เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 120: กลับบ้าน

ตอนที่ 120: กลับบ้าน

ตอนที่ 120: กลับบ้าน


ตอนที่ 120: กลับบ้าน

เสียงโลหะเสียดสีดังก้องกังวานก่อนที่แผ่นเหล็กอัลลอยที่มีขนาดความหนากว่า 30 เซนติเมตรจะปิดทางเข้าเอาไว้อย่างแน่นหนา ทำให้เหล่าทหารพันธมิตรถูกขังไว้ที่ชั้นบนสุดโดยไม่มีทางออก

“พวกเราติดกับแล้ว!”

“นี่มันจะต้องเป็นแผนการร้ายของสการ์! พวกเราควรจะทำยังไงดี?”

เหล่าทหารเริ่มตะโกนด้วยความตื่นตระหนก โดยหวังว่ามันจะมีใครคิดหาวิธีการแก้ปัญหาให้กับพวกเขาได้

“ดูเหมือนว่าแผนการแค่ล่าช้าออกไปเล็กน้อยสินะ” หนิงไป่เฉินอุทานพร้อมกับเผยรอยยิ้มที่มุมปาก

สายตาอันเย็นชาของชายชรากวาดมองไปรอบ ๆ ราวกับว่าชัยชนะได้อยู่ภายใต้เงื้อมมือของเขาแล้ว ตราบใดก็ตามที่กองกำลังหลักทั้งหมดถูกกวาดล้างไปจนหมด เขาก็จะได้ครอบครองทุกสิ่งทุกอย่างในระยะ 200,000 ปีแสง

“ใจเย็น ๆ ไม่ต้องตกใจ ฉันแค่พยายามจะอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นให้ทุกคนได้ฟัง” เซี่ยเฟยพูดผ่านเครื่องสื่อสารด้วยรอยยิ้มและมันก็ทำให้เหล่าบรรดาทหารที่กำลังตื่นตระหนกรู้สึกหวาดกลัวมากยิ่งขึ้น

“ไอ้นี่มันเป็นใคร? ทำไมไม่โจมตีตามแผน!” หนิงไป่เฉินอุทานออกมาอย่างตื่นตระหนก

“พวกคุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมคนของสการ์ถึงบุกโจมตีฐานเรดสโตนทั้ง ๆ ที่พวกเขาก็รู้อยู่แล้วว่ามันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แล้วทำไมหนิงไป่เฉินถึงทะเลาะกับสการ์และโบรคเคนเบลดภายในระยะเวลาห่างกันไม่ถึงปี”

“ทำไมในครั้งนี้หนิงไป่เฉินถึงไม่ให้ของตอบแทนเป็นหัวใจจักรวาลเม็ดสีแดงแต่กลับเป็นหัวใจจักรวาลเม็ดสีม่วงที่ล้ำค่า นั่นก็เพราะพวกคุณน่าจะรู้อยู่แล้วว่าในเขตดาววิลเดอร์เนสถ้าหากว่าไม่เอาของล้ำค่ามาหลอกล่อก็ไม่มีใครทำงานให้ใครทั้งสิ้น”

“พวกคุณทุกคนถูกหลอก! ปฎิบัติการครั้งนี้เป็นแผนของหนิงไป่เฉินที่จะสังหารพวกคุณทั้งหมดและยึดฐานทัพทั้งหมดเอาไว้คนเดียว” เซี่ยเฟยร่ายยาวออกมาเป็นชุดถึงเบื้องหลังแผนการในวันนี้

ผู้คนมักจะตั้งข้อสงสัยท่ามกลางความหวาดกลัว ดังนั้นทันทีที่เซี่ยเฟยพูดจบลงกองทหารพันธมิตรก็กระจายกันออกเป็น 8 กลุ่มเล็ก ๆ พร้อมกับจ้องมองไปทางหนิงไป่เฉินอย่างไม่ไว้ใจ

