เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 62: ก้าวสู่ทะเลดาว

ตอนที่ 62: ก้าวสู่ทะเลดาว

ตอนที่ 62: ก้าวสู่ทะเลดาว


ตอนที่ 62: ก้าวสู่ทะเลดาว

“ใช่ นายจะต้องค่อย ๆ เลือกส่วนประกอบของยานขึ้นมาทีละชิ้นและประกอบยานอวกาศขึ้นมาทีละน้อยด้วยตัวเอง”

เซี่ยเฟยเอนกายลงบนม้านั่งพร้อมกับหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดไฟ หลังจากที่เขาพ่นควันออกมา 2-3 ครั้งเขาก็กล่าวออกมาว่า

“ประกอบยานอวกาศอย่างนั้นหรอ? มันเป็นความคิดที่น่าสนใจจริง ๆ ว่าแต่พวกเราจะเดินทางไปบริษัทยานบริษัทไหนล่ะ?”

“นายจะไปบริษัทยานทำไม? ที่ที่พวกเราจะไปเป็นสุสานยานต่างหาก ที่นั่นมียานอวกาศถูกนำมาทิ้งไว้เป็นจำนวนมากแต่ส่วนประกอบของพวกมันก็ยังคงใช้งานได้”

เซี่ยเฟยเบิกตากว้างอย่างเหลือเชื่อก่อนที่จะกล่าวถาม “มีคนเอายานอวกาศไปทิ้งด้วยหรอ? ทำไมพวกเขาไม่รีไซเคิลยานพวกนั้นล่ะ ยานอวกาศแต่ละลำแพงจะตาย”

อันธหัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนจะอธิบายออกไป “นายคิดว่าการรื้อยานอวกาศที่มีน้ำหนักเป็นล้านตันเป็นเรื่องง่ายหรือยังไง เพียงแค่ค่าใช้จ่ายในการรื้อยานเพียงอย่างเดียวก็อาจจะเกินมูลค่าของตัวยานไปแล้ว ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงถอดชิ้นส่วนที่มีค่าของยานออกไปขายแล้วก็ทิ้งชิ้นส่วนที่ไม่ค่อยมีค่าเอาไว้ในสุสาน”

“นายกำลังจะบอกว่าพวกเราควรไปหาซื้อสินค้ามือ 2 ราคาถูกในสุสานยานใช่ไหม?” เซี่ยเฟยถามหลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

เมื่อได้ยินคำถามอันธกลับส่ายหัวอย่างเคร่งขรึมก่อนที่เขาจะอธิบายออกไปว่า “สิ่งที่สำคัญที่สุดคือฉันอยากให้นายได้ฝึกฝนตัวเองในอู่ขนาดเล็กแถวสุสานยาน เพราะถ้าหากว่านายไปยังบริษัทผู้ผลิตยานอวกาศรายใหญ่ นายจะไม่มีโอกาสได้เรียนรู้เรื่องอื่นเกี่ยวกับยานอวกาศเลยนอกเสียจากวิธีการขับยาน”

“นอกจากนี้ในสุสานยานอวกาศยังมักจะมีสินค้าคุณภาพสูงที่พวกทหารเอามาขายทิ้ง ดังนั้นยานอวกาศที่ประกอบขึ้นมาจากสินค้ามือ 2 พวกนี้จึงมักจะมีคุณภาพสูงกว่ายานอวกาศลำใหม่โดยทั่วไปและนายยังสามารถปรับแต่งยานอวกาศได้ตามใจของนายอีกด้วย”

“หากนายต้องการที่จะใช้เงินให้น้อยที่สุดเพื่อซื้อยานอวกาศที่มีสมรรถนะที่ดีที่สุด ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับนายในตอนนี้มีเพียงแค่สุสานยานเพียงแห่งเดียวเท่านั้นและมันก็มีเฉพาะผู้เชี่ยวชาญที่จะประกอบยานขึ้นมาเอง”

“อีกอย่างหนึ่งที่นายต้องรู้ ถึงแม้ยานไทนี่ฟอลคอนที่นายเล็งไว้จะมีราคา 80 ล้าน แต่ถ้าหากว่านายต้องการจะเปลี่ยนมันให้กลายเป็นยานประจัญบานนายจะต้องเสียค่าแต่งยานไปอีกไม่น้อยกว่า 3,000 ล้าน!”

สิ่งที่อันธอธิบายออกมาเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลมากเพราะรถหรูโดยทั่วไปย่อมไม่สามารถวิ่งแข่งรถบ้านที่ติดตั้งเครื่องยนต์ของรถแข่งได้

สิ่งที่ยานรบต้องการที่สุดไม่ใช่รูปลักษณ์ภายนอกแต่เป็น เครื่องยนต์, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, อาวุธยุทโธปกรณ์สำหรับการรบต่าง ๆ ดังนั้นถึงแม้ว่ายานอวกาศที่ประกอบขึ้นมาจากสุสานจะเป็นสินค้ามือ 2 แต่ประสิทธิภาพของพวกมันมักจะดีกว่ายานมือใหม่ที่วางขายตามท้องตลาด

นอกจากนี้การค่อย ๆ ประกอบยานอวกาศขึ้นมาด้วยตัวเองก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่น่าสนใจ ยิ่งไปกว่านั้นเซี่ยเฟยยังมีเวลาอีก 2-3 เดือนก่อนที่เขาจะเข้าไปในค่ายฝึก เขาจึงสามารถใช้เวลานี้ในการหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องของยานอวกาศได้

“ถ้าฉันจำไม่ผิดนายเคยบอกว่าผู้ที่สามารถครอบครองยานอวกาศได้ต้องมีระดับสตาร์ฟิลด์เป็นอย่างน้อยไม่ใช่หรอ? แต่ระดับของฉันยังอยู่ห่างจากสตาร์ฟิลด์อีกพอสมควรเลยนะ” เซี่ยเฟยกล่าว

เมื่อได้ยินคำถามอันธก็ส่งเสียงหัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนที่เขาจะได้กล่าวต่อไปว่า “นายหัดอ่านคู่มือที่ทางสมาพันธ์จัสทิสให้มาบ้างนะ ถึงแม้ว่าระดับการฝึกฝนของนายจะยังไม่ถึงขั้น แต่ตอนนี้นายถือว่าเป็นจัสทิสฝึกหัดแล้วและการครอบครองยานอวกาศก็ถือว่าเป็นหนึ่งในสิทธิพิเศษของจัสทิส”

ระหว่างที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันมันก็มีเฮลิคอปเตอร์บินลงมาจากท้องฟ้าก่อนที่จะลงจอดบนชายหาดที่อยู่ไม่ไกล จากนั้นมันก็มีชาย 3 คนเดินลงมาจากเครื่องบินโดยใบหน้าของพวกเขาต่างก็ประดับเอาไว้ด้วยรอยยิ้ม

“ไอ้น้องชาย! ฉันได้ยินมาว่านายได้รับคัดเลือกให้กลายเป็นจัสทิสแล้วใช่ไหม! พวกเราขอแสดงความยินดีด้วย!!” อู่หลงส่งเสียงตะโกนพร้อมกับวิ่งมาด้านหน้า

เซี่ยเฟยโบกมือไปมาเพื่อทักทายก่อนที่เขาจะลุกขึ้นจากเก้าอี้และกล่าวว่า “ผมยังไม่ผ่านการประเมินเลย ไม่รู้ว่าพวกเขาคิดยังไงถึงให้โควตาพิเศษกับผม”

“นายไม่ต้องมาถ่อมตัวเลย การเคลื่อนไหวของนายในระหว่างการประลองเป็นเรื่องที่น่าทึ่งจริง ๆ” อู่หลงกล่าวพร้อมกับเหยียดแขนกว้างและถอดเซี่ยเฟยเข้าไปเต็มแรง

หลังจากเวลาผ่านไปชายทั้งสี่ก็นอนเรียงกันบนเก้าอี้ชายหาด โดยในปัจจุบันอู่หลงได้ซดเบียร์เย็น ๆ เข้าไปมากกว่าสองลังแล้ว ขณะที่เซี่ยเฟยไม่สามารถดื่มสังสรรค์ในขณะที่เขากำลังฟื้นฟูร่างกายได้ ดังนั้นเขาจึงดื่มเพียงน้ำเปล่าในขณะที่นั่งพูดคุยกับสหายต่างวัยทั้ง 3 คน

เมื่อเห็นชาร์ลีนั่งดื่มเบียร์ด้วยท่าทางอันเขินอาย เซี่ยเฟยก็เผยรอยยิ้มพร้อมกับถามออกไปว่า “ชาร์ลีนายได้พลังพิเศษมาหรือเปล่า?”

เมื่อได้ยินคำถามสีหน้าของชาร์ลีก็บิดเบี้ยวไปเล็กน้อยก่อนที่เขาจะพยักหน้าอย่างเงียบ ๆ และตอบกลับไปว่า “ผมได้พลังพิเศษมาแล้ว แต่มันเป็นพลังพิเศษเกี่ยวกับการคำนวณ ไม่ใช่พลังเกี่ยวกับความเร็วที่ผมชอบ”

ท่าทางหมดหวังของชาร์ลีเป็นสิ่งที่ทำให้ชายทั้งสามรู้สึกเอ็นดูและมันก็ทำให้พวกเขาอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้

“เพียงแค่นายได้รับพลังพิเศษมาก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากแล้ว ความจริงความสามารถเรื่องการคำนวณก็ไม่ได้เลวร้ายสำหรับนายมากเกินไป เพราะนายกำลังเรียนรู้เรื่องการเงินและความสามารถในด้านการคำนวนก็คงจะช่วยให้นายมีความโดดเด่นในวิชาชีพของตัวเอง” เซี่ยเฟยกล่าว

“แต่ผมต้องการพลังความเร็ว… เหมือนคุณ” ชาร์ลีกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

เมื่อได้เห็นปฏิกิริยาของชาร์ลี อันเดร์ก็ลูบหัวหลานชายด้วยรอยยิ้มโดยในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรัก

“ว่าแต่คุณได้พลังอะไรมาไหมลุงอันเดร์?” เซี่ยเฟยถาม

“ฉันไม่ได้พลังอะไรกลับมาเลย” อันเดร์กล่าวตอบพร้อมกับส่ายหัว

“อ๋อ… น่าเสียดายจริง ๆ” เซี่ยเฟยอุทานอย่างรู้สึกเสียใจเล็กน้อยก่อนที่เขาจะดื่มน้ำยาฟื้นฟูแก้วใหญ่เข้าไปอีกแก้ว โดยน้ำยาพวกนี้เขาต้องกินเป็นประจำทุกชั่วโมงแล้วมันก็ถึงเวลาการกินยาของเขาแล้ว

ในร่างกายของเซี่ยเฟยยังคงมีสารตกค้างจากยาชุดก่อนหลงเหลืออยู่ เพราะท้ายที่สุดในระหว่างการต่อสู้กับเฉินตงเขาก็ต้องกินสมุนไพรฟื้นฟูกำลังเข้าไปเป็นจำนวนมาก ดังนั้นสารตกค้างที่หลงเหลืออยู่ในร่างกายของเขาจึงมีปริมาณที่ค่อนข้างสูง

“ฉันก็แอบเสียดายเรื่องนี้อยู่เหมือนกันแต่คนแก่อย่างฉันจะมีพลังพิเศษไปทำไม ฉันคิดว่าเรื่องนี้คงเป็นพระประสงค์จากพระเจ้าแล้ว” อันเดร์กล่าวด้วยรอยยิ้มอันเบิกกว้าง

เมื่อได้ยินคำตอบจากชายชรา เซี่ยเฟยก็ไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกมาเพิ่มเติม แต่เขาได้นำแท็บเล็ตออกจากอ้อมแขนพร้อมกับยื่นไปทางอันเดร์และอู่หลง

“ผมกำลังวางแผนจัดตั้งบริษัทเพื่อนำเข้าเทคโนโลยีจากอารยธรรมนอกโลกมาเผยแพร่ภายในโลกของเรา”

เมื่อได้ยินเรื่องการลงทุนอันเดร์ก็เริ่มสนใจในทันทีก่อนที่เขาจะรีบอ่านแผนการที่เซี่ยเฟยได้วาดเอาไว้

“ความคิดของคุณค่อนข้างดีมากเลย ทุกวันนี้บริษัทขนาดใหญ่ทุกแห่งต่างก็กำลังประสบปัญหาที่ไม่สามารถพัฒนาเทคโนโลยีสู้กับอารยธรรมนอกโลกได้ ถ้าหากว่าคุณจัดหาเทคโนโลยีให้กับพวกเขาโดยแลกเปลี่ยนกับหุ้นส่วนเล็กน้อย การลงทุนในครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่วิน ๆ ทั้งสองฝ่าย” อันเดร์กล่าวขึ้นมาอย่างจริงใจ

หลังได้รับคำตอบเซี่ยเฟยก็เผยรอยยิ้มออกมาก่อนที่เขาจะกล่าวออกไปว่า

“ผมอยากจะขอให้ลุงกับพี่หลงเป็นคนคอยดูแลบริษัทได้ไหม อีกไม่กี่วันผมต้องออกเดินทางแล้วและมันคงจะต้องใช้เวลาอีกนานกว่าที่ผมจะได้กลับมา”

ขณะเดียวกันอู่หลงก็ไม่ใช่ผู้ที่มีความรู้เรื่องการลงทุนเหมือนกับอันเดร์ ดังนั้นถึงแม้ว่าเขาจะอ่านแผนงานที่เซี่ยเฟยได้เขียนเอาไว้แต่เขาก็ยังคงงงงวยอยู่

“ถึงฉันจะไม่ค่อยเข้าใจเรื่องการลงทุนแต่ตราบใดก็ตามที่มันเป็นความคิดของนายฉันมั่นใจว่ามันจะต้องประสบความสำเร็จ ในเมื่อนายออกปากขอความช่วยเหลือ ฉันก็จะคอยดูแลบริษัทให้กับนายเอง” อู่หลงตบหน้าอกพร้อมกับตะโกนออกไปเสียงดัง จากนั้นเขาก็หันไปทางชาร์ลีพร้อมกับกล่าวออกไปว่า

“แล้วนายล่ะชาร์ลี”

เมื่อชาร์ลีได้อ่านแผนการเบื้องต้นของเซี่ยเฟยอย่างละเอียด เขาก็วางแท็บเล็ตเอาไว้บนโต๊ะพร้อมกับกล่าวออกไปว่า “เทคโนโลยีบนโลกของเรายังล้าหลังอยู่มากแต่พวกเรามีแรงงานราคาถูกและทุกคนต่างก็มีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้เทคโนโลยีจากต่างดาว ในความเป็นจริงแรงงานบนโลกต้องการเงินเดือนเพียงแค่ 6,000 แอลไลคอยน์เท่านั้น เมื่อเทียบกับสตาร์คอยน์แล้วมันเป็นค่าแรงที่ถูกมาก”

“รูปแบบการพัฒนาที่คุณได้วางแผนเอาไว้คล้ายกันกับโมเดลของญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ใช้แรงงานราคาถูกในการพัฒนาอุตสาหกรรมในยุคที่ 2 และยุคที่ 3 จนทำให้พวกเขาได้กลายเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม”

“ผมคิดว่าโมเดลนี้ค่อนข้างเหมาะสมสำหรับโลกของเราแล้ว ผมเชื่อว่าทันทีที่พวกเราก่อตั้งบริษัท มันไม่เพียงแต่จะทำผลกำไรได้อย่างมากมายเท่านั้นแต่มันยังช่วยเร่งการพัฒนาของโลกขึ้นไปอย่างก้าวกระโดดอีกด้วย แต่เรื่องทั้งหมดนี้จำเป็นจะต้องใช้เงินลงทุนเป็นจำนวนมาก ไม่ทราบว่าคุณวางแผนที่จะเริ่มต้นการลงทุนด้วยเงินเท่าไหร่?”

ชาร์ลีถือได้ว่าเป็นอัจฉริยะในเรื่องของการเงินและการลงทุนจริง ๆ เพราะหลังจากที่เขาได้อ่านแผนการณ์ของเซี่ยเฟยไปเพียงแค่ไม่นาน เขาก็สามารถเข้าใจเจตนาของเซี่ยเฟยได้ในทันที

“100 ล้านสตาร์คอยน์” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับยกนิ้วชี้ขึ้นมา

จำนวนเงินที่เซี่ยเฟยได้กล่าวออกมานั้นทำให้ทั้งสามคนรู้สึกตกใจมากจนไม่สามารถนั่งเก้าอี้ได้อีกต่อไป

เงิน 100 ล้านสตาร์คอยน์แปลงเป็นเงินได้จำนวน 1 ล้านล้านแอลไลคอยน์และแม้แต่อันเดร์ที่เคยเห็นเงินจำนวนมากมาก่อนก็ยังอดที่จะรู้สึกตกใจกับเงินลงทุนที่เซี่ยเฟยได้กล่าวออกมาไม่ได้

“นี่คุณวางแผนที่จะลงทุนด้วยเงิน 100 ล้านสตาร์คอยน์จริง ๆ หรอ!?” อันเดร์กล่าวถามด้วยความตื่นเต้น

“ใช่แล้วครับ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

เมื่อคิดย้อนกลับไปว่าเซี่ยเฟยเคยใช้เงินจำนวนหลายสิบล้านสตาร์คอยน์เพื่อซื้อต้นไม้ พวกเขาทั้งสามก็เริ่มทำตัวให้เคยชินกับความร่ำรวยของชายหนุ่ม

“ตอนแรกฉันวางแผนที่จะใช้เงินทุนของตระกูลมาช่วยลงทุนตามแผนงานของคุณ แต่น่าเสียดายที่แผนการณ์ของคุณยิ่งใหญ่มากจนเกินไปและตระกูลรอธส์ไชลด์ของพวกเราคงจะมีความแข็งแกร่งทางการเงินไม่มากพอ” อันเดร์กล่าวด้วยใบหน้าอันขมขื่น

“พวกคุณไม่จำเป็นต้องคิดมากหรอก พวกคุณแค่ช่วยผมดูแลบริษัทนี้ก็พอ ผมจะให้หุ้นส่วนลุงกับพี่หลงคนละ 10%” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยท่าทางสบาย ๆ

“ไม่ได้ ๆ โครงการนี้มีมูลค่าตั้ง 100 ล้านสตาร์คอยน์เลยนะ การที่คุณให้หุ้นฉัน 10% ก็หมายความว่าฉันได้ถือครองมูลค่าของบริษัทถึง 10 ล้านสตาร์คอยน์!” อันเดร์กล่าวพร้อมกับส่ายหัวไปมา

เซี่ยเฟยจุดบุหรี่พร้อมกับพ่นควันออกมา จากนั้นเขาก็กล่าวออกไปด้วยสีหน้าที่จริงจัง “ผมไม่ได้พูดเล่นนะ สิ่งที่ผมต้องการคือลงทุนแต่บริษัทยังจำเป็นที่จะต้องมีคนจัดการ เชื่อผมเถอะว่าหุ้น 10% ที่ผมให้ไม่ใช่จำนวนที่มากเกินไป”

“ฉันมีเพื่อนในอุตสาหกรรมการลงทุนอยู่ค่อนข้างเยอะและพวกเขาทุกคนต่างก็เป็นมืออาชีพที่มีประสบการณ์ ถ้าหากว่าคุณยังขาดบุคลากรด้านการจัดการ ฉันสามารถแนะนำคนพวกนั้นให้กับคุณได้” อันเดร์กล่าวโดยพยายามไม่ยอมรับจำนวนหุ้นที่เซี่ยเฟยได้มอบให้

เมื่อได้ยินคำแก้ตัวเซี่ยเฟยก็กล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้มว่า “ถึงแม้จะมีคนอื่นที่เก่งกว่าพวกคุณแต่ผมไม่ได้ไว้ใจคนพวกนั้น”

“เรื่องนี้คุณไม่ต้องกังวล พวกเขาทุกคนต่างก็เป็นมืออาชีพ ดังนั้นเรื่องการทุจริตไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน” อันเดร์ยังคงกล่าวต่อไป

“พวกเขาไม่ได้รู้จักผมเหมือนกับคุณ เชื่อผมเถอะว่าเรื่องนี้ได้ถูกลิขิตเอาไว้แล้ว พวกเราผจญภัยในแอตแลนติสด้วยกัน, เผชิญหน้ากับความเป็นความตายมาพร้อมกัน ดังนั้นถึงแม้ว่าคุณจะรับประกันให้คนอื่นมากแค่ไหนแต่ผมก็ไม่มีวันเชื่อใจใครเหมือนกับพวกคุณ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

เหตุผลที่เซี่ยเฟยต้องการร่วมลงทุนไปพร้อมกับอันเดร์และอู่หลงอย่างไม่ลดละนั่นก็เพราะเขามีเหตุผลอยู่ 2 ประการ

เหตุผลประการแรกคือเขาไว้ใจชายทั้งสองคนนี้จริง ๆ ส่วนเหตุผลที่ 2 คือเขาได้รับผลกำไรจากแอตแลนติสมากเกินไปและเขาก็ต้องการที่จะชดเชยผลกำไรในส่วนนั้นกลับคืนให้พวกอันเดร์

“เอาล่ะในเมื่อคุณเชื่อใจพวกเรามากขนาดนี้ก็ปล่อยให้มันเป็นหน้าที่ของพวกเราเถอะ พวกเรารับประกันว่าพวกเราจะไม่ทำให้คุณผิดหวังเด็ดขาด” อันเดร์กล่าวพร้อมกับพยักหน้าเบา ๆ

4 วันต่อมาเซี่ยเฟยก็นำสิ่งของทั้งหมดที่เขาได้รับมาจากการประเมินในครั้งนี้ออกไปขายและทำให้เขาได้รับเงินกลับมาทั้งสิ้นถึง 1,864 ล้านสตาร์คอยน์ โดยเขาได้ทำการโอนเงินจำนวน 100 ล้านสตาร์คอยน์ไปให้กับอันเดร์ก่อนที่จะก้าวเท้าขึ้นยานอวกาศไปเผชิญหน้ากับทะเลดาวโดยลำพัง

***************

เริ่มต้นการผจญภัยรอบนี้จะไปสะดุดขาใครอีกไหมว๊าาา

จบบทที่ ตอนที่ 62: ก้าวสู่ทะเลดาว

คัดลอกลิงก์แล้ว