดขยี้กลายเป็นผุยผง!

ผางไห่แสดงสีหน้าประหลาดใจออกมาเล็กน้อย แต่ในเวลาเพียงแค่ไม่นานสีหน้าของเขาก็กลับมาเป็นปกติ

พลังจิตเป็นหนึ่งในพลังพิเศษจำนวนนับไม่ถ้วน โดยพลังนี้ทำให้ผู้ใช้พลังสามารถเข้าควบคุมวัตถุชนิดต่าง ๆ ได้ ตราบใดก็ตามที่วัตถุชิ้นนั้นมีน้ำหนักหรือปริมาตรอยู่ในขอบเขตของผู้ควบคุม

ในความเป็นจริงแม้แต่เซี่ยเฟยก็ไม่รู้ตัวว่าตั้งแต่ที่เขาเริ่มทำการฝึกฝนวิชามนตราอสูร เขาก็ไม่เพียงจะเริ่มสื่อสารกับสัตว์ร้ายได้เท่านั้นแต่สมองของเขายังเริ่มสร้างคลื่นพลังจิตขึ้นมาอีกด้วย

หลังจากผ่านมรสุมและการนองเลือดที่ดาวมรดกมาเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน คลื่นพลังจิตภายในสมองของเขาก็ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาอย่างเต็มที่และทำให้เขาได้กลายเป็นผู้ใช้พลังจิตด้วยเหตุนี้เอง

สาเหตุที่เซี่ยเฟยเลือกเซเลสเชียลมูนเป็นอาวุธใหม่ของเขานั่นก็เพราะว่าอาวุธชนิดนี้ทำขึ้นมาจากวัตถุดิบผสมที่มีชื่อว่าโครรี่อัลลอย โดยมันเป็นโลหะที่สั่นพ้องกับคลื่นพลังจิตของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี มันจึงเป็นโลหะที่มักจะนำมาทำเป็นอาวุธให้กับผู้ใช้พลังจิต

“คุณรู้ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากคุณเข้าไปในคฤหาสน์ซันเซ็ทวิลล่าโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต” ผางไห่ยังคงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ไม่รู้และไม่อยากรู้ด้วย”

“คุณกับคุณหนูมีสถานะที่แตกต่างกันและมีชีวิตที่ไม่ได้ใกล้เคียงกันเลย” ผางไห่กล่าวออกไปอย่างมีนัยยะ

เซี่ยเฟยเคยได้ยินคำพูดประเภทนี้มาระยะหนึ่งแล้วและทุกคนก็ดูเหมือนกับว่าจะมองเห็นเขาเป็นหนูตกถังข้าวสาร

“ผมรู้” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ถ้ารู้แล้วทำไมถึงยังยืนกรานจะไปหาคุณหนูอีก!”

“ผมไม่ได้จะไปหาคุณหนูของคุณ แต่ผมจะไปหาแอวริล”

“แอวริลก็คือคุณหนูและคุณหนูก็คือแอวริล”

“ผมรู้”

“ถ้ารู้แล้วทำไมถึงยังดื้อด้านอยู่อีก!”

“คุณต้องการจะพูดอะไรกันแน่?” เซี่ยเฟยเริ่มหัวเราะเยาะ

“ผมแค่หวังว่าคุณจะไม่ล่วงเกินคุณหนูของเรา” ผางไห่กล่าว

“ไม่ล่วงเกิน? เรื่องนี้แอวริลต้องเป็นคนตัดสินใจด้วยตัวเองมันไม่ใช่ธุระกงการอะไรของคุณ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับยกรอยยิ้มที่มุมปาก ซึ่งหลังจากที่เขาพูดจบเขาก็ค่อย ๆ เดินขึ้นไปบนภูเขา

การเคลื่อนที่ของเขาในคราวนี้ไม่ใช่การวิ่งด้วยความรวดเร็วแต่กำลังเดินขึ้นไปทีละก้าวอย่างไม่เร่งรีบราวกับว่ามันไม่มีอะไรในคฤหาสน์ซันเซ็ทวิลล่าจะมาหยุดเขาได้

กลุ่มบอดี้การ์ดที่อยู่ด้านล่างเดินกลับขึ้นมาอีกครั้งและกลุ่มบอดี้การ์ดที่อยู่ด้านบนก็เริ่มเดินลงมาจากภูเขา

พวกเขาเริ่มเตรียมอาวุธของตัวเองและจ้องมองไปที่ชายหนุ่มจากระยะไกล

แม้ว่าจะถูกรุมล้อมจากศัตรูแต่เซี่ยเฟยก็ยังคงไม่พูดอะไรและค่อย ๆ ก้าวเท้าขึ้นไปอย่างมั่นคงเหมือนเดิม

“โจมตี!”