“ทุกคนอย่าไปฟังเรื่องไร้สาระ! พวกคุณรู้ดีว่าฉันคือใคร? นี่คือแผนของสการ์ที่จะทำให้พวกเราทะเลาะกัน” หนิงไป่เฉินตะโกนด้วยใบหน้าที่แดงก่ำและมันก็มีความสิ้นหวังซ่อนอยู่ภายใต้คำพูดของเขา

“ทำให้พวกคุณทะเลาะกัน? ถ้าอย่างนั้นทำไมคนของตระกูลหนิงถึงต้องซ่อนอุปกรณ์สะท้อนคลื่นเสียงเอาไว้ในปลอกแขนด้วย พวกคุณรู้ตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหมว่าที่นี่จะถูกโจมตีด้วยคลื่นเสียง” เซี่ยเฟยกล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

เมื่อถูกเซี่ยเฟยเปิดโปงแผนการชายชราก็รู้สึกโกรธจนแทบจะล้มลงหมดสติ ซึ่งมันก็ทำให้ทหารของตระกูลหนิงรู้สึกหวาดกลัวมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม พวกเขาจึงถืออาวุธขึ้นมาตั้งท่าป้องกันอย่างกระวนกระวาย

“นี่มันเรื่องจริงหรอ?”

“พวกตระกูลหนิงโยนปลอกแขนของพวกแกมาซิ!”

ทันใดนั้นบรรยากาศก็ตกอยู่ภายใต้ความตรึงเครียด ก่อนที่ทหารจากกองกำลังทั้งเจ็ดจะยกปืนขึ้นมาเล็งใส่กลุ่มตระกูลหนิง

“ไม่ต้องเสียเวลาถามหรอก พวกเขาไม่กล้าโชว์ปลอกแขนให้พวกคุณดูอยู่แล้ว แต่พวกคุณรู้ไหมว่าทำไมลูกชายคนสุดท้องของผู้อาวุโสหนิงถึงไม่ตามมา นั่นก็เพราะว่าเขากำลังร่วมมือกันกับโบรคเคนเบลดโจมตีฐานทัพของพวกคุณอยู่ ท้ายที่สุดกองกำลังหลักของทุกฐานก็มารวมตัวกันอยู่ที่นี่ มันจึงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะบุกเข้ายึดฐานทัพของพวกคุณ ผมพูดอะไรผิดไปไหมผู้อาวุโสหนิงไป่เฉิน!” เซี่ยเฟยที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องบัญชาการตะโกนถามเสียงดัง

อันที่จริงเรื่องทั้งหมดที่เขาพูดออกมาเป็นเพียงแค่การคาดเดา แต่เมื่อพิจารณาจากสีหน้าของชายชราแล้วการคาดเดาทุกอย่างของเขาก็คงจะเป็นเรื่องจริง

แรกเริ่มคือการหลอกล่อกองกำลังหลักของฐานทั้งเจ็ดไปที่ฐานของกลุ่มโจรสลัดนกฮูก จากนั้นทำการตัดการสื่อสารไปยังโลกภายนอก ต่อมาก็ทำการส่งหนิงรั่วซานที่มีความสามารถในการปลอมตัวปลอมแปลงเป็นผู้นำของแต่ละฐานเพื่อทำการบุกโจมตีอย่างกะทันหัน

แผนการทั้งหมดถูกวางเอาไว้อย่างแยบยล แต่มันก็ถูกเปิดโปงโดยคนนอกอย่างเซี่ยเฟย

หนิงไป่เฉินไม่ได้พูดอะไรโต้ตอบกลับไปซักคำและความฉลาดเจ้าเล่ห์ทั้งหมดที่เคยมีมันก็หายไปจนหมดแล้ว เพราะในตอนนี้ทั้งหัวใจของเขาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและความหดหู่

“อะไรนะ? นี่พวกแกคิดจะโจมตีฐานของพวกเราอย่างนั้นหรอ”

“ระบบสื่อสารล่ม! พวกเราติดต่อกลับไปยังฐานไม่ได้!!”

“ไปลงนรกซะ! ไอ้พวกเวรตะไล!!”

ทันใดนั้นมันก็มีเสียงปืนดังขึ้นก่อนที่คนจากตระกูลหนิงจะต้องเผชิญหน้ากับทหารอีก 7 ฐานพร้อม ๆ กัน

ระยะห่างระหว่างทั้งสองฝ่ายใกล้กันมาก แล้วมันก็แทบจะเป็นการประจัญหน้ากันด้วยอาวุธ

อย่างไรก็ตามสมาชิกจากกองกำลังทั้งแปดก็ไม่ได้มีความคุ้นเคยกันมากนัก ดังนั้นแทนที่มันจะเป็นการรุมจู่โจมใส่ตระกูลหนิงมันกลับกลายเป็นการต่อสู้ชุลมุนครั้งใหญ่ และใครก็ตามที่ไม่รู้จักกันพวกเขาก็จะเล็งปืนจู่โจมเข้าใส่อีกฝ่ายโดยไม่ลังเล

หนิงไป่เฉินเริ่มเคลื่อนไหวปกป้องลูกชายทั้งสองคนของเขาเอาไว้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับใช้เกราะป้องกันที่แข็งแกร่งเพื่อต่อต้านการโจมตีจากทุกทิศทาง

ความโกลาหลแบบนี้เป็นสิ่งที่เซี่ยเฟยรอคอยอยู่แล้ว เพราะยิ่งสถานการณ์วุ่นวายมากขึ้นเท่าไหร่เขาก็ยิ่งใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ได้มากขึ้นเท่านั้น ชายหนุ่มจึงทำการจดจำตำแหน่งของหนิงไป่เฉินเอาไว้ในใจ ก่อนที่เขาจะใช้นิ้วกดลงไปยังปุ่มสีแดงเพื่อปิดไฟภายในฐาน

เมื่อไม่มีแสงไฟพื้นที่ทั้งหมดก็ตกอยู่ในความมืดมิดทันที มันจึงมีเพียงแค่แสงจากปืนเลเซอร์จำนวนนับไม่ถ้วนที่พอจะทำให้เห็นพื้นที่บริเวณใกล้เคียง และถ้าหากว่าใครได้มองจากระยะไกลพวกเขาก็จะเห็นเหมือนกับดาวตกหลากสีกำลังพุ่งสวนกันไปมา

สถานการณ์วุ่นวายมากขึ้นเรื่อย ๆ และพวกทหารก็เริ่มกราดยิงไม่สนหน้าใครทั้งสิ้น เพราะในตอนนี้พวกทหารเริ่มตกอยู่ในความเครียดจนเกิดอาการคลั่งแล้ว

ฟุบ!

เซี่ยเฟยได้เคลื่อนที่มาจนถึงประตูด้วยความรวดเร็ว จากนั้นเขาก็กดนิ้วลงบนชุดวินด์ชาโดว์มาร์คโฟร์เพื่อใช้หน้ากากและระบบมองกลางคืน

ประตูค่อย ๆ ถูกเปิดขึ้นอย่างช้า ๆ และก่อนที่ประตูจะเปิดขึ้นจนสุดชายหนุ่มก็พุ่งตัวออกมาโดยการเคลื่อนที่ที่เกือบจะขนานไปกับพื้น

กุญแจสำคัญของการลงมือในครั้งนี้คือการจบการต่อสู้ในเวลาที่สั้นที่สุด ไม่อย่างนั้นเขาจะตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีจากทุกทิศทาง และมันก็อาจจะทำให้เขาได้พลาดโอกาสครั้งสำคัญในครั้งนี้ไป

ด้วยแว่นมองกลางคืนมันจึงทำให้เซี่ยเฟยสามารถสังเกตสถานการณ์ในสนามรบได้อย่างชัดเจน ขณะที่เหล่าทหารของกองกำลังต่าง ๆ ยังไม่สามารถปรับสายตาให้มองผ่านความมืดได้

ชายหนุ่มพุ่งตัวออกไปด้วยความเร็วราวกับสายฟ้า โดยเคลื่อนที่หลบหลีกลำแสงเลเซอร์อย่างช่ำชองและพุ่งเข้าหาหนิงไป่เฉินอย่างรวดเร็ว

ตูม!

ลำแสงสีแดงเข้มพุ่งผ่านหลังเซี่ยเฟยด้วยระยะห่างไม่ถึง 1 เซนติเมตร ก่อนที่มันจะพุ่งกระทบเข้ากับกำแพงและเกิดการระเบิดขึ้นมาเสียงดัง

ชายหนุ่มเคลื่อนที่ราวกับผีในความมืด ก่อนที่เขาจะได้ไปหยุดอยู่ด้านหลังหนิงไป่เฉินประมาณ 10 เมตรพร้อมกับรอคอยโอกาสที่จะเคลื่อนไหว

หนิงไป่เฉินมีระดับความสามารถที่สูงมากและคนที่คอยคุ้มกันเขาอยู่แต่ละคนก็มีฝีมือที่ไม่ธรรมดาเช่นเดียวกัน ดังนั้นเซี่ยเฟยจึงจำเป็นที่จะต้องเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง โดยสายตาของเขายังคงจับจ้องมองไปยังแหวนมิติของชายชราอย่างไม่วางตา

ปกติแล้วเซี่ยเฟยไม่มีทางมองเห็นแหวนบนนิ้วของหนิงไป่เฉินท่ามกลางความมืดมิดเช่นนี้ได้ แต่เนื่องมาจากเขาได้เตรียมระบบมองกลางคืนเอาไว้ล่วงหน้า เขาจึงสามารถมองเห็นสภาพแวดล้อมได้อย่างชัดเจน

ขณะเดียวกันเมื่อเหล่าทหารรู้สึกว่าชีวิตของพวกเขากำลังถูกคุกคาม พวกเขาก็เริ่มกราดยิงอย่างสิ้นหวังโดยไม่สนว่าเป้าหมายจะเป็นมิตรหรือศัตรู

หลังจากเวลาได้ผ่านพ้นไปไม่นานบอดี้การ์ดทั้งสี่คนที่อยู่ข้าง ๆ กับชายชราก็ค่อย ๆ เว้นระยะห่างมากขึ้นเรื่อย ๆ และการป้องกันของพวกเขาก็ไม่ได้แน่นหนาเหมือนก่อนหน้านี้

ฟุบ!

เมื่อโอกาสได้ปรากฏขึ้นมาเซี่ยเฟยก็พุ่งตัวออกไปด้วยความรวดเร็วพร้อมกับตวัดเชสซิ่งไลท์ไปที่แขนซ้ายของหนิงไป่เฉิน

ฉัวะ!

ท่ามกลางอวกาศที่มืดมิดมันได้มีเศษซากยานล่องลอยอยู่อย่างเคว้งคว้าง โดยตรงกลางของตัวยานได้ถูกตัดขาดราวกับถูกสัตว์ประหลาดกัดยานจนขาดเว้าแหว่งไป

หากใครได้มองอย่างใกล้ชิดจะได้พบกับตัวอักษรที่สลักอยู่บนตัวยานและตัวอักษรนั้นก็ไม่ใช่คำอื่นใดเลยนอกเสียจากคำว่า ‘ลูน่า’

นี่คือยานรบของเซี่ยเฟย แต่ทำไมมันถึงมาลอยคออยู่ที่นี่? แล้วมันเสียหายแบบนี้ได้ยังไง?

