เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 91: บรรณารักษ์

ตอนที่ 91: บรรณารักษ์

ตอนที่ 91: บรรณารักษ์


ตอนที่ 91: บรรณารักษ์

ห้องในชั้นใต้ดินนี้ไม่ได้มีขนาดใหญ่มากนัก โดยมันมีแสงสีขาวส่องสว่างภายในห้องเหมือนกับตอนกลางวันและมีตู้กระจกใสวางอยู่กลางห้อง

เซี่ยเฟยเดินเข้าไปมองผ่านกระจกใสที่มีความแข็งแรงที่สูงมาก

ในตู้กระจกมีหนังสืออยู่เพียงแค่เล่มเดียว แต่หนังสือเล่มนี้ถูกห่อเอาไว้ด้วยหนังสัตว์ที่มีความหนามากกว่า 10 เซนติเมตร

ปกหนังสัตว์ด้านนอกเสื่อมสภาพมานานแล้วและมันก็มีพื้นที่หลาย ๆ แห่งที่ได้รับความเสียหาย แต่กระดาษที่อยู่ด้านในยังคงดูมีสภาพดี

เมื่อเซี่ยเฟยได้เห็นชื่อของหนังสือโบราณเล่มนี้มันก็ทำให้เขาอ้าปากกว้างขึ้นมาด้วยความตกใจ แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะพูดอะไรออกมาได้เลย

จู่ ๆ อันธที่มักจะซ่อนตัวอยู่ในสร้อยก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างฉับพลันทั้ง ๆ ที่โดยปกติวิญญาณตนนี้จะอยู่ในสร้อยตลอดเวลาเว้นแต่ว่าเซี่ยเฟยจะได้พบอะไรใหม่ ๆ วิญญาณตนนี้ถึงจะปรากฏตัวขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น

“ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเข้ารหัสหุ่นยนต์!” อันธอ่านชื่อหนังสือทีละคำด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง

ทั้งเซี่ยเฟยและอันธต่างก็รู้สึกตื่นเต้นเกินกว่าที่พวกเขาจะพูดออกมาได้ ซึ่งหลังจากนั้นหนึ่งคนหนึ่งวิญญาณก็จ้องหน้ากันเป็นเวลานาน

“โอ้พระเจ้า! นี่มันหนังสือจากอารยธรรมโบราณที่บันทึกการเขียนโค้ดให้พวกหุ่นยนต์” อันธกล่าวอย่างตื่นเต้น

อารยธรรมโบราณเป็นอารยธรรมที่สูญสลายไปเป็นเวลานานแล้ว มันจึงทำให้สิ่งของทุกอย่างที่หลงเหลือมาถึงปัจจุบันต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ล้ำค่า และมันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องพูดถึงหนังสือเล่มนี้ที่เป็นหนังสือเกี่ยวกับการเข้ารหัสหุ่นยนต์!

ถึงแม้เทคโนโลยีในปัจจุบันจะสามารถผลิตหุ่นยนต์ขึ้นมาได้ แต่หุ่นยนต์เหล่านั้นก็ยังไม่สามารถนำไปเทียบกับหุ่นยนต์ในอารยธรรมโบราณได้เลย

ในปัจจุบันทางพันธมิตรได้ใช้ระบบ AI อัจฉริยะมาจับคู่กับสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อย่างมากมาย เช่น คอมพิวเตอร์อัจฉริยะที่คอยเปิดระบบนำทางอัตโนมัติให้กับยานอวกาศ

แต่ AI พวกนี้ก็เป็นเพียงแค่ปัญญาประดิษฐ์ระดับพื้นฐานที่ยังห่างไกลจาก AI ในยุคโบราณอยู่ดี โดยความแตกต่างที่เห็นได้ชัดที่สุดนั่นก็คือ AI ในยุคโบราณเป็น AI ที่สามารถแสดงความรู้สึกออกมาได้

หุ่นยนต์ที่ติดตั้ง AI ในยุคโบราณมีความคิดความอ่านคล้ายกับมนุษย์ เพราะไม่เพียงแต่พวกมันจะรู้สึกมีความสุขหรือความเศร้าได้เท่านั้น แต่พวกมันยังมีความเชื่อเป็นของตัวเองอีกด้วย

สิ่งเดียวที่ทำให้พวกมันมีความแตกต่างจากมนุษย์คือร่างกายของพวกมันเป็นเครื่องจักร แต่ไม่ว่าจะเป็นสติปัญญา, ความแข็งแกร่งหรือความกล้าหาญ พวกมันต่างก็ล้วนแล้วแต่มีดีกว่ามนุษย์ทั้งหมด

หนังสือเล่มนี้ได้บันทึกความรู้เกี่ยวกับการเข้ารหัสหุ่นยนต์ ซึ่งเซี่ยเฟยสันนิษฐานว่ามันน่าจะเป็นโมเดลของ AI ในตำนาน!

AI ในยุคโบราณเป็นเทคโนโลยีระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์ของมนุษย์และมูลค่าของมันก็ไม่สามารถนำมาวัดค่าได้ด้วยเงิน!!

“ทำไมหนังสือที่มีค่าขนาดนี้ถึงถูกเก็บเอาไว้ในห้องชั้นใต้ดินของห้องสมุด? เป็นไปได้ไหมว่าห้องสมุดนี่ได้ซ่อนความลับอะไรเอาไว้? ถ้าหากว่ามันมีความลับแล้วทำไมคุณตาฉินหมางถึงให้ฉันเข้ามาในห้องนี้?” เซี่ยเฟยพยายามคิดทบทวนสถานการณ์

ในที่สุดเซี่ยเฟยก็ตัดสินใจเก็บเรื่องนี้เอาไว้ก่อน หลังจากนั้นเขาก็หยิบถุงอาหารแมวจากตรงบริเวณมุมห้องก่อนที่จะเดินออกจากห้องเพื่อกลับไปยังชั้นบน

ระหว่างทางชายหนุ่มพยายามสูดลมหายใจลึก ๆ เพื่อระงับความตื่นเต้นและเดินขึ้นไปจากชั้นใต้ดินพร้อมอาหารแมว

หลังจากพูดคุยกับฉินหมางสักพักเซี่ยเฟยก็หาข้ออ้างเพื่อเดินออกไปจากห้องสมุด แต่ก่อนจะจากไปเขาก็ได้หันกลับมามองแผ่นป้ายประกาศรับสมัครบรรณารักษ์อีกครั้ง

“นายคงไม่คิดจะสมัครมาเป็นบรรณารักษ์จริง ๆ ใช่ไหม? อย่าลืมนะว่านายต้องใช้ความพยายามมากแค่ไหนกว่าจะเข้ามาในค่ายนี้ได้” อันธกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

แม้จะได้ยินคำถามแต่เซี่ยเฟยก็ยังไม่พูดอะไรโดยเขาได้ใช้ความคิดไปตลอดทาง

หลังจากเดินไปเรื่อย ๆ ชายหนุ่มก็เดินไปที่ถนนสายหลักที่นักเรียนภายในค่ายใช้ในการสัญจรไปมา จากนั้นชายหนุ่มก็หยุดเดินพร้อมกับชี้นิ้วไปที่เหล่านักเรียนที่กำลังขี่รูเล็ตหรือเดินผ่านหน้าของเขาไป

“อันธนายเห็นอะไร”

“ก็แค่นักเรียนธรรมดาไม่ใช่หรอ?” อันธกล่าวหลังจากมองไปยังทิศทางที่เซี่ยเฟยชี้อยู่ครู่หนึ่ง

“ลองดูให้ดี ๆ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

“ดูยังไงก็แค่นักเรียนธรรมดา มีบางคนเป็นผู้ชาย, บางคนเป็นผู้หญิง, บางคนอ้วน, บางคนผอม มีอะไรแปลกกว่านี้อีก?” อันธตอบ

“นายไม่คิดว่าคนพวกนี้เหมือน ๆ กันหมดเลยหรือยังไง ในค่ายฝึกมีนักเรียนทั้งหมด 50,000 คน ถ้าฉันเข้าร่วมกับแผนกย่อยมันก็เหมือนกับฉันได้เลือกเส้นทางที่มีผู้คนนับไม่ถ้วนกำลังเดินอยู่เคียงข้างฉัน”

“ถ้าเป็นแบบนี้มันก็ไม่ได้หมายความว่าฉันกำลังเดินซ้ำเส้นทางที่คนอื่นเคยเดินผ่านไปแล้วอย่างนั้นหรอ” เซี่ยเฟยถามขณะที่เขายังคงใช้ความคิดอย่างหนัก

หลังจากนั้นชายหนุ่มก็ก้มศีรษะลงพร้อมกับเตะหินสีขาวบนถนนลอยไปสู่เพื่อน ๆ ของมันที่กองอยู่ด้านข้างทำให้ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าหินก้อนที่เขาเพิ่งเตะไปเป็นหินก้อนไหนท่ามกลางหินสีขาวเหล่านี้

“ฉันไม่ชอบเดินตามเส้นทางของคนอื่น ครั้งนี้ฉันจะเลือกเส้นทางที่ไม่มีใครเคยเดินไม่ว่าเส้นทางนั้นมันจะนำไปสู่ที่ใดก็ตาม” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างจริงจัง

ข่าวสารเป็นสิ่งที่สามารถเดินทางไปได้อย่างรวดเร็วไม่ว่ามันจะเป็นข่าวร้ายหรือข่าวดีก็ตาม

ภายในค่ายฝึกมีสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่ช่วยให้ผู้คนกระจายข่าวออกไปได้อย่างรวดเร็ว

หนึ่งในสถานที่กระจายข่าวชั้นดีคือร้านอาหารที่มีนักเรียนเข้ามาพูดจาซุบซิบนินทากันอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะการพูดคุยในระหว่างมื้ออาหาร

“นายเคยได้ยินเรื่องนี้หรือยัง ว่าเซี่ยเฟยที่เป็นเด็กโควตาพิเศษในปีนี้ไปทำงานเป็นบรรณารักษ์!”

“ไอ้บ้าเซี่ยคนนั้นน่ะหรอ?”

“คนนั้นนั่นแหละ”

“นี่สมองเขายังปกติอยู่หรือเปล่า? อุตส่าห์ได้เข้ามาในค่ายฝึกแต่เขาไปสมัครเป็นบรรณารักษ์เนี่ยนะ!”

“ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้นายเรียกเขาว่าไอ้บ้าไม่ใช่หรอ”

“นั่นสินะ ฉันลืมไปว่าเขาเป็นคนบ้า มันจะมีคนดี ๆ ที่ไหนไม่สมัครเข้าแผนกดี ๆ แล้วไปสมัครเป็นบรรณารักษ์”

“ฉันเสียดายโควตาพิเศษปีนี้จริง ๆ ไม่รู้ว่าผู้บัญชาการกำลังคิดอะไรอยู่”

นักเรียนทั้งสองคนนี้กำลังเม้าท์มอยกันอย่างเมามัน แต่ทันใดนั้นเยว่เกอที่กำลังทานอาหารอยู่ใกล้ ๆ ก็ลุกขึ้นทุบโต๊ะอย่างแรงพร้อมกับตั้งใจจะสั่งสอนบทเรียนให้กับคนที่กล้านินทาเพื่อนของเธอ

“ใจเย็น ๆ” เฉินตงกล่าวพร้อมกับจับมือห้ามหญิงสาวเอาไว้

เยว่เกอพยายามระงับความโกรธพร้อมกับนั่งลงด้วยใบหน้าที่น่าเกลียด

“น่าผิดหวังจริง ๆ นี่เซี่ยเฟยรู้ตัวไหมว่าเขาทำให้พวกเราดูแย่ไปด้วย!” เยว่เกอกัดฟันพูดอย่างขมขื่น

“เธอจะเดือดร้อนทำไม? ถึงยังไงมันก็เป็นสิ่งที่เขาเลือกแล้ว” หมานจุนกล่าว

“นายจะไปรู้อะไร! มนุษย์ทุกคนควรจะต้องทะเยอทะยานสิ การเป็นบรรณารักษ์มันจะไปทำอะไรได้ ฉัน…”

“ฉัน…อะไร?” หมานจุนถามอย่างไม่เข้าใจ

“กินไปซะ! ฉันไม่อยากคุยกับนายแล้ว!!” เยว่เกอกล่าวอย่างหงุดหงิด

“เป็นอะไรอีกเนี่ย ฉันยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย” หมานจุนพูดด้วยใบหน้าที่ไร้เดียงสา

หน้าที่ของบรรณารักษ์เริ่มตั้งแต่การเช็ดตู้, เช็ดพื้น, เช็ดหน้าต่างไปจนถึงการทำความสะอาดหนังสือ ซึ่งการทำความสะอาดสิ่งเหล่านี้ก็จำเป็นจะต้องใช้เวลาไปทั้งเช้า

ในตอนบ่ายเซี่ยเฟยก็ต้องยุ่งกับการซ่อมแซมประตูหน้าต่างที่เสียหาย เนื่องจากห้องสมุดไม่ได้รับการดูแลมาเป็นเวลานานสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ จึงเริ่มมีการผุพัง

ฉินหมางนั่งดูเซี่ยเฟยทำงานทุกวันแต่งานของเขาคือการนั่งดื่มชา, ให้อาหารแมวดำจอมขี้เกียจและปล่อยให้งานทั้งหมดเป็นหน้าที่ของเซี่ยเฟยคอยจัดการ

ขณะเดียวกันฉินหมางก็ไม่เคยให้เซี่ยเฟยลงไปยังห้องใต้ดินทั้งสองห้องนั้นอีกเลย เพราะทุกครั้งที่ชายหนุ่มถามว่าให้เขาลงไปทำความสะอาดห้องใต้ดินไหม ชายชราก็จะตอบกลับมาเสมอว่าเขาได้ทำความสะอาดห้องใต้ดินเป็นประจำอยู่แล้ว แต่เซี่ยเฟยก็ไม่เคยเห็นชายชราลุกขึ้นไปทำความสะอาดเลยสักครั้ง

หลังจากผ่านงานทำความสะอาดที่วุ่นวายเซี่ยเฟยก็กลับมาที่ห้องพักอย่างเหนื่อยล้า โดยมีม้วนหนังสือเก่า ๆ อยู่ในแขนของเขา

เรื่องนี้คงจะเป็นข้อดีเพียงอย่างเดียวของการได้เป็นบรรณารักษ์คือเขาสามารถนำหนังสือกลับมาอ่านที่ห้องพักของเขาได้

ตอนนี้เซี่ยเฟยติดนิสัยนอนอ่านหนังสือบนเตียงจนผล็อยหลับไปและตราบใดก็ตามที่เขาไม่ได้อ่านหนังสือแม้แต่เพียงหนึ่งวัน เขาก็จะรู้สึกอึดอัดราวกับว่ามันมีอะไรบางอย่างขาดหายไป

หนังสือที่เขาอ่านเริ่มจากหนังสือพื้นฐานที่สุด ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์พันธมิตรมนุษย์, คู่มือการถลุงแร่หรือแม้แต่ความลับของผู้นำ

แต่หนังสือที่เซี่ยเฟยรู้สึกสนใจส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเครื่องจักรและยานอวกาศ แต่เซี่ยเฟยก็ยังคงอ่านหนังสือต่าง ๆ อย่างไม่คิดมาก เพราะความรู้พื้นฐานสมัยเขาอยู่ในโรงเรียนเขาได้ส่งคืนครูไปตั้งนานแล้ว

ด้วยโครงสร้างความรู้ในปัจจุบันที่ยังขาดพื้นฐานนี้เอง เซี่ยเฟยจึงรู้ดีว่าถึงแม้เขาจะมีโอกาสได้ขึ้นไปอ่านหนังสือเกี่ยวกับอารยธรรมโบราณบนชั้นที่ 2 แต่เขาก็คงไม่สามารถทำความเข้าใจเนื้อหาของหนังสือพวกนั้นได้อยู่ดี

เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่แปลกประหลาด เพราะเกรดเฉลี่ยในตอนที่เซี่ยเฟยอยู่โรงเรียนตกต่ำอย่างน่าใจหาย แต่เมื่อเขาเริ่มทำการเรียนรู้เทคโนโลยีของอารยธรรมระดับสูง เขากลับคิดว่าเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นเรื่องง่าย ๆ และตราบใดก็ตามที่เขาได้อ่านหนังสือไปเพียงแค่หนึ่งครั้งเขาก็จะสามารถจดจำเนื้อหาของพวกมันได้ทั้งหมด

หลังจากวางหนังสือลงบนโต๊ะชายหนุ่มก็ทำการเปิดคอมพิวเตอร์อัจฉริยะเพื่อทำการหาข้อมูลเกี่ยวกับผลึกน้ำแข็งอำพัน

หากทุกอย่างยังคงดำเนินไปได้ด้วยดีน้ำยาที่ตกค้างภายในร่างกายของเขาก็จะถูกดูดซึมจนหมดในเวลาเพียงแค่ไม่กี่วัน ดังนั้นมันจึงถึงเวลาที่ต้องกินยารอบใหม่แล้วและวัตถุดิบที่สำคัญสำหรับการปรุงน้ำยารอบนี้นั่นก็คือผลึกน้ำแข็งอำพัน

เซี่ยเฟยใช้ฟังก์ชั่นการค้นหาของสกายเน็ตเวิร์กเพื่อหาผู้ขายผลึกน้ำแข็งอำพันในเขต 3 ภูมิภาคดวงดาวที่อยู่ใกล้เคียง แต่น่าเสียดายที่เขาไม่ได้พบกับข่าวดีอะไรเลย

ชายหนุ่มปิดสกายเน็ตเวิร์กด้วยความผิดหวังก่อนที่จะล็อกอินเข้าสู่เครือข่ายภายในของค่ายฝึก โดยหวังว่ามันจะมีผลึกน้ำแข็งอำพันวางขายอยู่ในระบบ

ภายในค่ายฝึกมีวัตถุดิบถูกแลกเปลี่ยนอย่างอิสระเป็นจำนวนมากมาย ซึ่งตราบใดก็ตามที่ใครมีคะแนนมากกว่าพวกเขาก็จะสามารถทำการแลกเปลี่ยนวัตถุดิบเหล่านี้ได้ในทันที

น่าเสียดายที่ถึงแม้ว่าท่ามกลางวัตถุดิบเหล่านี้จะมีวัตถุดิบล้ำค่าอยู่อย่างมากมาย แต่มันกลับไม่มีผลึกน้ำแข็งอำพันที่เซี่ยเฟยต้องการอยู่เลย

ชายหนุ่มถอนหายใจพร้อมกับเริ่มค้นหารายการแลกเปลี่ยนของนักเรียนภายในค่าย ซึ่งถ้าหากว่าการค้นหาครั้งนี้ยังไม่เจอเขาก็คงไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากกลับไปอ่านหนังสือแล้วเข้านอน

แต่ในทันใดนั้นดวงตาของเซี่ยเฟยก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น เพราะเขาได้เห็นกระทู้ที่เพิ่งโพสต์เมื่อไม่กี่นาทีก่อน

ขายผลึกน้ำแข็งอำพัน 80 กรัมด่วน!!

หลังจากดูข้อมูลของผู้ตั้งกระทู้เซี่ยเฟยก็ได้พบว่าเขาคนนี้คือนักเรียนจากค่ายชั้นในผู้มีชื่อว่า ‘เดวิด’ ดังนั้นชายหนุ่มจึงทำการส่งคำขอติดต่อไปในทันทีเพื่อขอซื้อวัตถุดิบมาทำน้ำยาเพิ่มระดับความสามารถให้กับตัวเอง

***************

โอ้ยมันมีพระเอกนิยายแฟนตาซีคนไหนเลือกมาเป็นบรรณารักษ์เหมือนกับพี่เฟยบ้างเนี่ย!!

จบบทที่ ตอนที่ 91: บรรณารักษ์

คัดลอกลิงก์แล้ว