เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 76: ชัยชนะ

ตอนที่ 76: ชัยชนะ

ตอนที่ 76: ชัยชนะ


ตอนที่ 76: ชัยชนะ

หลังจากจัดการเรื่องราวภายในสุสานยานเรียบร้อยแล้วไม่เพียงแต่เซี่ยเฟยจะได้เป็นเจ้าของยานรบชั้นยอดเท่านั้น แต่เขายังได้ครอบครองแหวนมิติที่มีขนาด 20 ลูกบาศก์เมตรอีกด้วย

เมื่อเซี่ยเฟยได้นำลูน่าเอคคลิปไปลงทะเบียนกับสมาคมเรียบร้อยแล้ว เขาก็ขับยานขึ้นสู่ท้องฟ้าโดยมีจุดหมายปลายทางเป็นสำนักงานใหญ่ของค่ายฝึกจัสทิสลีก

ก่อนหน้านี้เซี่ยเฟยพยายามที่จะเชิญชวนโบเดนออกเดินทางไปพร้อมกับเขา แต่โบเดนปฏิเสธและไม่ต้องการทิ้งพอตเตอร์ไป เซี่ยเฟยจึงไม่สามารถที่จะทำอะไรกับเรื่องนี้ได้

ส่วนทางฝั่งของมู่เหลย, คอลลินส์และเสี่ยวเทียน หลังจากที่พวกเขาได้กลับมาช่วยพอตเตอร์ฝ่าอุปสรรคครั้งใหญ่ครั้งนี้เรียบร้อยแล้วพวกเขาก็กลับไปยังที่ที่พวกเขาจากมา

เซี่ยเฟยไม่ได้คิดที่จะเชิญพวกเขาทั้งสามคนเดินทางไปกับตนเหมือนกับโบเดน เพราะสาเหตุที่เซี่ยเฟยประทับใจในตัวของโบเดนนั่นก็คือเขาเลือกที่จะยอมหย่าร้างมากกว่าทิ้งพอตเตอร์ให้อยู่ตัวคนเดียว ซึ่งสำหรับชายหนุ่มแล้วเขาให้ความสำคัญกับความจงรักภักดีมากกว่าทักษะความรู้

เซี่ยเฟยนั่งประจำอยู่ตรงที่นั่งของกัปตันภายในห้องนักบินพร้อมกับหัวใจที่กำลังเต้นระรัวไปด้วยความตื่นเต้น

“กำหนดเส้นทางมุ่งสู่ดาวเฮกสตาร์ ภูมิภาคดาวเอ็นดาโร่ เลือกใช้เส้นทางที่ใกล้ที่สุดและหลีกเลี่ยงสถานที่ที่เกิดอุบัติเหตุใน 72 ชั่วโมงที่ผ่านมา” เซี่ยเฟยกล่าวสั่งการคอมพิวเตอร์อัจฉริยะ

“การตั้งค่าเส้นทางเสร็จสมบูรณ์ คุณต้องการเปิดโหมดนำทางอัตโนมัติหรือไม่?” เสียงผู้หญิงจากระบบอิเล็กทรอนิกส์ถามเซี่ยเฟย

"ใช่!"

“เครื่องยนต์วาร์ปได้เริ่มทำงานแล้ว เครื่องยนต์กำลังทำงานด้วยกำลัง 90% พลังงานสำรองเหลืออยู่ 99% นับถอยหลังเข้าสู่การวาร์ปใน 15 วินาที”

15 วินาทีต่อมามันก็ได้ปรากฏรูหนอนเปิดออกบริเวณด้านหน้าของยาน ก่อนที่ลูน่าเอคคลิปจะพุ่งเข้าไปด้านใน

หลังจากนั้นครู่หนึ่งรูหนอนก็ปิดตัวลงและปรากฏอุกกาบาตหลากสีที่สวยงามด้านนอกตัวยาน

“การวาร์ปครั้งแรกเรียบร้อยแล้ว เครื่องยนต์กำลังเริ่มเติมพลังงานสำหรับการวาร์ปครั้งที่ 2 ใน 45 นาที 37 วินาที” เสียงหญิงสาวจากระบบกล่าวอีกครั้ง

เซี่ยเฟยจุดบุหรี่ขณะเอนกายลงบนที่นั่งของกัปตันพร้อมกับเพลิดเพลินไปกับการเดินทางในห้วงอวกาศที่สวยงาม

“ยานลำนี้สุดยอดจริง ๆ มันสามารถวาร์ปได้ครั้งละตั้ง 63,750 ปีแสง” อันธกล่าวหลังจากที่ได้อ่านข้อมูลบนแผงควบคุม

“กว่าจะได้ยานลำนี้มา ฉันใช้เงินไปมากกว่า 700 ล้านเลยนะ นี่ยังไม่นับเครื่องยนต์แบล็คเซอร์เพนท์ 130 กับชิพโอเวอร์โหลดอีก แล้วมันจะไม่ใช่ยานที่สุดยอดได้ยังไง” เซี่ยเฟยกล่าวออกมาอย่างภาคภูมิใจ

“ตอนนี้นายมีแหวนขนาด 20 ลูกบาศก์เมตรแล้ว เมื่อไปถึงค่ายฝึกจัสทิสลีก นายก็จัดการขายแหวนมิติอันเก่าซะ” อันธกล่าว

“ขาย? นี่ฉันยังเหลือเงินอยู่ในบัญชีประมาณ 1,000 ล้านเลยนะ แล้วพวกเราจะรีบขายแหวนพวกนั้นไปทำไม?” เซี่ยเฟยกล่าวถามด้วยความสงสัย

“อีกซักพักร่างกายของนายก็จะดูดซึมน้ำยาในก่อนหน้านี้จนหมด แล้วนายก็ต้องใช้ยาตัวใหม่เพื่อปรับปรุงความสามารถ แน่นอนว่าเงินในบัญชีของนายก็จะลดน้อยลงไปเป็นเรื่องธรรมดา” อันธเผยรอยยิ้มออกมาอย่างร้ายกาจ

“เดี๋ยวนะ! ก่อนหน้านี้นายบอกเองว่าพวกเรามีวัตถุดิบคุณภาพสูงอย่างวิญญาณหลวนอยู่แล้ว ทำไมพวกเราต้องซื้อวัตถุดิบยาเพิ่มด้วย?” เซี่ยเฟยถาม

“วิญญาณหลวนเป็นผลไม้ที่ดูดซับพลังงานจากดาวฤกษ์เข้าไปเป็นจำนวนมาก ถ้าหากว่านายใช้มันโดยตรง ร่างกายของนายก็จะไม่สามารถต้านทานความร้อนจากมันได้”

“ด้วยเหตุนี้มันจึงจำเป็นที่จะต้องใช้วิญญาณหลวนร่วมกับผลึกน้ำแข็งอำพันหยางบริสุทธิ์ 1 ชิ้นและผลึกน้ำแข็งอำพันหยินบริสุทธิ์อีก 1 ชิ้น เมื่อเรานำพวกมันมารวมกันมันจะสามารถชดเชยข้อบกพร่องของกันและกันได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งจะช่วยปรับปรุงความสามารถของนายได้มาก” อันธกล่าวอธิบาย

เมื่อเซี่ยเฟยได้เห็นอันธอธิบายเหตุผลมาอย่างยืดยาวและกำลังพยายามชักแม่น้ำทั้งห้ามาคุย เขาก็รีบขัดคอแล้วพูดสวนต่อไปว่า

“โอเค ๆ ฉันเข้าใจแล้ว ฉันน่าจะรู้มาตั้งนานแล้วว่าสำหรับนายมีเงินเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอ!”

“นายพูดแบบนี้ได้ยังไง ของมันไม่ได้แพงขนาดนั้นสักหน่อย…แค่ประมาณ 2 พันล้านเอง” อันธกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่ไร้เดียงสา

ค่ายฝึกจัสทิสลีกตั้งอยู่ที่ชานเมืองออตเตอร์ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในดาวเฮกสตาร์

เซี่ยเฟยเลือกที่จะนำลูน่าเอคคลิปจอดเทียบท่าที่สนามบินขนาดเล็กในเขตชานเมือง ซึ่งค่อนข้างที่จะเงียบสงบและอยู่ไม่ไกลจากค่ายฝึกนัก

เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้ไม่ค่อยมียานรบคอยลาดตระเวนสำรวจความปลอดภัย มันจึงทำให้ค่าธรรมเนียมในการจอดเทียบยานถูกกว่าท่าเทียบยานอื่น ๆ

ค่าธรรมเนียมการจอดยานที่นี่คิดเพียงแค่วันละ 200 สตาร์คอยน์เท่านั้น ซึ่งหลังจากที่เซี่ยเฟยได้จ่ายค่าธรรมเนียมในการจอดเทียบท่า 100 วันล่วงหน้าเรียบร้อยแล้วเขาก็เดินไปตามถนนเพื่อมุ่งหน้าไปยังค่ายฝึก

บริเวณรอบสนามบินมีต้นไม้มากมายและมีป่าอันเขียวขจีอยู่ไม่ไกล ซึ่งอากาศบริเวณนี้ให้ความรู้สึกที่สดชื่นและถือได้ว่าเป็นภูมิประเทศที่น่าอยู่มาก

เมื่อเทียบกับสภาพอากาศที่เลวร้ายของดาว ACG21 แล้ว สถานที่แห่งนี้ก็เปรียบดั่งสวรรค์และสิ่งที่ทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกชื่นชอบในดาวเฮกสตาร์ คือมันใช้เวลาในการหมุนรอบตัวเองเพียงแค่ 23 ชั่วโมง 42 นาที ซึ่งมันเป็นเวลาที่พอ ๆ กับการโคจรของโลก ทำให้เขาไม่จำเป็นจะต้องปรับตัวมากนัก

บริเวณทางออกของสนามบินมีรถโฮเวอร์สีฟ้าจอดอยู่ตรงประตูและมีชายร่างผอมบางนั่งอยู่ภายในรถ ซึ่งเขาก็กำลังใช้นิ้วสัมผัสบนคอมพิวเตอร์มือถืออย่างสบายอารมณ์

ขณะเดียวกันเซี่ยเฟยก็เปิดไมโครคอมพิวเตอร์เพื่อค้นหาตำแหน่งของที่ตั้งค่ายฝึกและเตรียมที่จะเดินทางมุ่งหน้าไปค่ายด้วยตัวเอง

สำหรับผู้ที่มีพลังพิเศษสายความเร็วแล้วระยะทางเพียงแค่นี้ไม่ได้ถือว่าเป็นปัญหาสำหรับเขาเลย

แต่ทันใดนั้นชายในรถโฮเวอร์สีฟ้าก็ได้เหลือบไปเห็นเซี่ยเฟยเข้าเสียก่อน เขาจึงเปิดประตูและเดินมุ่งหน้ามาทางเซี่ยเฟย

“คุณคือเซี่ยเฟยใช่ไหม?” ชายแปลกหน้ากล่าวถามด้วยรอยยิ้ม

“ใช่ครับ” เซี่ยเฟยพยักหน้าด้วยความงุนงง

“สวัสดีฉันชื่อโฮ่วไป๋ชานเป็นหัวหน้าแผนกลาดตระเวนของค่ายฝึกจัสทิสลีก ฉันมาที่นี่เพื่อรับคุณ” โฮ่วไป๋ชานแสดงตราสัญลักษณ์ของเขาและยื่นมือออกมาแสดงท่าทางทักทาย

“สวัสดีครับ…แต่ผมไม่ได้แจ้งทางค่ายไว้นะครับว่าผมจะมาวันนี้ แล้วคุณรู้ได้ยังไง?” เซี่ยเฟยถามพร้อมกับยื่นมือขวาออกมาอย่างลังเล

“ฉันเป็นหัวหน้าแผนกลาดตระเวนนะ ตราบใดที่มันเป็นเรื่องที่ฉันอยากรู้ มันก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับฉันหรอก มาเถอะ พวกเราไปขึ้นรถกัน” โฮ่วไป๋ชานตอบพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ

โฮ่วไป๋ชานขับรถโฮเวอร์บนถนนด้วยความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งถือได้ว่าเป็นการเดินทางที่ช้ากว่าการวิ่งของเซี่ยเฟยมาก

เมื่อโฮ่วไป๋ชานขับรถมาสักพักเขาก็เปิดโหมดขับเคลื่อนอัตโนมัติและเริ่มพูดคุยกับเซี่ยเฟย

“ค่ายฝึกจัสทิสลีกประกอบไปด้วยแผนกต่าง ๆ มากมาย โดยแต่ละแผนกจะมีตารางการสอนเป็นของตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น แผนกลาดตระเวนของพวกเราที่จะฝึกฝนเรื่องสอดแนมโดยเฉพาะ ฉันได้เห็นทักษะของคุณในการประเมินแล้วและฉันก็รู้สึกชื่นชอบการปรับตัวกับความมุ่งมั่นของคุณมาก”

"เมื่อคุณได้เข้าสู่ค่ายฝึกคุณจะต้องเลือกทิศทางในการพัฒนาของตัวเองและการกำหนดเป้าหมายที่เหมาะสมกับความสามารถก็ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก”

“คุณมีศักยภาพที่จะเป็นหน่วยสอดแนมที่ยอดเยี่ยม ฉันจึงหวังว่าคุณจะพิจารณาเข้าร่วมกับแผนกลาดตระเวนของพวกเราเป็นอันดับแรก ๆ” โฮ่วไป๋ชานกล่าวอย่างตรงไปตรงมาและระบุเจตนาของเขาอย่างชัดเจน

ในระหว่างที่เขาแนะนำเขาก็กล่าวยกย่องแผนกลาดตระเวนภายในคำพูดอยู่เสมอ แต่คำอธิบายของเขาก็ยังดูคลุมเครือซึ่งมันเห็นได้ชัดเลยว่าทุกถ้อยคำที่เขากล่าวออกมาได้รับการคิดวิเคราะห์อย่างรอบคอบแล้ว

ถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะรู้สึกสับสนเล็กน้อยแต่เขาก็ได้รับปากโฮ่วไป๋ชานไว้ว่าเขาจะพิจารณาคำแนะนำของหัวหน้าแผนกคนนี้อย่างจริงจัง

หลังจากที่โฮ่วไป๋ชานได้พูดจุดประสงค์ของตัวเองจนหมด เขาก็กลับมาบังคับรถโฮเวอร์เหมือนเดิมทำให้หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็ได้เดินทางมาถึงทางเข้าหลักของค่ายฝึก

บริเวณทางเข้าของค่ายฝึกถูกแกะสลักจากหินขนาดใหญ่ที่มีความกว้างหลายร้อยเมตรและมีตัวอักษรสีทองคำว่า ‘จัสทิส’ ขนาดใหญ่สลักอยู่ทำให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกได้ถึงความยิ่งใหญ่ของค่ายฝึกจัสทิสลีก

จากนั้นโฮ่วไป๋ชานก็หยุดรถโฮเวอร์แล้วพูดว่า

“ฉันพาคุณมาส่งเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้จะมีคนรอรับคุณอยู่”

ทันทีที่เขาพูดจบเซี่ยเฟยก็ได้เห็นชายชราร่างอ้วนที่มีอายุประมาณ 60 ปีเดินบิดตัวใกล้เข้ามาหาเขาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม

“สวัสดีโฮ่วไป๋ชาน ฉันน่าจะรู้อยู่แล้วว่าคุณไม่มีทางปล่อยให้เซี่ยเฟยเข้าแผนกกลยุทธ์ของฉันง่าย ๆ แต่ฉันไม่คิดว่าคุณจะแอบติดต่อเขาเร็วขนาดนี้” ชายอ้วนกล่าว

“ช่วยไม่ได้ ก็ฉันอยู่แผนกลาดตระเวนนี่” โฮ่วไป๋ชานกล่าวตอบด้วยรอยยิ้ม

หลังกล่าวทักทายชายอ้วนก็ไม่ได้สนใจหัวหน้าแผนกลาดตระเวนคนนี้อีกต่อไป แต่เขาเลือกที่จะเดินไปหาเซี่ยเฟยและกล่าวทักทายชายหนุ่มด้วยรอยยิ้ม

“สวัสดีเซี่ยเฟย ฉันรอคุณมานานแล้ว ฉันชื่อชิวเชียงจี่เป็นหัวหน้าแผนกกลยุทธ์ของค่ายฝึกจัสทิสลีก”

ชิวเชียงจี่กล่าวทักทายเซี่ยเฟยเหมือนญาติพี่น้องที่ไม่ได้เจอกันมานานหลายสิบปี ซึ่งมันก็ทำให้เขารู้สึกมึนงงมากเพราะก่อนที่จะเข้าสู่ประตูของค่ายฝึกเขากลับได้พบผู้บริหารระดับสูงของค่ายถึงสองคน

‘นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?’

“ดูนี่สิ นี่คือรถรับส่งที่ใช้ภายในค่ายฝึกของเรา ซึ่งทุกคนสามารถใช้มันได้ฟรี มา ๆ คุณมาลองใช้มันดูสิ” ชิวเชียงจี่กล่าวแนะนำขณะที่พาเซี่ยเฟยมายังจุดจอดรูเล็ตบริเวณประตู

รูเล็ตคันนี้มีลักษณะเป็นจานดิสก์สีขาวขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 50 เซนติเมตรและมีที่จับเป็นรูปตัวทีสีเงินอยู่ตรงกลาง ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับจักรยานแบบเลื่อนที่ไม่มีล้อ

ชิวเชียงจี่เดินขึ้นไปบนรูเล็ตอย่างงุ่มง่ามและแตะปุ่มที่บริเวณด้ามจับด้วยนิ้วมืออ้วน ๆ ทำให้รูเล็ตลอยตัวขึ้นมาและรักษาระยะห่างจากพื้นประมาณ 10 เซนติเมตร

“คุณเห็นตรงนี้ไหม? ตรงนี้คือด้ามจับที่สามารถควบคุมทิศทางได้ หากคุณหมุนคันเร่งด้านขวามันจะเคลื่อนที่ไปด้านหน้าแต่ถ้าหากหมุนคันเร่งด้านซ้ายมันจะถอยหลัง ส่วนอุปกรณ์ทั้งสองอันนี้คือเบรก” ชิวเชียงจี่กล่าวอธิบายเซี่ยเฟยอย่างใจเย็น

“ค่ายฝึกจัสทิสลีกครอบครองพื้นที่มากกว่า 5,000 ตารางกิโลเมตรและนักเรียนหลายคนก็ไม่ได้มีความสามารถด้านความเร็วที่ยอดเยี่ยมเหมือนกับคุณ ดังนั้นพวกเราจึงต้องพึ่งพารูเล็ตพวกนี้เพื่อเดินทางไปรอบ ๆ” ชิวเชียงจี่กล่าวอธิบายด้วยรอยยิ้ม

เซี่ยเฟยเป็นเพียงชายหนุ่มจากดาวบ้านนอกและความสามารถของเขาก็เพิ่งมาถึงระดับสตาร์เบสขั้นกลางเท่านั้น ถ้าจะบอกว่าเขาเป็นคนที่มีความสามารถด้านความเร็วที่ยอดเยี่ยม เรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่กล่าวเกินจริงไปไกล

