เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 147: เซเลสเชียลมูน

ตอนที่ 147: เซเลสเชียลมูน

ตอนที่ 147: เซเลสเชียลมูน


ตอนที่ 147: เซเลสเชียลมูน

กาลเวลาผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วและใน 25 นาทีต่อมา เซี่ยเฟยกับอันธก็ช่วยกันคัดรายชื่อที่มีค่ามากที่สุดได้ 57 รายการจากในบรรดารายการทั้งหมดที่มีจำนวนหลายพัน

เย่จิ่งชานคาดการณ์ได้อย่างถูกต้องแล้วว่าเซี่ยเฟยไม่รู้จักอุปกรณ์ระดับสูงเหล่านี้ แต่เขาก็ไม่รู้ว่าชายหนุ่มมีวิญญาณนักฆ่าคอยให้คำปรึกษาอยู่ข้างกาย

“ชุดต่อสู้ฮัวซิง 90 นี้ดีมาก ถึงแม้ว่าในแง่ของความเร็วมันจะช้ากว่าชุดวินด์ชาโดว์แต่มันก็เป็นชุดต่อสู้ที่มีพลังป้องกันอันแข็งแกร่ง ฉันคงไม่ต้องอธิบายนะว่าทำไมนายถึงต้องการชุดมาคอยป้องกัน” อันธกล่าวแนะนำ

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับคำแนะนำของอันธ เพราะถ้าหากว่าวัดกันในแง่ของการลอบสังหารชุดวินด์ชาโดว์ย่อมมีภาษีที่ดีกว่าอย่างแน่นอน แต่ถ้าหากวัดกันในแง่การต่อสู้ที่ยากลำบากโดยเฉพาะการต่อสู้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ประสิทธิภาพในการป้องกันของชุดต่อสู้ก็จะยิ่งมีความสำคัญอย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ชายหนุ่มได้มองเห็นความสำคัญของการป้องกันของชุดต่อสู้บนดาวมรดกแล้ว และนักสู้ระดับสูงทุก ๆ คนจะไม่ได้มีชุดต่อสู้อยู่เพียงแค่ชุดเดียวแต่จะมีชุดต่อสู้อยู่อย่างน้อย 3 ชุดเพื่อเอาไว้เปลี่ยนใช้ในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน แน่นอนว่าเขาก็ต้องการอาวุธเอาไว้เปลี่ยนใช้ในสถานการณ์ที่แตกต่างกันด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตามชายหนุ่มก็ไม่ได้มีคะแนนมากพอที่จะทำการแลกเปลี่ยนอุปกรณ์ทั้งหมดที่เขาต้องการ ดังนั้นเขาจึงจำเป็นจะต้องเลือกสิ่งที่จำเป็นที่สุดสำหรับเขาในช่วงเวลานี้เสียก่อน และทางเลือกในตอนนี้ก็เหลือเพียงการเลือกระหว่างการเพิ่มความเร็วกับการเพิ่มพลังในการป้องกัน

“ในกรณีที่นายเลือกชุดฮัวซิง 90 นายสามารถเพิ่มความเร็วได้ด้วยแหวนภูติลม ฉันว่าการเลือกอุปกรณ์ทั้งสองชิ้นนี้เป็นการแก้ไขปัญหาที่ดี เพราะนายจะได้รับทั้งความเร็วและพลังป้องกันที่แข็งแกร่ง”

“จากนั้นนายก็ทำการแลกออโรร่าที่มีระดับสูงกว่าเชสซิ่งไลท์มาใช้เป็นอาวุธ ถึงยังไงนายก็คุ้นชินกับรูปแบบการต่อสู้ที่ซ่อนมีดเอาไว้ใต้แขนเสื้ออยู่แล้ว นอกจากนี้นายยังสามารถเพิ่มกงล้อนิรนามมาเป็นตัวเลือกเพิ่มเติมเอาไว้ใช้ในการต่อสู้ระยะไกลได้ด้วย”

“ถ้าฉันเป็นนายฉันจะเลือกอุปกรณ์ทั้งสี่ชิ้นนี้และราคาของพวกมันก็อยู่ที่ 98,000 แต้ม ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่นายสามารถจ่ายได้” อันธอธิบายข้อดีของอุปกรณ์แต่ละชิ้นอย่างชัดเจน

การวิเคราะห์ของอันธมีความสมเหตุสมผลมาก เพราะเมื่อพิจารณาจากปัจจัยทั้งหมดแล้วถึงแม้นักฆ่าคนนี้จะไม่ประสบความสำเร็จในสาขาอาชีพของตัวเอง แต่เขาก็ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญที่หาตัวจับได้ยากในแง่ของการปรุงยาและการประเมินอุปกรณ์

การได้รับคะแนนพิเศษ 100,000 คะแนนอาจจะดูเหมือนเป็นคะแนนที่เยอะมาก แต่เมื่อมันมีอุปกรณ์ระดับสูงให้ทำการเลือกสรรอย่างมากมาย มันกลับกลายเป็นเซี่ยเฟยมีคะแนนพิเศษอยู่น้อยมากไปเลย

ท้ายที่สุดอุปกรณ์ระดับสูงก็จำเป็นจะต้องใช้คะแนนแลกที่สูงตาม ซึ่งการมีคะแนนเพียงแค่ 100,000 คะแนนจึงสามารถแลกอุปกรณ์ระดับปานกลางได้เพียงแค่ไม่กี่ชิ้นหรือสามารถแลกอุปกรณ์ระดับสูงได้เพียงแค่ชิ้นเดียว

เซี่ยเฟยกำลังคิดพิจารณาภายในใจอย่างรวดเร็ว แต่สายตาของเขายังคงจับจ้องมองไปยังอาวุธประหลาดที่อยู่ทางด้านล่างของหน้าจอ

ชื่อของอุปกรณ์ประหลาดชิ้นนี้คือเซเลสเชียลมูน ซึ่งมันเป็นอาวุธผสมที่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปร่างได้ โดยรูปร่างภายนอกของมันดูคล้ายกับหางของนกฟินิกซ์ในตำนานที่ประกอบไปด้วยใบมีดกลม ๆ 18 เล่มเชื่อมติดกันเป็นเส้นยาว

วัตถุดิบที่ใช้ทำเซเลสเชียลมูนเป็นโลหะผสมพิเศษทำให้ใบมีดมีความบางเหมือนกระดาษ แต่มีความแข็งและมีความคมอย่างไม่น่าเชื่อ นอกจากนี้ใบมีดกลม ๆ แต่ละใบได้มีการเชื่อมต่อกันด้วยกลไกที่ซับซ้อน ทำให้ในช่วงเวลาปกติมันมีรูปร่างเหมือนกับจานร่อนที่ผูกติดอยู่กับแขนคล้ายกับเชสซิ่งไลท์

เมื่อเปิดใช้งานผู้ใช้สามารถกำหนดกลไกเพื่อเลือกความยาวของอาวุธชิ้นนี้ได้ โดยใบมีดแต่ละใบมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 15 เซนติเมตรและมีรูปร่างเหมือนกับแผ่นดิสก์

หากผู้ใช้กำหนดกลไกให้ใบมีดถูกปล่อยยาวออกไป 3 ใบ มันก็จะกลายเป็นอาวุธที่มีความยาว 45 เซนติเมตร หรือหากผู้ใช้ได้กำหนดกลไกให้ใบมีดปล่อยออกไป 10 ใบมันก็จะเป็นอาวุธที่มีความยาว 150 เซนติเมตร แต่เมื่อไหร่ที่ผู้ใช้กำหนดกลไกให้ใบมีดปล่อยออกไปทั้ง 18 ใบ มันก็จะกลายเป็นอาวุธที่มีความยาวเกือบ 300 เซนติเมตร!!

การปรับเปลี่ยนความยาวเป็นเพียงแค่หนึ่งในกลไกที่น่าอัศจรรย์ของอาวุธชิ้นนี้เท่านั้น เพราะผู้ใช้สามารถกำหนดระบบกลไกได้อย่างอิสระทำให้ใบมีดทั้ง 18 ใบสามารถเชื่อมต่อกันในรูปแบบไหนก็ได้ตามที่ผู้ใช้สามารถจะคิดออก

ยกตัวอย่างเช่น ผู้ใช้สามารถนำอาวุธออกไปเหวี่ยงโจมตีได้เหมือนแส้และสามารถเอาใบมีดทั้งหมดมารวมตัวกันเป็นวงกลมจนกลายเป็นโล่ ตราบใดก็ตามที่ผู้ใช้มีจินตนาการที่ไร้ขีดจำกัด อาวุธชิ้นนี้มันก็จะกลายเป็นสุดยอดอาวุธที่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการโจมตีได้ตลอดเวลา!!

สิ่งที่น่าตกใจมากยิ่งกว่าคือเซเลสเชียลมูนไม่เพียงแต่จะสามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบของอาวุธได้เท่านั้น แต่มันยังสามารถกระจายการโจมตีได้อีกด้วย!

ผู้ใช้สามารถกำหนดกลไกให้ใบมีดทั้ง 18 ใบกระจายกันเป็นมีดขว้างได้ 18 เล่ม ทำให้การใช้อาวุธชนิดนี้ในการโจมตีสามารถพลิกแพลงได้จากทุกทิศทาง และทำให้ศัตรูหลบการจู่โจมได้อย่างยากลำบากมากยิ่งขึ้น

การออกแบบอาวุธชิ้นนี้ได้มาถึงจุดสุดยอดของประวัติศาสตร์ในการออกแบบอาวุธของมนุษย์แล้ว และมันก็คงจะมีเพียงแต่อัจฉริยะผู้บ้าคลั่งเท่านั้นที่สามารถออกแบบอาวุธที่ซับซ้อนและแปลกประหลาดแบบนี้ได้

ที่สำคัญที่สุดคือถึงแม้ว่ากลไกของเซเลสเชียลมูนจะมีความซับซ้อนอย่างเหลือเชื่อ แต่โครงสร้างกลไกของมันกลับมีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมากราวกับว่ามันเป็นอาวุธชั้นยอดที่มีกลไกซุกซ่อนอยู่ด้านใน!

“ทำไมนายถึงไม่ปล่อยวางอาวุธชิ้นนั้นไปสักที” อันธมองตามสายตาของเซี่ยเฟยพร้อมกับกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ฉันคิดว่าอาวุธชิ้นนี้เหมาะกับฉันมากเหมือนกับมันถูกออกแบบมาให้ฉันเลย” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“ถึงแม้ว่าเซเลสเชียลมูนจะเป็นอาวุธที่ดี แต่ถ้าหากนายเลือกอาวุธชิ้นนี้นายจะไม่เหลือคะแนนไปแลกอุปกรณ์ชิ้นอื่นเลยนะ” อันธกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

เซี่ยเฟยไม่ตอบกลับอะไรกลับไปเพราะเขาต้องใช้สมองในการคิดตัดสินใจเลือกอย่างจริงจัง

คำว่า ‘เลือก’ อาจจะฟังดูเป็นคำง่าย ๆ แต่มันก็เป็นคำที่ซ่อนความลำบากใจเอาไว้อยู่เสมอ ท้ายที่สุดเบื้องหลังของคำว่าเลือกคือการทิ้งสิ่งหนึ่งไปเพื่อให้ได้รับสิ่งหนึ่งมา มันจึงทำให้การเลือกไม่เคยเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน

หลังจากใช้เวลาคิดพิจารณาอยู่สักพักชายหนุ่มก็เผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดด้วยท่าทางที่ผ่อนคลาย

“ฉันตัดสินใจแล้วฉันจะเลือกเซเลสเชียลมูนชิ้นนี้” เซี่ยเฟยพูดขึ้นมาเบา ๆ

“ฉันอุตส่าห์คิดวางแผนให้นายตั้งนาน แต่สุดท้ายนายก็ยังเลือกเซเลสเชียลมูนอยู่ดี ไม่ว่ายังไงนายก็ยังเดินทางด้วยวิธีสุดโต่งอยู่เสมอเลยนะ แม้กระทั่งการเลือกอุปกรณ์แบบนี้ก็ไม่เว้น”

“นายเข้าใจใช่ไหมว่าถ้าหากนายเลือกเซเลสเชียลมูน แม้มันจะทำให้นายได้รับการโจมตีที่แข็งแกร่งแต่นายก็จะสูญเสียการป้องกันไปในเวลาเดียวกัน ดังนั้นประสิทธิภาพโดยรวมของอาวุธชิ้นนี้เพียงชิ้นเดียวจึงน้อยกว่าอุปกรณ์ทั้งสี่ชิ้นที่ฉันได้เลือกให้”

“ปกตินายเป็นคนที่ขี้งกมาก ทำไมวันนี้นายถึงยอมใช้คะแนนทั้งหมดแลกอาวุธเพียงแค่ชิ้นเดียว แทนที่จะแลกอุปกรณ์ทั้งสี่ชุดที่ด้อยกว่าลงมาเพียงแค่เล็กน้อย” อันธกล่าวอย่างไม่เข้าใจ

“ฉันไม่ได้เป็นคนขี้งก แค่บางครั้งฉันคิดว่าเงินที่ต้องจ่ายเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็น แต่ฉันไม่เคยรู้สึกเสียดายถ้าต้องจ่ายเงินทั้งหมดเพื่อซื้อสิ่งสำคัญ แม้ว่าการเลือกเซเลสเชียลมูนจะทำให้ฉันพลาดอุปกรณ์ในส่วนอื่นไป แต่การจะหาอาวุธที่ดีกว่าอาวุธชิ้นนี้ก็คงจะไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างแน่นอน ในเมื่อฉันต้องการจะขึ้นไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดของจักรวาลแล้วฉันจะพลาดอาวุธระดับสูงสุดแบบนี้ได้ยังไง” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย

อันธถอนหายใจให้กับความดื้อรั้นของเซี่ยเฟยและในเมื่อชายหนุ่มคนนี้ตัดสินใจเลือกเซเลสเชียลมูนแล้ว มันก็ไม่มีความจำเป็นที่เขาจะต้องพูดจาโน้มน้าวต่อไป เขาจึงจบบทสนทนาแล้วหายตัวเข้าไปภายในสร้อย

เมื่อครบเวลาเย่จิ่งชานก็เปิดประตูเข้ามาด้วยสีหน้าอันจริงจัง แต่เมื่อเขาได้เห็นอุปกรณ์ที่เซี่ยเฟยได้เลือกไว้บนหน้าจอมันก็ทำให้เขารู้สึกตกตะลึง

‘เขาสามารถคัดอุปกรณ์ที่มีค่าทั้งหมดออกมาได้ยังไง!’

‘เขาเลือกอุปกรณ์ชิ้นไหนกันแน่?!’ เย่จิ่งชานคิดกับตัวเองด้วยความสงสัย ก่อนที่เขาจะกลับไปนั่งยังที่นั่งของตัวเอง

“คุณเลือกอุปกรณ์ได้แล้วหรือยัง?” เย่จิ่งชานถาม

“เลือกได้แล้วครับ ผมต้องการแลกเซเลสเชียลมูนชิ้นนี้” เซี่ยเฟยพยักหน้ารับพร้อมกับใช้นิ้วชี้ไปยังชื่อเซเลสเชียลมูนบนหน้าจอ

“คุณแน่ใจนะว่าต้องการแลกคะแนน 105,000 คะแนนกับเซเลสเชียลมูนเพียงชิ้นเดียว” เย่จิ่งชานถามขึ้นมาพร้อมกับสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างจริงจัง

“ใช่ครับ แต่ตอนนี้ผมมีคะแนนอยู่เพียงแค่ 100,000 คะแนน ผมสามารถจ่ายส่วนต่างที่เหลืออีก 5,000 คะแนนเป็นเงินได้หรือเปล่าครับ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

เมื่อได้ยินว่าเซี่ยเฟยมีคะแนนไม่เพียงพอมันก็ทำให้เย่จิ่งชานรู้สึกโล่งใจ

เซเลสเชียลมูนเป็นหนึ่งในอาวุธระดับอีเทอนิตี้เพียงไม่กี่ชิ้นในศูนย์แลกเปลี่ยนระดับ B ซึ่งในอดีตมันเคยเป็นอาวุธของผู้อำนวยการสมาพันธ์จัสทิสสาขาภูมิภาคดาวเอ็นดาโร่คนก่อนหน้าที่จะเปลี่ยนมาเป็นโรเบิร์ตนั่นเอง

หลังจากที่เขาได้เสียชีวิตพินัยกรรมของเขาก็ระบุว่าเขาได้ทำการมอบอาวุธชิ้นนี้ให้กับทางสมาพันธ์ แต่เนื่องจากมันไม่มีใครสามารถใช้อาวุธชิ้นนี้ได้มันจึงนอนอยู่ในโกดังของสมาพันธ์มาเป็นเวลาหลายปี และมูลค่าของอาวุธชิ้นนี้ก็ไม่สามารถตีค่าเป็นเงินได้อย่างแน่นอน

“คุณจะเอาเงินมาแลกกับคะแนนพิเศษของสมาพันธ์ได้ยังไง คุณควรเปลี่ยนใจไปแลกของอย่างอื่นที่คุณมีคะแนนมากพอ” เย่จิ่งชานกล่าว

“ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาตโทรไปยืมคะแนนจากคุณตาฉินหมางได้ไหมครับ? เขาน่าจะมีคะแนนพิเศษอยู่บ้างหลังจากทำงานในค่ายฝึกมาหลายปี” เซี่ยเฟยกล่าวหลังจากพยายามคิดหาวิธีแก้ไขปัญหา

ทันใดนั้นเองท่าทีของเย่จิ่งชานก็เปลี่ยนไปอย่างร้อนรน ท้ายที่สุดเซี่ยเฟยก็ยังไม่รู้ว่าฉินหมางคืออาจารย์ของเขา และถ้าหากว่าอาจารย์ของเขารู้เรื่องนี้ขึ้นมาเขาจะต้องถูกตำหนิอย่างแน่นอน

“เดี๋ยวก่อน! ฉันจะให้คุณยืมคะแนน 5,000 คะแนนนี้เอง แล้วคุณค่อยเอาคะแนนมาจ่ายคืนทีหลัง” เย่จิ่งชานกัดฟันพูดขึ้นมา

“ขอบคุณมากครับผู้บัญชาการเย่ คุณช่างเป็นคนดีจริง ๆ” เซี่ยเฟยกล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุข

หลังจากไล่เซี่ยเฟยออกไปแล้ว เย่จิ่งชานก็แอบทำการโอนคะแนน 5,000 คะแนนไปยังบัญชีของสมาพันธ์พร้อมกับส่ายหัวให้ตัวเองอย่างแรง

“อาจารย์ทำไมคุณถึงต้องรับลูกศิษย์เจ้าเล่ห์แบบนี้มาด้วย!!”

หลังจากเซี่ยเฟยทำการแลกเปลี่ยนเซเลสเชียลมูนได้เป็นที่เรียบร้อย เขาก็กลับไปที่ห้องสมุดอย่างอารมณ์ดีและทันทีที่เขาเปิดประตูเข้าไป เขาก็เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฉินหมางฟังด้วยความตื่นเต้น

“อะไรนะนายเลือกเซเลสเชียลมูนงั้นหรอ? ถ้าฉันจำไม่ผิดอาวุธชิ้นนี้มันไม่ใช่อาวุธสำหรับผู้มีพลังสายความเร็ว แต่มันเป็นอาวุธที่ถูกออกแบบมาเพื่อผู้ใช้พลังจิตโดยเฉพาะ อย่างมากที่สุดฉันก็คิดว่านายคงจะใช้ประสิทธิภาพของอาวุธชิ้นนั้นได้ไม่เกิน 40%” ฉินหมางกล่าวพร้อมกับหรี่ตาลงเล็กน้อย

แม้ว่าเซเลสเชียลมูนจะเป็นอาวุธที่ยืดหยุ่น แต่ตัวโลหะชนิดพิเศษที่ใช้สร้างอาวุธชิ้นนี้ขึ้นมาก็เป็นโลหะที่มีคลื่นความถี่ที่เหมาะสมสำหรับการตอบสนองต่อการสั่งการด้วยพลังจิต

นักสู้ผู้ใช้พลังจิตย่อมสามารถใช้อาวุธชิ้นนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่านักสู้ผู้ใช้ความเร็ว เพราะท้ายที่สุดการใช้อาวุธชิ้นนี้ให้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพคือการแยกใบมีดทั้ง 18 เล่มออกไปกระจายการโจมตี และการจะใช้วิธีการโจมตีแบบนี้ก็จำเป็นจะต้องพึ่งพาการควบคุมจากพลังจิต

ในทางกลับกันผู้ใช้พลังสายความเร็วสามารถใช้ประโยชน์จากอาวุธได้ด้วยการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของเซเลสเชียลมูนเท่านั้น ซึ่งเมื่อเทียบกับการใช้อาวุธโดยผู้มีพลังจิตแล้ววิธีการใช้อาวุธที่ดีที่สุดในรูปแบบหนึ่งก็ขาดหายไปโดยสิ้นเชิง

“สำหรับผู้ใช้ความเร็วการโจมตีที่ยืดหยุ่นก็สามารถช่วยเพิ่มพลังการรบของพวกเราได้เป็นอย่างดีครับ ถึงแม้ว่าเซเลสเชียลมูนในมือของผมจะไม่ได้แข็งแกร่งเท่ากับเซเลสเชียลมูนในมือของผู้ใช้พลังจิต แต่อาวุธชิ้นนี้มันก็ช่วยเพิ่มความหลากหลายในการโจมตีของผมได้อย่างไม่รู้จบ” เซี่ยเฟยกล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม จากนั้นเขาก็อธิบายเสริมว่า

“นอกจากนี้ผมยังคิดว่าเซเลสเชียลมูนเป็นอาวุธในระดับที่หาได้ยากมาก ผมจึงสามารถเอามันไปแลกเปลี่ยนกับอาวุธที่ผมต้องการที่อยู่ในมือของคนอื่นได้ และผมก็จะมีอำนาจในการต่อรองที่มากกว่าด้วย”

ฉินหมางพยักหน้ารับหลังจากที่ได้ยินคำอธิบายของชายหนุ่มตรงหน้า

สิ่งที่เซี่ยเฟยอธิบายออกมาเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลแล้ว เพราะถ้าหากวันหนึ่งเซี่ยเฟยได้พบกับอาวุธที่มีความเหมาะสมกับเขาจริง ๆ เขาย่อมสามารถนำเซเลสเชียลมูนไปทำการแลกเปลี่ยนกับอาวุธชิ้นนั้นได้อย่างแน่นอน ซึ่งในระหว่างนั้นการใช้เซเลสเชียลมูนเป็นอาวุธก็ถือว่าเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดี

เซี่ยเฟยได้แสดงความฉลาดและไหวพริบของเขาออกมาเสมอ ดังนั้นฉินหมางจึงไม่เคยตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการคิดวิเคราะห์ของชายหนุ่มคนนี้

ต่อมาชายชราก็ทำการหยิบจดหมายพร้อมลายเซ็น 2 ฉบับและชิพเก็บข้อมูลออกมาจากกระเป๋าแล้วส่งมอบให้กับเซี่ยเฟย

“เอานี่ไปด้วย จดหมายฉบับนี้ฝากให้เพื่อนเก่าของฉันที่อาศัยอยู่ในกลุ่มดาวนครหลวง ส่วนจดหมายอีกฉบับส่งให้ลูกศิษย์ของฉันที่ทำงานอยู่ในภูมิภาคดาวมฤตยู”

“ส่วนในชิพเก็บข้อมูลนี้มีข้อมูลหนังสือที่ฉันเตรียมเอาไว้ให้นายอ่านในระหว่างการเดินทาง ซึ่งการเดินทางในครั้งนี้น่าจะกินระยะเวลามากกว่า 1 ปี ถึงแม้การฝึกฝนการต่อสู้จะเป็นเรื่องที่จำเป็นแต่ความรู้สำหรับนักสู้ก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากพอ ๆ กัน”

“สำหรับเรื่องบัตรผ่านเข้ากลุ่มดาวนครหลวงฉันก็จัดการให้ไปแล้ว คาดว่าในอีก 2 วันบัตรผ่านน่าจะถูกส่งเข้าไปในกล่องจดหมายของนายเอง ภายในช่วงระยะเวลา 1 ปีนี้นายสามารถเข้าไปในกลุ่มดาวนครหลวงได้ตามต้องการ แต่นายสามารถอยู่ภายในกลุ่มดาวนั้นได้เป็นเวลาแค่ 72 ชั่วโมง นี่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ฉันสามารถทำให้ได้แล้ว” ฉินหมางอธิบายอย่างจริงจังราวกับว่าเขาเตรียมการทุกอย่างเอาไว้ให้ชายหนุ่มเป็นอย่างดี

เซี่ยเฟยทำการเก็บจดหมายทั้งสองฉบับเข้าไปภายในแหวนก่อนจะเสียบชิพเก็บข้อมูลลงในไมโครคอมพิวเตอร์ของเขา และเมื่อเขาทำการเรียกดูข้อมูลขึ้นมามันก็ทำให้เขารู้สึกตกตะลึง

เนื่องจากชื่อในบรรทัดแรกของข้อมูลหนังสือที่ปรากฏนั่นก็คือชื่อ ‘การเข้ารหัสหุ่นยนต์เบื้องต้น’

“คุณตานี่มัน…”

เซี่ยเฟยรู้สึกตกใจมาก เพราะเขาไม่คิดเลยว่าฉินหมางจะส่งข้อมูลของหนังสือเล่มนี้ให้กับเขาด้วย

อย่าลืมว่าข้อมูลในหนังสือคือข้อมูลเกี่ยวกับหุ่นยนต์ในอารยธรรมโบราณ ซึ่งมันเป็นข้อห้ามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพันธมิตรมนุษย์!!

ในขณะที่เซี่ยเฟยกำลังจะเอ่ยคำถาม ฉินหมางก็ยื่นมือออกมาหยุดเขาเอาไว้เสียก่อน

“ไม่ต้องพูดแล้ว ตั้งใจฟังให้ดี ๆ”

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับด้วยสีหน้าอันจริงจัง

“มัน! ไม่! มี! อะ! ไร!” ฉินหมางพูดเน้นทุกคำด้วยแววตาอันเจ้าเล่ห์

“ขอบคุณครับ” เซี่ยเฟยพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มที่รู้กัน

ฉินหมางหยิบถ้วยชาขึ้นมาดื่มพร้อมกับใช้มือลูบเหล่าเฮยในอ้อมแขน

“เก็บจดหมายเอาไว้ให้ดี ๆ หลังจากที่พวกนั้นได้เห็นลายเซ็นของฉันแล้วพวกเขาจะคอยช่วยเหลือนายเอง ส่วนเรื่องหนังสือพวกนั้นนายค่อยหยิบขึ้นมา ‘อ่าน’ ในเวลาที่ไม่รู้จะทำอะไร”

ฉินหมางจงใจพูดเน้นคำว่า ‘อ่าน’ โดยหวังว่าเซี่ยเฟยจะได้เรียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับการเข้ารหัสหุ่นยนต์

ขณะเดียวกันเซี่ยเฟยก็เริ่มเห็นถึงความลึกลับของฉินหมางมากขึ้นกว่าเดิม เพราะท้ายที่สุดการเข้าไปยังกลุ่มดาวนครหลวงของพันธมิตรมนุษย์ก็เป็นเรื่องที่ยากมาก แต่ฉินหมางสามารถจัดการเรื่องนี้ให้กับเขาได้ในเวลาเพียงแค่ครู่เดียว

“ทำไมผมถึงรู้สึกว่าคุณตาเริ่มเป็นคนลึกลับมากขึ้นเรื่อย ๆ” เซี่ยเฟยพูดล้อเล่นในขณะที่เขาดื่มชา

“นี่ไอ้หนู! ไม่ว่าใครมันก็มีความลับด้วยกันทั้งนั้นแหละแม้แต่นายก็เหมือนกัน” ฉินหมางจิบน้ำชาพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

***************

มีใครชอบนิสัยศิษย์กลัวอาจารย์ของผู้บัญชาการเย่จิ่งชานบ้าง? กลัวจนยอมทุกอย่างเลยจริง ๆ 5555

จบบทที่ ตอนที่ 147: เซเลสเชียลมูน

คัดลอกลิงก์แล้ว