เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 111: ทรมานจนตาย

ตอนที่ 111: ทรมานจนตาย

ตอนที่ 111: ทรมานจนตาย


ตอนที่ 111: ทรมานจนตาย

ยานรบที่ปิดล้อมฐานเรดสโตนเอาไว้เป็นยานรบที่มีขนาดแตกต่างกันไป แต่ยานรบทุกลำต่างก็ติดตั้งอาวุธอย่างครบครันและอาวุธทุกชนิดก็กำลังยิงเข้าใส่โล่พลังงานของฐานทัพอย่างรุนแรง

ยิ่งไปกว่านั้นกระบวนทัพของยานพวกนี้ก็แปลกมาก เพราะโดยปกติแล้วกองยานจะวางยานขนาดใหญ่ที่แข็งแกร่งที่สุดเอาไว้ด้านหน้าเพื่อคอยดูดซับการจู่โจมจากศัตรู ไม่ให้พุ่งเข้าไปตกกระทบกับยานขนาดเล็กที่อยู่ด้านหลัง

แต่สิ่งที่กองยานพวกนี้กำลังทำอยู่คือการเรียงแถวหน้ากระดานยิงเข้าใส่โล่พลังงานเหมือนกับพวกมันกำลังซ้อมฝึกยิงเข้าเป้า

ผู้บัญชาการกองยานที่มีประสบการณ์จะไม่มีวันสั่งจัดกระบวนทัพแบบนี้อย่างแน่นอน เพราะการทำแบบนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นการกระจายอำนาจการยิงของตัวเองออกไปเท่านั้น แต่มันยังทำให้ยานรบขนาดเล็กต้องเผชิญหน้ากับปืนของศัตรูโดยตรง

ขณะเดียวกันฐานเรดสโตนก็เป็นฐานทัพที่ถูกสร้างขึ้นมาจากทหารในระหว่างการทำสงครามและถึงแม้ว่ามันจะถูกทิ้งร้างมาเป็นเวลานาน แต่โล่พลังงานของฐานก็ยังคงใช้ในการป้องกันได้อย่างแน่นหนา

ผู้บัญชาการในฐานทัพสามารถค้นพบจุดอ่อนในกระบวนทัพของอีกฝ่ายได้อย่างรวดเร็ว เขาจึงได้สั่งระดมยิงปืนใหญ่จำนวน 16 กระบอกโดยเล็งเป้าไปที่ยานรบขนาดเล็กของฝ่ายตรงข้าม

ตูม! ตูม! ตูม! …

ยานรบขนาดเล็กไม่มีทางป้องกันการระดมยิงของปืนใหญ่จากฐานทัพได้อย่างแน่นอน ดังนั้นการระดมยิงเพียงแค่ครั้งเดียวจึงทำให้ยานที่ตกเป็นเป้าหมายถูกทำลายลงในทันที

เมื่อได้เห็นว่าแผนการโจมตีได้ผล ผู้คนภายในฐานก็เริ่มใช้แผนการเดียวกันโดยการเลือกเป้าหมายเป็นยานรบขนาดเล็กของศัตรู

หากว่าผู้บัญชาการของกองยานที่บุกเข้ามาโจมตีมีความฉลาดมากเพียงพอ เขาก็ควรที่จะต้องสั่งปรับกระบวนทัพให้ยานรบขนาดเล็กเคลื่อนที่เข้าไปอยู่ภายใต้โล่พลังงานของยานรบขนาดใหญ่

อย่างไรก็ตามมันก็เห็นได้ชัดเลยว่าผู้บัญชาการของกองยานนี้ไม่ค่อยมีประสบการณ์ในการบุกโจมตีฐานทัพมากนัก ยานรบภายในกองยานทุกลำจึงยังคงเรียงแถวหน้ากระดานโดยหวังกำลังการยิงของตัวเองในการทำลายโล่พลังงานเหมือนเดิม

แน่นอนว่ามันไม่ใช่ทุกคนที่ทำใจยอมรับรอความตายได้ มันจึงมียานเอาท์เบรกลำหนึ่งแสร้งทำเป็นฉลาดเคลื่อนที่ออกมาจากกระบวนทัพเพื่อไล่ตามยานของเซี่ยเฟย

ในความคิดของเขาการทำลายยานโคแอกิวเลชั่นเป็นเพียงแค่เรื่องกล้วย ๆ ซึ่งถ้าหากว่ากองยานของเขาได้รับชัยชนะ เขาก็จะได้รับคำชมที่ออกมาทำลายยานของฝ่ายตรงข้าม แต่ถ้าหากว่ากองยานของเขาได้รับความพ่ายแพ้เขาก็จะสามารถนำเรื่องนี้ไปเป็นข้ออ้างอธิบายให้กับผู้บัญชาการของเขาได้เช่นกัน

ความคิดของชายคนนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะยานโคแอกิวเลชั่นของเซี่ยเฟยเป็นยานที่หาได้ยากมาก ดังนั้นมันจึงไม่จำเป็นที่จะต้องพูดถึงผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ที่อาศัยอยู่ในเขตดาววิลเดอร์เนสเลย เพราะแม้แต่อันธที่มีความรู้เรื่องยานค่อนข้างดีก็ยังรู้สึกไม่แน่ใจในตอนที่เขาได้พบกับยานไฮบริดลำนี้เป็นครั้งแรก

นอกจากนี้รูปลักษณ์ของยานโคแอกิวเลชั่นยังค่อนข้างธรรมดา ซึ่งนอกเหนือจากรูปลักษณ์ที่ค่อนข้างแปลกประหลาดของยานลำนี้แล้ว หน้าตาของมันก็ดูไม่เหมือนกับยานฟริเกตชั้นยอดที่มีอยู่ในยุคปัจจุบันเลย

ยานฟริเกตเป็นยานที่ถูกออกแบบมาสำหรับการรบโดยเฉพาะ ทำให้โดยส่วนใหญ่ยานประเภทนี้จะมีรูปลักษณ์ที่น่ากลัว, มีการแสดงอาวุธออกมาอย่างโดดเด่นและถูกออกแบบมาอย่างโฉบเฉี่ยว เพราะท้ายที่สุดพวกมันก็คือยานฟริเกตและภารกิจสูงสุดของพวกมันคือการเข้าทำลายคู่ต่อสู้

อย่างไรก็ตามยานโคแอกิวเลชั่นกลับมีรูปร่างค่อนข้างกลม ซึ่งถ้าหากมองจากระยะไกลยานลำนี้ก็ดูคล้ายกับสัตว์เลื้อยคลานตัวสีแดงเข้ม ขณะเดียวกันระบบอาวุธทั้งหมดก็ถูกซ่อนเอาไว้ภายในยานซึ่งดูไม่แตกต่างไปจากยานพลเรือนโดยทั่วไปมากนัก

แน่นอนว่ายานเอาท์เบรกลำนี้ได้ถูกรูปลักษณ์ภายนอกของโคแอกิวเลชั่นหลอกเรียบร้อยแล้ว ด้วยเหตุนี้เขาจึงพุ่งออกไปโดยหวังที่จะฉีกกระชากยานของเซี่ยเฟยเป็นชิ้น ๆ

ขณะเดียวกันเซี่ยเฟยก็พยายามขับยานออกห่างจากสนามรบอย่างรวดเร็ว เพราะการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเขาเลย ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ตั้งใจที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมแม้แต่นิดเดียว

ยิ่งยานเอาท์เบรกได้เห็นเซี่ยเฟยพยายามขับหนีมากเท่าไหร่ เขาก็คิดว่าอีกฝ่ายกำลังรู้สึกเกรงกลัวเขามากยิ่งขึ้นเท่านั้น ซึ่งกว่าที่เขาจะรู้ตัวเขาก็ได้เคลื่อนที่ออกมาห่างจากกองยานของเขาค่อนข้างไกลแล้ว

ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!

ยานเอาท์เบรกระดมยิงปืนใหญ่อัตโนมัติ 4 กระบอกเข้าใส่ยานรบของเซี่ยเฟยอย่างดุเดือด แต่ชายหนุ่มจากดาวโลกก็ยังคงไม่เลือกที่จะโต้ตอบกลับไปในทันทีแต่ยังคงขับยานรบหนีห่างออกไปเหมือนเดิม

สิ่งที่เขาจำเป็นจะต้องทำในตอนนี้คือการพยายามหลีกเลี่ยงสนามรบหลักและยานแบทเทิลครุยเซอร์ขนาดใหญ่ เขาจึงไม่ได้สนใจการจู่โจมจากยานฟริเกตขนาดเล็กมากนัก เพราะหากจำเป็นเขาก็สามารถทำลายยานรบลำนี้ได้ตลอดเวลา

ไม่กี่นาทีต่อมายานทั้งสองลำก็อยู่ห่างออกมาจากสนามรบหลักพอสมควร และถ้าหากว่าเซี่ยเฟยต้องการจะหลบหนีจริง ๆ ยานรบภายในกองยานก็ไม่สามารถที่จะติดตามเขาได้แล้ว

“ได้เวลาทดสอบเครื่องดูดพลังงานแล้วสินะ” เซี่ยเฟยพึมพำกับตัวเอง

หลังจากนั้นชายหนุ่มก็ใช้นิ้วกดไปบนปุ่มสีแดงเบา ๆ ก่อนที่โคแอกิวเลชั่นจะปล่อยลำแสงสีแดงออกไปทำการดูดซับพลังงานจากฝ่ายตรงข้ามที่อยู่ในระยะห่างไม่ถึง 100 กิโลเมตร

“หัวหน้าอยู่ ๆ พลังงานของยานก็ลดลงฮวบฮาบเลยครับ!” ลูกเรือคนหนึ่งบนยานเอาท์เบรกตะโกนรายงานขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนก

“อย่าหยุดโจมตี! อย่างน้อยทำลายยานสีแดงลำนั้นก่อนแล้วค่อยหาสาเหตุที่ทำให้พลังงานลดลง ไม่แน่เครื่องปฏิกรณ์พลังงานอาจจะมีปัญหา” กัปตันยานหัวโล้นออกคำสั่ง

“เตาปฏิกรณ์พลังงานไม่มีปัญหาครับ ผมกำลังสงสัยว่าลำแสงที่ยานตรงข้ามปล่อยมาน่าจะเป็นลำแสงจากเครื่องดูดพลังงาน!”

“เป็นไปไม่ได้! ยานฟริเกตจะติดตั้งเครื่องดูดพลังงานได้ยังไง? ตรวจสอบสาเหตุต่อไป”

“ระดับพลังงานลดลงเหลือ 50% แล้วครับ ถ้าหากว่ามันยังเป็นแบบนี้ต่อไปพวกเราจะไม่สามารถคงสภาพเกราะพลังงานได้”

“อย่าพึ่งโว้ย! ขอพังยานลำนี้ก่อน!!”

“ระดับพลังงานลดลงเหลือต่ำกว่า 30% แล้วครับ ถ้าหากพลังงานลดลงน้อยกว่านี้พวกเราจะมีพลังงานไม่พอยิงปืนใหญ่”

“ทำไมพลังงานถึงลดลงเร็วขนาดนั้น!!”

“หัวหน้าดูนั่น! มันกำลังจะโจมตีกลับแล้ว”

ความจริงแล้วพลังงานของยานเอาท์เบรกไม่ได้หายไปแต่ถูกถ่ายโอนไปยังยานโคแอกิวเลชั่นของเซี่ยเฟย ซึ่งเมื่อยานรบของคู่ต่อสู้สูญเสียการป้องกันเนื่องจากการขาดพลังงาน ชายหนุ่มก็พร้อมที่จะทำการพิฆาตยานของศัตรู

“กำหนดเป้าหมายไปที่ยานเอาท์เบรก โจมตีด้วยกำลังทั้งหมด!” เซี่ยเฟยสั่งการเสียงดัง

โคแอกิวเลชั่นได้อาศัยพลังงานของศัตรูเพื่อสังหารยานรบของศัตรูเอง โดยในปัจจุบันยานเอาท์เบรกไม่เหลือพลังงานแม้แต่จะเปิดโล่พลังงานด้วยซ้ำ มันจึงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่เซี่ยเฟยจะเปิดการโจมตี

ทันใดนั้นปืนใหญ่เลเซอร์คลัสเตอร์ 4 กระบอกก็โผล่ออกมาจากด้านข้างของยานโคแอกิวเลชั่น ซึ่งเป็นการแสดงความดุร้ายที่แท้จริงของยานลำนี้ออกมา

การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของโคแอกิวเลชั่นทำให้กัปตันในยานเอาท์เบรกรู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก เขาจึงรีบส่งเสียงตะโกนออกคำสั่งกับลูกน้อง

“เปิดเกราะพลังงาน! รีบหนีเร็วเข้า!!”

“ตอนนี้พลังงานภายในยานเหลืออยู่น้อยกว่า 10% แล้วครับ! พวกเราไม่สามารถเปิดใช้งานเกราะพลังงานได้! โอ้พระเจ้า! แม้แต่ระบบอาวุธก็ใช้งานไม่ได้เพราะพลังงานไม่เพียงพอ! หัวหน้าพวกเราคงจะถึงฆาตแล้ว!!”

ปัก!

ชายหัวโล้นทิ้งตัวลงยังที่นั่งของกัปตันพร้อมกับเม็ดเหงื่อที่ไหลออกมาจากหน้าผากราวกับสายฝน

ในที่สุดเขาก็ได้ตระหนักแล้วว่าเขาได้ตกลงไปในหลุมศพที่ศัตรูขุดเอาไว้ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ยานไม่มีพลังงานมันก็เปรียบเสมือนกับหายนะสำหรับยานรบ

จิ้ว! จิ้ว! จิ้ว! จิ้ว!

ปืนใหญ่เลเซอร์จากยานโคแอกิวเลชั่นระดมยิงออกไปอย่างบ้าคลั่งและเนื่องมาจากว่าอีกฝ่ายไม่มีแม้กระทั่งเกราะพลังงานคอยป้องกัน พวกเขาจึงทำได้เพียงแต่นั่งรอวันตาย

“ยิงถล่มมันเลย!” เซี่ยเฟยสั่งการ

หลังจากลำแสงเลเซอร์ได้ตกกระทบลงบนตัวยานเพียงแค่ไม่นาน ทั่วทั้งยานรบก็ถูกปกคลุมไปด้วยเปลวไฟ

การปิดประตูตีแมวครั้งนี้ทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกมีความสุขมากและสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นมากยิ่งกว่าคือการใช้พลังงานของศัตรูในการทำลายตัวของมันเอง

ยานโคแอกิวเลชั่นสมควรที่จะได้รับฉายายานฟริเกตรุ่นพิเศษระดับสูงสุดจริง ๆ เพราะเพียงแค่ระบบดูดพลังงานก็ทำให้ยานลำนี้ได้อยู่ในระดับที่ไม่ธรรมดา!

การลงมือของยานเปรียบเสมือนกับแวมไพร์โหดร้ายที่คอยทำการดูดเลือดมาเพิ่มพละกำลังให้กับตัวเอง ซึ่งในระหว่างกระบวนการที่มันกำลังดูดเลือดนั้นมันก็ถือว่าเป็นการทรมานวิญญาณของศัตรูอย่างช้า ๆ

การกำจัดข้าศึกในบางครั้งก็จำเป็นที่จะต้องใช้วิธีการที่โหดร้ายเพื่อทำลายขวัญกำลังใจของศัตรู ขณะเดียวกันโคแอกิวเลชั่นไม่เพียงแต่จะสังหารยานของศัตรูได้อย่างง่ายดายเท่านั้น แต่มันยังมีความสามารถในการทรมานจิตใจของศัตรูอีกด้วย

“เฮ้ยไอ้โล้น! ทำไมเอ็งถึงไม่ตอบโต้!!” เสียงของเพื่อนร่วมทีมนอกห้องบัญชาการของชายหัวโล้นดังขึ้นมาจากเครื่องมือสื่อสาร โดยทุกคนต่างก็อยากรู้ว่าชายหัวโล้นคนนี้กำลังเป็นอะไรกันแน่เขาถึงไม่คิดที่จะตอบโต้ศัตรูเลยแม้แต่น้อย

“จบแล้ว… ทุกอย่างมันจบแล้ว…” ชายหัวโล้นพึมพำอย่างสิ้นหวัง

บูม!

พริบตาต่อมายานเอาท์เบรกก็เกิดการระเบิดครั้งใหญ่จนทำให้มีแสงสว่างวาบขึ้นมาในอวกาศ

เซี่ยเฟยจุดบุหรี่เฝ้าดูยานรบกลายเป็นดอกไม้ไฟอย่างมีความสุข พร้อมกับค่อย ๆ เผยรอยยิ้มที่มุมปากขึ้นมา

“ฮ่า ๆ ๆ วันนี้ฉันมีความสุขจริง ๆ” อันธกล่าวอย่างตื่นเต้น

ผลการรบในครั้งนี้ได้รับการตัดสินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องมาจากผู้บัญชาการของกองยานมีประสบการณ์ไม่มากพอ มันจึงทำให้กองยานของเขาเหลือยานแบทเทิลครุยเซอร์เพียงแค่ 3 ลำและยานฟริเกตอีกหนึ่งลำ โดยยานฟริเกตลำนั้นก็ใกล้ที่จะถูกทำลายเต็มที

หากพึ่งพาอำนาจการยิงของยานแบทเทิลครุยเซอร์เพียงแค่ 3 ลำ มันก็ยากที่จะทำลายเกราะป้องกันของฐานเรดสโตนลงไปได้ ดังนั้นผู้บัญชาการกองยานของศัตรูจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากจะต้องสั่งให้ล่าถอย

ตูม!

ดอกไม้ไฟในอวกาศปะทุขึ้นอีกครั้ง โดยในคราวนี้ยานฟริเกตลำสุดท้ายได้ถูกทำลายจนกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

เซี่ยเฟยคอยซ่อนตัวและเฝ้าดูสงครามจากในระยะไกล จากนั้นเขาก็ทำการส่งคำขอเพื่อเข้าไปยังฐานเรดสโตน

ในระหว่างที่ส่งคำขอเข้าไปในฐานทัพนั้น ชายหนุ่มก็ได้ส่งวิดีโอที่เขาทำลายยานรบของศัตรูเข้าไปด้วย ดังนั้นในเวลาเพียงแค่ไม่ถึง 1 นาทีประตูของฐานทัพก็เปิดออกเพื่อให้โคแอกิวเลชั่นเข้าไปจอดยานด้านใน

“เซี่ยเฟย!” ซาร่ารีบโผเข้ามากอดชายหนุ่มอย่างตื่นเต้นหลังจากที่เซี่ยเฟยลงจากโคแอกิวเลชั่นมาเพียงแค่ไม่นาน

เอเลนที่อยู่ไม่ไกลก็เผยรอยยิ้มขึ้นมาบนใบหน้าเช่นเดียวกัน แต่ไม่ว่าเซี่ยเฟยจะมองยังไงเขาก็รู้สึกว่ารอยยิ้มของตาลุงคนนี้ดูแปลก ๆ อยู่เล็กน้อย

“นายโอเคไหม?” หลังซาร่าตั้งสติได้เธอก็รีบใช้มือผลักชายหนุ่มออกไปจากตัว

เหตุการณ์นี้ทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกเขินอายเล็กน้อย เพราะเขาก็ไม่รู้ว่าทำไมจู่ ๆ หญิงสาวถึงได้โผเข้ามากอดเขาแบบนี้

“ฉันก็ยังสบายดีสิ ว่าแต่ใครคือคนที่มาโจมตีฐานเมื่อกี้หรอ?” เซี่ยเฟยถามด้วยความสงสัย

“พวกมันคือกลุ่มโจรสลัดนกฮูก” ชายผิวขาวคนหนึ่งกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจขณะที่เขาเดินเข้ามา โดยชายคนนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นใดเลยนอกเสียจากหนิงเตี้ยนผู้ที่เซี่ยเฟยเคยเห็นเขารังแกขอทานข้างถนน

“ไอ้นี่เป็นหลานชายลุงหรอ?” หนิงเตี้ยนถามด้วยรอยยิ้มขณะใช้มือตบไหล่เอเลนอย่างไม่มีมารยาท

“ใช่ครับ เขาคือหลานชายของผมเอง” เอเลนพูดพร้อมกับก้มศีรษะราวกับว่าเขารู้สึกหวาดกลัวนายน้อยคนนี้มาก

“เฮ้ไอ้หนุ่ม! ลุงฉันมีเรื่องจะคุยด้วย นายช่วยมากับฉันหน่อยสิ” หนิงเตี้ยนกล่าวพร้อมกับหันหน้ามาทางเซี่ยเฟย

***************

จบบทที่ ตอนที่ 111: ทรมานจนตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว