เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 97: ชีวิตและความตาย

ตอนที่ 97: ชีวิตและความตาย

ตอนที่ 97: ชีวิตและความตาย


ตอนที่ 97: ชีวิตและความตาย

“ทำลายตัวเอง!” เซี่ยเฟยอุทานอย่างตกตะลึง

ใครเป็นคนเปิดระบบทำลายตัวเอง?

สถานีอวกาศควรจะตกอยู่ภายใต้การควบคุมของโบซิงวา แล้วมันก็เป็นไปไม่ได้ที่โบซิงวาจะเริ่มเปิดระบบทำลายตัวเอง ด้วยเหตุนี้มันจะต้องมีใครบางคนได้แฮกเข้ามาในระบบและบังคับให้ระบบทำลายตัวเองเปิดใช้งาน

เมื่อเซี่ยเฟยได้นึกถึงพวกบลัดไรเดอร์และการเสียชีวิตของจัสทิสทั้งห้า เขาก็ได้ข้อสรุปว่าแผนกสืบสวนลับของสมาพันธ์คงกำลังพยายามตรวจสอบสถานีอวกาศแห่งนี้และพวกเขาก็ได้พบกับความลับของบลัดไรเดอร์โดยบังเอิญ

อย่างไรก็ตามทีมของพวกเขาก็ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างฉับพลัน พวกบลัดไรเดอร์จึงไม่มีเวลาทำลายหลักฐาน พวกมันจึงวางแผนจะทำลายสถานีอวกาศทั้งหมดเพื่อลบหลักฐานไปพร้อมกับสถานี

ในที่สุดเซี่ยเฟยก็ตัดสินใจปล่อยให้เซียวไห่ลี่ตายด้วยตัวเอง เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดในเวลานี้คือเขาต้องรอดชีวิตไปจากสถานีให้ได้

ฟุบ!

เซี่ยเฟยเคลื่อนตัวไปที่ลิฟต์ด้านข้างโกดัง แต่ถึงแม้เขาจะกดสวิตซ์แล้วแต่ลิฟต์ก็ไม่ตอบสนองเขาเลยและแม้แต่ไฟแสดงสถานะก็ไม่สว่างขึ้นมา

เมื่อเซี่ยเฟยเคลื่อนที่ไปที่ลิฟต์อีกตัวเขาก็เปิดมันไม่ออกเช่นเดียวกัน ทำให้โกดังแห่งนี้กลายเป็นพื้นที่ถูกปิดตาย

สถานีอวกาศมีขนาดใหญ่มาก ดังนั้นเมื่อระบบทำลายตัวเองเปิดใช้งาน ผู้ที่อยู่อาศัยในสถานีย่อมไม่มีทางหนีรอดออกไปได้อย่างแน่นอน

ทันใดนั่นเองจู่ ๆ เซี่ยเฟยก็นึกถึงคู่มือฉุกเฉินที่ฉินหมางเคยมอบให้กับเขามา โดยข้อมูลในหนังสือได้ระบุเส้นทางหลบหนีของสถานีอวกาศเอาไว้ทั้งหมด ซึ่งแม้แต่เจ้าหน้าที่ของสถานีก็อาจจะไม่รู้เส้นทางหลบหนีทั้งหมดด้วยซ้ำ

เซี่ยเฟยรีบเปิดไมโครคอมพิวเตอร์อย่างเร็วที่สุดพร้อมกับเรียกดูข้อมูลจากคู่มือฉุกเฉินขึ้นมา

“เจอแล้ว” เซี่ยเฟยอุทานเมื่อพบว่าท่อระบายอากาศเหนือโกดังสามารถใช้เป็นเส้นทางหลบหนีของเขาได้

เมื่อเซี่ยเฟยได้เงยหน้า เขาก็ได้พบว่าท่ออยู่ห่างออกไปทางซ้ายประมาณ 200 เมตร โดยทางเข้าถูกติดเอาไว้เหนือพื้นดินขึ้นไปด้านบนประมาณ 4 เมตร

ชายหนุ่มกระโดดขึ้นสูงและทำการตวัดเชสซิ่งไลท์อย่างรวดเร็วพร้อมกับตัดประตูทางเข้าท่อออกเป็นชิ้น ๆ

หลังจากนั้นเซี่ยเฟยก็ใช้มือเกาะเกี่ยวท่อระบายอากาศเอาไว้ ก่อนที่จะม้วนตัวเข้าไปด้านในอย่างคล่องแคล่ว

ภายในท่ออากาศถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นหนาทำให้เขาสูดลมหายใจเข้าไปอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นเซี่ยเฟยก็ไม่มีเวลาให้คิดเรื่องฝุ่นพวกนี้ เพราะเขาพยายามคลานไปตามท่อด้วยความเร็วที่สูงที่สุด

เส้นทางในท่ออากาศมีขนาดที่แตกต่างกัน โดยส่วนของท่อที่มีขนาดใหญ่นั้นเขาสามารถเคลื่อนที่ผ่านไปได้อย่างง่ายดาย แต่ท่อในส่วนที่มีขนาดเล็กที่สุดมันก็ทำให้เขาแทบที่จะคลานผ่านมาไม่ได้

ด้านหน้าเป็นท่อแคบ ๆ อีกหนึ่งครั้งที่มีความยาวประมาณ 100 เมตร เซี่ยเฟยจึงพยายามเหยียดแขนและพุ่งตัวไปด้านหน้าเป็นเส้นตรงเพื่อที่จะผ่านท่อไปให้ได้โดยเร็วที่สุด

ฟุบ!

หลังจากหลุดออกมาจากท่อแคบ ๆ เซี่ยเฟยก็พบทางออกอยู่ตรงหน้า ก่อนที่เขาจะพุ่งตัวออกไปด้วยความโล่งใจ

แต่ทันใดนั้นเองเขาก็ได้ยินเสียงเอะอะดังขึ้นมาจากทางด้านซ้ายและเมื่อเขาได้มองเข้าไป เขาก็ได้พบกับห้องขนาดใหญ่อยู่ด้านหลังประตู แล้วมันก็มีพวกบลัดไรเดอร์ประมาณ 7-8 ตัวกำลังแบกของภายในห้องด้วยความเร่งรีบ

หัวหน้าบลัดไรเดอร์กลุ่มนี้คือแมลงที่มีเกล็ดสีทอง โดยรูปร่างของมันสูงกว่าบลัดไรเดอร์ที่เซี่ยเฟยได้เคยเห็นมากและหางของมันก็เหยียดยาวหนาราวกับงูเหลือม

“รีบย้ายคนพวกนี้ไปที่ยานอวกาศเดี๋ยวนี้! สถานีอวกาศกำลังจะระเบิดแล้ว!!” แมลงตัวสีทองสั่งลูกน้องด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น

“ย้ายคน?” เซี่ยเฟยอุทานด้วยความสงสัยพร้อมกับสังเกตการณ์อย่างระมัดระวัง โดยพวกบลัดไรเดอร์กำลังขนกล่องที่ทำมาจากโลหะผสมรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าคล้ายกับโลงศพ

กล่องโลหะพวกนี้ถูกวางเอาไว้บนอุปกรณ์ที่ไม่รู้จักอย่างประณีตและมีท่อหนา 2 ท่อเชื่อมกล่องโลหะแต่ละกล่องเข้ากับอุปกรณ์ปริศนา

ระหว่างที่พวกแมลงกำลังขนกล่องปริศนามันก็มีอุบัติเหตุทำให้ท่อโลหะเกิดรอยรั่วขึ้นมา ก่อนที่มันจะมีแก๊สสีขาวพุ่งออกมาจากท่อ ซึ่งเมื่อแก๊สนี้ได้ปะทะเข้ากับขาของแมลงมันก็ทำให้แมลงตัวนั้นกรีดร้องขึ้นมาด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับขาของมันที่ถูกเปลี่ยนเป็นน้ำแข็ง

ดูเหมือนอุปกรณ์ปริศนาชิ้นนั้นน่าจะเป็นอุปกรณ์ทำความเย็น และกล่องโลหะที่เซี่ยเฟยเห็นก็คงจะเป็นโลงศพที่เอาไว้เก็บร่างมนุษย์แช่แข็ง

แมลงตัวสีทองเดินเข้าไปยกโลงศพด้วยมือข้างหนึ่งพร้อมกับใช้มืออีกข้างแทงไปยังแมลงที่พลาดทำให้ท่อได้รับความเสียหาย

“ไอ้โง่!”

เล็บของแมลงตัวสีทองแทงเข้าไปในศีรษะของแมลงอีกตัวอย่างแรง และก่อนที่แมลงตัวที่ขาถูกแช่แข็งจะทันได้ส่งเสียงร้องอะไร กะโหลกศีรษะของมันก็ถูกตัดขาดพร้อมกับล้มลงไปเสียชีวิตที่จุดนั้นเลย

“ฮึ่ม!” แมลงตัวสีทองส่งเสียงร้องออกมาอย่างเย็นชา ก่อนที่มันจะยกโลงศพขึ้นไปไว้บนไหล่โดยไม่สนใจการตายของลูกน้องเลยแม้แต่นิดเดียว

“เหลือเวลาอีก 25 นาที ก่อนสถานีอวกาศจะเริ่มทำลายตัวเอง” 

เสียงผู้หญิงจากระบบดังเตือนขึ้นอีกครั้ง

เสียงจากสถานีได้ดึงสติเซี่ยเฟยกลับคืนมาเขาจึงรีบวิ่งไปยังทางออก เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือเขาต้องรอดชีวิตออกไป ส่วนเรื่องแมลงกับโลงศพค่อยกลับมาคิดหลังจากที่เขารอดชีวิตออกไปแล้ว

“เดี๋ยวนะ…มนุษย์!” ในระหว่างที่เซี่ยเฟยกำลังวิ่งไปยังทางออกนั่นเอง จู่ ๆ เขาก็นึกถึงเซียวรั่วหยูที่ถูกลักพาตัวไป

‘หรือว่าเธอจะอยู่ในโลงศพ!?’

เซี่ยเฟยพยายามกัดฟันต่อต้านความคิดและยังคงเร่งรีบพุ่งตัวไปด้านหน้า

ถึงแม้ว่าเขาจะพุ่งเข้าไปต่อสู้กับแมลงพวกนั้นอย่างสิ้นหวัง แต่เขาก็ยังไม่มีความแข็งแกร่งมากพอที่จะต่อสู้กับพวกแมลงพร้อม ๆ กันอยู่ดี ดังนั้นถ้าหากว่าเขามุทะลุมากจนเกินไปมันไม่เพียงแต่เขาจะไม่สามารถช่วยเซียวรั่วหยูได้เท่านั้น แต่เขาอาจจะเอาชีวิตของตัวเองไปทิ้งอีกด้วย

นอกจากนี้สถานีอวกาศก็กำลังจะระเบิด ด้วยเหตุนี้ถ้าหากว่าเซียวรั่วหยูอยู่ในโลงศพพวกนั้นจริง ๆ เธอก็จะปลอดภัยเมื่อพวกแมลงขนโลงศพขึ้นไปบนยานอวกาศ

สิ่งที่เขาสมควรจะทำในตอนนี้คือการหลบหนีออกจากจุดปลอดสัญญาณการสื่อสาร จากนั้นเขาจะทำการเรียกยานลูน่ามาเตรียมพร้อมประจัญบาน แล้วเขาค่อยกลับไปช่วยเซียวรั่วหยูในตอนนั้นก็ยังไม่สาย

เมื่อได้ข้อสรุปภายในใจเซี่ยเฟยก็ไม่ลังเลอีกต่อไป เขาจึงเร่งความเร็วไปตามเส้นทางที่เขาจดจำเอาไว้เพื่อพยายามกลับขึ้นไปบนยานให้เร็วที่สุด

ครู่ต่อมาสัญญาณของไมโครคอมพิวเตอร์ก็กลับคืนมา ดังนั้นเซี่ยเฟยจึงรีบส่งคำสั่งไปที่ลูน่าในทันที

ลูน่าอยู่ห่างจากสถานีอวกาศแห่งนี้ไปประมาณ 50,000 ปีแสง ซึ่งอย่างมากที่สุดมันก็จำเป็นจะต้องใช้เวลาประมาณ 10 นาทีก่อนที่มันจะมารับเขาได้

“รุ่นพี่โบซิงวา! สถานการณ์ทางฝั่งนั้นเป็นยังไงบ้าง” เซี่ยเฟยรีบติดต่อไปยังโบซิงวาขณะที่ขาของเขายังคงวิ่งอยู่

“สถานการณ์ทางนี้ไม่ค่อยดี จู่ ๆ ยานรบของพวกเซิร์กก็โผล่มา ตอนนี้ฉันกำลังยิงปะทะกับพวกมันอยู่ เซียวไห่ลี่กับเควรอซอยู่ที่ไหน? พวกเขาอยู่กับนายหรือเปล่า?” โบซิงวากล่าวถามอย่างเร่งรีบ

ภายในเครื่องสื่อสารมีเสียงปืนดังกึกก้องเข้ามาเป็นระยะ ๆ พร้อมกับหน้าจอที่สั่นไหวอยู่ตลอดเวลาแสดงให้เห็นว่าสถานการณ์ทางฝั่งโบซิงวาก็กำลังวิกฤตอยู่เช่นกัน

“สถานการณ์ตอนนี้ซับซ้อนมาก ผมไม่รู้สถานะของรุ่นพี่เควรอซกับรุ่นพี่เซียวไห่ลี่เลย ตอนนี้ผมกำลังทำการถอนตัว รุ่นพี่ช่วยเปิดช่องลงจอดของสถานีให้หน่อยได้ไหม” เซี่ยเฟยกล่าว

เซี่ยเฟยไม่ได้พูดเรื่องการกระทำของเซียวไห่ลี่ออกไป เพราะเขารู้ว่าโบซิงวากับเซียวไห่ลี่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ด้วยเหตุนี้ถ้าหากเขาบอกว่าเซียวไห่ลี่มีความคิดที่จะฆ่าเขาโบซิงวาก็อาจจะตั้งข้อสงสัยในตัวเขาได้

“ตอนนี้ฉันสูญเสียการควบคุมสถานีอวกาศไปแล้ว…ขอโทษด้วย” โบซิงวากล่าวหลังจากเงียบเสียงไปครู่หนึ่ง

“เข้าใจแล้วครับ ผมได้เรียกยานอวกาศของผมมาช่วยชื่อรหัสของมันคือลูน่า รุ่นพี่อย่าโจมตีมันนะครับ” เซี่ยเฟยกล่าว

โบซิงวาพยักหน้ารับก่อนที่เขาจะถามกลับออกไปด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

“ตอนนายออกมา…เซียวไห่ลี่กับเควรอซยังรอดชีวิตอยู่ไหม”

“ตอนนั้นพวกเขายังไม่ตายครับ ขอโทษด้วยที่ตอนนี้ผมยังเล่ารายละเอียดไม่ได้” เซี่ยเฟยตอบอย่างรวบรัดขณะพยายามดิ้นรนวิ่งผ่านทางเดินแคบ ๆ

“ไม่เป็นไร ชีวิตจัสทิสก็เป็นแบบนี้แหละ ตอนนี้นายก็กำลังพยายามหลบหนี ส่วนฉันก็กำลังยิงสู้กับยานรบอย่างสิ้นหวัง ขอให้นายโชคดีหลบหนีออกมาจากสถานีอวกาศได้” โบซิงวากล่าว

หลังกล่าวจบทั้งสองก็เงียบเสียงลงไปชั่วขณะ เพราะท้ายที่สุดทั้งสองฝ่ายต่างก็ล้วนแล้วแต่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายไม่ด้อยไปกว่ากัน

“ขอให้รุ่นพี่โชคดีเหมือนกัน” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย

“ไอ้บ้าเซี่ย!! ฟังนะ!! นายจะต้องรอดกลับมาให้ได้!!!” ทันใดนั้นเองเยว่เกอก็โผล่มาตะโกนเข้าใส่หน้าจอ

เซี่ยเฟยรีบปิดเครื่องสื่อสารโดยไม่สนใจคำร้องขอการสื่อสารหลังจากนั้นอีก

ในช่วงเวลาความเป็นความตายอารมณ์ถือว่าเป็นเรื่องที่ไร้ประโยชน์ ดังนั้นในตอนนี้เขาจึงจำเป็นจะต้องสงบสติอารมณ์ให้ได้มากที่สุดและพยายามหลบหนีออกไปจากสถานีอวกาศ

เซี่ยเฟยใช้วิธีคลานไปตามท่อของสถานีอวกาศและในที่สุดหลังจากเวลาได้ผ่านพ้นไปประมาณ 20 นาที เขาก็เดินทางมาถึงห้องโดยสารได้ในที่สุด

ในเวลาเดียวกันมันก็มีรูหนอนที่สว่างไสวเปิดขึ้นในห้วงอวกาศ ก่อนที่ลูน่าจะขับเคลื่อนออกมาปรากฏตัวห่างจากสถานีอวกาศไปไม่ไกล

เมื่อเซี่ยเฟยมองออกไปทางช่องหน้าต่างเขาก็เห็นว่ายานรบของพวกเซิร์กกำลังทำการต่อสู้กับยานรบของโบซิงวาอยู่ พวกมันจึงไม่เป็นภัยคุกคามต่อลูน่า

สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการพยายามทำการหลบหนี เซี่ยเฟยจึงก้มหน้าลงไปอ่านคู่มือฉุกเฉินอีกครั้ง

พริบตาต่อมาดวงตาของเซี่ยเฟยก็สว่างไสวเมื่อเขาได้เห็นว่ามันมีห้องหลบหนีฉุกเฉินอยู่ใต้ห้องโดยสาร

ห้องหลบหนีแห่งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับเหตุฉุกเฉิน เขาจึงสามารถเปิดประตูด้วยตัวเองได้และในห้องฉุกเฉินก็มีชุดอวกาศเตรียมเอาไว้ให้เสร็จสรรพ

อวกาศอยู่ในสถานะสุญญากาศ ดังนั้นถ้าหากว่าเขาปราศจากชุดอวกาศเขาก็ไม่สามารถรอดชีวิตกลับไปได้ แม้ว่าเขาจะสามารถหลบหนีออกจากสถานีอวกาศได้ก็ตาม

เซี่ยเฟยเคลื่อนที่ไปยังห้องฉุกเฉินตามคำแนะนำของคู่มือ ก่อนที่เขาจะทำการสวมชุดอวกาศที่ไม่ได้ถูกใช้งานมานานกว่า 100 ปี ซึ่งเขาก็ทำได้แต่ภาวนาภายในใจว่าขอให้ชุดนี้อย่าได้มีปัญหาอะไรเลย

หลังจากนั้นเขาก็ใช้มือทั้งสองข้างจับพวงมาลัยทรงกลมที่ประตูแรงดัน ก่อนที่จะออกแรงหมุนด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดของเขา

ในที่สุดหลังจากที่ชายหนุ่มได้หมุนพวงมาลัยไป 11 รอบประตูที่ปิดสนิทก็เปิดออก เซี่ยเฟยจึงตั้งพิกัดไปยังตำแหน่งของลูน่าก่อนที่จะพุ่งตัวออกไปในอวกาศที่ว่างเปล่า

ระหว่างนั้นเซี่ยเฟยได้ทำการควบคุมระบบขับเคลื่อนบนชุดอวกาศท่ามกลางท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวและค่อย ๆ เคลื่อนที่เข้าไปใกล้กับลูน่า

เหตุการณ์ทุกอย่างผ่านไปอย่างราบรื่น ซึ่งหลังจากที่เวลาผ่านพ้นไปไม่นานเซี่ยเฟยก็ได้เข้าไปอยู่ในห้องบัญชาการของลูน่าได้สำเร็จ

ต่อมาชายหนุ่มก็ทำการควบคุมยานรบมุ่งหน้าเข้าหายานของพวกเซิร์กที่กำลังต่อสู้กับพวกโบซิงวาด้วยความเร็วสูงสุด พร้อมกับยิงปืนใหญ่นิวตรอนและขีปนาวุธออกไปอย่างสุดกำลัง

ยานของพวกเซิร์กมีขนาดพอ ๆ กันกับยานรบของโบซิงวา ซึ่งหลังจากที่ยานรบได้รับการโจมตีของลูน่าไป 3 ระลอก เกราะพลังงานที่ห่อหุ้มตัวยานเอาไว้ก็ถูกทำลายลงไปในที่สุด

ต่อมาปืนใหญ่นิวตรอนก็พุ่งกระทบเข้ากับตัวเกราะของยานโดยตรงทำให้เกิดเปลวไฟโหมกระหน่ำปะทุออกมาจากตัวยาน

ตูม!

