เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 145: ข่าวของแอวริล

ตอนที่ 145: ข่าวของแอวริล

ตอนที่ 145: ข่าวของแอวริล


ตอนที่ 145: ข่าวของแอวริล

ค่ายฝึกจัสทิสลีกยังคงสวยงามเช่นเดิมและมันก็ทำให้เซี่ยเฟยที่พบกับความยากลำบากมาตลอดทั้งปีเริ่มรู้สึกผ่อนคลาย

“ค่ายฝึกแห่งนี้สะดวกสบายมากแต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีสักเท่าไหร่ การฝึกฝนในสภาพแวดล้อมแบบนี้ทำให้ผู้ฝึกขาดความระแวดระวัง ซึ่งมันถือได้ว่าเป็นข้อบกพร่องที่ร้ายแรงสำหรับนักสู้มืออาชีพ” เซี่ยเฟยพูดเบา ๆ ขณะที่เขามองไปรอบ ๆ ค่าย

“ตอนแรกที่ฉันสนับสนุนให้นายมาเข้าร่วมกับค่ายฝึกนี้ นั่นก็เพราะชื่อเสียงและวัตถุดิบที่ทางค่ายได้สะสมเอาไว้ แต่ตอนนี้ดูเหมือนคนภายนอกจะประเมินค่ายฝึกจัสทิสลีกสูงเกินไป และระบบการฝึกฝนของพวกเขาก็ไม่ได้ดีเลิศเลอเหมือนกับที่คนนอกเคยบอกเอาไว้เลย”

“ถึงยังไงก็ตามวิธีการที่ทำให้นักเรียนสามารถดูดซับพลังงานจากหัวใจจักรวาลเข้าไปเพิ่มพลังของตัวเองได้นั้นก็เป็นวิธีการที่ดีมาก แต่น่าเสียดายที่นายคงจะไม่ได้มีโอกาสไขความลับของมัน” อันธกล่าว

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับโดยไม่พูดอะไร เพราะมันคงจะดีกว่านี้ถ้าหากเขาสามารถดูดซับพลังจากหัวใจจักรวาลมาเพิ่มพลังให้กับตัวเองได้โดยตรง นอกจากนี้ค่ายชั้นในยังเก็บรักษาวิธีการแปลงพลังงานของหัวใจจักรวาลอย่างเข้มงวด และการเข้าถึงความลับนั้นก็อยู่ห่างจากความสามารถของคนอย่างเขาไปไกล

ชายหนุ่มเปิดประตูเดินเข้าไปในห้องสมุด ก่อนที่เขาจะได้เห็นฉินหมางนั่งไขว่ห้างสูบบุหรี่อยู่บนเก้าอี้โดยที่บนโต๊ะมีถ้วยชาใบโปรดของเขาตั้งอยู่

“กลับมาแล้วหรอ” ฉินหมางกล่าวโดยไม่แสดงความประหลาดใจออกมาเลยแม้แต่น้อยราวกับเซี่ยเฟยไม่เคยหายตัวไปอย่างลึกลับ

“ทำไมอยู่ ๆ คุณตาถึงมาสูบบุหรี่หรอครับ ผมจำได้ว่าคุณตาเคยบ่นว่าบุหรี่พวกนี้มันเหม็นมาก” เซี่ยเฟยเดินเข้าไปหาฉินหมางด้วยรอยยิ้ม

ชายชราโยนก้นบุหรี่ลงในที่เขี่ยบุหรี่ที่อยู่บนโต๊ะก่อนที่เขาจะบิดขี้เกียจและกล่าวออกมาว่า

“ตอนที่นายไม่อยู่ฉันรู้สึกเบื่อ ๆ นิดหน่อย ฉันจำได้ว่านายเคยบอกว่าการสูบบุหรี่ทำให้นายรู้สึกผ่อนคลาย ฉันเลยลองซื้อบุหรี่มาสูบดู 2-3 ซอง”

ต่อมาเซี่ยเฟยก็เริ่มทำความสะอาดห้องสมุดเหมือนเช่นเคย สิ่งเดียวที่ต่างออกไปคือทั่วทั้งห้องสมุดมีก้นบุหรี่ที่ถูกทิ้งโดยชายชรา

“คราวนี้นายหายไปไหนมา?” ฉินหมางถามด้วยความสงสัย

“ผมบอกได้แค่ว่ามันเป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยม แต่เนื่องจากกฎที่ถูกบัญญัติไว้ทำให้ผมไม่สามารถเล่าอะไรมากกว่านี้ได้ครับ ถ้าหากคุณตาเชื่อใจผมก็อย่าถามผมเรื่องนี้อีกเลยครับ” เซี่ยเฟยกล่าวตอบด้วยรอยยิ้ม

“เล่าให้ฉันฟังคนเดียวก็ไม่ได้หรอ”

“ไม่ได้ครับ”

คำตอบของเซี่ยเฟยชัดเจนมากจนทำให้ฉินหมางต้องถอนหายใจออกมาด้วยความผิดหวัง

“มันมีกฎที่เข้มงวดขนาดนั้นอยู่ในจักรวาลด้วยหรอ ช่างมันเถอะถึงยังไงทุกคนต่างก็มีความลับเป็นของตัวเอง ฉันจะไม่ถามถึงเรื่องนี้แล้วก็ได้”

“ว่าแต่เมื่อกี้ฉันสังเกตเห็นความเร็วของนายพัฒนาขึ้นกว่าเมื่อก่อน การจะพัฒนาความเร็วให้ได้ขนาดนี้ภายในเวลา 1 ปีหมายความว่าช่วงเวลาที่หายไปคงจะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมากสินะ ตอนนี้ความเร็วของนายอยู่ในระดับไหนแล้ว?”

“สตาร์ฟิลด์ขั้นกลางครับ” เซี่ยเฟยตอบกลับสั้น ๆ

“ขั้นกลาง!” ฉินหมางอุทานออกมาด้วยความตกใจก่อนที่เขาจะรีบเปลี่ยนสีหน้ากลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว

ผู้ที่มีพลังสายความเร็วระดับสตาร์ฟิลด์ขั้นกลางเป็นตัวตนที่น่ากลัวมาก เพราะท้ายที่สุดพลังสายความเร็วก็เป็นพลังที่พัฒนาได้ยากที่สุด ยกตัวอย่างเช่น ในตอนนี้แม้แต่โบซิงวาก็ยังมีพลังสายความเร็วอยู่ในระดับสตาร์ฟิลด์ขั้นสูงเท่านั้น ขณะที่เย่เสี่ยวหานผู้ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นคนที่มีพรสวรรค์ก็มีพลังสายความเร็วอยู่ในระดับสตาร์ฟิลด์ขั้นกลางซึ่งเป็นระดับเดียวกันกับเซี่ยเฟย

อย่างไรก็ตามอย่าลืมว่าทั้งโบซิงวาและเย่เสี่ยวหานต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นครูฝึกของค่ายชั้นใน นอกจากนี้โบซิงวาก็ยังเคยเป็นอดีตสมาชิกทีม 13 ที่โด่งดัง แต่เซี่ยเฟยกลับสามารถพัฒนามาจนถึงระดับนี้ได้ในอายุเพียงแค่ 19 ปี

ระดับพรสวรรค์ของเซี่ยเฟยมันจะน่ากลัวมากเกินไปแล้ว!

เหล่าเฮยเดินไปทางเซี่ยเฟยอย่างเกียจคร้านพร้อมกับใช้ใบหน้าถูขาชายหนุ่มด้วยท่าทางที่ออดอ้อน

เซี่ยเฟยเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนที่เขาจะอุ้มแมวอ้วนตัวสีดำขึ้นมาลูบหัวมันเบา ๆ

“ดูเหมือนเหล่าเฮยจะคิดถึงนายนะ ฉันแนะนำว่าหลังจากที่นายกลับมาในครั้งนี้ให้อยู่เฉย ๆ ไปสักระยะ พูดตามตรงว่านายชอบหายตัวไปบ่อย ๆ จนมันปรับอารมณ์ไม่ทัน” ฉินหมางกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

คำพูดจากชายชราทำให้เซี่ยเฟยพูดไม่ออกไปพักหนึ่ง เพราะท้ายที่สุดเขาก็ไม่ได้อยากจะหายตัวไปเลยสักครั้ง แล้วเขาจะอยู่เฉย ๆ เพื่อไม่หายตัวไปอย่างกะทันหันตามที่ฉินหมางพูดได้ยังไง?

“คราวนี้ผมกลับมาค่ายแค่ไม่นานครับ หลังจากผมกลับไปรายงานผู้บัญชาการเย่ในช่วงบ่ายแล้วผมจะรีบออกเดินทางในคืนนี้เลย” เซี่ยเฟยกล่าว

“อะไรกันนายเพิ่งจะกลับมาแต่จะไปอีกแล้วอย่างนั้นหรอ?” ฉินหมางกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

เซี่ยเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะตัดสินใจเล่าเรื่องของพอตเตอร์ให้ฉินหมางฟัง ซึ่งหลังจากที่ชายชราได้ฟังเรื่องของพอตเตอร์แล้วเขาก็ได้เผยรอยยิ้มแปลก ๆ ออกมาบนใบหน้า

“ถ้าอย่างนั้นนายก็รีบออกเดินทางตามแผนเถอะ”

คำพูดของชายชราถึงคราวที่ทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกไม่เข้าใจ เพราะท้ายที่สุดเขาต้องใช้เวลาเกลี้ยกล่อมตัวเองอยู่นานเพื่อให้เดินทางออกไปค้นหาพอตเตอร์ในภูมิภาคดาวมฤตยู เนื่องจากการเดินทางในครั้งนี้ก็เต็มไปด้วยอันตรายแล้วมันก็ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่ามันจะมีอะไรเกิดขึ้นในระหว่างการเดินทาง

สาเหตุส่วนใหญ่ที่เซี่ยเฟยตัดสินใจจะเสี่ยงนั่นก็เพราะว่าเขาต้องการไปสำรวจจักรวาลในส่วนที่เขาไม่รู้จัก นอกจากนี้สัญชาตญาณอันเฉียบแหลมของเขายังร้องเตือนออกมาว่าเขาสมควรจะรีบไปช่วยเหลือพอตเตอร์ แต่ฉินหมางกลับสนับสนุนให้เขารีบออกเดินทางหลังจากฟังสถานการณ์ไปได้เพียงแค่ไม่นาน ราวกับว่าการเดินทางในครั้งนี้มันไม่ได้มีอันตรายใด ๆ ในความคิดของฉินหมางเลย

“นายรู้จักพอตเตอร์มากแค่ไหน?” ฉินหมางถาม

“ผมเคยได้ยินลุงพอตเตอร์เล่าให้ฟังว่าเขาเคยทำงานในกองทัพและใช้ช่วงเวลาหลังเกษียณเปิดธุรกิจอู่ซ่อมยานในสุสานยานอวกาศครับ” เซี่ยเฟยตอบกลับอย่างคลุมเครือ

ชายหนุ่มจงใจละเว้นเรื่องที่พอตเตอร์มอบชิพโอเวอร์โหลดให้กับเขาและพอตเตอร์สามารถเขียนอักษรดาวตกได้ เพราะท้ายที่สุดเรื่องนี้ก็น่าจะเป็นความลับที่สำคัญและเซี่ยเฟยก็ไม่ชอบพูดความลับของคนอื่นโดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาต

“ในเมื่อเขาร้องขอความช่วยเหลือนายก็ควรจะต้องรีบไปให้ความช่วยเหลือเขา ฉันสรุปให้สั้น ๆ ว่าพอตเตอร์เป็นคนที่แปลกประหลาดมากและการที่นายได้อยู่กับเขามันก็จะเป็นประโยชน์กับนายในอนาคต” ฉินหมางกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

คำตอบของฉินหมางก็ค่อนข้างจะคลุมเครือเช่นเดียวกัน แต่เซี่ยเฟยก็ไม่ได้เลือกที่จะถามต่อ

เห็นได้ชัดเลยว่าฉินหมางจะต้องรู้ข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับพอตเตอร์แต่ชายชรายังไม่ต้องการจะเล่าเรื่องพวกนั้นออกไป ดังนั้นเซี่ยเฟยจึงไม่ต้องการจะตั้งคำถามให้อีกฝ่ายรู้สึกลำบากใจ

อย่างไรก็ตามถ้าหากว่าฉินหมางรู้จักเบื้องหลังของพอตเตอร์แล้วสนับสนุนให้เขาเริ่มออกเดินทางในทันที มันก็ทำให้เขามีความมุ่งมั่นในการเดินทางครั้งนี้มากขึ้นกว่าเดิม

แต่ก่อนออกเดินทางมันยังมีสิ่งหนึ่งที่เขาจะต้องกลับไปจัดการเสียก่อน เพราะในระหว่างที่เขาไม่อยู่มันก็ดูเหมือนกับว่าบริษัทควอนตัมจะเริ่มมีความไม่มั่นคง

การเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าของเซี่ยเฟยเพียงแค่เล็กน้อยไม่สามารถรอดพ้นสายตาของฉินหมางไปได้ ชายชราจึงได้กล่าวถามขึ้นมาว่า

“นายมีปัญหาอะไรหรือเปล่า”

“ไม่มีอะไรครับ เพียงแค่จู่ ๆ เพื่อนผมคนหนึ่งก็ติดต่อไม่ได้มันเลยทำให้ผมรู้สึกกังวลนิดหน่อย” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับฝืนยิ้ม

“ถ้าเป็นห่วง แล้วทำไมไม่ไปหาล่ะ”

“ถ้าผมรู้ว่าเธออยู่ที่ไหนผมก็คงจะไปหาเธอแล้วครับ แต่เพื่อนของผมคนนี้ค่อนข้างพิเศษถึงแม้ว่าเธอจะติดต่อมาหาผมตลอดแต่ผมกลับไม่รู้จักเบื้องลึกเบื้องหลังของเธอเลย” เซี่ยเฟยกล่าวขึ้นมาด้วยความลำบากใจ

“นายกำลังหมายถึงแอวริลใช่ไหม?” ฉินหมางพูดขึ้นมาอย่างฉับพลัน

คำพูดนี้ทำให้บุหรี่ภายในมือของเซี่ยเฟยสั่นอย่างรุนแรงจนทำให้ก้นบุหรี่เกือบที่จะหลุดจากนิ้วของเขาออกไป

เขาไม่เคยเล่าเรื่องแอวริลให้ใครฟัง แล้วฉินหมางรู้เรื่องนี้ได้ยังไง?

“ใช่ครับ เพื่อนของผมชื่อแอวริล คุณตารู้จักเธอหรอครับ” เซี่ยเฟยถามอย่างสงสัย

“รู้จักแต่ฉันไม่บอก” ฉินหมางหัวเราะเสียงดังพร้อมกับใช้มือตบไหล่เซี่ยเฟยอย่างแรง

รู้แต่ไม่บอก? มันหมายความว่ายังไง?

“เอาเป็นว่านายไม่จำเป็นจะต้องเล่าให้ฉันฟังว่าในปีที่ผ่านมานายหายไปที่ไหนบ้าง แต่ฉันก็จะไม่เล่าเรื่องของแอวริลให้นายฟังเหมือนกัน” ฉินหมางกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มที่พึงพอใจ

เหตุการณ์นี้ทำให้เซี่ยเฟยทำอะไรไม่ถูก เพราะถึงแม้ว่าเขากับฉินหมางจะรู้จักกันมาสักระยะหนึ่งแล้วแต่เขาก็ไม่รู้ว่าชายชราคนนี้จะเป็นพวกเจ้าคิดเจ้าแค้น

แค่เขาไม่เล่าเรื่องการเดินทางไปยังดาวมรดกให้ชายชราฟัง ฉินหมางกลับเอาเรื่องของแอวริลมาแก้แค้นเขาในทันที

“ผมเล่าไม่ได้จริง ๆ ครับคุณตา” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงอันจริงจังเมื่อพูดถึงเรื่องความเป็นความตาย

ถึงแม้ว่าในชีวิตนี้เขาจะไม่ได้พบกับแอวริลอีกแล้วแต่เขาก็ต้องเก็บรักษาความลับเรื่องดาวมรดกเอาไว้กับตัวเอง เพราะเขารู้ดีว่าเรื่องทั้งสองนี้อะไรมีความสำคัญมากกว่ากัน

เสียงหัวเราะของฉินหมางหยุดลงอย่างกะทันหัน เพราะตอนแรกเขาต้องการที่จะแกล้งเซี่ยเฟยเล่นเท่านั้นเขาไม่คิดว่าชายหนุ่มจะเป็นคนที่จริงจังมากขนาดนี้ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่เกินกว่าความคาดหมายของฉินหมางไปไกล

“ดูเหมือนว่าเรื่องนี้ค่อนข้างจะเป็นเรื่องที่ร้ายแรงสินะ” ฉินหมางกล่าว

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับทั้ง ๆ ที่ขมวดคิ้ว

“เอาล่ะฉันจะเล่าให้ฟังก็ได้… หลังจากที่นายหายตัวไปแอวริลก็ออกตามหานายทุกที่แม้กระทั่งเดินทางไปหายังสถานที่ที่นายหายตัวไป ดูเหมือนผู้หญิงคนนี้จะเป็นห่วงนายมาก เพียงแต่ว่า…”

ฉินหมางเริ่มลังเลที่จะเล่าต่อก่อนที่เขาจะหัวเราะให้ตัวเองแล้วพูดต่อไปว่า

“ทำไมคนแก่อย่างฉันจะต้องเข้าไปยุ่งเรื่องของหนุ่มสาวด้วยเนี่ย”

หลังจากพูดจบฉินหมางก็หยิบกระดาษปากกามาจดที่อยู่แล้วมอบให้กับเซี่ยเฟย

“อย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะ เธอคนนั้นไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันกับนาย จะทำอะไรก็ขอให้พึงระลึกถึงสถานะตัวเองเอาไว้” ฉินหมางกล่าวอย่างจริงจัง

เซี่ยเฟยไม่เข้าใจว่าฉินหมางกำลังหมายถึงอะไร แต่เขาก็รีบหยิบกระดาษที่รับจากชายชรามาเปิดดู

“คฤหาสน์ซันเซ็ทวิลล่า กลุ่มดาวนครหลวง กาแล็กซี่วีนอล ภูมิภาคดาวคานิดี้”

ภูมิภาคดาวคานิดี้เป็นภูมิภาคดาวหลักของพันธมิตรมนุษย์ โดยภูมิภาคดาวนี้เป็นแหล่งรวมความเจริญทั้งหมดและกลุ่มดาวนครหลวงของพันธมิตรมนุษย์ก็ตั้งอยู่ภายในภูมิภาคดาวแห่งนี้ด้วย

หากจะให้สรุปที่อยู่ที่ฉินหมางเขียนมาสั้น ๆ ที่อยู่ของแอวริลก็ควรจะเป็นคฤหาสน์ซันเซ็ทวิลล่าในเมืองหลวงของพันธมิตร

ทั่วทั้งจักรวาลมีประชากรมนุษย์อยู่มากกว่าล้าน ๆ คน แต่ผู้ที่สามารถอาศัยอยู่ในกลุ่มดาวนครหลวงมีจำนวนที่น้อยมาก เพราะการเข้าไปพักอาศัยในกลุ่มดาวนั้นมีข้อจำกัดที่เข้มงวดจนทำให้มนุษย์ส่วนใหญ่ไม่สามารถย่างเท้าเข้ามาใกล้กลุ่มดาวนครหลวงได้ตลอดชีวิต

บ้านของแอวริลอยู่ในกลุ่มดาวนครหลวงจริงดิ!!

เซี่ยเฟยเก็บที่อยู่ของแอวริลลงไปในแหวนมิติของเขาอย่างเงียบ ๆ และสัญชาตญาณของเขาก็กำลังกรีดร้องถึงลางร้าย

“ด้วยสถานะในปัจจุบันนายไม่มีทางเข้าไปในกลุ่มดาวนครหลวงได้ แต่ฉันพอจะช่วยให้นายสามารถเข้าไปในนั้นได้ชั่วคราวและสามารถอยู่ในกลุ่มดาวนครหลวงได้เป็นเวลา 72 ชั่วโมง” ฉินหมางกล่าว

“ขอบคุณมากครับ ก่อนที่ผมจะไปภูมิภาคดาวมฤตยูผมอยากจะแวะไปหาเธอสักหน่อย” เซี่ยเฟยกล่าว

หลังจากเหลือบมองดูเวลาบนไมโครคอมพิวเตอร์ เซี่ยเฟยก็ได้พบว่าตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงวันแล้วซึ่งมันใกล้เวลาที่เขาจะต้องไปรายงานตัวกับเย่จิ่งชาน

“ผมขอไปรายงานตัวกับผู้บัญชาการเย่ก่อนนะครับ เดี๋ยวผมกลับมาหาคุณตาอีกที” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับลุกยืนขึ้น

“อย่าลืมกลับมานี่ก่อนออกเดินทางล่ะ ฉันยังมีอะไรบางอย่างจะให้นายอีก” ฉินหมางกล่าวพร้อมกับโบกมืออย่างเฉยเมย

***************

ชายหนุ่มบ้านนาตามหาสาวนครหลวง ว่าแต่พี่แกเจออะไรตอนหายตัวไปกันนะ?

จบบทที่ ตอนที่ 145: ข่าวของแอวริล

คัดลอกลิงก์แล้ว