แต่รูเล็ตก็ถือได้ว่าเป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับเซี่ยเฟย เขาจึงละทิ้งความสงสัยภายในใจและเลือกที่จะลองควบคุมของเล่นใหม่ดู

รูเล็ตทำหน้าที่คล้ายกับรถจักรยานยนต์แต่มันมีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากกว่าหลายเท่า อีกทั้งมันยังไม่มีเสียงเวลาขับเคลื่อนและมีความคล่องตัวที่สูงมาก

ในระหว่างทางที่พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปยังจุดลงทะเบียน หัวหน้าแผนกกลยุทธ์คนนี้ก็ได้แนะนำสถานที่และฟังก์ชั่นต่าง ๆ ภายในค่ายฝึกให้กับเซี่ยเฟยอยู่เสมอ แต่เขาไม่ได้พูดถึงเรื่องการเชิญชวนเซี่ยเฟยเข้าสู่แผนกกลยุทธ์เลย

จิ้งจอกเฒ่าชิวเชียงจี่ไม่เหมือนกับโฮ่วไป๋ชาน เพราะเขาหวังที่จะซื้อใจเซี่ยเฟยก่อน แล้วค่อยชักจูงเด็กหนุ่มเข้าสู่แผนกของเขาทีหลัง

ระหว่างทางมันก็ได้มีนักเรียนบางคนชี้นิ้วมาที่เซี่ยเฟยและพูดคุยกระซิบกระซาบกัน ซึ่งมันก็ได้ทำให้เขารู้สึกแปลกใจและไม่สบายใจเล็กน้อย

“ทุกคนในค่ายฝึกคงได้เห็นการต่อสู้ระหว่างคุณกับเฉินตงแล้ว ตอนนี้คุณมีชื่อเสียงอยู่พอตัวเลยนะเซี่ยเฟย” ชิวเชียงจี่กล่าวอธิบายด้วยความอารมณ์ขัน

จากนั้นชิวเชียงจี่ก็นำเซี่ยเฟยมาหยุดอยู่ตรงหน้าอาคารทรงกลม 3 ชั้นพร้อมกับหันไปบอกว่า

“ที่นี่คือจุดลงทะเบียนนักเรียนใหม่ คุณควรไปลงทะเบียนก่อนนะ”

เมื่อได้ยินคำอธิบายจากชิวเชียงจี่เซี่ยเฟยก็พยักหน้ารับและกระโดดลงจากรูเล็ต

“เซี่ยเฟยจำเอาไว้ ไม่ว่าแผนกสัตว์อสูรหรือแผนกลาดตระเวนจะให้เงื่อนไขอะไร แผนกกลยุทธ์ของเราจะให้เพิ่มเป็นสองเท่า ฉันรู้ว่าคุณเป็นคนฉลาดและคนฉลาดย่อมเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง” ชิวเชียงจี่กล่าวด้วยรอยยิ้ม

ในขณะที่เซี่ยเฟยกำลังเฝ้ามองชิวเชียงจี่ลับตาไป มันก็ได้มีเสียงตะโกนดังขึ้นมาจากข้างหลังของเขา

“เซี่ยเฟยในที่สุดนายก็มาถึงสักที! ฉันเตรียมเอกสารเรียบร้อยแล้ว นายมาลงชื่อเข้าแผนกสัตว์อสูรของฉันได้เลย!!”

“เอ่อ…”

เซี่ยเฟยถึงกับพูดไม่ออกและเขาก็กำลังสงสัยว่า เขาไปตกลงปลงใจเข้าแผนกของชายคนนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่…

***************

เพื่อน ๆ คิดว่าพี่เฟยจะเลือกแผนกไหน? หรือจะฉีกไม่เลือกซักแผนกในนี้เลย

จบบทที่ ตอนที่ 76: ชัยชนะ

คัดลอกลิงก์แล้ว