ไม่รู้ว่าใครเป็นคนตะโกนขึ้นมาแต่พวกบอดี้การ์ดทุกคนเริ่มทำการลงมือโดยมีเป้าหมายเป็นเซี่ยเฟยเพียงแค่คนเดียว

ผางไห่ส่ายหัวและเผยรอยยิ้มออกมาอย่างขมขื่น จากนั้นเขาก็เดินตามเซี่ยเฟยขึ้นไปบนภูเขาโดยไม่ได้พยายามจะหยุดพวกบอดี้การ์ดหรือหยุดเซี่ยเฟยเอาไว้เลย

ในเวลาเพียงแค่ไม่นานบอดี้การ์ดประมาณ 7-8 คนที่อยู่ด้านหน้าก็ล้มลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวด

เซี่ยเฟยสามารถทำการจู่โจมได้อย่างเฉียบขาด เพราะไม่เพียงแต่เขาจะสามารถสลายพลังของพวกบอดี้การ์ดได้เท่านั้น แต่เขายังไม่ทำให้บอดี้การ์ดพวกนี้กลายเป็นคนพิการอีกด้วย

บอดี้การ์ดในส่วนที่เหลือรีบถอยห่างออกไปจากเซี่ยเฟยและทุกครั้งที่ชายหนุ่มก้าวเท้าไปข้างหน้า 1 ก้าวพวกเขาก็จะถอยหลังตาม 1 ก้าวด้วยเหมือนกัน

เซี่ยเฟยได้กลายเป็นอสูรร้ายที่กำลังโกรธเกรี้ยวและจิตสังหารที่เขากำลังปล่อยออกมาก็ทำให้ทุกคนสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว

“ผู้อาวุโสผางพวกเราควรจะทำยังไงดี?”

“ผู้อาวุโสถ้าเราไม่หยุดเขาเอาไว้ นายท่านจะต้องลงโทษพวกเราแน่ ๆ”

“พวกเราควรจะทำยังไงกันดี?”

พวกบอดี้การ์ดพยายามขอคำแนะนำจากผางไห่ แต่ชายชราก็ยังคงนิ่งเฉยราวกับว่าเขาไม่ได้ยินอะไร

เหตุการณ์นี้เป็นภาพที่แปลกประหลาดจริง ๆ เพราะมันมีบอดี้การ์ดหลายร้อยคนกำลังรุมล้อมเซี่ยเฟยเอาไว้อยู่ แต่มันกลับไม่มีใครกล้าเข้ามาหยุดชายหนุ่มเอาไว้สักคนทำให้ชายหนุ่มเดินเข้าไปในเขตคฤหาสน์ด้วยสถานการณ์ที่ไม่เหมือนใคร

แต่ในทันใดนั้นเซี่ยเฟยก็ผงะขึ้นมาอย่างฉับพลัน

สัญชาตญาณที่ไม่ธรรมดาของเขากำลังตระหนักถึงอันตรายและมันก็ดูเหมือนกับมีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นบนยอดเขา

นั่นมันกลิ่นเลือด!

ด้วยการปรากฏตัวของเขานี่เองมันจึงทำให้บอดี้การ์ดเกือบทั้งหมดมาล้อมรอบตัวเขาเอาไว้และทำให้การป้องกันบนยอดเขาตกอยู่ในสถานะที่อ่อนแอ หากมันมีคนคิดจะลงมือในตอนนี้จริง ๆ สถานการณ์บนยอดเขาก็จะไม่มีคนคอยป้องกัน!

แอวริล!

เซี่ยเฟยรีบถีบเท้าอย่างแรงและวิ่งไปที่ยอดเขาด้วยความเร็วสูงสุด

“หลบไป!”

ตูม!

เมื่อแอวริลอาจจะตกอยู่ในอันตรายเซี่ยเฟยก็ไม่สนใจใครอีกแล้ว

เซเลสเชียลมูนถูกกวาดออกไปด้านข้างและทำให้บอดี้การ์ดที่ยืนขวางทางล้มลงไปทีละคน

ในเวลาเดียวกันผางไห่ก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติที่ยอดเขาเช่นกัน เขาจึงรีบออกวิ่งตามเซี่ยเฟยไป

“กลับไปที่ยอดเขาเดี๋ยวนี้!!” ผางไห่ตะโกนสั่งการ

เหตุการณ์นี้ทำให้ทุกคนตกตะลึง เพราะทั้งผางไห่และเซี่ยเฟยต่างก็มีเป้าหมายเป็นยอดเขาในเวลาเดียวกัน

ก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัวพวกเขาก็รีบวิ่งตามเซี่ยเฟยและผางไห่ด้วยความสับสน

ฟุบ!

เซี่ยเฟยสามารถวิ่งได้ด้วยความเร็วมากกว่า 3,000 เมตรต่อวินาที เขาจึงใช้เวลาเพียงแค่ 2 วินาทีในการวิ่งขึ้นมาถึงยอดเขา

พื้นที่บริเวณยอดเขาถูกปรับให้เรียบและปูด้วยแผ่นหินสีขาววางเรียงรายทั่วทุกที่ โดยพื้นที่บริเวณนี้มีอาคารขนาดใหญ่วางเรียงกันอยู่สามหลัง ซึ่งอาคารตรงกลางเป็นอาคาร 5 ชั้นและมีขนาดใหญ่ที่สุด ส่วนอาคารซ้ายขวาเป็นอาคาร 4 ชั้นที่มีลานสำหรับการจอดยานอวกาศขนาดเล็ก

ก่อนที่เซี่ยเฟยจะยืนได้อย่างมั่นคงเขาก็รู้สึกขนลุกขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เพราะบนพื้นเต็มไปด้วยซากศพของบอดี้การ์ด บางคนมีรอยตัดที่ลำคออย่างเรียบร้อยและยังคงมีเลือดสด ๆ ไหลซึมออกมาคล้ายกับว่าพวกเขาเพิ่งเสียชีวิตเมื่อไม่นานมานี้

“มีคนอื่นแอบเข้ามา!” เซี่ยเฟยพูดกับอันธอย่างตื่นตระหนก

“นี่มัน… คนลงมือเป็นพวกสำนักวิหคสังหาร”

“ฉันไม่มีเวลาอธิบายแล้ว พวกสำนักวิหคสังหารกับสำนักเงาสังหารเป็นองค์กรนักฆ่ามืออาชีพเหมือนกัน รีบออกตามหาแอวริลเร็ว ๆ เข้า!” อันธกล่าวด้วยเสียงอันจริงจัง

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับอย่างจริงจังก่อนที่จะเริ่มใช้วิชาพรางจิตแอบวิ่งตรงไปทางอาคารหลังตรงกลางอย่างเงียบ ๆ เพราะสัญชาตญาณของเขากำลังร้องบอกว่ามันมีโอกาสสูงมากที่ศัตรูจะอยู่ในอาคารนี้

หากไม่มีชุดต่อสู้คอยปกป้องร่างกายการพยายามวิ่งด้วยความเร็วสูงจะทำให้ร่างกายของชายหนุ่มได้รับความเจ็บปวด โชคดีที่ร่างกายของเซี่ยเฟยมีความแข็งแกร่งมากกว่าเมื่อก่อน มันจึงทำให้เขาพอที่จะหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บส่วนใหญ่ได้ แต่ก็ยังไม่สามารถหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บจากการใช้ความเร็วได้ทั้งหมดอยู่ดี

ทันใดนั้นประตูของอาคารก็เปิดออกพร้อมกับชายชุดดำ 4 คนที่เดินออกมาจากด้านใน โดยพวกเขาสวมใส่ชุดเสื้อผ้าที่เหมือนกันและทุกคนก็ถืออาวุธรูปร่างประหลาดอยู่ในมือ

อาวุธชนิดนี้มีรูปร่างเหมือนเปลวไฟแต่มันเป็นใบมีดอันดุร้ายที่มีความคมอย่างน่ากลัว

ชายชุดดำคนหนึ่งแบกม้วนผ้านวมเอาไว้บนบ่า ซึ่งเมื่อพิจารณาจากผ้านวมแล้วมันน่าจะมีใครบางคนถูกห่อเอาไว้ในนั้น

ในขณะที่พวกเขาเดินออกมาจากประตูมันก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่เซี่ยเฟยกำลังวิ่งไปที่ประตูพอดิบพอดี มันจึงทำให้ทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากันอย่างไม่ได้ตั้งใจ

ระยะห่างระหว่างพวกเขาห่างกันเพียงแค่ไม่กี่สิบเมตรทำให้เซี่ยเฟยมีเวลาเพียงแค่ 0.0001 วินาทีในการตอบสนองต่อสถานการณ์

ชายชุดดำทั้งสี่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี พวกเขาจึงรีบแยกออกเป็น 2 กลุ่ม โดยชายชุดดำที่ถือผ้านวมถอยกลับไปหลังประตู ขณะที่ชายชุดดำอีกสามคนได้พุ่งตัวออกมาขวางเซี่ยเฟยเอาไว้

เพียงแค่ได้พบกันเซี่ยเฟยก็รู้ว่าคนพวกนี้ได้ใช้วิชาคล้าย ๆ วิชาพรางจิตทำให้พวกเขาสามารถเก็บซ่อนกลิ่นอายของตนเองเอาไว้ได้

เห็นได้ชัดเลยว่าคนพวกนี้คือนักฆ่ามืออาชีพ!

“ปลดปล่อย” เซี่ยเฟยส่งเสียงคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวพร้อมกับทำการตวัดเซเลสเชียลมูนออกไปในมุม 45 องศา ก่อนที่ใบมีดทั้ง 18 ใบจะหลุดออกมาพุ่งจู่โจมในทิศทางที่แตกต่างกัน

ฟุบ!

ชายหนุ่มเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเข้าสู่ตัวอาคารโดยทิ้งศพที่ถูกฟันจนขาดทั้งสามเอาไว้ด้านหลัง

ในระหว่างกระบวนการเซี่ยเฟยทำการสังหารหนึ่งในนักฆ่าด้วยมือของตัวเอง และทำการสังหารนักฆ่าอีกสองคนด้วยใบมีดทั้ง 18 ใบ

เมื่อได้เห็นเพื่อนถูกฆ่าตายนักฆ่าชุดดำด้านหลังประตูก็ส่งเสียงอู้อี้ก่อนที่จะกระโจนหนีออกไปทางหน้าต่าง จากนั้นเขาก็กดปุ่มที่อุปกรณ์ขนาดเล็กที่ติดตั้งอยู่บนแขน โดยอุปกรณ์นี้ทำหน้าที่คล้ายกับเครื่องส่งสัญญาณ

ด้านหลังของอาคารเป็นเหวลึกซึ่งการร่วงลงไปด้านหลังอาคารนี้จะทำให้กระดูกทั่วทั้งร่างแตกหักเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

แต่ถึงกระนั้นเซี่ยเฟยก็ยังกระโดดลงไปในหุบเหวอย่างไม่ลังเล

แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าคนที่อยู่ในห่อจะใช่แอวริลหรือไม่ แต่ตราบใดที่มันมีโอกาสแม้แต่ 0.01% เขาก็จะไม่มีวันยอมพ่ายแพ้!

***************

สนพ.เซียนอ่านเข้าร่วมแคมเปญ Pinto Birthday จัดใหญ่ครบรอบ 1 ปี E-book ลดสูงสุด 80% อย่าลืมไปซื้อสะสมกันได้น๊า ตามลิงก์นี้เลยจ้า https://bit.ly/3M9vXUI 

จบบทที่ ตอนที่ 156: สำนักวิหคสังหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว