เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 140: ดาวมรดก

ตอนที่ 140: ดาวมรดก

ตอนที่ 140: ดาวมรดก


ตอนที่ 140: ดาวมรดก

“พื้นที่สมองส่วนที่ 7 เปิดในอัตรา 100%... ผ่านข้อกำหนดที่ 1!”

“สายเลือดระดับ 4 ดาว... ผ่านข้อกำหนดที่ 2!”

“ฉลาด, มีไหวพริบ, อดทน, ความจำดี ... ผ่านข้อกำหนดที่ 3!”

“ระบบทำการประเมินเสร็จสิ้น เปิดใช้งานการส่งตัวไปยังดาวมรดก”

“ระบบจะเปิดใช้งานภายใน 2 นาที 14 วินาที”

จู่ ๆ มันก็มีเสียงปริศนาดังขึ้นมาในหัวของเซี่ยเฟย ชายหนุ่มจึงรีบกระโดดขึ้นมาจากเตียงและจัดท่าทางเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้

“ใครวะ!” เซี่ยเฟยตะโกนออกมาด้วยเสียงต่ำ

ถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะมองไปรอบ ๆ แต่เขาก็ไม่เห็นสิ่งมีชีวิตเลยแม้แต่ตัวเดียว แต่เสียงภายในหัวของเขายังคงดังกึกก้องอย่างชัดเจน

“เหลือเวลาอีก 2 นาทีก่อนจะส่งตัวไปยังดาวมรดก โปรดเตรียมตัวให้พร้อม”

เซี่ยเฟยขมวดคิ้วเข้าหากันก่อนที่จะพยายามใช้คลื่นความคิดค้นหาสิ่งที่ซ่อนอยู่ในตัวของเขา

“มันคือลูกบอลทองคำ! หลังจากที่มันถูกเปิดใช้งานมันก็ได้เชื่อมต่อเข้ากับพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของนาย!!” เกือบจะในเวลาเดียวกันกับที่เซี่ยเฟยสังเกตเห็นสิ่งแปลกปลอม อันธก็ตะโกนบอกคำตอบออกมา

เนื่องจากว่าจิตสำนึกของพวกเขาได้เชื่อมโยงกัน ด้วยเหตุนี้เสียงที่เซี่ยเฟยได้ยินจึงไม่พ้นหูของอันธ

“ขอฉันลองอะไรหน่อย” อันธกล่าวพร้อมกับพุ่งตรงไปยังสมองของชายหนุ่ม

ท้ายที่สุดสำหรับวิญญาณนักฆ่าคนนี้ร่างกายของเซี่ยเฟยก็เปรียบเสมือนกับร่างกายของเขาเอง ดังนั้นเขาจึงสามารถเคลื่อนที่เล็ดลอดเข้าออกร่างกายของชายหนุ่มได้ตลอดเวลาโดยไม่จำเป็นจะต้องขอความยินยอม

ไม่กี่วินาทีต่อมาอันธก็โผล่หน้ามาให้เซี่ยเฟยเห็นอีกครั้งด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

“คลื่นพลังนั้นมันผูกติดเข้ากับพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของนายอย่างสมบูรณ์แล้ว ฉันไม่สามารถตัดการเชื่อมต่อของมันกับสมองของนายได้” อันธกล่าว

“แล้วพวกเราจะต้องทำยังไง?” เซี่ยเฟยถามพร้อมกับเก็บใบดาบเชสซิ่งไลท์

“เดี๋ยวก่อน…ฟังนั้น!” อันธกล่าวด้วยเสียงกระซิบ

“กระบวนการส่งตัวไปยังดาวมรดกเริ่มนับถอยหลัง 100 วินาที”

“99 วินาที”

“98 วินาที”

“97 วินาที”

หากดูจากสถานการณ์แล้วชายหนุ่มไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากจะต้องรอ เพราะท้ายที่สุดลูกบอลทองคำปริศนาลูกนี้ได้ควบคุมพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของเขาเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์ และสถานการณ์นี้ก็ถือได้ว่าเป็นสถานการณ์ขั้นวิกฤตอย่างรุนแรงครั้งแรกในชีวิตของเขา

สำหรับเซี่ยเฟยแล้วสถานการณ์ขั้นวิกฤตไม่ใช่สถานการณ์ที่เขาได้ตกอยู่ในอันตราย แต่มันเป็นสถานการณ์ที่ทุกอย่างอยู่เหนือการควบคุม

ระหว่างรอเวลาเซี่ยเฟยไม่รู้จะทำอะไร ชายหนุ่มจึงหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบแก้เครียด

ขณะเดียวกันอันธก็ไม่พูดอะไรออกมาเพิ่มเติม โดยเขาได้ยืนอยู่ข้าง ๆ เซี่ยเฟยด้วยใบหน้าที่จริงจัง

“นับถอยหลัง 50 วินาที”

“10 วินาที”

“3”

“2”

“1”

“เริ่มกระบวนการส่งตัวไปยังดาวมรดก”

ทันใดนั้นร่างของเซี่ยเฟยก็ถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีขาวพร้อมกับความเข้มแสงที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้ผู้คนไม่สามารถลืมตาสู้แสงได้

ตูม!

เมื่อแสงสว่างเพิ่มความเข้มจนถึงจุดสูงสุดมันก็ระเบิดออกมาทันที!

ในเวลาต่อมามันก็มีจุดแสงสีขาวเป็นจำนวนนับไม่ถ้วนตกลงมาจากท้องฟ้าราวกับพื้นที่บริเวณนี้มีหิมะตกหนัก

ห้องลับทั้งหมดถูกปกคลุมไปด้วยเกล็ดหิมะแสงและทำให้วิสัยทัศน์ในห้องลับเหลือน้อยกว่าครึ่งเมตร

หลังจากนั้นไม่นานจุดแสงที่ลอยอยู่ในอากาศก็หายไปพร้อมกับคุกที่เคยขังเซี่ยเฟยไว้ได้หลงเหลือเพียงแต่ความว่างเปล่า

ในเวลาเดียวกันมันก็มีคลื่นแปลก ๆ อันทรงพลังพุ่งออกจากห้องลับไปยังทะเลดวงดาวอันกว้างใหญ่อย่างรวดเร็ว

คลื่นแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นมานี้ไม่เพียงแต่จะสามารถเดินทางได้อย่างรวดเร็ว แต่มันยังเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังคล้ายกับมันจะสามารถพุ่งไปได้จนถึงสุดขอบของจักรวาล

การพยายามดักจับคลื่นชนิดนี้เป็นเพียงความพยายามที่ไร้ผล เพราะการมีอยู่ของมันได้เกินขีดจำกัดของมนุษย์ในปัจจุบันทำให้ไม่มีเรดาร์หรือเครื่องสื่อสารใด ๆ สามารถตรวจจับการมีอยู่ของมันได้

ชีวิตก็เหมือนกับแสงเลเซอร์ที่ยิงไปในจักรวาล เพราะเมื่อมันได้ยิงออกไปแล้วมันก็ไม่มีวันย้อนกลับมาที่เดิมได้

การใช้ชีวิตในจักรวาลเป็นเรื่องที่เปราะบางมาก เพราะพวกเขาอาจจะเสียชีวิตจากอุกกาบาตพุ่งชนหรือถูกดูดโดยหลุมดำที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วทั้งจักรวาล

บางชีวิตก็แข็งแกร่งมากจนสามารถทำลายล้างศัตรูที่บังอาจมาขวางหน้าได้ แต่วันใดที่พลังของแสงเลเซอร์ได้หมดลงชีวิตที่เคยแข็งแกร่งนั้นก็จะแตกสลายไปอยู่ดี

ชีวิตที่เหมือนกับแสงเลเซอร์ของเซี่ยเฟยเป็นชีวิตที่แปลกประหลาดมาก เพราะในตอนแรกมันเป็นเพียงแค่ลำแสงที่อ่อนแอ แต่หลังจากที่ลำแสงได้พุ่งออกไปมันกลับมีพลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และเริ่มฉีกกระชากทุกสิ่งที่ขวางหน้า

แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังคิดว่าลำแสงนี้จะพุ่งตัวไปได้อีกไกล ลำแสงของเซี่ยเฟยกลับค่อย ๆ หายไปราวกับว่าเขาได้หายตัวไปในจักรวาล

ณ ยานเดสทรอยเยอร์ของค่ายฝึกจัสทิสลีกบนดาว YZZ-7526

ในระหว่างที่เซี่ยเฟยหายตัวไปเครื่องมือทั้งหมดบนยานก็เริ่มบ้าคลั่งจนทำให้มันมีไฟแสดงสถานะส่องแสงสว่างขึ้นมาเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” โบซิงวาเดินเข้าไปในห้องคนขับของยานพร้อมกับถามนักบินทั้งสองคนด้วยความเคร่งเครียด

“สถานการณ์ยังไม่ชัดเจนครับ เหมือนกับว่าจู่ ๆ เครื่องมือทั้งหมดก็ไม่สามารถควบคุมได้ ผมคิดว่ามันน่าจะมีคลื่นพลังงานอันทรงพลังพุ่งมารบกวนการทำงานของยาน” นักบินผมหยิกรายงานขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนก

นักบินทั้งสองพยายามกดนิ้วลงบนแผงควบคุมอย่างรวดเร็วเพื่อให้เสียงแจ้งเตือนทั้งหมดเงียบเสียงลง แต่ไม่ว่าพวกเขาจะพยายามหนักแค่ไหนแต่เครื่องมือทั้งหมดก็ไม่รับฟังคำสั่งจากพวกเขาเลย

โชคดีที่สถานการณ์อันยุ่งเหยิงนี้มีอยู่ไม่นานนัก ซึ่งหลังจากเวลาได้ผ่านพ้นไป 1 นาทีทั่วทั้งยานรบก็ได้กลับสู่สภาวะปกติ

นักบินทั้งสองคนทำการตรวจสอบยานรบทั้งลำอย่างเร่งรีบ แต่น่าแปลกที่อุปกรณ์ทั้งหมดยังคงอยู่ดีราวกับว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้น?” เย่เสี่ยวหานและครูฝึกอีก 2-3 คนเดินเข้ามาในห้องคนขับด้วยความสงสัย

“กำลังทำการตรวจสอบอยู่… พวกคุณตรวจสอบได้หรือยังว่าพลังงานเมื่อกี้มันมาจากไหน?” โบซิงวากล่าว

“คาดว่าน่าจะมาจากเมือง 02 ครับ” นักบินรายงานกลับมาหลังจากที่เขาทำการตรวจสอบเป็นเวลานาน

“นั่นมันตำแหน่งของเซี่ยเฟย!” เย่เสี่ยวหานอุทานพร้อมกับผงะเล็กน้อย

นักเรียนทุกคนอยู่ภายใต้การเฝ้าระวังของศูนย์ควบคุม ซึ่งในบรรดานักเรียนทั้งหมดมีเซี่ยเฟยเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เดินทางไปยังเมือง 02

“เซี่ยเฟยหรอ?” โบซิงวาอุทานขึ้นมาด้วยความสงสัย

ถึงแม้ว่าครูฝึกทุกคนจะมีอำนาจในการตรวจสอบตำแหน่งและสถานะของนักเรียน แต่โดยปกติครูฝึกจะไม่ทำการตรวจสอบข้อมูลพวกนี้เว้นแต่ว่าจะมีเหตุการณ์ที่จำเป็น ดังนั้นการที่เย่เสี่ยวหานแอบตรวจสอบตำแหน่งของเซี่ยเฟยจึงถือว่าเป็นการละเมิดกฎของทางค่ายฝึก

ใบหน้าของเย่เสี่ยวหานเปลี่ยนเป็นสีแดงเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะกล่าวออกมาว่า

“ก่อนหน้านี้เซี่ยเฟยอยู่ในเมือง 02 มันมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับเขาหรือเปล่า?”

“เธอรู้ได้ยังไงว่าเขาอยู่ในเมือง 02?” โบซิงวาถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ฉัน… ฉันตรวจสอบที่อยู่ของเขาเมื่อวานนี้” เย่เสี่ยวหานกลืนน้ำลายพร้อมกับพูดขึ้นมาอย่างตะกุกตะกัก

โบซิงวาเลือกที่จะยังไม่ตำหนิเย่เสี่ยวหานเรื่องการทำผิดกฎ เพราะสิ่งแรกที่จำเป็นจะต้องทำในตอนนี้คือการหาสาเหตุของปัญหาแล้วค่อยจัดการเรื่องอื่นในภายหลัง

“ไปที่ห้องบัญชาการ” โบซิงวากล่าวพร้อมกับเดินไปที่ห้องบัญชาการ

ห้องบัญชาการเป็นเหมือนกับศูนย์กลางของยานอวกาศและข้อมูลของนักเรียนทุกคนก็ถูกรวบรวมเอาไว้ภายในห้องนั้น

แม้ว่านักบินจะสังกัดค่ายฝึกจัสทิสลีกแต่พวกเขาก็ยังมีสถานะที่แตกต่างจากครูฝึก พวกเขาจึงไม่มีสิทธิ์ที่จะสอบถามข้อมูลของนักเรียน โดยเฉพาะนักเรียนกลุ่มนี้ที่เป็นนักเรียนในค่ายชั้นใน

โบซิงวาเป็นคนแรกที่เดินเข้ามาในห้องบัญชาการ โดยใบหน้าของเขาประดับเอาไว้ด้วยความกังวลเล็กน้อย

เขาเป็นหัวหน้าทีมสำรวจในครั้งนี้ เขาจึงมีหน้าที่รับผิดชอบเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างเขากับเซี่ยเฟยก็ค่อนข้างดี เนื่องจากเซี่ยเฟยไม่ได้เซ็นสัญญากับสมาพันธ์เขาจึงกลายเป็นตัวประหลาดในค่ายชั้นในไปโดยปริยาย

ขณะเดียวกันเนื่องมาจากโบซิงวาได้กลายมาเป็นรองผู้อำนวยการค่ายชั้นในหลังจากที่สมาชิกภายในทีม 13 อีกสองคนได้หายตัวไป มันจึงมีคนหลาย ๆ คนแอบพูดจาว่าร้ายเขาลับหลัง ด้วยเหตุนี้โบซิงวาจึงคิดว่าเขากับเซี่ยเฟยได้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่คล้ายกันเพราะพวกเขากำลัง กลายเป็นจำเลยของสังคม

หลังจากเรียกระบบบันทึกข้อมูลของนักเรียนครูฝึกทั้งสี่คนก็จ้องมองไปยังหน้าจอ

บนหน้าจอได้แสดงแผนภาพพื้นระนาบของดาวทั้งดวงโดยมีจุดแสงแต่ละจุดแสดงตำแหน่งของนักเรียนแต่ละคน

หลังจากที่ข้อมูลได้ปรากฏขึ้นโบซิงวาก็อ้าปากค้าง ขณะที่เย่เสี่ยวหานใช้มือปิดปากตัวเองเอาไว้โดยพยายามไม่ให้ตัวเองส่งเสียง

จากนักเรียนที่เดินทางมาทั้งหมด 46 คนมีนักเรียน 45 คนยังคงสถานะมีชีวิตอยู่ ขณะที่ชื่อของเซี่ยเฟยแสดงสถานะขาดการติดต่อ

“ขาดการติดต่อ!” โบซิงวาพูดกับตัวเอง

อุปกรณ์สื่อสารที่สมาพันธ์ให้นักเรียนทุกคนเอาไว้เป็นผลิตภัณฑ์จากเทคโนโลยีชั้นยอดที่มีความสามารถในการสื่อสารอันทรงพลัง ดังนั้นถึงแม้ว่านักเรียนจะเดินทางไปจนถึงแกนกลางของดาวเคราะดวงนี้ แต่สถานะของเครื่องสื่อสารก็จะไม่แสดงขึ้นมาว่าขาดการติดต่อ

“บินไปที่เมือง 02 เดี๋ยวนี้! และเปิดระบบการสื่อสารเชื่อมต่อไปที่สำนักงานใหญ่ของค่ายฝึก” โบซิงวาสั่งการด้วยเสียงเข้ม

ยานอวกาศค่อย ๆ ยกตัวขึ้นจากพื้นและมุ่งหน้าตรงไปยังซากปรักหักพังของเมือง 02 ทันที

ขณะเดียวกันโบซิงวาก็ขอให้ครูฝึกอีกสามคนออกไปจากห้องบัญชาการก่อน เขาจึงอยู่ภายในห้องที่กำลังติดต่อไปยังเย่จิ่งชานเพียงคนเดียว

“เมื่อไม่กี่นาทีก่อนพวกเราถูกโจมตีด้วยคลื่นพลังงานที่อธิบายไม่ได้ทำให้ระบบของยานอวกาศรวนไปประมาณ 1 นาที และมีนักเรียนคนหนึ่งหายตัวไปครับ” โบซิงวารายงานสถานการณ์

“ใคร?” เย่จิ่งชานถามออกมาด้วยลางสังหรณ์ที่ไม่ค่อยดี

“เซี่ยเฟยครับ” โบซิงวาตอบ

“เซี่ยเฟย!! เซี่ยเฟยอีกแล้ว!!!”

***************

หายไปไหน???

ปล.เรื่องนี้มี E-Book แล้วน๊า สามารถซื้อสะสมหรืออ่านกันได้ทางแอพปิ่นโตและ meb ได้เลยนะคะและขอบคุณที่ติดตามผลงานกันน๊า

ตอนนี้กำลังจัดเต็ม เล่มแรกฟรี เล่มที่ 2 ลด 20% ไปเล้ยยยย

meb https://bit.ly/3NZ3Qca ปิ่นโต https://bit.ly/3M9vXUI

จบบทที่ ตอนที่ 140: ดาวมรดก

คัดลอกลิงก์แล้ว