เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 60: ต่อสู้เพื่อชื่อเสียง!

ตอนที่ 60: ต่อสู้เพื่อชื่อเสียง!

ตอนที่ 60: ต่อสู้เพื่อชื่อเสียง!


ตอนที่ 60: ต่อสู้เพื่อชื่อเสียง!

ห่างออกไปหลายปีแสง

ปัจจุบันแอวริลได้ผล็อยหลับอยู่บนเตียงสีชมพูด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลและทันใดนั้นประตูห้องของเธอก็ถูกเปิดออกเบา ๆ พร้อมกับชายชราผู้ซึ่งมีอายุประมาณ 60 ปีที่เดินเข้ามาภายในห้อง

ชายชราผู้มาใหม่สวมใส่ชุดสูทที่ดูปราณีตและสวมใส่ถุงมือสีขาวสะอาดทั้งสองข้าง เมื่อดูจากรูปลักษณ์แล้วเขาก็คือพ่อบ้านประจำตระกูลของแอวริลนั่นเอง

พรมสีชมพูบนพื้นดูยุ่งเหยิงกว่าที่ควรจะเป็นมากและบนพรมก็มีซากตุ๊กตาเป็นจำนวนนับไม่ถ้วนกระจัดกระจายอยู่ทุกแห่ง

ขณะเดียวกันหน้าจอถ่ายทอดสดยังคงเปิดค้างเอาไว้อยู่โดยภาพบนหน้าจอก็ไม่ใช่รายการอื่นใดนอกเสียจากการต่อสู้ระหว่างเซี่ยเฟยและเฉินตงที่ในเวลานี้ก็ยังไม่จบลง แต่พวกเขาทั้งสองคนเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้ามาเป็นเวลากว่า 3 วันแล้ว

พ่อบ้านโบกมือไปที่ประตูก่อนที่สาวสวยในชุดเมดหลายคนจะเดินเข้ามาภายในห้อง

เมื่อพิจารณาจากการเคลื่อนไหวมันก็เห็นได้ชัดเลยว่าสาวใช้เหล่านี้ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี พวกเธอจึงสามารถร่วมมือกันทำความสะอาดห้องของแอวริลได้อย่างชำนาญโดยไม่ก่อให้เกิดเสียงรบกวนใด ๆ

ไม่นานห้องที่เต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์สีชมพูที่เคยรกก็ถูกทำความสะอาดจนหมดและสิ่งของทั้งหมดก็ถูกนำไปจัดเอาไว้ในตำแหน่งเดิม จากนั้นสาวใช้ก็เข้ามาพร้อมกับตุ๊กตาชุดใหม่ที่ถูกนำไปวางไว้ตรงตำแหน่งเดิมอย่างเรียบร้อย

อย่างไรก็ตามทุกคนต่างก็รู้ดีว่าไม่ว่าตุ๊กตาจะถูกตกแต่งเอาไว้อย่างวิจิตรบรรจงมากแค่ไหน แต่เมื่อแอวริลตื่นขึ้นมาพวกมันก็จะถูกทำลายไม่ต่างไปจากเศษซากตุ๊กตาที่พวกเธอเพิ่งทำความสะอาดออกไปเมื่อสักครู่อยู่ดี

เมื่อเหล่าสาวใช้ได้ทำในสิ่งที่ควรทำพวกเธอก็ออกจากห้องไปอย่างเงียบ ๆ เหลือเพียงแต่พ่อบ้านชราที่ยังคงยืนอยู่ตรงข้ามหน้าจอพร้อมกับลูบเครายาว ๆ ที่อยู่บนคาง

ดวงตาทั้งสองของชายชราได้จ้องมองไปยังการต่อสู้ระหว่างเซี่ยเฟยและเฉินตง โดยในปัจจุบันเซี่ยเฟยกำลังบิดร่างกายอย่างฝืนธรรมชาติเพื่อหลบเลี่ยงการโจมตีได้อย่างไม่น่าเชื่อและการเคลื่อนไหวของเขาก็ทำให้แม้แต่พ่อบ้านอาวุโสก็ยังรู้สึกตกตะลึง

“การประเมินในรอบนี้ช่างน่าสนใจจริง ๆ เซี่ยเฟยอย่างนั้นเหรอ… ฉันจำเป็นจะต้องสืบหาข้อมูลของเขาเอาไว้ดีไหมนะ?” พ่อบ้านชรากระซิบกับตัวเอง

เมื่อพ่อบ้านเหลือบสายตาไปมองแอวริลที่กำลังนอนหลับราวกับลูกแมว ดวงตาที่เคยขุ่นมัวก็เปลี่ยนไปกลายเป็นดวงตาที่เต็มไปด้วยความรัก จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ เดินไปกระชับผ้าห่มที่คลุมร่างเด็กสาวเอาไว้

“คุณหนูกำลังจะโตเป็นสาวแล้วสินะ” พ่อบ้านชรากล่าวขึ้นมาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม

ทันใดนั้นแอวริลที่ยังคงนอนหลับใหลก็พลิกตัวมานอนหงายอย่างไร้เดียงสา จากนั้นเธอก็กำหมัดน้อย ๆ ก่อนที่จะชกขึ้นไปในอากาศ

“เซี่ยเฟยอัดมันเลย!”

เหตุการณ์นี้ทำให้พ่อบ้านชราอดที่จะหัวเราะขึ้นมาไม่ได้ก่อนที่เขาจะกระชับผ้าห่มให้กับเด็กสาวอีกครั้งและเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบ ๆ

“ช่วงนี้คุณหนูไม่สบาย สัปดาห์นี้งดเรียนไปก่อน แล้วก็ฝากพวกเธอดูให้ด้วยว่าอย่าให้ใครเข้าไปรบกวน” พ่อบ้านชรากล่าวกับสาวใช้ที่อยู่บริเวณหน้าประตู

“แล้วถ้าคุณท่านกับคุณหญิงถามล่ะคะ?” สาวใช้ผมหยิกที่ดูมีอายุมากที่สุดภายในกลุ่มกล่าวถามด้วยความกังวล

“เดี๋ยวฉันจะอธิบายคุณท่านกับคุณหญิงเอง พวกเธอทุกคนออกไปได้แล้ว” พ่อบ้านชรากล่าวอธิบายอย่างเคร่งขรึม

เมื่อได้รับคำสั่งเหล่าบรรดาสาวใช้ก็ก้มหัวลงพร้อมกับเดินไปตามทางที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม ส่วนทางด้านของพ่อบ้านชราได้ขยับเก้าอี้แล้วนั่งลงเฝ้าหน้าประตูห้องของแอวริลพร้อมกับนำหนังสือเก่า ๆ ออกมาอ่านด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสุข

—--

ณ ค่ายบัญชาการสมาพันธ์จัสทิสที่คอยควบคุมการประเมินบนดาวโลก

การแข่งขันในรอบที่ 2 ของการประเมินครั้งนี้ถูกแบ่งออกเป็น 18 กลุ่ม โดยอันดับ 1 ของแต่ละกลุ่มจะเข้ารอบสุดท้ายในทันที อย่างไรก็ตามเนื่องมาจากการประลองระหว่างเซี่ยเฟยและเฉินตงจึงทำให้กลุ่มที่ 3 ของพวกเขายังไม่สามารถหาผู้ชนะประจำกลุ่มเหมือนกับอีก 17 กลุ่มที่เหลือได้

ท้ายที่สุดตราบใดที่การประลองระหว่างเซี่ยเฟยและเฉินตงยังไม่สิ้นสุดลง การประเมินในรอบสุดท้ายก็ยังคงจะต้องรอคอยต่อไป

ด้วยการต่อสู้อันยาวนานเหล่าบรรดาเจ้าหน้าที่จากสมาพันธ์จัสทิสจึงเริ่มถอนกำลังออกไปทีละคนและแม้แต่กองยานที่ 5 ในอวกาศก็ถอนกำลังออกไปจนเกือบทั้งหมดแล้ว

ไม่ว่ายังไงการประเมินในรอบนี้ก็มีจำนวนผู้สมัครเหลืออยู่น้อยกว่า 1,000 คน ดังนั้นการนำกำลังมาไว้ที่ดาวโลกจึงเป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากรบุคคลอย่างแท้จริง

เพียงแค่ค่าใช้จ่ายรายวันสำหรับเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินก็ค่อนข้างที่จะสูงมากแล้วและมันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องพูดถึงค่าใช้จ่ายรายวันสำหรับการลาดตระเวนของกองยานที่ 5!

เหล่าบรรดาเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบทุกคนต่างก็เฝ้ารออย่างคาดหวังว่าเซี่ยเฟยและเฉินตงจะจบการต่อสู้ในครั้งนี้โดยเร็วที่สุดเพื่อที่พวกเขาจะได้ไปทำงานอย่างอื่นเสียที

แต่สำหรับเซี่ยเฟยและเฉินตงแล้ว พวกเขาก็ไม่ได้ให้ความสนใจต่อความคิดของเจ้าหน้าที่เหล่านี้เลย เพราะพวกเขากำลังสนุกอยู่กับการต่อสู้อันบ้าคลั่งและยังคงจู่โจมเข้าใส่อีกฝ่ายต่อไป

—--

ปัจจุบันเซียวไห่ลี่กำลังยืนอยู่ด้านหน้าจอแสงขนาดใหญ่บริเวณด้านในฐานบัญชาการของการประเมิน โดยดวงตาของเขาได้จับจ้องมองไปยังสาวงามในหน้าจอ

แน่นอนว่าสาวงามคนนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นใดเลยนอกเสียจากเย่เสี่ยวหาน

ตามแผนเดิมเย่เสี่ยวหานควรจะต้องกลับไปพร้อมกับนักเรียนจากค่ายฝึกจัสทิสลีกทั้ง 2,000 คนแล้ว เพราะท้ายที่สุดพวกเขาก็มาที่นี่เพื่อคอยจัดการกับการประเมินในรอบแรกเท่านั้น

อย่างไรก็ตามเย่เสี่ยวหานก็ยังคงอยู่บนดาวโลกเหมือนเดิมโดยในทุก ๆ วันเธอจะเดินไปรอบ ๆ เวทีประลองโดยแสร้งว่าไม่มีอะไร แต่ในความเป็นจริงเธอคอยเฝ้าดูการต่อสู้ระหว่างเซี่ยเฟยและเฉินตงอยู่เงียบ ๆ

สำหรับคนอื่นอาจจะดูไม่ออกว่าเย่เสี่ยวหานกำลังทำอะไรแต่เซียวไห่ลี่นั้นรู้ดีว่าเหตุผลที่หญิงสาวยังไม่กลับไปเป็นเพราะเซี่ยเฟยคนเดียว

ขณะนี้เย่เสี่ยวหานยืนอยู่หน้าสนามประลองหมายเลข 21 โดยรอบ ๆ เวทีมีเจ้าหน้าที่จากสมาพันธ์จัสทิสและผู้สมัครหลายร้อยคนที่กำลังรับชมการประลองด้วยใบหน้าอันตื่นเต้น โดยทุกครั้งที่เซี่ยเฟยสามารถหลบการโจมตีของเฉินตงได้สำเร็จคนเหล่านี้จะส่งเสียงร้องอุทานขึ้นมาทุกครั้ง ซึ่งมันเห็นได้ชัดเลยว่าพวกเขาลงเดิมพันในการแข่งขันครั้งนี้มากแค่ไหน

เย่เสี่ยวหานเดินรอบ ๆ สนามประลองช้า ๆ ก่อนที่จะเดินวนกลับไปยังทางเดิมที่เธอเดินมาและถึงแม้ว่าเหตุการณ์จะดูเหมือนเธอจะเดินจากไปแต่ในความเป็นจริงดวงตาของเธอยังคงจับจ้องมองไปยังเวทีการแข่งขันเป็นครั้งคราว

เหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ภายใต้การเฝ้ามองของเซียวไห่ลี่อย่างชัดเจน ซึ่งมันก็ทำให้เขากัดฟันด้วยความโกรธแค้นพร้อมกับใบหน้าที่บิดเบี้ยวไปอย่างไม่เต็มใจ

ในห้องสังเกตการณ์ยังมีเพื่อนร่วมงานอยู่อีกหลายคน เซียวไห่ลี่จึงไม่แสดงความไม่พอใจของเขาออกมาอย่างเปิดเผย แต่ภายในใจเขาก็กำลังตะโกนสาปแช่งเซี่ยเฟยเป็นหมื่น ๆ ครั้ง!

“เซียวไห่ลี่ข้างนอกนั่นเกิดอะไรขึ้น? ทำไมอยู่ ๆ มันถึงมีพวกนักข่าวมาเยอะขนาดนั้น” ผู้อำนวยการโรเบิร์ตกล่าวถามขณะผลักประตูเดินเข้ามาภายในห้อง

“พวกเขามาเพื่อสัมภาษณ์การแข่งขันในครั้งนี้ครับ แต่ทางสมาพันธ์ของพวกเราตกลงขายสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดเท่านั้นไม่ได้มีการตกลงสิทธิ์ในเรื่องการสัมภาษณ์เอาไว้ ผมเลยให้พวกนักข่าวรออยู่ข้างนอกไปก่อน” เซียวไห่ลี่รีบตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

โรเบิร์ตพยักหน้ารับและกล่าวว่า

“โอเคไม่เป็นไร หลังจากนี้ช่วยจัดเตรียมที่พักและอาหารให้กับพวกเขาด้วย อย่าละเลยพวกเขาล่ะ แล้วบอกพวกเขาว่าหลังจบการแข่งขันทางสมาพันธ์ของพวกเราจะจัดงานแถลงข่าวครั้งสำคัญ”

“อาจารย์ทำไมพวกเราถึงต้องจัดงานแถลงข่าวด้วยหรือว่าทางสมาพันธ์มีเรื่องสำคัญจะประกาศ” เซียวไห่ลี่ถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

โรเบิร์ตเอามือตบไหล่เซียวไห่ลี่เบา ๆ พร้อมกับพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

“ครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีที่พวกเราจะได้แสดงเจตนารมณ์ของสมาพันธ์ออกไป ฉันต้องการแสดงให้ทุกคนเห็นว่าสมาพันธ์จัสทิสของพวกเราเป็นสมาพันธ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในจักรวาล”

—--

ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อนว่าการต่อสู้ระหว่างเซี่ยเฟยและเฉินตงจะกินเวลายาวนานมาแล้วถึง 21 วัน!

การต่อสู้อย่างต่อเนื่องมากกว่า 500 ชั่วโมงเป็นการต่อสู้อันยาวนานแบบที่ไม่มีใครสามารถจินตนาการได้ ซึ่งเรื่องนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องพูดถึงเพียงแค่คนธรรมดาเพราะแม้แต่นักรบชั้นยอดก็ไม่สามารถที่จะยืนหยัดอย่างต่อเนื่องยาวนานขนาดนี้ได้ทุกคน!

ผู้คนจากทุกมุมของภูมิภาคดาวต่างก็กำลังพูดคุยถึงการต่อสู้ในครั้งนี้อย่างตื่นเต้น ซึ่งนอกเหนือจากการต่อสู้แล้วทุกคนยังอยากรู้ว่าเซี่ยเฟยและเฉินตงอดหลับอดนอนอย่างต่อเนื่องมาอย่างยาวนานขนาดนี้ได้อย่างไร!

หากคนธรรมดาอดนอน 24 ชั่วโมงพวกเขาก็จะรู้สึกง่วงชนิดที่อาจจะหลับในได้ทุกเมื่อและมันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องพูดถึงการอดนอนเป็นเวลา 21 วัน ซึ่งมันเป็นเรื่องที่อยู่เหนือเกินกว่าจินตนาการของทุกคนไปไกล

หากปราศจากเจตจำนงที่เหนือมนุษย์และความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ คงไม่มีใครสามารถอดหลับอดนอนต่อเนื่องกันได้ถึง 21 วัน แล้วมันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องพูดถึงว่าตลอด 500 ชั่วโมงที่ผ่านมาทั้งเซี่ยเฟยและเฉินตงต่างก็ยังคงจู่โจมเข้าใส่อีกฝ่ายอยู่ตลอด

การต่อสู้ไม่เพียงแต่จะใช้พลังงานทางร่างกายเท่านั้นแต่ยังใช้สมาธิในระหว่างการต่อสู้อีกด้วย ดังนั้นการแข่งขันในครั้งนี้จะไม่ได้จบลงเพียงแค่ใครแพ้หรือใครชนะอีกต่อไป แต่ความสำคัญของมันคือการแข่งขันในครั้งนี้จะเป็นการแข่งขันที่ถูกกล่าวถึงไปอีกนานแสนนาน!

ชื่อของเฉินตงและเซี่ยเฟยแพร่กระจายออกไปราวกับไฟป่า ว่าพวกเขาเป็นคนบ้าที่สามารถทำเรื่องบ้า ๆ แบบนี้ได้

ปัจจุบันเซี่ยเฟยเดินเซเหมือนกับซากศพที่มีชีวิตโดยจิตใจของเขาตกอยู่ในสภาพที่ว่างเปล่า

เขาลืมไปตั้งนานแล้วว่าพวกเขาต่อสู้กันทำไม สิ่งเดียวที่เขาคิดได้ในตอนนี้คือเขาต้องจู่โจมและห้ามล้มโดยเด็ดขาด

ส่วนอาการของเฉินตงก็ไม่ได้ดีไปกว่าอีกฝ่ายมากนัก โดยดวงตาของเขายังคงจับจ้องมองไปยังเซี่ยเฟยอย่างไม่วางตาและเขาก็ต้องการที่จะปลดปล่อยการโจมตีของเขาออกไป อย่างไรก็ตามในครั้งนี้เขาไม่สามารถที่จะขยับขาของเขาได้อีกแล้วและแขนทั้งสองข้างของเขาก็เริ่มไม่ฟังคำสั่งแล้วเช่นกัน

นักสู้ทั้งสองคนกลายเป็นเหมือนกับหุ่นเชิดที่คอยผลัดกันจู่โจมคนละครั้ง แต่การเคลื่อนไหวของพวกเขาเชื่องช้าเป็นอย่างมากและการโจมตีแต่ละครั้งก็ไม่ได้มีความน่ากลัวเลยแม้แต่น้อย

แต่ถึงกระนั้นพวกเขาทั้งสองคนก็ยังคงยึดมั่นจู่โจมอย่างไม่ลดละ โดยใช้กำลังที่เหลือเพียงเล็กน้อยเพื่อทำการจู่โจมต่อไป

แปะ!

เชสซิ่งไลท์ในมือของเซี่ยเฟยกระทบเข้ากับหมวกน้ำแข็งของเฉินตงอย่างอ่อนแรง

แปะ!

แขนของเฉินตงกระทบเข้ากับไหล่ของเซี่ยเฟยอย่างแผ่วเบา

ความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของทั้งสองทำให้เหล่าผู้ชมยืนขึ้นปรบมือ ขณะที่หญิงสาวผู้มีอารมณ์อ่อนไหวหลายคนแอบปาดน้ำตา

การประลองในครั้งนี้ได้ดำเนินมาจนถึงจุดที่ไม่มีอะไรที่น่าแปลกใจแล้ว แต่มันก็ยังคงเป็นการแข่งขันที่น่าทึ่งสำหรับทุกคนอยู่ดี

นี่คือการต่อสู้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 21 วัน!

ความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ในระดับนี้จะมีซักกี่คนทั่วทั้งจักรวาลที่ทำได้!!

ในความเป็นจริงไม่เพียงแต่ผู้ชมหน้าเวทีที่ปรบมือให้กับนักสู้ทั้งสองฝ่ายเท่านั้น เพราะแม้แต่ผู้ชมหน้าทีวีต่างก็กำลังปรบมือให้กับทั้งคู่เช่นเดียวกัน

ความมุ่งมั่นของพวกเขาทั้งสองคนเป็นเหมือนกับกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวผ่านหัวใจของทุกคนและได้ทิ้งร่องรอยความทรงจำที่ไม่อาจลบล้างได้ไปชั่วชีวิต

ผู้แข็งแกร่งอาจเป็นผู้มีสิทธิ์ได้รับความเคารพ แต่คนที่ดื้อรั้นอย่างเซี่ยเฟยและเฉินตงก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับการชื่นชมเช่นเดียวกัน

แปะ! แปะ! แปะ! …

นักสู้ทั้งสองฝ่ายยังคงผลัดกันแลกการจู่โจมอยู่เรื่อย ๆ แต่ความเร็วของพวกเขาเชื่องช้าลงไปทุกวินาทีและการเคลื่อนไหวของพวกเขาก็เริ่มแข็งกระด้างขึ้นเรื่อย ๆ เช่นเดียวกัน

ในที่สุดเซี่ยเฟยและเฉินตงก็มาถึงขีดจำกัด ทำให้ร่างของพวกเขาล้มลงไปนอนบนพื้นในเวลาเดียวกัน

เซี่ยเฟยพยายามดิ้นรนลุกขึ้นกลับมายืนอีกครั้ง แต่ร่างกายมันอ่อนล้าทำให้เขาไม่สามารถจะลุกขึ้นมาได้อีกแล้ว

หลังจากดิ้นรนอยู่ 2-3 ครั้งเซี่ยเฟยก็ถอดใจนอนราบไปบนพื้นน้ำแข็งอันเย็นยะเยือก แต่บนใบหน้าของเขายังคงประดับเอาไว้ด้วยรอยยิ้ม

เป้ง! เป้ง! เป้ง!

การต่อสู้ระหว่างมือวางอันดับ 1 และมือวางอันดับสุดท้ายของการประเมินในรอบนี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่ผลลัพธ์ที่ออกมากลับกลายเป็นเสมอกัน!

นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสมาพันธ์จัสทิสที่การแข่งขันในการประลองจบลงด้วยผลเสมอ

สถิติการแข่งขันในครั้งนี้ถูกบันทึกเอาไว้ที่ 505 ชั่วโมง 11 นาที 37 วินาที

นี่คือสถิติใหม่ที่คงจะไม่มีใครสามารถทำลายได้ไปอีกนานแสนนาน

“น่าอัศจรรย์จริง ๆ”

“นี่มันเป็นการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมมาก”

“การต่อสู้ครั้งนี้เปิดหูเปิดตาฉันได้มากเลย ไม่น่าเชื่อว่าจิตใจคนเราจะแข็งแกร่งได้ขนาดนี้”

เหล่าผู้รับชมรอบสนามประลองต่างก็โห่ร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง ขณะที่เหล่าผู้ชมหน้าทีวีก็กำลังรู้สึกตื่นเต้นไม่แพ้กัน

การต่อสู้ในครั้งนี้ทำให้คนเกือบทั้งภูมิภาคดาวได้รู้จักชื่อของเซี่ยเฟยและเฉินตง แต่น่าเสียดายที่ชื่อเสียงของพวกเขาถูกขึ้นต้นด้วยคำว่า

‘ไอ้บ้า’

***************

โอ๊ยยยย สู้กันนานขนาดนี้เลยหร๊อ!!

ปล.เรื่องนี้มี E-Book แล้วน๊า สามารถซื้อสะสมหรืออ่านกันได้ทาง meb และปิ่นโตได้เลยนะคะและขอบคุณที่ติดตามผลงานกันน๊า

ตอนนี้กำลังจัดเต็ม เล่มแรกฟรี เล่มที่ 2 ลด 20% ไปเล้ยยยย

meb https://bit.ly/3NZ3Qca ปิ่นโต https://bit.ly/3M9vXUI

จบบทที่ ตอนที่ 60: ต่อสู้เพื่อชื่อเสียง!

คัดลอกลิงก์แล้ว