เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 153: คฤหาสน์ซันเซ็ทวิลล่า

ตอนที่ 153: คฤหาสน์ซันเซ็ทวิลล่า

ตอนที่ 153: คฤหาสน์ซันเซ็ทวิลล่า


ตอนที่ 153: คฤหาสน์ซันเซ็ทวิลล่า

หลังเซี่ยเฟยจากไปทูรามก็ทำการติดต่อไปยังฉินหมาง ซึ่งภาพที่ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอคือฉินหมางกำลังนั่งลูบขนเหล่าเฮยอย่างสบายใจ

“เฒ่าฉิน นายไปเก็บเด็กคนนี้มาจากไหน?” ทูรามกล่าวขณะคลายชุดเครื่องแบบ เพราะเมื่อไม่มีใครอยู่ในสำนักงานของเขาแล้วเขาก็ไม่จำเป็นที่จะต้องรู้สึกกังวลว่าคนอื่นจะมาบอกว่าเขาแต่งตัวไม่เรียบร้อย

“ฉันไม่ได้ไปเก็บมาเด็กคนนั้นเดินมาหาฉันเอง ว่าแต่สิ่งที่ฉันขอให้นายทำล่ะเป็นยังไงบ้าง?” ฉินหมางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“เรื่องยานแบทเทิลครุยเซอร์ไม่มีปัญหา แต่ฉันไม่รู้ว่าเซี่ยเฟยไปเรียนรู้ทักษะของเขามาจากไหน ในระหว่างที่เขาต่อสู้กับฉันเหมือนกับเขายังไม่ได้ใช้กำลังอย่างเต็มที่ด้วยซ้ำ” ทูรามกล่าวอย่างหน้ามุ่ย

ฉินหมางหัวเราะออกมาเสียงดังก่อนที่เขาจะหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบ

“ฮ่า ๆ ๆ แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านทักษะการต่อสู้ของสมาพันธ์ก็ไม่สามารถทำความเข้าใจทักษะของคนหนุ่มได้เหรอเนี่ย ถ้าเขาไม่ใช้ฝีมือทั้งหมดแล้วทำไมนายไม่บังคับให้เขาใช้ฝีมือทั้งหมดออกมาล่ะ”

“นายคิดว่าฉันไม่อยากหรือยังไง ไอ้หนุ่มนั่นคิดจะแลกการโจมตีกับฉันโดยไม่สนใจร่างกายของตัวเองด้วยซ้ำ ถ้าฉันยังสู้ต่อไปฉันก็กลัวว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บ ฉันเลยหยุดเอาไว้ก่อน” ทูรามกล่าวตอบโต้ไปอย่างอึดอัดหลังจากได้ฟังคำดูถูกของฉินหมาง

“เอาจริง ๆ นะทำไมนายถึงคิดว่าเซี่ยเฟยมีไพ่ใบอื่น นอกจากความเร็วกับวิธีการเคลื่อนไหวแปลก ๆ นั่น”

“หลังจากที่เขากลับมาในคราวนี้ฉันได้พบว่านิสัยของเขาแตกต่างไปจากเมื่อก่อน ถ้าหากฉันเดาไม่ผิดมันน่าจะเป็นผลจากการฝึกฝนที่ทำให้เขามีความก้าวหน้าอย่างยิ่งใหญ่ แต่การพัฒนาเพียงแค่ความเร็วมันไม่มากพอที่จะทำให้เขามีความมั่นใจได้มากขนาดนี้ ฉันเลยคิดว่าเขาอาจจะมีความสามารถที่น่าทึ่งในเรื่องอื่น ตอนที่นายเริ่มจู่โจมเขาแสดงอาการตื่นตระหนกออกมาให้เห็นบ้างไหม” ฉินหมางกล่าวขณะใช้มือลูบขนแมวดำในอ้อมแขน

“มันไม่เพียงแต่เขาจะไม่ตื่นตระหนกแต่เขายังเตรียมรับสถานการณ์อย่างใจเย็น ในระหว่างการต่อสู้เขาคิดเสมอว่าจะทำลายกระบวนท่าของฉันได้ยังไง แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างเขากลับเลือกที่จะไม่ลงมือ” ทูรามส่ายหัวพร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

“เขาจะต้องมีอาวุธที่ทรงพลังมากกว่านี้ซ่อนอยู่แน่ ๆ ไม่อย่างนั้นเขาคงจะไม่สามารถรักษาความสงบแบบนั้นเอาไว้ได้ ท้ายที่สุดความมั่นใจมันก็เกิดขึ้นมาจากรากฐานพลังของตัวเอง เซี่ยเฟยไม่ใช่คนประเภทแสดงความมั่นใจโดยไม่มีพลังคอยหนุนหลังอย่างแน่นอน” ฉินหมางกล่าวขณะแสดงท่าทีคิดพิจารณา

“เพียงแค่การเคลื่อนไหวของเขาก็เป็นเรื่องที่น่าทึ่งมากพออยู่แล้ว ถ้าหากว่าเขายังมีไพ่ลับที่ซ่อนเอาไว้แสดงว่าไอ้หนุ่มคนนี้เป็นคนที่ลึกลับจริง ๆ” ทูรามใช้มือแตะเคราที่คางพร้อมกล่าวขึ้นมาด้วยความสงสัย

“นั่นคือสิ่งที่ฉันยังคิดไม่ออก ฉันพยายามตรวจสอบประวัติของเขาตั้งแต่เด็กจนโตแล้วแต่มันไม่มีอะไรที่ดูเป็นพิเศษเกี่ยวกับเรื่องของเขาเลย จู่ ๆ เขาก็สามารถเคลื่อนไหวแบบนั้นได้อย่างกะทันหันคล้ายกับเขาได้เรียนรู้มันขึ้นมาเองโดยไม่มีใครสอน” ฉินหมางกล่าวอย่างตรงไปตรงมา

“ออร่าบนตัวของเขาก็ค่อนข้างจะเบาบางมาก ถ้าหากว่าใครไม่ได้สังเกตเขาอย่างระมัดระวังคนคนนั้นก็อาจจะตรวจพบตัวตนของเขาไม่ได้เลย นายคิดว่าเขาจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกนักฆ่าหรือเปล่า” ทูรามถามออกไปอย่างลังเล

“ฉันสังเกตเขามาสักพักใหญ่ ๆ แล้วถึงแม้วิธีการเคลื่อนไหวของเขาจะคล้ายคลึงกับพวกนักฆ่ามาก แต่เด็กคนนี้ถือกำเนิดขึ้นมาจากดาวโลก นายคิดว่าพวกนักฆ่าที่ลึกลับจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเขาจริง ๆ หรอ?” ฉินหมางกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะออกมาเบา ๆ

“ฉันก็คิดว่าไม่เกี่ยวเหมือนกัน พวกนักฆ่าถูกฝึกฝนมาตั้งแต่ยังเล็กและอาศัยอยู่ในเงามืดตลอดชีวิต แต่เด็กคนนี้ใช้ชีวิตอยู่ในแสงสว่างมากเกินไป” ทูรามกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

“ช่างมันเถอะ ถ้ามีเหตุการณ์อะไรสำคัญเดี๋ยวเซี่ยเฟยก็แสดงไพ่ที่เขาซ่อนอยู่ออกมาเอง” ฉินหมางกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

“เหตุการณ์สำคัญอะไร?”

“เมื่อเขาโกรธหรือกำลังมีชีวิตเป็นเดิมพัน” ฉินหมางกล่าวด้วยท่าทางที่เจ้าเล่ห์

ขั้นตอนในการขอจดสิทธิบัตรเครื่องขยายพลังชาร์จเป็นขั้นตอนที่ยุ่งยากมาก และเมื่อถึงเวลาที่เซี่ยเฟยเดินทางเข้าสู่ดาววีนอล 24 เขาก็เหลือเวลาอยู่ในกลุ่มดาวนครหลวงเพียงแค่ 36 ชั่วโมงเท่านั้น

ปัจจุบันชายหนุ่มยืนอยู่ตรงบริเวณช่องหน้าต่างของยานอวกาศความเร็วสูง ซึ่งดาวตรงหน้าคือสถานที่ตั้งคฤหาสน์ของแอวริล

“ถ้าคฤหาสน์หลังนั้นเป็นสินทรัพย์ของตระกูลเจี่ยน มันก็หมายความว่าแอวริลมีโอกาสสูงที่จะเป็นสมาชิกในตระกูลเจี่ยนด้วยเหมือนกัน บริษัทสตาร์ยูไนเต็ดเป็นบริษัทที่ให้บริการเครือข่ายสตาร์ลิงไปทั่วทั้งพันธมิตรและพวกเขาก็เป็นบริษัทอันดับ 14 จาก 500 บริษัทชั้นนำภายในกลุ่มพันธมิตรทั้งหมด” อันธกล่าวเบื้องหลังของแอวริลเท่าที่เขาสรุปได้

“แล้วไง?” เซี่ยเฟยอุทานพร้อมกับขมวดคิ้ว

“นายเป็นแค่เด็กจน ๆ จากดาวโลกและมันก็มีแนวโน้มสูงที่แอวริลจะเป็นทายาทคนสำคัญของตระกูล นายไม่คิดว่าเรื่องนี้มันจะเป็นปัญหาอะไรใช่ไหม” อันธส่งเสียงหัวเราะพร้อมกับมองออกไปนอกหน้าต่างเช่นเดียวกับเซี่ยเฟย

“นายกำลังพูดถึงความแตกต่างของสถานะทางสังคมใช่ไหม?” เซี่ยเฟยถาม

“ใช่ และสิ่งที่ฉินหมางบอกก่อนที่นายจะออกเดินทางก็น่าจะเป็นเรื่องเดียวกัน”

“นายได้อ่านหนังสือประวัติศาสตร์โลกมาสักพักหนึ่งแล้วใช่ไหม แล้วนายเคยได้ยินสุภาษิตนี้หรือเปล่า” เซี่ยเฟยกล่าว

“สุภาษิตอะไร?”

“เมื่อไม่มีความปรารถนา จิตใจย่อมแข็งแกร่ง”

“เมื่อไม่ความปรารถนา จิตใจย่อมแข็งแกร่ง?”

“ใช่ ไม่ว่าแอวริลจะเป็นคนจนหรือคนรวยฉันก็ไม่คิดที่จะเรียกร้องหรือเอาเปรียบเธอ แล้วทำไมฉันถึงจะต้องรู้สึกด้อยกว่าสถานะของเธอด้วย”

“นอกจากนี้ที่พวกเราสนิทกันนั่นก็เป็นเพราะเธอคู่ควร ไม่ใช่เพราะสถานะของเธอ”

“นายคิดได้แบบนั้นก็ดี ดูเหมือนฉันจะกังวลมากเกินไปนิดหน่อย”

“ฉันไม่ค่อยคุ้นกับสุภาษิต ‘เมื่อไม่ปรารถนา จิตใจย่อมแข็งแกร่ง’ นัก แต่ฉันได้เรียนรู้สุภาษิตหนึ่งมาว่า ‘คำนินทาฆ่าคนได้’ ถึงแม้ว่าความคิดของนายจะบริสุทธิ์แต่คนอื่น ๆ คงจะไม่คิดแบบนั้น” อันธกล่าวอย่างจริงจัง

มนุษย์เป็นเช่นนี้มาเสมอ เพราะท้ายที่สุดคนส่วนใหญ่ก็จะคิดว่าเซี่ยเฟยตีสนิทกับแอวริลเพราะความโลภในเงินทอง ซึ่งไม่ว่าใจจริงเขาจะคิดอะไรแต่ทุกคนก็จะไม่สนใจในเรื่องนั้น

ในระหว่างที่พวกเขาทำการสนทนายานอวกาศก็ค่อย ๆ จอดเข้าเทียบท่า ชายหนุ่มจึงเดินลงจากยานอวกาศพร้อมกับฝูงชน

“นายก็รู้จักฉันมานาน นายคิดว่าฉันจะสนใจความคิดของคนอื่นอย่างนั้นหรอ?”

คำพูดนี้ถึงกับทำให้อันธพูดไม่ออกไปชั่วขณะ เพราะถ้าหากเซี่ยเฟยสนใจความคิดของคนอื่นจริง ๆ เขาก็คงจะไม่ได้เลือกไปเป็นบรรณารักษ์ในห้องสมุด ซึ่งถ้าหากมันเป็นแบบนั้นเขาก็คงจะไม่ได้รู้จักกับฉินหมางและไม่มีโอกาสได้เรียนรู้วิธีการเข้ารหัสของหุ่นยนต์

เซี่ยเฟยมาจนถึงจุดนี้ได้นั่นก็เพราะความพยายามและวิธีการคิดที่ไม่เหมือนใคร เส้นทางที่เขาเลือกเดินเป็นเส้นทางที่คนส่วนใหญ่ทำได้เพียงแต่มองและส่ายหัว

“อย่างแย่ที่สุดฉันก็แค่กลับไปเป็นเด็กปั่นจักรยานส่งของ” เซี่ยเฟยไม่ได้รู้สึกกลัวความล้มเหลวเลยสักนิด ซึ่งมันเป็นสิ่งที่คนโดยทั่วไปไม่เคยมีความคิดเช่นนี้อยู่ในหัว

การกลัวความล้มเหลวก็เป็นสิ่งที่ดีเพราะมันช่วยทำให้มนุษย์ค่อย ๆ พัฒนาขึ้นตลอดเวลา แต่เซี่ยเฟยไม่เคยสนใจเรื่องพวกนั้นเพราะท้ายที่สุดถึงแม้เขาจะมีเงินเป็น 1,000 ล้านแต่เขาก็ยังคงสูบบุหรี่ที่มีราคาถูกที่สุด, กินบะหมี่ที่มีราคาซองละ 5 แอลไลคอยน์และถึงแม้ว่าเขาจะต้องกลับไปใช้ชีวิตที่ยากจนอีกครั้ง แต่เขาก็ไม่คิดว่าเรื่องพวกนั้นจะเป็นปัญหาใหญ่

ดาววีนอล 24 เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีของพันธมิตรทำให้ทั่วทั้งถนนเต็มไปด้วยหน้าจอโฆษณาขนาดใหญ่ และมีร้านค้าวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีอย่างมากมาย

ว่ากันว่าบริษัทเทคโนโลยีมากกว่า 80% ของพันธมิตรตั้งสำนักงานใหญ่อยู่ในดาวดวงนี้ มันจึงทำให้แม้แต่อุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ บนดวงดาวนี้ก็สามารถสังหารวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีไปได้เลย

หลังจากขึ้นรถแท็กซี่เซี่ยเฟยก็มุ่งหน้าตรงไปยังคฤหาสน์ซันเซ็ทวิลล่า

รถแท็กซี่เคลื่อนที่ผ่านชุมชนเมืองที่แออัดเข้าสู่พื้นที่ชนบทที่สวยงามทำให้มองเห็นภูเขาและแอ่งน้ำใสปรากฏให้เห็นในระยะไกล

ภูเขาสรวงสวรรค์มีความสูงไม่มากนัก โดยภูเขากับทะเลสาบอยู่ใกล้กันมากคล้ายกับเป็นพวกมันถูกสรรสร้างขึ้นมาซึ่งกันและกันจนกลายเป็นส่วนผสมที่งดงาม

บริเวณเชิงเขามีบันไดอัตโนมัติทอดยาวขึ้นไปด้านบน โดยในระหว่างทางมีอาคารขนาดใหญ่ถูกตั้งเอาไว้ใกล้ ๆ กับบ่อน้ำใสใต้ภูเขา

ถ้าหากว่าแอวริลอาศัยอยู่ที่นี่จริง ๆ เธอก็ควรจะอยู่อาศัยภายในอาคารบนภูเขาหรือไม่ก็อยู่ในอาคารบนยอดเขา

รถแท็กซี่สามารถวิ่งวนรอบนอกของภูเขาได้เท่านั้น ซึ่งในระหว่างทางเซี่ยเฟยก็ได้พบนักท่องเที่ยวที่ยืนถ่ายรูปอยู่ข้างทะเลสาบ

ตระกูลเจี่ยนไม่ได้ห้ามนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชมวิวทิวทัศน์ของหุบเขา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ได้เป็นพวกใจดำมากขนาดนั้น

รถแท็กซี่ได้มาจอดลงตรงบริเวณประตูทางเข้าของคฤหาสน์ ซึ่งหลังจากที่ชายหนุ่มชำระค่าแท็กซี่เรียบร้อยแล้วเขาก็เดินไปที่ประตูที่มีการป้องกันอย่างแน่นหนา

เมื่อได้เห็นเซี่ยเฟยเดินเข้ามาใกล้ชายผู้มีรูปร่างอันกำยำ 2 คนที่ยืนเฝ้าประตูก็ผงะไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะหันไปพูดกับชายหนุ่ม

“คุณครับพื้นที่ในส่วนนี้เป็นพื้นที่ส่วนตัว ห้ามไม่ให้คนนอกเข้าครับ” ชายผมสั้นกล่าวออกไปอย่างสุภาพ

“ผมมาหาแอวริลครับ” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“มาหาคุณหนู? คุณได้นัดเอาไว้หรือเปล่า” ชายผมบลอนด์ที่อยู่ข้าง ๆ กล่าวถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

‘ที่แท้แอวริลก็เป็นคุณหนูของตระกูลเจี่ยน ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเธอถึงหลีกเลี่ยงคำถามของฉันมาโดยตลอด’ เซี่ยเฟยคิดกับตัวเองภายในใจ

“ไม่ได้นัดไว้ครับแต่ช่วยแจ้งเธอให้หน่อยว่าเซี่ยเฟยมาหา” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยท่าทางสบาย ๆ โดยสีหน้าของเขายังคงสงบนิ่งอยู่เช่นเคย

“ขอโทษนะครับพวกเรามีหน้าที่แค่เฝ้าประตูเท่านั้น เรื่องการจัดการแขกของคฤหาสน์เป็นหน้าที่ของพ่อบ้านผาง หากคุณต้องการพบกับคุณหนูคุณจะต้องทำการนัดหมายผ่านพ่อบ้านผางเสร็จก่อน พวกเราไม่สามารถทำในสิ่งที่คุณต้องการได้ครับ” บอดี้การ์ดผมสั้นกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

***************

จบบทที่ ตอนที่ 153: คฤหาสน์ซันเซ็ทวิลล่า

คัดลอกลิงก์แล้ว