- หน้าแรก
- เทพยุทธ์ข้ามดารา บำเพ็ญเพียรล้านปีในเสี้ยววิ
- บทที่ 16: การอัปเกรดอย่างบ้าคลั่ง!
บทที่ 16: การอัปเกรดอย่างบ้าคลั่ง!
บทที่ 16: การอัปเกรดอย่างบ้าคลั่ง!
กริ๊งๆๆๆ!
ครืดๆๆๆ!
เสียงสั่นสะเทือนและเสียงกระดิ่งที่ดังก้องผสมปนเปกัน ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดเป็นที่สุด
หลี่ชิงซานพยายามฝืนลืมตาขึ้น ขอบตาทั้งสองข้างแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือดฝอย
"ตื่นสายอีกแล้วเหรอ?"
หลี่ชิงซานขมวดคิ้วแล้วกดปิดนาฬิกาปลุก
เมื่อก่อนเขาจะตื่นเองโดยธรรมชาติทุกเช้า นาฬิกาปลุกเป็นเพียงแค่ตัวช่วยสำรอง
ทว่าสองวันมานี้ เพราะมัวแต่ขลุกอยู่ในมิติแห่งวิถียุทธ์ ทำให้เขาอดหลับอดนอนอย่างหนักจนต้องพึ่งเสียงนาฬิกาปลุก
"มิติแห่งวิถียุทธ์ช่วยให้ร่างกายไม่เหนื่อยล้า แต่ดูเหมือนจะไม่ช่วยฟื้นฟูพลังทางจิตใจสินะ?"
หลังจากผ่านไปสองวัน หลี่ชิงซานก็ค่อนข้างมั่นใจในข้อสมมติฐานนี้
แต่ถึงอย่างนั้น นี่ก็ไม่อาจเรียกว่าข้อเสียได้
มิติแห่งวิถียุทธ์มีอัตราการไหลของเวลาอยู่ที่ 1:10 เขาสามารถใช้เวลาพักผ่อนทั้งหมดไปทุ่มเทในมิตินั้นได้
"ประเด็นสำคัญยังคงเป็นการกำจัดร่างจำลองของหมาป่าพิษให้ได้!"
หลี่ชิงซานส่ายหน้า ดึงสติกลับมา แล้วมองไปที่แผงหน้าจอของตน
[หลี่ชิงซาน] [ระดับพลัง: กายาขั้น 10/100] [เคล็ดวิชา: กายบริหารชุดที่ 36 - 'ดารากวักเรียก' 10/1000 (เชี่ยวชาญ)] [ทักษะยุทธ์: 'ย่างก้าวลี้ลับ' 2/500 (ชำนาญ)] [ฟังก์ชัน: มิติแห่งวิถียุทธ์ Lv1 (1/100)] [เวลาคงเหลือ: 364 วัน] [อัตราการไหลของเวลา: 1:10]
เวลาคงเหลือลดลงไป 1 วันแล้ว ส่วนเศษชั่วโมงที่เหลือก็ไม่แน่ชัด
เอาเป็นว่าเมื่อคืนเขาตายไปกว่าพันครั้ง เพียงเพื่ออัปเกรด 'ย่างก้าวลี้ลับ' ให้ถึงระดับ 'ชำนาญ'
และเพื่อพิสูจน์รูปแบบการเพิ่มค่าความชำนาญ เขาถึงกับฝืนทนตายเพิ่มอีกหลายสิบครั้ง จนกระทั่งฝึกฝนกระบวนท่าเท้าจบไปสองรอบ
ถูกต้องแล้ว ระดับชำนาญของ 'ย่างก้าวลี้ลับ' ต้องทำซ้ำสองรอบถึงจะเพิ่มค่าความชำนาญได้ 1 แต้ม
แต่หลังจากเข้าสู่ระดับชำนาญ การก้าวเท้าก็ไม่ติดขัดอีกต่อไป ประสิทธิภาพโดยรวมจึงไม่ลดลงมากนัก
"อีกนิดเดียว อีกนิดเดียว"
หลี่ชิงซานตบแก้มตัวเองเบาๆ เรียกสติ
"อีกไม่นาน 'ย่างก้าวลี้ลับ' ก็จะอัปเกรดเป็นระดับ 'เชี่ยวชาญ' ได้แล้ว"
"พอถึงระดับเชี่ยวชาญ การก้าวเท้าจะกลายเป็นสัญชาตญาณ บางทีตอนนั้นฉันอาจจะลองหลบการโจมตีของหมาป่าพิษได้"
...โรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่ง, หอประชุมศิลปะการต่อสู้
จ้าวหงโจวเห็นตาแดงก่ำของหลี่ชิงซานจึงถามด้วยความประหลาดใจ:
"พี่ซาน พี่ลาออกจากงานแล้วไม่ใช่เหรอ? ทำไมยังนอนดึกอยู่อีก?"
อวี๋เหล่ยและหงเชียนที่ได้ยินเสียงก็หันมามองด้วยความสงสัยเช่นกัน
"ไม่มีอะไรหรอก แค่ฝึกยุทธ์เพลินไปหน่อยน่ะ"
หลี่ชิงซานโบกมือปัด ไม่ได้พูดอะไรมาก
หงเชียนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามขึ้น:
"หลี่ชิงซาน ถ้าไม่ลำบาก ช่วยบอกหน่อยได้ไหมว่าพอกลับไปบ้าน นายฝึกฝนกายาได้กี่รอบ?"
"มีอะไรลำบากล่ะ?" หลี่ชิงซานนวดขมับเบาๆ แล้วตอบเรียบๆ:
"สี่รอบ"
หงเชียนรูม่านตาหดเกร็ง สีหน้าฉายแววละอายใจ
เขากลับบ้านไปฝึกได้เต็มที่ก็แค่วันละสองรอบ
พรสวรรค์ของหลี่ชิงซานก็ดีกว่า ระดับเคล็ดวิชาก็สูงกว่า แถมยังขยันฝึกซ้อมมากกว่าเขาอีก
อวี๋เหล่ยที่สังเกตเห็นความคิดของหงเชียน จึงส่ายหน้าแล้วพูดขึ้น:
"อย่าคิดมากเลย ฉันกลับไปก็ฝึกได้แค่สองรอบเหมือนกัน นี่มันเป็นความต่างของระดับเคล็ดวิชา"
"ตอนฝึกกายา พยายามทำความเข้าใจการประสานลมหายใจให้ได้มากที่สุด การยกระดับเคล็ดวิชาให้เร็วที่สุดคือหนทางที่ถูกต้อง"
หงเชียนพยักหน้าอย่างซาบซึ้ง สีหน้าดีขึ้นมาก
จากนั้นอวี๋เหล่ยก็หันมามองหลี่ชิงซาน สำรวจดวงตาที่แดงก่ำอย่างละเอียด แล้วถามด้วยความลังเลเล็กน้อย:
"หลี่ชิงซาน เมื่อคืนนายฝึกทักษะยุทธ์เหรอ?"
แม้การฝึกกายาจะเผาผลาญพลังงาน แต่ร่างกายจะฟื้นตัวได้เร็วหลังจากการหลับสนิท
แค่ฝึกกายาอย่างเดียว ไม่มีทางเพลียได้ขนาดนี้
หลี่ชิงซานพยักหน้าด้วยความประหลาดใจ:
"ครูว่านบอกเธอเหรอ?"
"เปล่า" อวี๋เหล่ยส่ายหน้า แล้วเตือนด้วยความหวังดี
"อะไรที่มากเกินไปมักไม่ดี พลังงานคนเรามีขีดจำกัดนะ"
เมื่อคืนตอนพี่สาวของเธอ อวี๋ม่าน กลับมาถึงบ้าน ก็ถามถึงเรื่องของหลี่ชิงซานขึ้นมาลอยๆ
บวกกับสภาพของหลี่ชิงซานในวันนี้ มันทำให้เธอดไม่ไ่ด้ที่จะนึกถึงประสบการณ์ในอดีตของพี่สาวตัวเอง
"ขอบใจนะ ฉันรู้ลิมิตตัวเองดี"
หลี่ชิงซานยิ้มและพยักหน้า รับความหวังดีจากอวี๋เหล่ย
ช่วงเวลาแห่งความเหนื่อยล้านี้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ขอแค่กัดฟันฝึก 'ย่างก้าวลี้ลับ' จนถึงขั้นความสำเร็จระดับสูง และฆ่าเจ้าหมาป่าพิษได้ ที่เหลือก็จะง่ายขึ้นเอง
ระหว่างที่คุยกัน ว่านเค่อซานก็เดินเข้ามาทางประตูหน้าหอประชุม
เขากวาดสายตามองนักเรียนทุกคนตามปกติ สายตาไปหยุดอยู่ที่หลี่ชิงซาน คิ้วขมวดเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
ไม่นาน กลุ่มนักเรียนก็แยกย้ายกันไปเริ่มฝึกฝนกายา... การฝึกซ้อมที่โรงเรียนดำเนินไปตามระบบ ระเบียบ วันแล้ววันเล่า ดูเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ยกเว้นความเหนื่อยล้าที่สะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ของหลี่ชิงซาน
ทว่า พลังงานที่เสียไปก็ไม่ได้สูญเปล่า
ความชำนาญของ 'ย่างก้าวลี้ลับ' เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว!
['ย่างก้าวลี้ลับ' 2/500 (ชำนาญ)] → ['ย่างก้าวลี้ลับ' 65/500 (ชำนาญ)] ['ย่างก้าวลี้ลับ' 65/500 (ชำนาญ)] → ['ย่างก้าวลี้ลับ' 127/500 (ชำนาญ)] ['ย่างก้าวลี้ลับ' 127/500 (ชำนาญ)] → ['ย่างก้าวลี้ลับ' 190/500 (ชำนาญ)]
...วันที่แปด ช่วงบ่าย
หลังจากฝึกฝนกายาเสร็จสิ้นไปอีกรอบ นักเรียนทุกคนก็นอนแผ่หลากองอยู่กับพื้น
ขอบตาดำคล้ำปรากฏให้เห็นจางๆ รอบดวงตาของหลี่ชิงซาน
แต่หลังจากชำเลืองมองแผงหน้าจอ รอยยิ้มก็ผุดขึ้นที่มุมปากโดยไม่รู้ตัว
[หลี่ชิงซาน] [ระดับพลัง: กายาขั้น 12/100] [เคล็ดวิชา: กายบริหารชุดที่ 36 - 'ดารากวักเรียก' 22/1000 (เชี่ยวชาญ)] [ทักษะยุทธ์: 'ย่างก้าวลี้ลับ' 2/1000 (เชี่ยวชาญ)] [ฟังก์ชัน: มิติแห่งวิถียุทธ์ Lv1 (1/100)] [เวลาคงเหลือ: 356 วัน] [อัตราการไหลของเวลา: 1:10]
แปดวัน
แทบทุกคืน เขาจะใช้เวลาอย่างน้อย 20 ชั่วโมงในมิติแห่งวิถียุทธ์
'ย่างก้าวลี้ลับ' ถูกดันจนขึ้นสู่ระดับ 'เชี่ยวชาญ' ได้สำเร็จ
ไม่ใช่แค่ย่างก้าวลี้ลับ แต่ความคืบหน้าของกายาก็ไม่น้อยหน้า เพิ่มขึ้นมาอีก 2 แต้ม
ในระดับเชี่ยวชาญของ 'ย่างก้าวลี้ลับ' การก้าวเท้ากลายเป็นสัญชาตญาณ
สิ่งที่เคยติดขัดและดูเงอะงะ ตอนนี้กลับรู้สึกลื่นไหลและพลิกแพลงได้อย่างน่าอัศจรรย์ เผยให้เห็นศักยภาพในการหลบหลีกอย่างเต็มที่
หากให้เขาทดสอบตอนนี้อีกครั้ง เขาคงกลายเป็น 'นักเรียนสายเฉพาะทาง' เหมือนอวี๋เหล่ยไปแล้ว
"ตอนนี้น่าจะพอหลบการโจมตีของหมาป่าพิษได้บ้างแล้ว ถึงเวลาลองวิชาดาบแล้วสินะ"
ดวงตาของหลี่ชิงซานเป็นประกาย ตื่นเต้นเป็นพิเศษ
ถ้าหลบการโจมตีได้ เขาก็ย่อมมีโอกาสสวนกลับด้วยดาบ
แปดวันแห่งการพัฒนาอย่างบ้าคลั่ง แลกมาด้วยความตายในปากหมาป่านับหมื่นครั้ง
ความแค้นที่มีต่อหมาป่าพิษนั้นฝังรากลึกเกินจะเยียวยา!
"วันข้างหน้าฉันจะต้องฆ่ามันหมื่นครั้ง ไม่สิ อย่างน้อยแสนครั้ง!!!"
สายตาของหลี่ชิงซานเปลี่ยนเป็นดุร้าย เขาฝืนยันตัวลุกขึ้น เตรียมไปกินมื้อเย็นที่โรงอาหาร
"หลี่ชิงซาน เดี๋ยว!"
เสียงของว่านเค่อซานดังมาจากด้านหลัง
หลี่ชิงซานชะงักฝีเท้าแล้วหันกลับไป
ว่านเค่อซานพินิจดูนักเรียนตรงหน้า คิ้วขมวดมุ่นยิ่งกว่าเดิม
เมื่อแปดวันก่อน เขาดูออกแล้วว่าสุดท้ายหลี่ชิงซานก็ไม่ฟังคำเตือนของเขา และเริ่มฝึกฝนทักษะยุทธ์ แถมยังทุ่มเทแรงกายแรงใจลงไปมหาศาล
ณ เวลานี้ เขาถึงกับนึกเสียใจที่มอบทักษะยุทธ์ทั้งสองอย่างให้หลี่ชิงซานไปในวันนั้น
ทว่า คนเราย่อมต้องเดินบนวิถีของตนเอง โดยเฉพาะในวิถีแห่งยุทธ์?
ว่านเค่อซานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากในที่สุด
"คืนนี้พอกลับไป ไม่ต้องฝึกอะไรทั้งนั้น นอนพักผ่อนให้เต็มที่ซะ!"
"ครับอาจารย์"
หลี่ชิงซานยิ้มตอบ รับปากอย่างว่าง่าย แล้วหันหลังเดินไปยังโรงอาหาร
แต่เดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว
เขาก็หยุดชะงัก หันกลับมาหาว่านเค่อซาน แล้วก้มศีรษะคำนับ
"ขอบคุณครับอาจารย์!"
"ไปๆๆ! ฉันยังไม่ตาย จะมาคำนับทำไม!"
ว่านเค่อซานขมวดคิ้วแล้วโบกมือไล่
หลี่ชิงซานยิ้มแล้วหันหลังวิ่งเหยาะๆ ไปทางโรงอาหาร
เขาเข้าใจความเป็นห่วงของว่านเค่อซาน แต่เรื่องแผงหน้าจอนั้น เขาอธิบายไม่ได้
แต่เขาสามารถทำให้ดีขึ้นได้ เพื่อไม่ให้คนอื่นต้องมาคอยเป็นห่วง
"หยุดพักสักวัน ถือว่าฉลองแล้วกัน!"
หลังจากรีบจัดการมื้อเย็นที่โรงอาหารเสร็จ
หลี่ชิงซานก็รีบออกจากประตูโรงเรียน วิ่งตรงไปยังห้างสรรพสินค้าที่เคยไปครั้งก่อน
น้ำยาบำรุง 10 ขวดหมดเกลี้ยงแล้ว ได้เวลาใช้เงินอีกรอบ
"น้ำยาบำรุงระดับต้น 40 ขวดครับ!"
พนักงานขายยังเป็นคนเดิม แต่คราวนี้รอยยิ้มของเธอกว้างกว่าเก่า
หลี่ชิงซานรับกล่องเก็บความเย็นมา มือซ้ายถืออุปกรณ์สื่อสารที่สั่นเบาๆ ขณะรูดผ่านเครื่องอ่านบัตร
120,000
เงินเก็บเหลือแค่ 10,000...
"โอกาสหน้าเชิญใหม่นะคะ!"
พนักงานสาวโค้งส่ง หลี่ชิงซานเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
กลับมาถึงบ้าน
หลี่ชิงซานวางกล่องเก็บความเย็นลง แล้วพุ่งเข้าห้องน้ำ
หลังอาบน้ำอย่างรวดเร็ว เขาก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียง
หลี่ชิงซานหลับตาลง ไร้ซึ่งความคิดหรือความกังวลใดๆ...