เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 89: ความซวยของทีม 13

ตอนที่ 89: ความซวยของทีม 13

ตอนที่ 89: ความซวยของทีม 13


ตอนที่ 89: ความซวยของทีม 13

ณ ห้องส่วนตัวสุดหรู

“ทำไมคุณถึงคิดว่ารถของคุณถูกคนอื่นแอบเข้ามาทำการดัดแปลง” เย่จิ่งชานกล่าวถามเซี่ยเฟยพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ผู้บัญชาการเย่! ผมเป็นคนประกอบรถคันนี้ด้วยมือตัวเอง ผมจึงจำน็อตทุกตัวที่ผมขันลงไปได้ ในตอนที่ผมเริ่มสตาร์ทรถผมก็ทำการตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งแล้ว ซึ่งในตอนนั้นตัวรถไม่ได้ดูมีปัญหาอะไร จนกระทั่งในตอนที่รถพังผมถึงได้รู้ว่ามันมีคนแอบมาหมุนปรับวาล์วแรงดันไปทางขวาประมาณ 15 องศา”

“ผมต้องอธิบายว่าผมทำการดัดแปลงรถคันนี้ให้ใกล้เคียงกับขีดจำกัดของมันแล้ว ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงวาล์ววัดแรงดันเพียงแค่เล็กน้อย มันก็เพียงพอจะทำให้ท่อไม่สามารถรับแรงดันได้”

“คนลงมือคนนี้ฉลาดมากและการลงมือของเขาก็แยบยลเช่นกัน นี่ถ้าหากว่าในตอนที่รถเสียฝาครอบป้องกันของระบบควบคุมแรงดันไม่ถูกทำลายจนเผยให้เห็นวาล์วด้านใน ผมก็คงไม่คิดว่ามันมีคนมาแอบปรับวาล์วแรงดัน” เซี่ยเฟยกล่าว

คำอธิบายของเซี่ยเฟยทำให้เย่จิ่งชานและโรเบิร์ตแอบสบสายตากันอย่างลับ ๆ

“เซี่ยเฟยทุกสิ่งที่คุณพูดมาเป็นเพียงคำพูดลอย ๆ แต่คุณไม่ได้มีหลักฐานอะไรใช่ไหม” โรเบิร์ตถาม

“ในฐานะผู้เสียหายผมมีหน้าที่เล่าทุกสิ่งที่ผมรู้ให้กับพวกคุณ ส่วนพวกคุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของค่ายฝึก” เซี่ยเฟยตอบกลับอย่างใจเย็น

“คุณทำถูกแล้ว ทางค่ายจะทำการตรวจสอบเรื่องนี้ให้แน่นอน ถ้าไม่มีเรื่องอะไรอื่นแล้วเชิญคุณกลับไปได้” เย่จิ่งชานกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

เซี่ยเฟยลุกยืนขึ้นทำความเคารพก่อนที่เขาจะเดินออกไปทางประตู

“ทีม 13 เพิ่งเดินทางมาถึงค่ายฝึกแล้วมันก็บังเอิญเกิดเรื่องนี้ขึ้นพอดี ถ้าหากว่าหนึ่งในสมาชิกของทีม 13 มีความเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปอย่างลึกลับของผู้สมัครในงานประเมิน แล้วทำไมคนคนนั้นต้องตั้งเป้ามาที่เซี่ยเฟยด้วย” เย่จิ่งชานอุทานพร้อมกับขมวดคิ้วหลังจากที่เซี่ยเฟยจากไป

“ฉันก็คิดเรื่องนี้ไม่ออกเหมือนกัน ฉันเลยมาให้ทางค่ายช่วยกันคิดนี่ไง” โรเบิร์ตกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

“จนถึงตอนนี้พวกเรารู้เพียงแค่ว่ามีหนึ่งในสมาชิกทีม 13 แอบเปลี่ยนตารางการแข่งขันให้เซี่ยเฟยไปเจอกับเฉินตง ซึ่งในตอนนั้นเฉินตงดูมีความเหนือกว่าอย่างชัดเจน ดังนั้นพวกเราจึงได้ข้อสรุปว่าเป้าหมายของคนคนนั้นน่าจะเป็นเซี่ยเฟย”

“นอกจากนี้มันยังมีผู้สมัครหายตัวไปอย่างลึกลับถึง 12 คนและคนคนนั้นก็น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของผู้สมัครด้วย นี่คือเรื่องทั้งหมดที่ผมสืบรู้มาจนถึงตอนนี้” โรเบิร์ตเล่าสิ่งที่เขาสืบเสาะมาให้เย่จิ่งชานฟัง

หลังฟังคำอธิบายเย่จิ่งชานก็เคาะนิ้วในท่าประจำพร้อมกับครุ่นคิดเป็นเวลานาน

“ถ้าอย่างนั้นผมจะคอยจับตาดูทีม 13 ตามที่คุณแนะนำมา ว่าแต่มันพอจะมีเงื่อนงำอะไรเกี่ยวกับผู้สมัครที่หายตัวไปไหม” เย่จิ่งชานกล่าวถาม

“ในปีที่ผ่านมาเหตุการณ์หายตัวไปอย่างลึกลับไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแต่ในภูมิภาคดาวเอ็นดาโร่เท่านั้น แต่มันเกิดขึ้นในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วทั้งพันธมิตร สิ่งที่น่าแปลกคือผู้ที่หายตัวไปทั้งหมดเป็นเด็กผู้หญิงอายุต่ำกว่า 16 ปีและทุกคนต่างก็ครอบครองความสามารถระดับสูง” โรเบิร์ตกล่าว

“หือ? ทุกคนที่หายตัวไปเป็นเด็กผู้หญิงหมดเลยหรอ? ทำไมพวกนั้นถึงลักพาตัวไปแต่เด็กผู้หญิง?” เย่จิ่งชานอุทานด้วยความตกตะลึงเล็กน้อย

“จากการสืบสวนเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับสมาพันธ์ของพวกเราเท่านั้น แต่ทางสมาพันธ์เฮอร์มิทกับสมาพันธ์นักสู้ขนาดเล็กอื่น ๆ ก็เจอเหตุการณ์แปลกประหลาดนี้เหมือนกัน ถ้าฉันเดาไม่ผิดเหตุการณ์นี้คงจะเกิดขึ้นไปทั่วทั้งจักรวาล” โรเบิร์ตอธิบายเพิ่มเติม

“การทำแบบนี้มันไม่ต่างไปจากการประกาศสงครามเลย ผมอยากจะชื่นชมพวกเขาจริง ๆ ที่พวกเขากล้าประกาศสงครามกับสมาพันธ์จัสทิสกับสมาพันธ์เฮอร์มิทในเวลาเดียวกัน ผมอยากจะรู้จริง ๆ ว่าพวกเขาซ่อนความลับอะไรเอาไว้ในมือ” เย่จิ่งชานกล่าวพร้อมกับถอนหายใจออกมายาว ๆ

“เรื่องนั้นไม่ใช่สิ่งที่พวกเราควรจะต้องกังวล ตอนนี้สำนักงานใหญ่มีคำสั่งพิฆาตให้กำจัดพวกเขาแล้ว เมื่อไหร่ก็ตามที่เราพบคนผิดไม่ว่าเขาคนนั้นจะเป็นใครหรือมีภูมิหลังยังไง แต่ทางสมาพันธ์จะจัดการกับเรื่องนี้จนถึงที่สุด” โรเบิร์ตกล่าว

“คำสั่งพิฆาต!!” เย่จิ่งชานอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง

คำสั่งของสมาพันธ์จัสทิสถูกแบ่งออกเป็น 3 ระดับคือคำสั่งปกติ, คำสั่งสังหารและคำสั่งพิฆาต

อันที่จริงสมาพันธ์จัสทิสมีระดับคำสั่งมากกว่านี้ แต่คำสั่งเหล่านั้นเป็นคำสั่งระดับพิเศษที่เอาไว้ใช้แต่ในช่วงเวลาสงคราม

ด้วยเหตุนี้เองคำสั่งพิฆาตจึงถือว่าเป็นคำสั่งระดับสูงสุดที่ทางสมาพันธ์สามารถใช้ได้ในยามสถานการณ์ปกติ แล้วมันก็เห็นได้ชัดเลยว่าพวกเขากำลังรู้สึกเดือดดาลกับเหตุการณ์ในครั้งนี้มากแค่ไหน!

ปัจจุบันเซี่ยเฟยกำลังถูกห้อมล้อมโดยเจ้าหน้าที่ของค่ายฝึกเนื่องมาจากว่าอุบัติเหตุในระหว่างการแข่งขัน และรถของเขาก็ถูกส่งไปตรวจสอบอย่างระมัดระวังเพื่อเริ่มต้นการสืบสวน

ไป๋เย่ยืนอยู่ห่างออกไปเล็กน้อย โดยในเวลานี้เขาได้ทำการแต่งหน้าแต่งตา, เปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่เรียบร้อยแล้วและคนรับใช้ชราก็ยืนอยู่ข้าง ๆ เขาเช่นเดียวกัน

ไป๋เย่มองไปยังพนักงานที่กำลังตรวจสอบรถของเซี่ยเฟยอย่างรู้สึกกังวล เพราะท้ายที่สุดถึงแม้ว่าสมาพันธ์จัสทิสจะอนุญาตให้สมาชิกทำการประลองกัน แต่กฎของสมาพันธ์ห้ามไม่ให้มีการลอบสังหารในสมาพันธ์อย่างเด็ดขาด

ถ้าหากพวกเขาได้พบว่าไป๋เย่แอบทำการปรับแต่งรถของเซี่ยเฟยก่อนการแข่งขันจนทำให้เซี่ยเฟยเกือบตาย เขาก็จะถูกไล่ออกจากค่ายและไม่มีโอกาสได้ทำงานในสมาพันธ์จัสทิสอีกต่อไป

ถึงแม้ว่าตระกูลของเขาจะเป็นหนึ่งในตระกูลที่มีอำนาจภายในภูมิภาคดาวเอ็นดาโร่ แต่ตระกูลของเขาก็เป็นเพียงแค่มดตัวเล็ก ๆ เมื่อเทียบกับสมาพันธ์จัสทิสที่ยิ่งใหญ่ ดังนั้นถ้าหากว่ามันได้มีการตรวจพบหลักฐานจริง ๆ มันก็ไม่มีใครจะสามารถเข้ามาปกป้องตัวเขาได้

“นายน้อยพวกเรากลับกันเถอะ ผมรับประกันว่าไม่มีใครสามารถตรวจพบเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน” ผู้รับใช้ชรากล่าวพร้อมกับหรี่ตาลงเล็กน้อยหลังจากที่เขาได้เห็นความกังวลของไป๋เย่

“ก่อนหน้านี้ลุงก็บอกว่าเซี่ยเฟยไม่มีทางเห็น แต่สุดท้ายเขาก็ส่งรถให้ทางค่ายตรวจสอบ” ไป๋เย่ตะคอกกลับอย่างเย็นชา

คำพูดนี้ทำให้ชายชราหรี่ตาลงเล็กน้อยและเขาก็ไม่ได้พูดอะไรตอบกลับไป

แม้ว่าไป๋เย่จะรู้สึกกังวลมากแค่ไหนแต่เขาก็คงไม่มีทางรู้ว่าความสงสัยไม่ได้มุ่งเป้ามาที่เขาเลย แต่กำลังตกไปอยู่ที่ทีม 13 ต่างหาก

ผู้ที่ซวยที่สุดในเรื่องนี้นั่นก็คือเซียวไห่ลี่ เพราะในตอนแรกเขาต้องการจะระบายความโกรธออกไปเพียงแค่เล็กน้อย แต่จู่ ๆ เรื่องราวต่าง ๆ กลับถูกโยนความผิดมาไว้ที่เขาไม่ว่าเขาจะมีส่วนรู้เห็นในเรื่องเหล่านั้นหรือไม่ก็ตาม

เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากการแข่งขันได้จบลงเซี่ยเฟยก็ตื่นนอนตั้งแต่เช้าตรู่ ก่อนที่เขาจะเดินไปตามเส้นทางอันเปล่าเปลี่ยวโดยลำพัง

เมื่อได้เห็นอาคารทรงหกเหลี่ยมสีขาวจากระยะไกล ชายหนุ่มก็ได้ยินเสียงของชายชราก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปในห้องสมุด

เซี่ยเฟยได้ทำการตรวจสอบข้อมูลในค่ายฝึกแล้วทำให้เขาได้รู้ว่าชายชราอ้วนผู้ดูแลห้องสมุดคนนี้มีชื่อว่า ‘ฉินหมาง’ และเขาก็เป็นผู้ดูแลห้องสมุดมาเป็นเวลาเกือบ 50 ปีแล้ว

“อะไรกันวะ! เดี๋ยวนี้แม้แต่หมาจรจัดก็อยากจะมาสมัครเป็นบรรณารักษ์ แกรีบไสหัวไปเดี๋ยวนี้นะ! อย่าให้ฉันเห็นหน้าแกอีก!!” ฉินหมางส่งเสียงร้องตะโกนด้วยความดุร้ายพร้อมกับชายหนุ่มวัย 20 ปีที่กำลังวิ่งออกมาจากห้องสมุดด้วยความอับอาย โดยใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยคราบกาแฟที่คงจะถูกชายชราสาดเข้ามาใส่

“ไอ้แก่หัวรั้น! ขอให้แกตายคาห้องสมุด!!” ชายหนุ่มกระทืบเท้าพร้อมกับบ่นออกมาอย่างฉุนเฉียวหลังจากที่เขาได้วิ่งออกมาพ้นประตู

เมื่อชายคนนี้ได้เห็นเซี่ยเฟย เขาก็ส่งเสียงออกมาอย่างไม่พอใจก่อนที่จะเดินจากไปอย่างเย็นชา

“ฉันเพิ่งรู้ว่าคุณตาคนนั้นเป็นพวกโมโหร้าย” เซี่ยเฟยอุทานพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยขณะเปิดประตูและเดินเข้าไปในห้องสมุด

ภายในห้องสมุดยังคงว่างเปล่าโดยฉินหมางกำลังนั่งอยู่ด้านหลังโต๊ะทำงานพร้อมกับหอบออกมาอย่างหนัก ซึ่งเห็นได้ชัดเลยว่าการตะโกนในก่อนหน้านี้ทำให้เขารู้สึกเหนื่อยมากแค่ไหน

“ทำไมคุณตาถึงต้องโกรธขนาดนั้นด้วยล่ะครับ การมีคนมาสมัครเป็นบรรณารักษ์ไม่ใช่เรื่องที่ดีหรอ? อย่างน้อยคุณตาก็จะได้มีคนมาช่วยทำงานไม่ต้องเหนื่อยอยู่คนเดียว” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“หึ! ไอ้เด็กนั่นคิดจะยึดครองห้องสมุดนะสิ ถึงฉันจะแก่ตายแต่ฉันก็ไม่มีวันยกห้องสมุดให้กับคนแบบนั้น!!” ฉินหมางคำรามพร้อมกับใช้มือตบโต๊ะลงไปอย่างแรง

เมื่อเห็นความโกรธเซี่ยเฟยก็ใช้นิ้วแตะไปที่แหวนมิติเบา ๆ ก่อนที่เขาจะหยิบชุดน้ำชาที่สวยงามออกมา

“นี่คือชาชั้นดีจากบ้านเกิดของผมมีชื่อว่าชาหลงจิ่งเป็นชาที่มีรสชาติดีมาก คุณตาลองดื่มดูจะได้ช่วยสงบสติอารมณ์” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“เฮ้เจ้าหนู! นายทำตัวแบบนี้แอบคิดอะไรไม่ดีอยู่ใช่ไหม” ฉินหมางกล่าวพร้อมกับหรี่ตาลง

“คุณตาเข้าใจผมผิดแล้วครับ ผมแค่อยากให้คุณตาลองชิมชานี้ดู ไม่ได้มีเจตนาแอบแฝงอะไรซักหน่อย” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้มพร้อมกับส่ายหัว

“ไม่มีเจตนาแอบแฝงแน่นะ!” ฉินหมางถาม

“เอาล่ะ ๆ ผมยอมแล้วก็ได้ อันที่จริงผมกำลังพยายามสำรวจตลาดว่าชานี้มีคนชอบมันหรือเปล่า ผมเลยลองเอามาให้คุณตาชิมดู” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมาเบา ๆ

‘สำรวจตลาด? คนอะไรโกหกได้เนียนจริง ๆ’ เซี่ยเฟยคิดในใจ

สาเหตุที่ชายหนุ่มทำแบบนี้นั่นก็เพราะเขารู้สึกสนใจหนังสือภายในห้องสมุดแห่งนี้มาก แต่ค่าบริการ 10 คะแนนต่อชั่วโมงก็เป็นราคาที่ค่อนข้างมากเกินไปซักหน่อย

นอกจากนี้หนังสือที่เขาอยากอ่านจริง ๆ ยังอยู่บนชั้นที่ 2 และฉินหมางยังเป็นคนที่ขี้เหนียวมาก มันจึงไม่มีทางที่ชายชราคนนี้จะลดค่าบริการให้กับเขา

ดังนั้นเซี่ยเฟยจึงตัดสินใจใช้กลวิธีที่เชี่ยวชาญที่สุดของผู้คนบนโลกนั่นก็คือการ ‘ติดสินบน’ เอ้ย… ‘การให้ของฝาก’

ตราบใดก็ตามที่ความสัมพันธ์ของพวกเขาเป็นไปได้ด้วยดี เรื่องต่าง ๆ ก็จะเปลี่ยนกลายเป็นเรื่องที่ง่ายดาย

“ฉันรู้ว่านายยังมีจุดประสงค์อื่น ฉันเดาถูกไหม?” ฉินหมางกล่าวอย่างภาคภูมิใจ จากนั้นเขาก็ได้กล่าวต่อไปอีกว่า

“ช่างมันเถอะ! ถึงยังไงฉันก็ไม่มีอะไรจะทำอยู่แล้ว เห็นอย่างนี้แต่ฉันก็เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องชานะจะบอกให้ ฉันเคยดื่มชาเข็มหิมะที่เป็นชาพิเศษจากดาวนอร์ดมาด้วยนะ บอกได้เลยว่าฉันไม่มีทางลืมรสชาติของชานั้นไปตลอดชีวิต”

เซี่ยเฟยพูดจาประจบประแจงฉินหมางอีกเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะวิ่งเข้าไปในห้องครัวเพื่อทำการต้มน้ำมาเสิร์ฟชา

“เหล่าเฮย! เจ้าเด็กนี่ดูฉลาดเฉลียวอยู่ไม่น้อย แกคิดว่าเขาจะมีศักยภาพเพียงพอไหม?” ฉินหมางพึมพำพร้อมกับลูบขนแมวตัวอ้วนสีดำในอ้อมแขนของเขา

แมวตัวสีดำพยักหน้าเล็กน้อยราวกับว่ามันเข้าใจคำพูดของมนุษย์

“แม้แต่แกก็เห็นด้วยสินะ ฉันจะลองให้โอกาสเขาซักหน่อยก็แล้วกัน” ฉินหมางพึมพำพร้อมกับเผยรอยยิ้มแปลก ๆ ออกมา

***************

ว่าแต่คิด ๆ ดูแล้วความซวยของพี่เฟยมีต้นเหตุมาจากสาว ๆ ทั้งนั้นเลยนะ ทุกคนเห็นด้วยไหม?

จบบทที่ ตอนที่ 89: ความซวยของทีม 13

คัดลอกลิงก์แล้ว