ในที่สุดยานรบของพวกเซิร์กก็เกิดการระเบิดออกมาครั้งใหญ่พร้อมกับก่อให้เกิดแสงสว่างวาบไปทั่วทั้งบริเวณ

แม้ว่ายานรบจะถูกทำลายแต่เซี่ยเฟยก็ยังไม่ลดความระมัดระวังของเขาลง เพราะเขารู้ว่ายังมียานรบของพวกเซิร์กอีกลำอยู่ใกล้ ๆ และบนยานลำนั้นก็อาจจะมีเซียวรั่วหยูถูกจับขังอยู่

สิ่งที่น่าแปลกคือไม่ว่าเขาจะใช้ระบบเรดาร์ทำการตรวจจับยังไง แต่เขาก็ไม่พบกับยานลำดังกล่าวเลย ด้วยเหตุนี้มันจึงมีโอกาสเป็นไปได้สูงมากที่ยานรบอีกลำจะติดตั้งระบบพรางตัวเอาไว้

“ขอบคุณมาก” โบซิงวาส่งสัญญาณติดต่อเข้ามาในลูน่าพร้อมกับเช็ดเหงื่อ

“ยังมียานข้าศึกอีกลำ รุ่นพี่ช่วยเปิดระบบป้องกันแบบโอเวอร์โหลดเอาไว้ด้วย ผมกำลังจะใช้ระเบิดช็อกบอมบ์แล้ว” เซี่ยเฟยกล่าวขึ้นมาด้วยหน้าตาอันจริงจัง

เขาได้ทำการพิจารณาสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งหมดแล้วและมันก็มีโอกาสสูงมากที่ศัตรูจะเปิดระบบพรางตัวเอาไว้ ซึ่งแม้ว่าการใช้ระเบิดช็อกบอมบ์จะไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดสำหรับการจัดการกับระบบพรางตัว แต่มันก็เป็นหนึ่งในวิธีอันรุนแรงที่บังคับให้ศัตรูเปิดเผยตัวออกมาได้

น่าเสียดายที่การใช้ระเบิดช็อกบอมบ์ไม่แยกแยะระหว่างมิตรหรือศัตรู ดังนั้นทันทีที่ระเบิดทำงานขึ้นมามันจะส่งพลังทำลายไปยังพื้นที่บริเวณรอบข้างอย่างเท่าเทียม

นอกจากคนบ้าอย่างเซี่ยเฟยแล้ว ในสถานการณ์ปกติมันก็คงจะไม่มีใครคิดจะใช้อาวุธแบบนี้

“อะไรนะ! บนยานของนายมีระเบิดช็อกบอมบ์ด้วยงั้นหรอ?!” โบซิงวาพูดขึ้นมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ แต่ทันใดนั้นเขาก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

“เดี๋ยวก่อน! บนยานของฉันไม่มีระบบป้องกันแบบโอเวอร์โหลด!!”

“ขอโทษด้วยครับ มือผมลั่นไปแล้ว” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย

คำตอบจากชายหนุ่มทำให้โบซิงวารู้สึกตกตะลึง ซึ่งหลังจากเวลาได้ผ่านพ้นไปไม่กี่วินาทีเขาก็ตระหนักว่าเซี่ยเฟยไม่ได้พูดล้อเล่น

“รีบก้มตัวลงไป! แล้วเอามือกุมหัวเอาไว้เร็ว ๆ เข้า!!”

“บ้าไปแล้ว! นี่มันบ้าไปแล้วชัด ๆ!! เขาต้องเป็นคนแบบไหนถึงได้พกระเบิดช็อกบอมบ์เอาไว้บนยานตลอดเวลา” โบซิงวาพึมพำกับตัวเอง

เซี่ยเฟยหลับตาลงพร้อมกับนึกถึงใบหน้าที่น่ารักของเซียวรั่วหยู

เพื่อที่จะนำตัวเธอกลับมามันอย่าว่าแต่ระเบิดช็อกบอมบ์เลย เพราะแม้แต่ระเบิดนิวเคลียร์เขาก็พร้อมก็จะใช้งานมันโดยไม่ลังเล

“ฉันจะไม่มีทางปล่อยเธอไปอีกเด็ดขาด!” เซี่ยเฟยพูดกับตัวเองพร้อมกับใช้นิ้วกดลงไปบนปุ่มสีแดง

วินาทีต่อมาระเบิดก้อนสีดำก็ถูกยิงออกไปบนท้องฟ้าของอวกาศอย่างเงียบสงบ โดยในเวลานี้เหลือเวลาอีกเพียงแค่ 6 นาที 27 วินาทีก่อนที่สถานีอวกาศจะเริ่มทำลายตัวเอง

***************

จบบทที่ ตอนที่ 97: ชีวิตและความตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว