เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่: 54 เคล็ดลับ

ตอนที่: 54 เคล็ดลับ

ตอนที่: 54 เคล็ดลับ


ตอนที่: 54 เคล็ดลับ

เซี่ยเฟยไม่ได้รู้สึกแปลกใจที่ด้านหลังของชื่อเซียวรั่วหยูถูกเขียนเอาไว้ด้วยคำว่า ‘สาบสูญ’ สีแดง ซึ่งหลังจากที่เขามีท่าทางลังเลอยู่เล็กน้อยเขาก็คลิกเข้าไปดูข้อมูลของเด็กสาว

ชื่อ: เซียวรั่วหยู

เพศ: หญิง

อายุ: 11

ภูมิลำเนา: ดาวโลก ภูมิภาคดาวเอ็นดาโร่

พลังพิเศษ: อเมทิสต์การ์ด

ระดับ: สตาร์เบสขั้นพื้นฐาน

สถานะ: สาบสูญ

นอกจากนี้มันยังมีภาพถ่ายของเซียวรั่วหยูในชุดข้อมูล โดยในภาพเด็กสาวตัวเล็กกำลังขี่อยู่บนหลังของยีราฟและโบกหมวกฟางภายในมือด้วยความตื่นเต้น

เซี่ยเฟยสูบบุหรี่พร้อมกับจ้องมองไปที่เด็กสาวตัวเล็กเป็นเวลานานและถึงแม้ว่าบุหรี่จะไหม้มาจนเกือบจะถึงนิ้วของเขาแล้วแต่เขาก็ยังไม่กระดิกเลยแม้แต่นิดเดียว

“ภาพนี้เธอน่ารักมาก เซฟเก็บมันเอาไว้สิเผื่อนายคิดถึงจะได้หยิบมันขึ้นมาดู” อันธกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ปนไปด้วยความเสียใจขณะที่ตรงบริเวณหางตาของอดีตนักฆ่าก็เต็มไปด้วยของเหลวที่คล้ายกับคริสตัล

อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยกลับส่ายหัวเป็นคำตอบและเปลี่ยนหน้าจอของเว็บไซต์เป็นข้อมูลการแข่งขันของการประเมินในรอบที่ 2

“ไม่จำเป็นหรอก ฉันไม่มีทางลืมในสิ่งที่ไม่สมควรจะลืม ไม่ว่าชีวิตจะต้องพบเจอกับอุปสรรคมากแค่ไหนแต่ฉันก็ต้องเดินหน้าต่อไป พวกเรามาศึกษาคู่ต่อสู้ในนัดต่อไปกันดีกว่า”

การค้นหาชื่อของเฉินตงในตารางการแข่งขันไม่ใช่เรื่องยากและในเวลาเพียงแค่ไม่นานข้อมูลของชายหนุ่มผู้นุ่งแต่กางเกงก็ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของเซี่ยเฟย

“ระดับสตาร์ฟิลด์ขั้นสูง…” เซี่ยเฟยค่อย ๆ อ่านตัวอักษรที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ

“ดูเหมือนว่าฉันจะโชคร้ายจริง ๆ ไม่เพียงแต่เฉินตงจะเป็นผู้ใช้พลังพิเศษสายธรรมชาติเท่านั้น แต่ระดับความสามารถของเขายังได้มาถึงระดับสตาร์ฟิลด์ขั้นสูงแล้วด้วย” ชายหนุ่มกล่าวกับตัวเองพร้อมกับหัวเราะออกมาแห้ง ๆ

พลังพิเศษของเซี่ยเฟยคือความเร็วซึ่งเป็นพลังพิเศษสายต่อสู้ที่หาพบได้ง่ายที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากพลังพิเศษที่เพิ่มความแข็งแกร่ง ดังนั้นถ้าหากว่าพลังพิเศษทั้งหมดในจักรวาลถูกแบ่งออกเป็น 3 ระดับแม้ว่าพลังพิเศษเพิ่มความเร็วของเขาจะไม่ใช่พลังพิเศษที่อ่อนด้อยที่สุดแต่มันก็ไม่ใช่พลังพิเศษที่มีความโดดเด่นที่สุดเช่นเดียวกัน เพราะมันเป็นพลังพิเศษที่มีความโดดเด่นแค่กลาง ๆ

ในทางกลับกันพลังควบคุมน้ำแข็งของเฉินตงย่อมมีความโดดเด่นเป็นอันดับต้น ๆ ของพลังพิเศษทั้งหมด ยิ่งไปกว่านั้นพื้นฐานความสามารถของพวกเขายังห่างกันถึง 4 ระดับ ซึ่งไม่ว่าจะมองยังไงเซี่ยเฟยก็พ่ายแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้ลงแข่งแล้ว

ทุก ๆ ระดับความสามารถที่เพิ่มขึ้นหมายถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าและมันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องพูดถึงว่าความแตกต่างระหว่างพวกเขาไม่ใช่อันดับเดียวแต่มันเป็นความแตกต่างถึง 4 ระดับ!

ช่องว่างระหว่างทั้งสองฝ่ายคล้ายกับความต่างระหว่างสวรรค์และนรก ซึ่งโอกาสที่เซี่ยเฟยจะชนะเฉินตงก็เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

หากระดับความสามารถแตกต่างกันเพียงแค่ 1-2 ระดับมันก็อาจจะสามารถใช้ประสบการณ์, การตัดสินใจและเทคโนโลยีในการชดเชยช่องว่างระหว่างระดับได้ แต่ถ้าหากระดับความสามารถมีความแตกต่างกันถึงสี่ระดับแล้วมันจะต้องใช้อะไรเพื่อเข้ามาชดเชยความแตกต่างที่มากขนาดนี้

ชีวิต?

หลังจากยืนนิ่งเงียบอยู่นานเซี่ยเฟยก็สวมใส่ชุดวินด์ชาโดว์พร้อมกับติดตั้งเชสซิ่งไลท์เอาไว้ที่แขนก่อนที่เขาจะเดินออกไปจากประตูของห้องพัก

“นั่นนายจะไปไหน?” อันธกล่าวถาม

“ไปฝึกสิ! ฉันคงจะไม่ยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้พยายามหรอกนะ” เซี่ยเฟยกล่าวตอบขณะที่เท้าทั้งสองข้างของเขายังคงก้าวเดินต่อไป

ระหว่างทางอันธยังคงติดตามเซี่ยเฟยอย่างใกล้ชิดพร้อมกับก้มศีรษะของเขาลงราวกับว่าเขากำลังตกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง

“ไม่ว่านายจะเร็วแค่ไหนมันก็ไม่มีทางที่นายจะเอาชนะผู้มีพลังควบคุมน้ำแข็งระดับสตาร์ฟิลด์ขั้นสูงได้หรอก อย่างมากที่สุดนายก็แค่คอยหลบหนีได้เท่านั้นแต่ไม่มีโอกาสเอาชนะเขาได้เลย” อันธกล่าวขึ้นมาอย่างกังวล

“ฉันไม่ได้บอกว่าฉันต้องการจะเอาชนะเขาสักหน่อย ฉันแค่ยังไม่อยากแพ้โดยที่ยังไม่ได้พยายามเท่านั้นเอง” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับมุมปากที่โค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม จากนั้นเขาก็อธิบายต่อไปว่า

“การแข่งขันในครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีที่ฉันจะได้แข่งขันกับผู้เชี่ยวชาญ ก่อนหน้านี้ฉันได้อ่านกฎของการแข่งขันมาแล้วหากฉันไม่สามารถเอาชนะเขาได้ฉันก็แค่ต้องประกาศขอยอมแพ้ ตราบใดก็ตามที่ฉันตะโกนขอยอมแพ้ออกไปเขาก็ไม่สามารถที่จะฆ่าฉันในสังเวียนได้”

อันธยังคงตกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเองอยู่ เขาจึงแค่พยักหน้ารับโดยไม่พูดอะไรออกมา

“เมื่อก่อนฉันอยากจะแข็งแกร่งขึ้นเพราะว่าฉันไม่อยากจะถูกจำกัดอยู่บนโลกใบเล็ก ๆ และอยากจะออกเดินทางไปยังดาวเคราะห์ต่าง ๆ เพื่อดูว่าจักรวาลแห่งนี้กว้างใหญ่แค่ไหนและฉันก็อยากจะรู้ว่านักสู้ที่คนบนโลกได้เรียกว่าผู้เชี่ยวชาญเป็นสิ่งมีชีวิตแบบไหนกันแน่”

“แต่หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ฉันก็ตระหนักว่าศัตรูในจักรวาลมีความซับซ้อนกว่าที่ฉันได้คิดเอาไว้และฉันจะต้องแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่อย่างนั้นมันก็อาจจะมีเหตุการณ์คล้าย ๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเซียวรั่วหยูเกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่ 2”

เซี่ยเฟยกล่าวออกมาง่าย ๆ คล้ายกับเพื่อนเก่ากำลังพูดคุยกัน แต่อันธสามารถบอกได้เลยว่าเซี่ยเฟยได้ตัดสินใจไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วและเรื่องที่เกิดขึ้นกับเซียวรั่วหยูก็เป็นเหมือนกับเครื่องกระตุ้นให้เซี่ยเฟยเดินหน้าไปอย่างรวดเร็วกว่าเดิม

ชีวิตที่ไร้เป้าหมายเป็นเรื่องที่น่ากลัวแต่ถ้าหากว่าใครมีเป้าหมายที่ชัดเจนปรากฏขึ้นมาแล้ว คนคนนั้นก็จะสามารถอดทนรับแรงกดดันและมุ่งหน้าตรงไปยังเป้าหมายที่ตัวเองได้ตั้งเอาไว้ได้

อันธมองไปที่เซี่ยเฟยด้วยความตื่นเต้น จากนั้นเขาก็ขมวดคิ้วและส่ายหัวไปมาราวกับว่าเขากำลังต่อสู้กับความคิดของตัวเอง

เซี่ยเฟยลงลิฟต์ก่อนที่จะเดินออกไปจากยานอวกาศและลงไปยืนอยู่บนดินแดนสีเหลืองของประเทศออสเตรเลีย

การประเมินในรอบแรกได้สิ้นสุดลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วและผู้สมัครหลายคนก็เตรียมตัวจะออกเดินทางโดยสะพายเป้เอาไว้ที่ด้านหลัง แต่เมื่อเทียบกับความหวังและความตื่นเต้นในตอนที่พวกเขามุ่งหน้ามามันกลับมีเพียงแค่ความเจ็บปวดและความโศกเศร้าเมื่อพวกเขาได้เดินทางกลับไป

เซี่ยเฟยชี้ไปยังผู้สมัครร่างสูงคนหนึ่งด้วยมืออันสั่นเทาโดยผู้สมัครคนนั้นมีความกำยำราวกับเขาเป็นนักกีฬายกน้ำหนักผสมกับนักบาสเกตบอล แต่ในปัจจุบันเขากำลังสะพายเป้หนัก ๆ พร้อมกับเดินตัวงอโดยไม่พูดอะไรออกมาเลย ซึ่งเป้าหมายของเขาก็คือยานอวกาศที่จะพาเขากลับไปยังดาวบ้านเกิดนั่นเอง

“ฉันไม่มีทางก้มหน้ายอมรับชะตากรรมแบบนั้นเป็นอันขาด! ถึงแม้ว่าการเผชิญหน้ากับเฉินตงในครั้งนี้จะเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก แต่ฉันไม่อยากกลับบ้านด้วยท่าทางหดหู่ใจและถึงแม้ว่าฉันจะได้รับความพ่ายแพ้แต่ฉันก็จะเชิดอกและเงยหน้าขึ้นไปบนฟ้าด้วยความภาคภูมิใจ”