ภายในห้องกัปตันของลูน่ามีชายหญิงสองคนในชุดอวกาศกำลังจ้องมองดวงดาวผ่านทางช่องหน้าต่าง

“นี่ลุง! เซี่ยเฟยจะมารับพวกเราจริง ๆ ใช่ไหม” ซาร่าถามอย่างจริงจัง

เพื่อหนีออกมาจากฐานเรดสโตนลุงหลานคู่นี้ได้เสี่ยงเปิดใช้งานระบบวาร์ปฉุกเฉินของลูน่าตามที่เซี่ยเฟยได้แนะนำ และฉากที่น่าตกใจที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นก็ยังคงทำให้ซาร่ารู้สึกหวาดกลัวอยู่จนถึงตอนนี้

การเปิดระบบวาร์ปฉุกเฉินในระหว่างที่ยานยังจอดอยู่เป็นวิธีการที่บ้ามาก และมันก็ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าวิธีการนี้เป็นวิธีการที่อันตรายมากแค่ไหน

โชคดีที่เซี่ยเฟยได้ทำการดัดแปลงลูน่าเป็นอย่างดีทำให้ยานลำนี้สามารถทนรับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างฉับพลัน แต่ถึงแม้ว่าซาร่ากับเอเลนจะรอดชีวิตจากการวาร์ปฉุกเฉินมาได้ แต่ลูน่าก็ได้รับความเสียหายชนิดที่ไม่สามารถซ่อมแซมมันกลับมาได้อีกแล้ว

“เขาจะต้องมา! เขาสัญญากับฉันเอาไว้แล้ว” เอเลนตอบ

ซาร่ากัดริมฝีปากของเธออย่างแรงโดยไม่พูดอะไรออกไปสักคำ ขณะที่ดวงตาของเธอยังคงจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไม่วางใจ

พริบตาต่อมามันก็ได้มีรูหนอนเปิดห่างออกไปจากลูน่าประมาณ 100 กิโลเมตร ก่อนที่ยานฟริเกตรุ่นโคแอกิวเลชั่นจะค่อย ๆ เคลื่อนที่ออกมาจากรูหนอนอย่างต่อเนื่อง

“เซี่ยเฟย! เซี่ยเฟยมาแล้ว!!” ซาร่าตะโกนโบกมืออย่างตื่นเต้นและแม้แต่ชายชราที่อยู่ข้าง ๆ เธอก็รู้สึกตื่นเต้นด้วยเช่นกัน

“เซี่ยเฟยมาหาพวกเราจริง ๆ เขามาช่วยพวกเราแล้วจริง ๆ” ซาร่ากระโดดเข้าไปหาเอเลนพร้อมกับกอดชายชราเอาไว้แน่น

แผนการทั้งหมดนี้ถูกเซี่ยเฟยวางเอาไว้ตั้งแต่แรก ซึ่งทันทีที่เขาลงมือสังหารหนิงไป่เฉิน เขาก็รีบวิ่งกลับไปยังแวมไพร์และส่งสัญญาณบอกให้เอเลนเริ่มดำเนินตามแผนการ

จากนั้นเอเลนกับซาร่าก็ใช้ระบบวาร์ปฉุกเฉินหนีออกมาจากฐานเรดสโตน ก่อนจะส่งสัญญาณบอกตำแหน่งไปหาแวมไพร์

10 นาทีต่อมาซาร่ากับเอเลนก็ได้ขึ้นไปบนแวมไพร์

“เซี่ยเฟยขอบใจมาก!” ซาร่าถอดชุดอวกาศพร้อมกับกระโดดกอดชายหนุ่มอย่างลืมตัว ซึ่งถ้าหากว่าใครมองดี ๆ เขาก็เห็นของเหลวใส ๆ ไหลออกมาจากหางตาของเธอด้วย

“ระบบบังคับวาร์ปฉุกเฉินเป็นยังไงบ้างครับ?” เซี่ยเฟยถาม

“โชคดีที่พวกเรารอดมาได้ แต่ยานของเอ็งก็เสียหายอย่างที่เห็น” เอเลนกล่าวพร้อมกับมองไปยังซากยานรบนอกหน้าต่าง

“เซี่ยเฟยนายกำลังจะพาพวกเราไปที่พันธมิตรพร้อมกับให้ที่พักและอาหารอร่อย ๆ กับพวกเราใช่ไหม?” ซาร่าถามพร้อมกับใช้มือเช็ดน้ำตา

“เธอนี่เป็นพวกมักน้อยจริง ๆ ไม่ต้องห่วงฉันจะจัดเตรียมของที่ดีกว่านั้นเอาไว้ให้กับเธอเอง” เซี่ยเฟยตอบพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย

“มันมีอะไรดีไปกว่าอาหารกับที่พักอีกหรอ?” ซาร่าถามด้วยดวงตาเปล่งประกาย

หญิงสาวเติบโตขึ้นมาในเขตดาววิลเดอร์เนสตั้งแต่เด็ก ดังนั้นเธอจึงคิดว่าเพียงแค่การมีอาหารและที่พักก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตของเธอแล้ว

“ฉันจะให้เธอไปพักอยู่บนดาวบ้านเกิดของฉัน บนโลกมีบ้านพักริมทะเลที่บรรยากาศดีมาก ฉันคิดว่าจะให้เธอไปเข้าโรงเรียนแล้วให้ลุงเอเลนไปทำงานในบริษัทของฉัน” เซี่ยเฟยกล่าว

“ไปโรงเรียน?” ซาร่าอุทานออกมาด้วยความสับสน เพราะตั้งแต่ที่เธอเกิดมา 17 ปีเธอก็ไม่เคยได้ยินคำว่าโรงเรียนมาก่อนเลย

“โรงเรียนเป็นสถานที่ที่ให้ความรู้และได้ผูกมิตรกับเพื่อนร่วมชั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเธอหลังจากออกมาจากเขตดาววิลเดอร์เนสคือหลังจากนี้เธอจะเป็นอิสระ ดังนั้นถ้าหากว่าเธออยากจะทำอะไรก็เชิญทำตามใจของเธอได้เลย”

ตลอดช่วงเวลาที่เครื่องยนต์กำลังชาร์จพลังงานเตรียมการวาร์ป ซาร่าก็ได้โยนคำถามเข้าหาเซี่ยเฟยเหมือนกับเด็กน้อย แล้วมันก็ทำให้เธอรู้สึกทึ่งกับสิ่งมหัศจรรย์ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในพันธมิตรมนุษย์

ความเสียหายของลูน่าทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกเสียใจเล็กน้อย แต่อันที่จริงถึงแม้ว่าลูน่าจะไม่ได้รับความเสียหายเขาก็นำมันกลับไปยังพันธมิตรได้ยากมากอยู่ดี เพราะท้ายที่สุดฐานเรดสโตนก็ถูกปิดกั้นเอาไว้อย่างแน่นหนาทำให้คนในถูกห้ามออกและคนนอกถูกห้ามเข้า

ในเมื่อเขาจะต้องสูญเสียลูน่าไปอยู่แล้ว เขาจึงตัดสินใจให้ยานลำนี้ทำภารกิจสุดท้ายโดยการนำซาร่าและเอเลนหลบหนีออกมา เพราะอย่างน้อยการทำแบบนี้มันก็ดีกว่าการปล่อยให้ลูน่าตกไปอยู่ในมือของคนอื่น

หลังจากมองไปยังลูน่าเป็นครั้งสุดท้าย เซี่ยเฟยก็เริ่มบังคับยานมุ่งหน้าไปยังจักรวาลโดยมีเป้าหมายคือการกลับไปยังพันธมิตรมนุษย์

***************

แล้วพี่เฟยพาเอเลนกับซาร่าไปในฐานะอะไรอ่ะ? หรือว่าพี่เฟยจะแต่งงาน?!

จบบทที่ ตอนที่ 120: กลับบ้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว