เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 151: ทูราม

ตอนที่ 151: ทูราม

ตอนที่ 151: ทูราม


ตอนที่ 151: ทูราม

ทูรามมีอายุไล่เลี่ยกับฉินหมางแต่ฉินหมางปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนมีรูปร่างเหมือนกับลูกบอล แต่ทูรามยังคงรักษารูปร่างของเขาเอาไว้เป็นอย่างดี และถึงแม้ว่าเขาดูจะมีอายุมากกว่า 70 ปีแต่เขาก็ยังคงทำการฝึกฝนอยู่ทุกวัน

ฟุบ!

ทูรามเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าพร้อมกับกางนิ้วทั้งห้าที่แหลมคมราวกับกรงเล็บนกอินทรี นอกจากนี้จิตสังหารที่เขาปลดปล่อยออกมายังมีความรุนแรงราวกับลมพายุอันน่าสะพรึงกลัว!

ขณะเดียวกันแม้ว่าเซี่ยเฟยจะต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีของผู้อำนวยการคนนี้ แต่เขาก็ไม่ได้คิดที่จะหลบหนีแต่พุ่งเข้าหาฝ่ายตรงข้ามแทน!

ผู้ที่มีพลังสายความเร็วเป็นผู้ที่ขึ้นชื่อเรื่องความคล่องแคล่ว แต่การที่เซี่ยเฟยพุ่งเข้าหาศัตรูแบบนี้ไม่ต่างไปจากการเอาจุดอ่อนของตัวเองไปปะทะกับจุดแข็งของคู่ต่อสู้

ชายหนุ่มขมวดคิ้วพร้อมกับใช้ขาถีบพื้นอย่างแรงจนทำให้ร่างของเขาพุ่งตัวเรียบไปกับพื้นราวกับกระสุนปืนใหญ่ โดยมีเป้าหมายคือเข่าของทูราม!

“หือ?” ทูรามอุทานขึ้นมาด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนที่ร่างกายท่อนบนของเขาจะเหยียดตรงและทำให้การเคลื่อนไหวของเขาเปลี่ยนไปกลางอากาศ!

ทันใดนั้นการโจมตีของทูรามก็เปลี่ยนไปเป็นแนวเฉียงและถึงแม้ว่าการโจมตีในรูปแบบนี้จะมีพลังทำลายด้อยกว่าการโจมตีในครั้งแรก แต่เซี่ยเฟยก็ไม่สามารถที่จะจู่โจมเข้าใส่เข่าของทูรามอย่างง่าย ๆ ได้เหมือนกัน ซึ่งเห็นได้ชัดเลยว่าวิชาการต่อสู้ของทูรามได้แซงหน้าชายหนุ่มไปไกล

เซี่ยเฟยเป็นผู้ใช้พลังสายความเร็วและได้เรียนรู้เทคนิคเล่ห์กายา ดังนั้นเขาจึงสามารถปรับเปลี่ยนวิธีการโจมตีได้ตลอดเวลา

ขณะเดียวกันทูรามก็ไม่ใช่ผู้ใช้พลังสายความเร็วและเขาก็ไม่เคยเรียนรู้เทคนิคเล่ห์กายามาก่อน แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังสามารถปรับเปลี่ยนการโจมตีกลางอากาศได้ ซึ่งมันแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเขาเป็นผู้ที่มีทักษะเหนือกว่านักสู้ทั่ว ๆ ไปที่สามารถทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้กลายเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ขึ้นมา!

“ทำไมถึงเร็วขนาดนี้” เซี่ยเฟยอุทานขึ้นมาอย่างตกใจก่อนที่เขาจะเร่งความเร็วเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ฟุบ! ฟุบ!

ร่างของทั้งสองเคลื่อนที่ผ่านกันอย่างรวดเร็ว แต่เนื่องจากความเร็วของเซี่ยเฟยที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันเท้าของทูรามจึงสัมผัสแค่เพียงอากาศ แต่ไม่สามารถแตะต้องโดนตัวของเซี่ยเฟยได้

“ฮ่า ๆ ๆ มาสู้กันอีก 300 รอบเถอะ!” หลังลงจอดทูรามก็ส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างเต็มที่พร้อมกับดวงตาที่เปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น

เหตุการณ์นี้ทำให้เซี่ยเฟยพูดไม่ออกไปชั่วขณะ เพราะท้ายที่สุดอีกฝ่ายก็เริ่มลงมือตั้งแต่ยังไม่ได้พูดอะไร ยิ่งไปกว่านั้นหลังจากแลกเปลี่ยนการโจมตีกันไปเพียงแค่ครั้งเดียวทูรามกลับชวนให้เขาทำการต่อสู้ต่อ

ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบันเซี่ยเฟยยังไม่มีอารมณ์ที่จะต่อสู้ เขาจึงใช้มือทั้งสองมาประสานกันก่อนที่จะก้มตัวลงไปเพื่อทักทายทูราม

“การสู้กันในคราวนี้ยังไม่เหมาะสม ครั้งนี้ผมมาส่งจดหมายให้ผู้อาวุโสแทนคุณตาฉินหมาง หวังว่าถ้าในอนาคตพวกเรามีโอกาสพวกเราคงจะได้ทำการต่อสู้กันอีก”

“เอ่อ…” ทูรามเริ่มทำตัวไม่ถูกเพราะเซี่ยเฟยได้เปลี่ยนท่าทางไปเป็นลูกศิษย์ที่ให้ความเคารพเขาอย่างฉับพลัน และถึงแม้ว่าเขาจะอยากต่อสู้มากแค่ไหนแต่เขาก็ละอายใจเกินกว่าจะกลั่นแกล้งชายหนุ่มที่ทำตัวแบบนี้

ยิ่งไปกว่านั้นสถานะของเซี่ยเฟยก็ไม่ต่างไปจากลูกศิษย์ของเขาจริง ๆ

“นายออกไปก่อน” ทูรามหันไปพูดกับเลขาก่อนที่เขาจะเดินกลับไปยังที่นั่งของตัวเองอย่างไม่พอใจ

การที่เขาได้ต่อสู้กับคนที่น่าสนใจมีอาการคล้ายกับคนติดยา ดังนั้นการที่อีกฝ่ายหยุดการเคลื่อนไหวอย่างกะทันหันมันจึงทำให้ทูรามรู้สึกเหมือนกับตัวเองถูกตัดบทไปดื้อ ๆ

“ฉินหมางสบายดีไหม?” ทูรามหยิบจดหมายของฉินหมางไปวางไว้บนโต๊ะและเริ่มชวนเซี่ยเฟยพูดคุย

“คุณตายังสบายดีครับ แต่เหล่าเฮยกำลังอ่อนแอลงเรื่อย ๆ คุณตาค่อนข้างจะกังวลกับเรื่องนี้มาก” เซี่ยเฟยกล่าวตอบด้วยรอยยิ้ม

“เจ้าแมวดำตัวนั้นเป็นลูกรักของฉินหมางเลย เขาทำเหมือนกับว่ามันเป็นลูกชายของเขาจริง ๆ ว่าแต่ทำไมก่อนหน้านี้นายถึงไม่หลบแต่พุ่งเข้ามาจู่โจมที่เข่าของฉันแทน?” ทูรามถาม

“ถึงการเคลื่อนไหวของคุณในตอนนั้นจะดูทรงพลังแต่จริง ๆ แล้วมันเป็นการเคลื่อนไหวตบตา เพราะการจู่โจมที่แท้จริงยังคงถูกซ่อนเอาไว้ ผมจึงเหลือทางเลือกเดียวคือเคลื่อนไหวให้คุณเปิดเผยการจู่โจมที่แท้จริงออกมา” เซี่ยเฟยตอบกลับอย่างใจเย็น

ดวงตาของทูรามเริ่มเปล่งประกายขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น เขาจึงชี้ไปที่เก้าอี้เพื่อให้เซี่ยเฟยนั่งลง

“ใครเป็นคนบอกนายเกี่ยวกับกลอุบายของวิชาอินทรีลวงตาของฉัน ใช่อาจารย์ของนายหรือเปล่า?”

“คุณตาฉินหมางไม่ใช่อาจารย์ของผมครับและเขาก็ไม่เคยบอกอะไรผมเกี่ยวกับวิชาของคุณด้วย” เซี่ยเฟยส่ายหัวพร้อมกับรีบพูดออกไปอย่างตกใจ

“อะไรนะ! ฉินหมางไม่ได้เป็นอาจารย์ของนาย?!” ทูรามใช้มือกระแทกโต๊ะและอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ

“ใช่ครับ คุณตาเป็นคนดูแลห้องสมุด ส่วนผมก็เป็นบรรณารักษ์ ถ้าจะเรียกให้ถูกผมคิดว่าผมควรจะเป็นลูกน้องของคุณตามากกว่า” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“นายกำลังจะบอกว่านายอ่านการเคลื่อนไหวของฉันได้เองงั้นหรอ?”

“มันไม่ขนาดนั้นหรอกครับ ผมแค่รู้สึกว่าหากผมหลบผมจะมีอันตรายมากกว่าเดิม ผมเลยต้องเคลื่อนที่ไปข้างหน้าแทน”

“เอิ่ม…นั่นก็จริง” ทูรามเอียงศีรษะพร้อมกับใช้มือลูบเคราสีขาวสั้น ๆ ที่อยู่ตรงคาง จากนั้นเขาก็พึมพำขึ้นมากับตัวเอง

“ถ้าเขาไม่ใช่ลูกศิษย์ของฉินหมาง แล้วทำไมเจ้าแก่นั่นถึงใช้ให้เขามาส่งจดหมาย?”

หลังจากนั้นทูรามก็ยื่นมือออกไปเปิดจดหมายที่อยู่บนโต๊ะ โดยในตอนแรกเขาได้ส่งเสียงหัวเราะในระหว่างอ่านจดหมาย แต่ในตอนจบท่าทางของเขากลับเปลี่ยนไปอย่างจริงจัง

เซี่ยเฟยไม่รู้ว่าเนื้อหาในจดหมายเขียนว่าอะไรบ้าง ดังนั้นเขาจึงนั่งรออยู่อย่างเงียบ ๆ

หลังจากอ่านจดหมายจนจบแล้วทูรามก็เก็บจดหมายเอาไว้ในลิ้นชัก ก่อนที่จะหันไปพูดกับเซี่ยเฟยด้วยสีหน้าอันจริงจังว่า

“นายกำลังจะไปตามหาใครบางคนที่ภูมิภาคดาวมฤตยูใช่ไหม?”

เซี่ยเฟยรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่ฉินหมางบอกทูรามเรื่องที่เขากำลังจะเดินทางไปยังภูมิภาคดาวมฤตยู ซึ่งเหตุการณ์นี้มันก็ทำให้เขารู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง

“ใช่ครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวก่อน…คุณตาบอกว่าคุณก็ชอบดื่มน้ำชาเหมือนกัน ผมก็เลยนำชาจากบ้านเกิดของผมมาให้ชิมครับ” เซี่ยเฟยกล่าวเบา ๆ ก่อนที่เขาจะหยิบกระป๋องชาออกมาจากแหวนมิติและวางไว้บนโต๊ะ

“ชา 3 กระป๋องนี้คือชาเถี่ยกวนอิน, หยุนวู่เหมาเจียนและหมิงเฉียนหลงจิ่ง ถ้าหากคุณชอบคราวหลังผมจะเอามาฝากเพิ่มนะครับ” เซี่ยเฟยกล่าว

หลังจากพูดจบเซี่ยเฟยก็ลุกขึ้นและเตรียมที่จะบอกลา แต่ทูรามกวักมือเป็นสัญญาณให้ชายหนุ่มนั่งลง

แม้ว่าเซี่ยเฟยอยากจะไปเจอแอวริลแล้วแต่เขาก็ไม่สามารถหักหน้าทูรามได้ เขาจึงจำเป็นที่จะต้องนั่งลงไปอีกครั้ง

“นายรู้ไหมว่าฉินหมางเขียนอะไรในจดหมายฉบับนี้” ทูรามถาม

“ผมไม่รู้ครับ คุณตาไม่เคยบอก” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

“ฉันรู้จักกับฉินหมางมาหลายสิบปีแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นเขาเอ็นดูใครขนาดนี้ นายรู้ไหมว่าตอนหนุ่ม ๆ เจ้าแก่นั่นถูกเรียกว่าอะไร?” ทูรามกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะออกมาเบา ๆ

“ไม่รู้ครับ” เซี่ยเฟยตอบ

“คุณตาที่นายเรียกเคยมีฉายาว่า ‘ฮาเดส’ ในตอนนั้นถ้าใครทำให้เขาขุ่นเคืองแม้แต่เพียงนิดเดียวเขาคนนั้นจะถูกทรมานจนอยากตาย ฉินหมางเคยถูกเรียกว่าเป็นคนที่ไม่มีเหตุผลและมีนิสัยที่ดุร้าย นายน่าจะเป็นคนแรกที่กล้าเรียกเขาว่าคุณตา หากคนอื่นไปเรียกคำบอกอายุแบบนั้นบ้างพวกเขาก็คงจะถูกถลกหนังทั้งเป็น” ทูรามเล่าเรื่องในอดีตโดยที่ในแววตาแฝงความหวาดกลัวเอาไว้เล็กน้อย เซี่ยเฟยจึงไม่สามารถจับคำโกหกจากคำบอกเล่าพวกนี้ได้เลย

‘ในอดีตฉินหมางเป็นคนที่น่ากลัวขนาดนั้นเลยหรอ?’

เซี่ยเฟยพยายามปฏิเสธความคิดภายในใจ เพราะฉินหมางที่เขาเห็นเป็นเพียงแค่ชายชราตัวอ้วนที่มีนิสัยแปลก ๆ แต่ไม่ว่าเขาจะพยายามคิดยังไงเขาก็ไม่สามารถจินตนาการถึงความโหดร้ายของชายชราคนนี้ได้เลย

“คุณตาไม่เคยเล่าเรื่องในอดีตให้ผมฟังเลยครับ แต่เท่าที่ผมได้สัมผัสมาเขาก็เป็นเพียงแค่คนแก่ใจดีคนหนึ่ง” เซี่ยเฟยกล่าว

“คนแก่ใจดี!!” ทูรามอุทานพร้อมกับเบะปาก จากนั้นเขาก็ถกแขนเสื้อข้างขวาเผยให้เห็นรอยแผลเป็นสีดำที่น่ากลัว

“นายเห็นนี่ไหม? นี่คือรอยแผลเป็นที่คุณตาใจดีของนายทิ้งไว้ให้ นายรู้ไหมว่าตอนนั้นพวกเราทะเลาะเรื่องอะไรกัน”

“ไม่รู้ครับ”

“เราทะเลาะกันเพราะฉันคิดว่ามันเป็นคนน่ารัก!” ทูรามพูดอย่างโกรธจัด

“เมื่อก่อนพวกเราเรียนอยู่ในค่ายฝึกเดียวกัน ฉันคิดว่าฉินหมางเป็นคนน่ารัก หลังจากนั้นพวกเราก็เลยทะเลาะกันมาตลอด ระหว่างที่ฉันกับมันอยู่ค่ายฝึกพวกเราเคยสู้กันมาหลายร้อยครั้งและรอยแผลเป็นมากกว่าครึ่งบนร่างของฉันก็เป็นฝีมือของมันนั่นแหละ!”

“สุดท้ายมันก็ไม่มีใครสามารถเอาชนะอีกฝ่ายหนึ่งได้ และพวกเราก็เริ่มสนิทกันผ่านการต่อสู้กันมากขึ้นจนพวกเราได้กลายมาเป็นเพื่อนกัน พูดแล้วฉันก็คิดถึงเรื่องในอดีตอยู่เหมือนกันนะ”

ขณะที่ทูรามเล่าเรื่องในอดีตแววตาของเขาดูสับสนไปเล็กน้อยราวกับว่าเขากำลังคิดถึงช่วงเวลาวัยเยาว์ของเขาจริง ๆ

เซี่ยเฟยไม่ได้พูดอะไรกลับไปแต่พยายามคิดในใจถึงฉากที่ฉินหมางทำการต่อสู้กับคนอื่น แต่ไม่ว่าเขาจะพยายามจินตนาการยังไงเขาก็คิดภาพที่ฉินหมางไปต่อสู้กับคนอื่นไม่ออกจริง ๆ

“ถึงนายจะไม่ใช่ลูกศิษย์ของเขาแต่ดูเหมือนว่าเขาจะเอ็นดูนายมากกว่าลูกศิษย์ของเขาจริง ๆ เสียอีก ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่านายไปทำอะไรเขาถึงได้เอ็นดูนายมากขนาดนี้” ทูรามกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

คำพูดของชายชราทำให้เซี่ยเฟยพูดไม่ออกไปชั่วขณะ เพราะเขาไม่เคยมีความสัมพันธ์อะไรเป็นพิเศษกับฉินหมางเลย อย่างมากที่สุดเขาก็แค่ช่วยชงชา, ช่วยให้อาหารแมวและนั่งพูดคุยในระหว่างที่ฉินหมางกำลังเหงาเท่านั้น

“อาจจะเป็นเพราะพวกเราเหมือนกันละมั้งครับ” เซี่ยเฟยกล่าวออกไปอย่างคลุมเครือ

คำตอบนี้ทำให้ทูรามจ้องมองไปที่เซี่ยเฟยเป็นเวลานานจนทำให้ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกอึดอัด

“ถึงนายจะบอกว่านายคล้ายกับฉินหมาง แต่นายดูมีเหตุผลมากกว่าไอ้แก่นั่นมาก ตอนมันยังเด็กมันเป็นพวกหัวรั้นอย่าบอกใคร”

“เอาล่ะกลับมาเข้าเรื่องกันดีกว่า ฉินหมางขอให้ฉันเตรียมยานอวกาศที่เหมาะสมให้นายใช้เดินทางไปยังภูมิภาคดาวมฤตยู แต่ฉันไม่มีสิทธิ์มอบยานของสมาพันธ์ให้กับนายได้ อย่างมากที่สุดฉันก็ช่วยหาให้ได้แค่ยานปลดระวางแล้วเท่านั้น ถึงยังไงนี่ก็เป็นคำขอร้องจากฉินหมางฉันจะไม่ช่วยก็คงจะไม่ได้” ทูรามกล่าว

คำอธิบายนี้ทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกตกใจมาก เพราะเขาไม่คิดเลยว่าฉินหมางจะเขียนจดหมายร้องขอให้เขาได้รับยานอวกาศลำใหม่!

ในความเป็นจริงเซี่ยเฟยไม่ได้ต้องการยานอวกาศลำใหม่ เพราะประสิทธิภาพของแวมไพร์ค่อนข้างจะดีมากอยู่แล้ว เขาจึงคิดที่จะใช้แวมไพร์เดินทางไปยังภูมิภาคดาวมฤตยูหรือฉินหมางจะคิดว่าแวมไพร์ยังมีประสิทธิภาพไม่มากพอ?

ในระหว่างที่เซี่ยเฟยกำลังคิดทูรามก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง

“ฉินหมางบอกว่านายมียานรุ่นโคแอกิวเลชั่นใช่ไหม?”

“ใช่ครับ” เซี่ยเฟยตอบพร้อมกับพยักหน้า

“ยานรุ่นนี้มีประสิทธิภาพที่ค่อนข้างดีแต่ถึงยังไงมันก็เป็นเพียงแค่ยานฟริเกต ดังนั้นถึงแม้ว่ามันจะสามารถจัดการกับยานในระดับเดียวกันได้อย่างไม่มีปัญหา แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับยานที่มีขนาดใหญ่กว่าถึงเวลานั้นนายก็อาจจะตกอยู่ในอันตราย”

“ฉินหมางต้องการให้นายใช้ยานแบทเทิลครุยเซอร์เป็นกำลังหลักและใช้ยานโคแอกิวเลชั่นจอดเอาไว้ในโรงเก็บเพื่อใช้เป็นยานสำรอง”

“ปกติมันเป็นเรื่องยากมากที่ฉินหมางจะขอให้ฉันช่วยเหลือใครแบบนี้ หลังจากที่นายกลับไปนายควรจะต้องไปขอบคุณเขามาก ๆ ล่ะ” ทูรามกล่าว

“ยานแบทเทิลครุยเซอร์!” เซี่ยเฟยอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจหลังจากที่ได้ฟังคำพูดของทูราม

***************

จบบทที่ ตอนที่ 151: ทูราม

คัดลอกลิงก์แล้ว