ในระหว่างที่พูดมันก็คล้ายกับมีลำแสงพุ่งออกมาจากดวงตาของเซี่ยเฟยตกกระทบลงไปบนแผ่นหลังของชายร่างใหญ่คนนั้น ถึงแม้ว่าชายร่างใหญ่จะรู้สึกร้อน ๆ จากด้านหลังแต่เขาก็ไม่มีอารมณ์ที่จะสนใจมันเขาจึงถอนหายใจและมุ่งหน้าตรงไปยังบันไดเลื่อนที่นำขึ้นไปสู่ยานอวกาศ

“เออ.. ฉันลืมไปว่าฉันพักอยู่ในโรงแรมไม่มีบ้านให้กลับไปซักหน่อย” เซี่ยเฟยนำมือซ้ายมาแตะหนังศีรษะพร้อมกับกล่าวขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่เก้อเขินอยู่เล็กน้อย

“เอาล่ะฉันจะเชิดหน้ากลับไปที่โรงแรมอย่างสมภาคภูมิ!” เซี่ยเฟยพูดติดตลกกับอันธ

คำพูดอันเรียบง่ายของชายหนุ่มสามารถที่จะกระตุ้นอันธขึ้นมาได้สำเร็จ ดังนั้นวิญญาณอดีตนักฆ่าจึงได้กัดริมฝีปากก่อนที่จะตัดสินใจกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่นว่า

“ฉันพอจะมีวิธีที่ช่วยนายได้และถึงแม้ว่ามันอาจจะไม่ช่วยทำให้นายได้รับชัยชนะ แต่นายก็คงจะไม่พ่ายแพ้อย่างน่าเกลียดมากจนเกินไป”

“วิธีอะไร? วิชาเล่ห์สังหารหรอ? ฉันเคยคิดถึงเรื่องนี้เอาไว้แล้วแต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่าวิชาเล่ห์สังหารก็เป็นเพียงแค่วิชาที่ไร้ประโยชน์” เซี่ยเฟยกล่าว

“นายรู้ไหมว่าทำไมวิชานี้มันถึงถูกเรียกว่าวิชาเล่ห์สังหารแทนที่จะเรียกว่าวิชาลอบสังหารไปเลย” อันธกล่าวราวกับเขาได้ตัดสินใจอะไรบางอย่างแล้ว

“ฉันจะไปรู้ได้ยังไง มันอาจจะเป็นแค่การตั้งชื่อขึ้นมาเพราะ ๆ ก็ได้” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับกางแขนทั้งสองข้างของเขาออก

“มันเป็นเพราะว่าในวิชาไม่ได้มีเพียงแค่กลยุทธ์ในการสังหารเท่านั้น แต่มันยังมีเทคนิคพิเศษที่เรียกว่าเล่ห์กายาอีกด้วย” อันธกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะออกมาเบา ๆ

“อะไรนะ! นายกำลังจะบอกว่าวิชาเล่ห์สังหารที่ฉันเรียนอยู่ตอนนี้เป็นวิชาที่ฉันเรียนรู้ไปเพียงแค่ครึ่งเดียวอย่างนั้นหรอ!?” เซี่ยเฟยอุทานขึ้นมาด้วยความตกใจเล็กน้อย

“ใช่แล้ว สิ่งที่นายเรียนรู้ไปในตอนนี้เป็นเพียงแค่เทคนิคกลสังหารแต่นายยังไม่ได้เรียนรู้เทคนิคเล่ห์กายา” อันธกล่าวพร้อมกับพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“ทำไมฉันถึงไม่เคยได้ยินนายพูดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลย แล้วทำไมนายถึงสอนฉันแค่ครึ่งเดียว?” เซี่ยเฟยถามด้วยใบหน้าที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเล็กน้อย

อย่างไรก็ตามทันทีที่เขากล่าวจบมันก็เหมือนกับชายหนุ่มนึกอะไรขึ้นมาได้และเขาก็พอจะหาเหตุผลได้ในทันที

“อ๋อฉันรู้แล้ว ทุกครั้งที่นายพูดถึงอาจารย์นายจะดูเหมือนกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เรื่องนี้จะต้องเป็นกฎที่อาจารย์ของนายตั้งเอาไว้ใช่ไหม นายถึงไม่สามารถสอนเล่ห์กายาให้กับฉันได้”

“ใช่ อาจารย์คอยดูแลฉันมาตลอด แล้วฉันจะแหกกฎที่เขาตั้งเอาไว้ได้ยังไง” อันธกล่าวยอมรับ

“ในเมื่อนายไม่เคยคิดที่จะสอนเล่ห์กายาให้กับฉันแล้วนายเอาเรื่องนี้มาพูดกับฉันทำไม นายต้องการจะยั่วฉันอย่างนั้นหรอ?” เซี่ยเฟยรู้สึกมึนงงมากขึ้นกว่าเดิม

“ฉันไม่ได้บอกสักหน่อยว่าฉันจะไม่สอนเล่ห์กายาให้กับนาย เพียงแต่นายจะต้องให้คำสัญญากับฉันก่อน” อันธกล่าว

“ฉันยอมรับเงื่อนไขทุกอย่างตราบใดก็ตามที่ฉันจะได้เรียนรู้เล่ห์กายา” เซี่ยเฟยกล่าวตอบกลับด้วยความยินดี

“ถ้าวันหนึ่งอาจารย์ของฉันต้องเจอกับปัญหานายจะต้องรีบให้ความช่วยเหลืออาจารย์ของฉันทันทีแม้ว่าการช่วยเหลือในครั้งนั้นจะมีความเสี่ยงถึงตายก็ตาม” อันธกล่าวขึ้นมาด้วยท่าทางที่จริงจัง

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับก่อนที่เขาจะได้กล่าวออกมาด้วยท่าทางอันเคร่งขรึมว่า

“เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ฉันสมควรจะต้องทำอยู่แล้ว ท้ายที่สุดถ้าฉันได้เรียนรู้วิชาในสำนักของนายมันก็คล้ายกับว่าฉันเป็นศิษย์ในสำนักด้วย ดังนั้นถึงแม้ว่าฉันจะยังไม่ได้เข้าไปในสำนักแต่มันก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลที่ศิษย์จะต้องให้ความช่วยเหลืออาจารย์”

“ประการที่ 2 ถ้าหากว่าวันนึงอาจารย์ของฉันต้องตายจากไป นายจะต้องทำหน้าที่แทนฉันคอยปกป้องหลุมศพของเขาเป็นเวลา 3 ปี”

“ประการที่ 3…”

อันธพูดเงื่อนไขออกมามากกว่า 30 เรื่องแต่เงื่อนไขแต่ละเรื่องต่างก็ล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับอาจารย์ของเขาทั้งหมด

เรื่องนี้ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่าถึงแม้อันธจะล้มเหลวในฐานะของนักฆ่า แต่เขาก็เป็นศิษย์ที่ดีที่มีความกตัญญูต่ออาจารย์

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับเงื่อนไขทุกข้อโดยไม่โต้แย้งแต่ในความเป็นจริงเขาเต็มใจจะยอมรับเงื่อนไขเหล่านี้หรือไม่ก็มีเพียงแต่ตัวของเขาคนเดียวเท่านั้นที่รู้

“นายมีเงื่อนไขอะไรอีกไหม? ถ้ามีอีกฉันจะลงไปนั่งฟังแล้วนะ” เซี่ยเฟยถาม

อันธก้มหัวคิดอยู่นานก่อนที่เขาจะกล่าวออกไปว่า

“น่าจะหมดแล้ว ตราบใดก็ตามที่นายยอมรับเงื่อนไขทั้งหมดได้ฉันก็จะสอนเล่ห์กายาให้กับนาย”

“ฉันบอกแล้วว่าฉันยอมรับทุกเงื่อนไข ว่าแต่สำนักของนายชื่อสำนักอะไรกันแน่” เซี่ยเฟยกล่าวถาม

“เอ่อ.. พวกเราค่อยคุยเรื่องนี้กันทีหลัง ถ้าวันนึงนายจำเป็นจะต้องรู้เดี๋ยวฉันก็บอกนายเอง”

—--

เมื่อเวลาผ่านพ้นไปจนถึงช่วงดึกเซี่ยเฟยก็กลับไปที่ห้องพักด้วยความอ่อนล้า

เล่ห์กายาที่อันธพึ่งพูดถึงนั้นเป็นเทคนิคที่มีความซับซ้อนอย่างแท้จริง เพราะมันมีการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนไหวในระหว่างการลอบสังหารอย่างมากมายจนทำให้วิชาเล่ห์สังหารกลายเป็นวิชาที่ยากต่อการป้องกันและไม่สามารถที่จะคาดเดาการเคลื่อนไหวได้

ด้วยความสามารถในปัจจุบันเซี่ยเฟยแทบที่จะไม่สามารถแสดงพลังของวิชาเล่ห์สังหารที่แท้จริงออกมาได้เลย เพราะท้ายที่สุดการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนไหวอย่างฉับพลันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายและการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนไหวแต่ละครั้งก็สร้างภาระให้กับร่างกายในระดับที่สูงมาก

การฝึกฝนในวันนี้เป็นไปอย่างเชื่องช้าเพราะท้ายที่สุดร่างกายของเซี่ยเฟยก็ยังไม่ได้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์และการที่เขาอดหลับอดนอนมาเป็นเวลาถึง 7 วัน มันจึงทำให้การพักผ่อนเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงไม่สามารถที่จะฟื้นฟูร่างกายของเขากลับมาได้

ดังนั้นเซี่ยเฟยจึงไม่ได้เร่งรีบที่จะทำการฝึกฝนแต่ยอมกลับมาพักผ่อนอย่างตรงเวลาเพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูความแข็งแกร่งกลับมาให้ได้โดยเร็วที่สุด

เซี่ยเฟยล้มตัวนอนลงบนเตียงโดยไม่ถอดเสื้อผ้าแต่ขณะที่ร่างกายของเขาสัมผัสกับเตียงเขากลับรู้สึกเหมือนกับมีอะไรบางอย่างนูน ๆ อยู่ด้านล่าง

ชายหนุ่มเอื้อมมือออกไปเพื่อควานหาสิ่งของที่อยู่บนเตียงและเขาก็พบว่ามันเป็นแหวนมิติที่เขาได้รับมา

การประเมินในคราวนี้ไม่เพียงแต่เขาจะได้รับแผ่นป้ายสำหรับการผ่านเข้ารอบต่อไปมา 2 แผ่นเท่านั้น แต่เขายังได้รับแหวนมิติมา 3 วงและสร้อยข้อมือมิติมาอีกหนึ่งเส้น ซึ่งหนึ่งในนั้นคือแหวนสีเขียวมรกตของเซียวหยง

“ฉันลืมดูของในแหวนไปเลย... ช่างมันเถอะเดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน” หลังจากเซี่ยเฟยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งเขาก็วางแหวนเอาไว้บนโต๊ะข้างเตียงก่อนที่จะผล็อยหลับไป

***************

เผื่อใครงงนะ

วิชาเล่ห์สังหาร = เทคนิคกลสังหาร + เทคนิคเล่ห์กายา

ก่อนหน้านี้พี่เฟยเรียนแต่เทคนิคกลสังหาร ตอนนี้พี่เฟยกำลังเรียนเทคนิคเล่ห์กายาเพิ่มเพื่อให้วิชานี้กลายเป็นวิชาที่สมบูรณ์

จบบทที่ ตอนที่: 54 เคล็ดลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว