เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 81: นักปราชญ์!

ตอนที่ 81: นักปราชญ์!

ตอนที่ 81: นักปราชญ์!


ตอนที่ 81: นักปราชญ์!

เซี่ยเฟยลุกขึ้นยืน จากนั้นเขาก็หมุนข้อมือของตัวเองเบา ๆ แล้วสูดลมหายใจเข้าไปลึก ๆ เพื่อเรียกสมาธิของตัวเองและเริ่มถอดชิ้นส่วนรถแข่งคันข้างหน้า

ชายหนุ่มเป็นผู้มีพลังสายความเร็วอยู่แล้ว มันจึงทำให้การถอดชิ้นส่วนแต่ละชิ้นรวดเร็วมากและด้วยทักษะการช่างที่เขามี มันจึงทำให้การแยกส่วนประกอบนี้ผ่านไปอย่างลื่นไหล

ชิ้นส่วนแต่ละชิ้นตกลงมาจากรถแข่งเหมือนฝนที่ตกลงมาจากฟ้า จนทำให้เกิดเสียงดังอย่างชัดเจนเมื่อมันกระทบลงบนพื้น

บริเวณด้านข้างของรถแข่งมีกล่องเปล่าอยู่ใบหนึ่ง ซึ่งด้วยการสะบัดข้อมือของเซี่ยเฟย มันก็ได้มีเพลาของรถปรากฏขึ้นมาภายในกล่อง โดยมันเป็นชิ้นส่วนที่ชายหนุ่มตั้งใจจะประกอบมันเข้าไปอีกครั้ง เขาจึงวางมันแยกเอาไว้

เยว่เกอ, เฉินตง, เป๋ยไฮ่และหมานจุนเฝ้าดูการเคลื่อนไหวของเซี่ยเฟยด้วยความประหลาดใจ เพราะไม่ว่าจะเป็นเทคนิค, ความชำนาญหรือทักษะต่าง ๆ ชายหนุ่มตรงหน้าก็มีมากกว่าพวกเขาอย่างเห็นได้ชัด

พวกเขาใช้เวลา 2-3 วันในการประกอบชิ้นส่วนแต่ละชิ้นให้กลายมาเป็นรถแข่งคันนี้ แต่เซี่ยเฟยกลับใช้เวลาน้อยกว่า 1 ชั่วโมงในการรื้อพวกมันลงมาและในตอนนี้มันก็เหลือเพียงแต่โครงของรถที่ว่างเปล่าวางอยู่บนพื้น

เซี่ยเฟยใช้แขนเสื้อของตัวเองเช็ดเหงื่อที่ไหลมาจากหน้าผาก จากนั้นเขาก็จุดบุหรี่แล้วมองไปยังเครื่องขัดหลากหลายขนาดตรงบริเวณกล่องเครื่องมือ โดยเครื่องขัดเหล่านี้มีลักษณะเหมือนกับแปรงสีฟันที่มีหัวขัดติดอยู่ที่ปลายด้ามจับ

ทางค่ายไม่อนุญาตให้ผู้เข้าร่วมการแข่งขันใช้ชิ้นส่วนจากภายนอก แต่ก็ไม่ได้ครอบคลุมถึงการดัดแปลงชิ้นส่วนเดิมที่มีอยู่แล้ว

จากนั้นชายหนุ่มก็ได้หยิบลูกกลิ้งขับเคลื่อนขึ้นมาและใช้เครื่องขัดขนาดเล็กเพื่อดัดแปลงมันอย่างระมัดระวัง

ในตอนนี้เซี่ยเฟยได้แสดงท่าทีที่มุ่งมั่นและจริงจังเป็นอย่างมาก ประหนึ่งว่าเขาเป็นศิลปินที่กำลังแกะสลักประติมากรรมที่ทรงคุณค่า

ทันใดนั้นมันก็ได้มีนักเรียนชายรูปร่างอ้วนกลมคนหนึ่งค้นพบการกระทำของเซี่ยเฟยโดยบังเอิญ แล้วเขาก็เข้ามาจ้องมองการเคลื่อนไหวของนักเรียนชาวโลกด้วยความสงสัย

“เขากำลังทำอะไรอยู่?” เพื่อนร่วมทีมของชายอ้วนเดินเข้ามาถาม

“ไม่รู้สิ แต่ดูเหมือนว่าเขากำลังดัดแปลงลูกกลิ้งขับเคลื่อน” นักเรียนชายอ้วนกล่าวตอบขณะส่ายหัว

“แล้วทำไมเขาต้องดัดแปลงลูกกลิ้งขับเคลื่อนด้วย?”

“ฉันจะไปรู้รึไง”

หลังจากที่เซี่ยเฟยขัดลูกกลิ้งจนสมบูรณ์ตามที่ตั้งใจแล้ว ชายหนุ่มก็ได้เผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยและทำการติดตั้งมันกลับเข้าไปในโครงรถ

เซี่ยเฟยจัดการแก้ไขชิ้นส่วนแต่ละชิ้นและติดตั้งพวกมันอย่างเป็นระเบียบตามความคิดของเขา โดยเขาไม่ได้ใช้ความเร็วที่มากจนเกินไปและค่อนข้างระมัดระวังในการกระทำเพื่อให้รายละเอียดทั้งหมดสมบูรณ์แบบตามที่เขาวางแผนไว้

ในตอนนี้ฝูงชนเริ่มมารวมตัวกันรอบ ๆ ตัวเซี่ยเฟยอย่างช้า ๆ ด้วยใบหน้าที่แปลกประหลาดใจ

“ทำไมเขาถึงติดตั้งคอนเวอร์เตอร์พลังงานไว้ใกล้กับที่นั่งคนขับ แล้วยังดัดแปลงท่อแรงดันของคอนเวอร์เตอร์ด้วย” ชายผมบลอนด์อุทานออกมา

คนรอบข้างต่างส่ายหัวไปมาและพวกเขาก็ดูสับสนเช่นกัน

“แม่เจ้า! เขาลดคันโยกปรับความเร็วจาก 6 เกียร์เป็น 3 เกียร์ นี่เขาไม่รู้จักกฎการระเบิดพลังงานหรอ ถ้าจำนวนเกียร์น้อยเกินไปมันจะสร้างภาระให้เครื่องยนต์เพิ่มขึ้นนะ” นักเรียนชายรูปร่างใหญ่อุทานด้วยความประหลาดใจ

“แปลกมาก! ฉันไม่เคยเห็นใครประกอบรถแข่งแบบนี้มาก่อนเลย”

ต่อมานักเรียนที่ดูซื่อ ๆ คนหนึ่งก็พูดขึ้นมาว่า

“ฉันดูกีฬานี้มาเกือบ 20 ปีแล้ว แต่ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเขากำลังทำอะไรอยู่”

เอ่อ…

เหล่านักเรียนที่อยู่รอบ ๆ ต่างถกเถียงกันถึงการกระทำของเซี่ยเฟย แต่มันก็ไม่มีใครภายในกลุ่มเข้าใจเลยว่าชายหนุ่มคนนี้กำลังพยายามทำอะไรอยู่กันแน่

สถานการณ์ตรงหน้าได้ทำให้เหล่านักเรียนที่อ้างว่าตัวเองคือผู้เชี่ยวชาญต่างก็รู้สึกอับอาย เพราะพวกเขาไม่เคยเห็นรูปแบบหรือเทคนิคที่เซี่ยเฟยใช้ตั้งแต่เริ่มจนถึงตอนนี้เลย

สำหรับวิธีการประกอบรถแข่งของเซี่ยเฟยนั้นก็ถือว่าบ้าระห่ำมาก เนื่องจากเขาได้ดัดแปลงส่วนประกอบสำคัญหลาย ๆ อย่างที่ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ไม่สามารถดัดแปลงได้ เช่น ตัวถ่ายเทพลังงานหรือตัวคุมระบบสมดุล

เมื่อรถแข่งวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด พวกมันจะสามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยความเร็วหลายกิโลเมตรต่อวินาที มันจึงทำให้ระบบสมดุลมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะถ้าหากรถเสียหลักแม้แต่เพียงเล็กน้อยมันก็อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้เลย

เมื่อพลังงานจำนวนมหาศาลระเบิดออกมาถึงแม้ว่านักแข่งจะได้ใส่ชุดป้องกันที่รัดกุมขนาดไหน แต่มันก็ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุได้อยู่ดี

ด้วยเหตุนี้มันจึงมีน้อยคนนักที่จะกล้าเสี่ยงเปลี่ยนตัวคุมระบบสมดุลเพราะว่ามันอันตรายเกินไป

ปกติแล้วการออกแบบรถจะถูกคำนวณโดยเหล่าวิศวกรและต้องผ่านการทดสอบบนท้องถนนซ้ำ ๆ โดยมุ่งเน้นความสำคัญของการออกแบบไปที่ความปลอดภัยของผู้ขับขี่

แต่เซี่ยเฟยกลับทำการดัดแปลงระบบความปลอดภัยตามความเข้าใจและสัญชาตญาณของเขาเอง

“นี่เขาบ้าไปแล้วจริง ๆ สินะถึงกล้าติดตั้งตัวขยายพลังงานในระบบถ่ายเทพลังงาน เขาลืมไปแล้วหรือไงว่าเขากำลังประกอบรถแข่งไม่ใช่จรวด!” ชายฉกรรจ์คนหนึ่งอุทานออกมาเสียงดังพร้อมกับกอดอก

“ฮ่า ๆ ๆ คนบ้ายังไงก็คือคนบ้าสินะ!”

“นายพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง?”

"นายเคยได้ยินชื่อเซี่ยเฟยหรือเปล่าล่ะ?"

“เคยสิ เขาสู้กับเฉินตงนานกว่า 21 วันเลยนะ ฉันได้ยินมาว่าเขาเดินทางมาที่ค่ายแล้วด้วย” ชายฉกรรจ์พยักหน้าตอบรับ

“ใช่ ชายคนนั้นแหละ แล้วคนที่อยู่ข้างหน้านายตอนนี้ก็คือไอ้บ้าเซี่ยคนนั้นไงล่ะ”

“เขาเนี่ยนะ!? เขาไม่เห็นเหมือนคนในทีวีเลย เขาออกจะเอ่อ…ดูธรรมดาไปหน่อย” ชายฉกรรจ์อุทานอย่างไม่แน่ใจ

“ภาพในทีวีผ่านฟิลเตอร์ไหมล่ะ? ตัวจริงมันก็ต้องดูต่างจากในทีวีอยู่แล้ว”

“สรุปเขาคือไอ้บ้าเซี่ยคนนั้นจริง ๆ สินะ มันคงมีแต่คนบ้าแบบเขาเท่านั้นที่จะกล้าทำเรื่องบ้า ๆ แบบนี้ได้” ชายฉกรรจ์พยักหน้าอย่างยอมรับ

เดิมทีฝูงชนต่างก็รุมดูและยกย่องทักษะของไป๋เย่กันอย่างท่วมท้น แต่ในปัจจุบันคนเหล่านี้กลับได้วิ่งมารุมล้อมเซี่ยเฟยและทำให้พื้นที่บริเวณรอบ ๆ หนุ่มเจ้าสำอางว่างเปล่า

เมื่อเห็นสถานการณ์ตรงหน้าไป๋เย่ก็สูดลมหายใจเข้าไปลึก ๆ และจ้องมองไปที่เซี่ยเฟยด้วยความไม่พอใจ โดยในขณะนี้เขากำลังรู้สึกหงุดหงิดมากที่มีคนมาแย่งความสนใจไปจากเขา

ที่จริงแล้วเซี่ยเฟยไม่ได้สนใจฝูงชนรอบ ๆ ตัวเขาเลย เพราะเมื่อเขาจริงจังกับอะไรซักอย่างเขาจะทุ่มเทสมาธิทั้งหมดให้กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างรอบ ๆ ตัวไร้ค่าไป ดังนั้นแม้ว่ามันจะมีผู้ชมมารุมล้อมเขามากกว่านี้แต่มันก็ไม่สามารถที่จะรบกวนชายหนุ่มได้อยู่ดี

ตอนนี้ในสมองของเซี่ยเฟยเต็มไปด้วยความคิดเกี่ยวกับวิธีการประกอบรถแข่งและการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของมันให้ได้สูงที่สุด ดวงตาของเขาจึงจ้องมองไปเพียงแค่เครื่องจักรและชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น

ความจริงจังที่เซี่ยเฟยแสดงออกมาได้ทำให้เยว่เกอรู้สึกตื่นเต้นและดูเหมือนว่าเธอจะเห็นรุ่งอรุณแห่งชัยชนะโบกมือทักทายให้กับพวกเธอแล้ว

ในขณะเดียวกันเมื่อหญิงสาวมองเห็นเหงื่อที่ผุดขึ้นบนใบหน้าของเซี่ยเฟย เธอก็รีบหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดให้เขาอย่างแผ่วเบาพร้อมกับแก้มของเธอที่มีสีแดงจาง ๆ ขึ้นมา

แต่เซี่ยเฟยกลับปัดมือของหญิงสาวออกอย่างไม่ใยดีและผลักเธอออกไปโดยไม่สนใจถึงความเมตตาของเยว่เกอเลยแม้แต่น้อย

เมื่อเขาอยู่ในสภาวะตื่นตัวสุดขีด การกระทำใด ๆ ที่จะส่งผลต่อการขัดจังหวะของเขาจะถูกปฏิเสธทันที แม้ว่ามันจะเกิดมาจากความหวังดีก็ตาม

แต่บังเอิญว่าการผลักของเขาได้ไปโดนเข้ากับซาลาเปา 2 ลูกที่อยู่บนหน้าอกของเยว่เกอเข้าพอดีและถึงแม้ว่าชายหนุ่มจะรู้สึกแปลก ๆ เล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจกับมันมากนักและดึงมือของเขากลับเพื่อทำงานอีกครั้ง

เยว่เกอรีบเอามือมาปิดหน้าอกพร้อมกับใบหน้าที่เปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ เผยให้เห็นถึงความเขินอายและความโกรธในเวลาเดียวกัน

แต่ในไม่ช้าเธอก็ตระหนักได้ว่าการกระทำของเซี่ยเฟยเป็นเพียงการตอบสนองแบบอัตโนมัติของร่างกาย ไม่ใช่การลงมือที่มีเจตนาไม่บริสุทธิ์ ซึ่งมันก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกชื่นชมในทัศนคติที่จริงจังของชายหนุ่มมากยิ่งขึ้น

แน่นอนว่าสถานการณ์ทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของไป๋เย่ที่อยู่ไม่ไกลและเขาก็กำลังกัดฟันด้วยความโมโหแล้วเผยให้เห็นดวงตาที่ดุร้าย

จากนั้นมันก็ได้มีชายวัย 50 ปีเดินเข้ามาภายในอาคารขณะที่มือไขว้อยู่ข้างหลัง ซึ่งชายคนนี้ก็คือ ‘ร็อคกี้’ ผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าแผนกเครื่องกลนั่นเอง

แผนกเครื่องกลของเขาได้ส่งนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันมากกว่า 40 ทีม ซึ่งมันก็เป็นนักเรียนเกือบทั้งหมดของแผนก ด้วยเหตุนี้ร็อคกี้จึงหาเวลาว่างมาที่นี่เพื่อดูสถานการณ์ของเหล่าลูกศิษย์และคอยให้คำแนะนำแก่ผู้เข้าแข่งขันอยู่เสมอ

แผนกเครื่องกลถือได้ว่าเป็นแผนกที่เล็กที่สุดของค่ายฝึก โดยวิชาส่วนใหญ่ของแผนกมีไว้เพื่อฝึกอบรมวิศวกรเครื่องกลเท่านั้น

นอกจากการแข่งขันรถแข่งประจำปีแล้วแผนกเครื่องกลแทบที่จะไม่ได้รับความสนใจจากคนภายในค่ายเลย ดังนั้นช่วงเวลานี้จึงถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่คึกคักและน่าตื่นเต้นที่สุดสำหรับร็อคกี้

“นั่นพวกเขากำลังมุงดูอะไร?” ร็อคกี้พูดกับตัวเองด้วยความสงสัยเมื่อสังเกตเห็นถึงความผิดปกติภายในอาคาร

จากนั้นเขาก็เดินไปยังฝูงชนบริเวณรอบ ๆ ตัวของเซี่ยเฟยทันทีและจ้องมองดูการประกอบรถของชายหนุ่มอย่างละเอียด

หลังจากดูไปซักพักเขาก็มีความรู้สึกคล้ายกันกับเหล่านักเรียนที่อยู่รอบ ๆ แต่เมื่อร็อคกี้ได้จ้องมองการประกอบรถของเซี่ยเฟยไปเรื่อย ๆ เขาก็ยิ่งรู้สึกประหลาดใจมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นเดียวกันและหัวใจของเขาก็กำลังเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น

การเพิ่มประสิทธิภาพของรถแข่งก็เปรียบเสมือนกับฟันเฟืองที่ค่อย ๆ หมุนอย่างช้า ๆ ซึ่งมันจำเป็นที่จะต้องใช้ระยะเวลาสักพักจากจุดเริ่มต้นไปจนถึงการทำงานอย่างเต็มกำลัง

แต่ในตอนนี้เซี่ยเฟยกลับกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อลดช่องว่างของเวลา หรือมันอาจจะกล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่าชายหนุ่มคนนี้กำลังเพิ่มอัตราเร่งให้รถแข่งสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในเวลาที่น้อยลงกว่าเดิม

เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพเซี่ยเฟยได้ทำการดัดแปลงชิ้นส่วนต่าง ๆ อย่างมากมายและได้มีการปรับตำแหน่งการประกอบชิ้นส่วนเพื่อให้เกิดความสมดุล

แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือเซี่ยเฟยได้เลือกที่จะละทิ้งชิ้นส่วนของรถจำนวนมาก!

การละทิ้งชิ้นส่วนถือได้ว่าเป็นคำพูดที่ฟังดูง่ายแต่มันเป็นเทคโนโลยีการดัดแปลงขั้นสูงสุด!

การดัดแปลงรถแข่งไม่ได้หมายถึงการติดตั้งชิ้นส่วนอุปกรณ์จำนวนมากเข้าไปในตัวรถ เพราะหากรถแข่งมีชิ้นส่วนอุปกรณ์มากเท่าไหร่การควบคุมก็จะยิ่งซับซ้อนมากขึ้นเท่านั้นและชิ้นส่วนที่ติดตั้งเข้าไปก็ยังทำให้ตัวถังของรถต้องคอยแบกรับน้ำหนักที่มากขึ้นอีกด้วย ซึ่งมันจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการเร่งความเร็วและความเร็วสูงสุดของรถอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

จู่ ๆ ร็อคกี้ก็ได้นึกถึงนิทานเรื่องหนึ่งที่เขาเคยได้ยินมานานเกี่ยวกับนักปราชญ์และชาวนาที่พบเจอกับดงหนามอันแหลมคมพร้อม ๆ กัน

ชาวนาเพียงแค่ชำเลืองมองและเดินฝ่าดงหนามโดยไม่ลังเล แม้ว่าขาของเขาจะเต็มไปด้วยบาดแผลที่ถูกหนามเกี่ยวแต่เขาก็ยังยืนยันที่จะเดินฝ่ามันออกไป ในขณะที่นักปราชญ์นั้นยังคงยืนอยู่ที่เดิมและพยายามคิดหาวิธีฝ่าดงหนามเหล่านี้อยู่

นักปราชญ์คิดว่าเขาเป็นคนที่ฉลาดมากแต่เขากลับไม่รู้เลยว่าเขาได้ถูกชาวนาทิ้งเอาไว้ข้างหลังแล้ว

เห็นได้ชัดว่าเซี่ยเฟยเปรียบเสมือนกับชาวนาผู้กล้าหาญและเขาไม่เคยวางแผนที่จะชนะเกมนี้อย่างไร้บาดแผล

ในทางตรงกันข้ามเขากลับพร้อมที่จะจ่ายในราคาที่เท่าเทียมเพื่อชนะการแข่งขัน!

โลกนี้ไม่มีของฟรี ถ้าอยากได้ก็ต้องรู้จักการเป็นผู้ให้ก่อน!!

เซี่ยเฟยเข้าใจสัจธรรมในข้อนี้ดี เขาจึงเลือกที่จะดัดแปลงรถแข่งคันนี้อย่างเมามันเพื่อปรับปรุงสมรรถนะของรถและละทิ้งชิ้นส่วนบางชิ้นแม้ว่ามันจะหมายถึงการลดความปลอดภัยของผู้ขับขี่ก็ตาม

เทคนิคการประกอบของเซี่ยเฟยนั้นไม่ได้ดีที่สุดและการดัดแปลงส่วนประกอบของเขาก็ไม่ได้ดีที่สุดเช่นกัน แต่การดัดแปลงของเขานั้นกลับนำหน้าคู่แข่งทั้งหมดอย่างคาดไม่ถึง

กล้าเสี่ยง!

กล้าพลาด!

นี่คือนักปราชญ์จักรกลที่แท้จริง!!

ขอบเขตของนักปราชญ์เป็นสภาวะแห่งความบ้าคลั่งที่อยู่เหนือคนทั้งปวง

หากคุณยังเข้าไม่ถึงขอบเขตของนักปราชญ์นั่นก็หมายความว่าคุณยังดื้อรั้นไม่พอ! ยังบ้าไม่พอ! ยังกล้าเสี่ยงไม่พอ!

นี่คือสังคมที่มีแต่คนกล้าเสี่ยงเท่านั้นที่จะสามารถอยู่รอดได้ และเซี่ยเฟยก็เป็นคนกล้าเสี่ยงที่บ้าที่สุดและดื้อรั้นที่สุด!

ร็อคกี้ขมวดคิ้วพร้อมกับครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนที่เขาจะหันหลังเดินออกไปด้วยความสุข

“ปราชญ์จักรกล!”

“มันเป็นการดัดแปลงระดับนักปราชญ์แน่นอน!”

***************

จบบทที่ ตอนที่ 81: นักปราชญ์!

คัดลอกลิงก์แล้ว