เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 79: การแข่งขันที่รุนแรง

ตอนที่ 79: การแข่งขันที่รุนแรง

ตอนที่ 79: การแข่งขันที่รุนแรง


ตอนที่ 79: การแข่งขันที่รุนแรง

จริง ๆ แล้วทีวีภายในห้องคือคอมพิวเตอร์อัจฉริยะ เยว่เกอจึงเรียกดูประกาศเมื่อเดือนที่แล้วของค่ายฝึกจัสทิสลีก

ภายในประกาศมีรายละเอียดแจ้งว่าในสัปดาห์แรกทางค่ายฝึกจะจัดการแข่งขันประกอบรถแข่ง โดยทีมใดที่สามารถชนะการแข่งขันในครั้งนี้จะได้รับคะแนนจำนวน 5,000 แต้ม

ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังได้สิทธิ์เข้าเยี่ยมชมค่ายชั้นในและสามารถใช้ห้องฝึกอบรมของค่ายชั้นในได้ถึง 24 ชั่วโมง

“งานแข่งนี่ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่สุด ถ้าพวกนายชนะ พวกนายก็จะได้รับคะแนน 5,000 แต้มและสามารถเข้าร่วมการฝึกในค่ายชั้นในได้ พวกนายสองคนสนใจเข้าร่วมทีมกับฉันไหม?” เยว่เกออธิบายด้วยรอยยิ้มในขณะที่แตะนิ้วบนหน้าจอ

“ไม่อ่ะ ช่วงนี้ฉันต้องทุ่มเวลาทั้งหมดไปกับการฝึกซ้อมแล้วฉันก็จะเข้าค่ายชั้นในด้วยพลังของฉันเอง” เฉินตงส่ายหัวตอบกลับอย่างแน่วแน่

เมื่อเยว่เกอได้ยินคำตอบของเฉินตง หญิงสาวก็แสดงความไม่พอใจออกมาพร้อมกับกล่าวว่า

“เจ้าเบิ้ม! นี่นายไม่เห็นรึไงว่านอกจากการเข้าค่ายชั้นในแล้วมันยังมีรางวัล 5,000 แต้มด้วย นายรู้ไหมว่าคะแนนพวกนี้มันสำคัญขนาดไหน!?”

แน่นอนว่าทั้งเซี่ยเฟยและเฉินตงต่างก็ส่ายหัวพร้อม ๆ กัน

“เฮ้อ! นี่พวกนายรู้อะไรเกี่ยวกับการใช้ชีวิตภายในค่ายบ้างเนี่ย!?” เยว่เกอกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

แม้ว่าเฉินตงจะอยู่ที่นี่มา 2 เดือนแล้วแต่ในช่วงที่ผ่านมานอกเหนือจากการฝึกฝนเขายังทำการท้าทายแทบทุกวัน แน่นอนว่าเขาย่อมไม่เคยอ่านระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ของค่ายฝึกเลย ในขณะที่เซี่ยเฟยก็เพิ่งมาถึงวันนี้เขาจึงยังไม่ได้ศึกษาข้อมูลเช่นกัน

เยว่เกอควบคุมคอมพิวเตอร์เพื่อเข้าสู่ระบบเครือข่ายภายในของค่ายฝึกจัสทิสลีกและเรียกดูข้อมูลระเบียบต่าง ๆ พร้อมกับกล่าวอธิบายว่า

“คะแนนพวกนี้ถือได้ว่าเป็นสกุลเงินสำหรับที่นี่ หากพวกนายไม่มีคะแนนพวกนายก็จะทำอะไรไม่ได้ เพราะแม้ว่าโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดจะฟรีแต่สิ่งอำนวยความสะดวกและการฝึกอบรมระดับสูงก็จำเป็นต้องใช้คะแนนแลกเพื่อเปิดใช้งาน”

“ยิ่งไปกว่านั้นคะแนนเหล่านี้ยังสามารถใช้ในการแลกเปลี่ยนสิ่งของต่าง ๆ ภายในค่ายฝึกได้ ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบระดับสูงหรืออาวุธอุปกรณ์” เยว่เกอแนะนำการแลกเปลี่ยนคะแนนให้กับเซี่ยเฟยและเฉินตง

เมื่อเซี่ยเฟยได้ยินคำอธิบาย ชายหนุ่มก็ลุกขึ้นเดินไปยังจอทีวีเพื่อตรวจสอบวัตถุดิบและอุปกรณ์ด้วยตัวเอง

“เยี่ยม! มันเป็นอย่างที่ฉันคิดเอาไว้เลย มันมีวัตถุดิบที่ไม่มีขายในท้องตลาดด้วย!!” จู่ ๆ อันธก็ปรากฏตัวและพูดขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี

ในกระบวนการเปิดใช้งานพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของเซี่ยเฟย มันได้ทำลายศักยภาพการพัฒนาความสามารถของเขาไปด้วยเขาจึงสามารถเพิ่มระดับได้ด้วยการพึ่งพาน้ำยาเท่านั้น ด้วยเหตุนี้วัตถุดิบระดับสูงจึงมีความสำคัญสำหรับเขามากกว่าคนอื่น

“เอาละ! คราวนี้พวกนายยินดีที่จะเข้าร่วมทีมกับฉันหรือยัง!?” เยว่เกอกล่าวขณะที่จ้องมองเซี่ยเฟยและเฉินตงด้วยความภาคภูมิใจ

“ไม่เอาอ่ะ ฉันไม่สนใจ” เฉินตงยืนยันคำตอบอย่างตรงไปตรงมา เพราะนอกจากการฝึกฝนและการต่อสู้แล้วมันก็ไม่มีอะไรน่าสนใจสำหรับตัวเขาเลย

นอกจากนี้เขายังไม่จำเป็นที่จะต้องใช้คะแนนในการแลกเปลี่ยนอาวุธอุปกรณ์ใด ๆ เพราะเขาสามารถใช้พลังน้ำแข็งของเขาสร้างพวกมันขึ้นมาได้เอง

“คะแนน 5,000 แต้มและประสบการณ์ 1 วันในค่ายชั้นในนั้นน่าสนใจจริง ๆ แต่ถึงยังไงการแข่งขันใน 100 ครั้งที่ผ่านมาทีมจากแผนกเครื่องกลก็มีสถิติชนะสูงถึง 87% ซึ่งเห็นได้ชัดว่าพวกเขามีข้อได้เปรียบกว่าเด็กจากแผนกอื่น ๆ”

“ยิ่งไปกว่านั้นมันก็มีโอกาสที่ทีมอื่นจะมีสมาชิกเป็นเด็กปี 4 ขึ้นไป ดังนั้นพวกเรามีโอกาสจะคว้าที่ 1 ได้ไม่ถึง 1% ด้วยซ้ำ” เซี่ยเฟยอธิบายอย่างใจเย็นหลังจากพิจารณาอยู่สักพัก

เนื่องจากเขาไม่ได้รู้สึกหลงใหลไปกับสิ่งล่อตาล่อใจเหล่านี้เลย แทนที่เขาจะไล่ตามเป้าหมายที่ไม่มีวันเป็นจริงสู้เขาทำตามแผนการที่วางไว้อย่างรอบคอบจะดีกว่า

ถึงแม้ว่าการทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากค่ายจะเป็นการสะสมคะแนนอย่างช้า ๆ แต่ความพยายามก็ไม่เคยทรยศต่อคนที่มุ่งมั่นและตั้งใจ

“พวกนายไม่เข้าใจสถานการณ์ของตัวเองเลยจริง ๆ” เยว่เกอจ้องเขม็งไปยังเซี่ยเฟยและเฉินตงด้วยความไม่พอใจ

“รู้ไหมว่าทำไมพวกเราถึงต้องมาอยู่ด้วยกัน มันเป็นเพราะพวกเราเป็นเด็กโควตาพิเศษ! เฉินตงนายอยู่ที่นี่มา 2 เดือนแล้วบอกฉันหน่อยว่ามันมีใครเคยเข้ามาทักทายนายก่อนบ้างไหม?”

เมื่อเฉินตงได้ยินคำถามเขาก็พยายามคิดพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหัวเป็นคำตอบ

“อันที่จริงพวกเราถือว่าเป็นตัวประหลาดตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาในค่ายแล้ว คิดดูสิแม้แต่ฉันที่สวยขนาดนี้ยังไม่เคยได้ช่อดอกไม้จากใครเลย ทีนี้พวกนายเข้าใจถึงปัญหาแล้วหรือยัง!?” เยว่เกอพูดอย่างหลงตัวเอง

การลงทะเบียนโดยโควตาพิเศษจะทำให้ผู้ถูกคัดเลือกสามารถเข้าค่ายฝึกจัสทิสลีกได้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านการประเมินใด ๆ ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องปกติที่นักเรียนคนอื่น ๆ จะมองว่าเด็กโควตาพิเศษเป็นกลุ่มคนที่แตกต่างออกไปจากตัวเอง

ท้ายที่สุดผู้ที่ได้เข้าร่วมค่ายฝึกจัสทิสลีกทุกคนจะต้องแสดงความแข็งแกร่งจนผ่านการประเมิน แต่เด็กโควตาพิเศษกลับไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นเลย ด้วยเหตุนี้หากใครไม่สามารถพิสูจน์ความแข็งแกร่งออกมาได้ นักเรียนคนอื่น ๆ ก็จะปฏิบัติต่อคน ๆ นั้นเหมือนกับเป็นพวกเด็กนอกคอก

เซี่ยเฟยเข้าใจถึงความหมายที่เยว่เกอต้องการจะสื่อได้เป็นอย่างดี เพราะว่าวันนี้ตลอดทั้งวันมีแต่คนชี้นิ้วมาที่เขาตลอดการเดินทาง

หลังจากที่เซี่ยเฟยได้ส่งเยว่เกอและเฉินตงออกจากห้อง ชายหนุ่มก็ได้นำสัมภาระของเขาเข้าไปเก็บไว้ในตู้แล้วเดินเข้าไปในห้องฝึก

การฝึกฝนอย่างต่อเนื่องจะทำให้ปริมาณน้ำยาที่ตกค้างภายในร่างกายของเขาสามารถดูดซึมได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

หากเขาสามารถดูดซึมน้ำยาที่ตกค้างได้เร็วขึ้นหนึ่งวัน เขาก็จะสามารถพัฒนาระดับความสามารถของเขาได้เร็วขึ้นหนึ่งวันเช่นกัน

สำหรับการแข่งขันประกอบรถแข่งที่เยว่เกอได้ชักชวนนั้น เซี่ยเฟยก็ไม่ได้มีความสนใจมันเลยแม้แต่น้อย เพราะในความคิดของเขาโอกาสที่จะชนะไม่คุ้มค่ากับเวลาที่ต้องเสียไป

ค่ายฝึกจัสทิสลีกจะเปิดอย่างเป็นทางการในอีก 10 กว่าวัน ซึ่งในช่วงเวลานี้กิจวัตรประจำวันของเซี่ยเฟยก็คือฝึกฝนในห้อง, ไปทานอาหารเย็นกับเพื่อน ๆ แล้วกลับมาอาบน้ำนอน

ช่วงบ่ายโมงตรงของวันหนึ่ง เซี่ยเฟยก็ได้เดินออกจากห้องพักตามปกติเพื่อที่จะไปรับประทานอาหารกลางวันกับเฉินตง, เยว่เกอและเด็กโควตาพิเศษอีกสองคนที่มีชื่อว่า ‘เป๋ยไฮ่’ กับ ‘หมานจุน’

เป๋ยไฮ่ถือได้ว่าเป็นน้องคนสุดท้องของเหล่าเด็กโควตาพิเศษในปีนี้ ซึ่งเขามีอายุเพียงแค่ 15 ปีเท่านั้น โดยเขาจะสวมแว่นตากรอบทอง รูปร่างผอมบางและมีผิวขาวเหมือนกับผู้หญิง

สำหรับหมานจุนเป็นคนอ้วนตัวใหญ่ที่ไว้หนวดเคราจนดูเหมือนกับลุงวัยกลางคน, แขนขาของเขาเต็มไปด้วยขนสีดำหนา ถ้ามองจากระยะไกลเขาก็ดูคล้ายกับหมี อีกทั้งเขายังเป็นคนที่ชอบพูดจาเสียงดัง

ขณะที่พวกเขากำลังนั่งอยู่ที่ตรงโต๊ะริมหน้าต่างภายในร้านอาหาร นักเรียนคนอื่น ๆ ก็หลีกเลี่ยงเข้าใกล้พวกเขาโดยอัตโนมัติและดวงตาของนักเรียนพวกนี้ก็จ้องมองมายังกลุ่มของเซี่ยเฟยราวกับกำลังมองดูกลุ่มตัวประหลาด

เซี่ยเฟยเคยชินกับท่าทางของคนอื่นอยู่แล้วเขาจึงไม่ได้รู้สึกสนใจมากนัก ยิ่งไปกว่านั้นถึงแม้ว่าคำว่า ‘เด็กโควตาพิเศษ’ จะดูเหมือนยิ่งใหญ่ แต่อันที่จริงนักเรียนคนอื่น ๆ ก็เพียงแค่สงสัยในคุณสมบัติและรู้สึกอิจฉาพวกเขาเท่านั้น

หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เซี่ยเฟยกับเฉินตงก็ต้องการลุกขึ้นเพื่อกลับไปฝึกซ้อมตามปกติ แต่ทันใดนั้นเยว่เกอก็ได้ยื่นมือออกไปหยุดพวกเขาเอาไว้ก่อน

“รถแข่งของเราเสร็จแล้วนะ พวกนายสนใจไปดูไหม? ถึงยังไงพวกนายก็เป็นสมาชิกในทีม” เยว่เกอกล่าว

การตั้งทีมเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันจำเป็นที่จะต้องมีสมาชิกให้ครบ 5 คนและเยว่เกอก็ไม่สามารถหาสมาชิกคนอื่นเข้ามาร่วมในทีมของเธอได้ ดังนั้นเธอจึงจำเป็นที่จะต้องเพิ่มชื่อเซี่ยเฟยและเฉินตงเข้าร่วมด้วย แต่ตามจริงแล้วสมาชิกภายในทีมมีเพียงแค่เยว่เกอ, เป๋ยไฮ่และหมานจุนเท่านั้น

“พวกนายไปดูหน่อยเถอะ รถคันนี้ฉันกับหมานจุนตั้งใจประกอบมันสุด ๆ อย่างน้อยพวกนายก็เป็นสมาชิกของทีม เผื่อมีอะไรจะแนะนำพวกเราได้” เป๋ยไฮ่กล่าว

“เฮ้เจ้าแว่น! ฉันก็ช่วยเยอะเหมือนกันนะ อย่ามาดิสเครดิตกันสิ” เยว่เกอขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ

“ฉันไม่เห็นจำได้เลยว่าเธอช่วยอะไรบ้าง!?” หมานจุนพูดอย่างโกรธเคือง

“ฉัน… เอ่อ… ถ้าไม่ใช่ฉันแล้วเราจะตั้งทีม 5 คนขึ้นมาได้ไหมล่ะ!” เยว่เกอกล่าวแย้งหลังจากที่ชะงักไปเล็กน้อย

“อันนี้ฉันไม่เถียง” เนื่องจากหมานจุนเป็นคนตรงไปตรงมาเขาจึงพยักหน้ายอมรับในเรื่องนี้

เมื่อได้ยินคำตอบของหมานจุน เยว่เกอก็ยิ่งรู้สึกได้ใจและเธอก็กำลังคิดหาคำพูดเพื่อโจมตีอีกครั้ง

แต่จู่ ๆ เซี่ยเฟยก็ยืนขึ้นพร้อมกับเผยรอยยิ้มเล็กน้อยและกล่าวว่า

“เอาล่ะถึงเวลาฝึกของฉันแล้ว ไว้คุยกันทีหลังนะ เอาเป็นว่าฉันจะคอยให้กำลังใจพวกนายตอนแข่งก็แล้วกัน”

“ถ้านายไม่ไป คืนนี้ฉันจะบุกไปหานายที่ห้อง! ไม่เชื่อก็คอยดู!!” เยว่เกอกล่าวอย่างเดือดดาลขณะยื่นมือไปกระชากคอเสื้อของเซี่ยเฟย

“...”

ถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะเป็นผู้ชายที่ชื่นชอบผู้หญิงแต่มันก็มีผู้หญิงบางประเภทที่เขาไม่ต้องการจะยั่วยุเช่นกัน ซึ่งเยว่เกอก็ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในผู้หญิงเหล่านั้น

โชคดีที่โรงประกอบรถนั้นอยู่ไม่ไกลจากหอพัก เซี่ยเฟยจึงเลือกที่จะไปเดินเล่นหลังจากที่เขาทานอาหารค่ำเสร็จ

ในระหว่างที่เซี่ยเฟยกำลังเดินไปยังโรงประกอบรถอยู่นั้น เขาก็ได้เจอกับเย่เสี่ยวหานโดยบังเอิญ ชายหนุ่มจึงส่งยิ้มเป็นการทักทายและเดินต่อไปโดยไม่พูดอะไร

เย่เสี่ยวหานรู้สึกลังเลอยู่สักพัก จากนั้นเธอจึงสูดหายใจเข้าลึก ๆ และกล่าวออกมาว่า

“เซี่ยเฟยฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณ”

เยว่เกอสะกิดเซี่ยเฟยด้วยข้อศอกและส่งซิกด้วยสายตาที่เจ้าเล่ห์ ก่อนที่จะกระซิบออกมาเบา ๆ ว่า

“สาวคนนี้โคตรแจ่มเลย! ดูขาเรียวสวยนั่นสิ นายต้องแนะนำเธอให้ฉันรู้จักด้วยนะ”

เซี่ยเฟยรู้เรื่องรสนิยมทางเพศของเยว่เกอแล้วและเขาก็ไม่ได้รู้สึกสนใจเรื่องนี้มากนัก ซึ่งหลังจากที่เขาหันไปมองหญิงสาวอย่างเอือมระอา เขาก็เดินเข้าไปหาเย่เสี่ยวหานทันที

“มีอะไรหรือเปล่าครับ?”

“ฉันแจ้งผู้บังคับบัญชาแล้วว่าให้เขาจัดการกับหัวหน้าแผนกทั้งสามคนนั้น ต่อไปนี้พวกเขาจะไม่ได้รับอนุญาตให้มารบกวนคุณอีกและคุณก็สามารถเลือกแผนกได้อย่างอิสระ” เย่เสี่ยวหานกล่าวเบา ๆ

เมื่อได้ยินคำอธิบายเซี่ยเฟยก็ตระหนักได้ในทันทีว่า นี่คือเหตุผลที่ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาเขาไม่ได้พบเจอกับหัวหน้าแผนกทั้งสามเลย

ที่แท้มันเป็นฝีมือของหญิงสาวคนนี้นี่เอง!

เซี่ยเฟยเผยรอยยิ้มและพยักหน้ารับเพื่อเป็นการรับทราบ ก่อนที่เขาจะหันหลังเดินกลับไป

เมื่อมองดูเซี่ยเฟยเดินจากไปเย่เสี่ยวหานก็รู้สึกใจหายอย่างอธิบายไม่ถูก เธอจึงกัดริมฝีปากเบา ๆ และกระซิบกับตัวเองว่า

“ทำไมวันนี้เขาไม่พูดกับฉันสักคำ”

โรงประกอบรถเป็นอาคารขนาดใหญ่ที่แบ่งพื้นที่ออกเป็นส่วน ๆ สำหรับแต่ละทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัน ซึ่งพวกเขาจำเป็นที่จะต้องประกอบรถอย่างเปิดเผยเพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธ์ใจ โดยทางค่ายจะได้จัดเตรียมอุปกรณ์และเครื่องมือที่จำเป็นให้กับพวกเขาอย่างครบครัน

ในขณะนี้มันได้มีผู้คนจำนวนมากภายในอาคารกำลังชี้ไปที่รถแข่งคันสีแดงคันหนึ่งอยู่

“ดูรถคันนั้นสิ! ภายนอกมันเป็นเหมือนกับรถธรรมดาแต่จริง ๆ ในลูกสูบถูกติดตั้งวาล์วแปรผันเอาไว้ พวกเขาไม่กลัวหรอว่าแรงดันจะทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นจนทำให้ลูกสูบระเบิด?” ชายคนหนึ่งที่มีหน้าตาคล้ายชาวจีนกล่าวดูถูกขึ้นมาเสียงดัง

“นั่นมันอะไร? พวกเขาติดตั้งตัวควบคุมความเสถียรห่างจากเครื่องยนต์ไอออนตั้ง 5 เซนติเมตรเลยหรอ แบบนี้ถ้าเครื่องยนต์ทำงานด้วยความเร็วสูง มันจะทำให้โครงรถสะเทือนอย่างรุนแรง ถ้าหากว่ามันเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำในระหว่างการวิ่งขึ้นมามันอาจจะทำให้คนขับเสียชีวิตไปได้เลยนะ”

ท่ามกลางฝูงชนกลุ่มนี้มันก็ได้มีการพูดคุยกันอย่างคับคั่งและเซี่ยเฟยที่เพิ่งเดินเข้ามาก็กำลังมองดูรถด้วยความสงสัยเช่นกัน

ด้วยการที่โครงนอกของรถยังไม่ได้ถูกติดตั้ง มันจึงทำให้พวกเขาสามารถมองเห็นส่วนประกอบภายในได้อย่างชัดเจน

เนื่องจากทักษะการซ่อมบำรุงของเซี่ยเฟยได้รับการขัดเกลาโดยพอตเตอร์และลูกศิษย์ทั้งสี่ มันจึงทำให้ทักษะของเขาสูงกว่านักเรียนภายในค่ายโดยทั่วไป ด้วยเหตุนี้เขาจึงสามารถมองเห็นปัญหาของรถคันนี้ได้อย่างรวดเร็ว

“นี่มันรถแข่งของทีมไหนกันเนี่ย! ฝีมือแค่นี้กล้าลงแข่งกับเขาด้วยหรอ ฉันคิดว่าพวกเขารีบไปถอนตัวตอนนี้ก็ยังทันนะ” เซี่ยเฟยหันไปกล่าวกับเฉินตงและเยว่เกอด้วยรอยยิ้ม

ทันทีที่ชายหนุ่มพูดจบเขาก็ได้พบว่าในตอนนี้เยว่เกอกำลังจ้องมองมาที่เขาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ขณะที่เป๋ยไฮ่และหมานจุนต่างก็พยายามหลบสายตาเขาด้วยความเขินอาย

“เอ่อ… มันคงจะไม่ใช่รถของพวกเธอใช่ไหม?” เซี่ยเฟยถาม

***************

5555555555555 รถทีมเอ็งนั่นแหละพี่เอ้ย!!!

จบบทที่ ตอนที่ 79: การแข่งขันที่รุนแรง

คัดลอกลิงก์แล้ว