- หน้าแรก
- เทพยุทธ์ข้ามดารา บำเพ็ญเพียรล้านปีในเสี้ยววิ
- บทที่ 11: เจ้าหมาป่าพิษต้องตาย!
บทที่ 11: เจ้าหมาป่าพิษต้องตาย!
บทที่ 11: เจ้าหมาป่าพิษต้องตาย!
หลี่ชิงซานฝืนร่างที่อ่อนล้าเดินเข้าไปในครัว หยิบเนื้อวัวชิ้นหนึ่งออกจากตู้เย็น แล้วโยนลงไปต้มในน้ำเปล่า
น้ำในหม้อเดือดพล่าน ไอร้อนสีขาวลอยฟุ้ง
หลี่ชิงซานจ้องมองไอหมอกนั้นเขม็ง แต่สมาธิของเขากลับจดจ่ออยู่ที่แผงหน้าจอ
"ความคืบหน้าของกายาขยับขึ้นแล้วสินะ"
หลังจากติดอยู่ที่ [ระดับพลัง: กายาขั้น 9/100] มานานกว่าสิบวัน ในที่สุดวันนี้มันก็ขยับไปข้างหน้าอีกก้าว
แน่นอนว่าความคืบหน้าที่เพิ่มขึ้นไม่ได้มาจากการดื่มน้ำยาบำรุงเพียงขวดเดียว
แต่ถึงอย่างนั้น ผลลัพธ์ของน้ำยาบำรุงก็ยังดีเกินกว่าที่หลี่ชิงซานคาดไว้
"น้ำยาบำรุง 1 ขวด รองรับการฝึกฝนได้ถึง 4 รอบ"
เมื่อตอนกลางวัน เขาได้คุยกับอวี๋เหล่ยเรื่องผลลัพธ์ของน้ำยาบำรุงมาบ้างแล้ว
ตามที่พวกนั้นบอก น้ำยาบำรุง 1 ขวดเพียงพอให้พวกเขาฝึกฝนได้แค่ 2 รอบเท่านั้น
"นี่สินะที่เรียกว่า 'ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล'?"
พอนึกถึงคำพูดของพนักงานขายเมื่อตอนกลางวัน หลี่ชิงซานก็เข้าใจสาเหตุได้ทันที
เคล็ดวิชา 'ดารากวักเรียก' ของเขาอยู่ในระดับที่ 3 ในขณะที่อวี๋เหล่ยและคนอื่นอยู่แค่ระดับที่ 2 นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงมีความแตกต่างกันมากขนาดนี้
"แต่ด้วยประสิทธิภาพการดูดซึมที่ต่ำของอวี๋เหล่ยและหงเชียน ความคืบหน้าด้านกายาของพวกเขากลับไม่ล้าหลังเลย นี่พวกนั้นดื่มน้ำยาบำรุงแทนน้ำเปล่ากันหรือไงนะ?"
หลี่ชิงซานเดาะลิ้นด้วยความอิจฉา พลางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
"ถ้าฉันสามารถใช้น้ำยาบำรุงวันละ 1 ขวดได้ทุกวันล่ะก็..."
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด!
เสียงเตือนจากเตาไฟฟ้าตัดการทำงาน เนื้อวัวที่ลอยฟูฟ่องอยู่ในหม้อดึงสติหลี่ชิงซานกลับสู่ความจริง
เงินเก็บเหลืออยู่แค่ 30,000 เหรียญดารา ต่อให้เทหมดหน้าตัก ก็ซื้อน้ำยาบำรุงเพิ่มได้แค่ 10 ขวด
ถึงตอนนั้น เขาคงไม่มีปัญญาจ่ายค่าเช่าห้องด้วยซ้ำ!
หลี่ชิงซานมุมปากกระตุก เขาคีบเนื้อวัวออกมา ล้างผ่านน้ำเย็นรอบหนึ่ง แล้วเริ่มกัดกินอย่างมูมมาม
หลังจากจัดการเนื้อวัวและอาบน้ำชำระร่างกายจนสะอาด หลี่ชิงซานก็กลับเข้าห้องนอนแล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง
"หากทรัพยากรไม่เพียงพอ ก็ต้องใช้พรสวรรค์เข้าแลก!"
สายตาของเขากวาดผ่านหมวด [มิติแห่งวิถียุทธ์] บนแผงหน้าจอ
ด้วยความคาดหวังเปี่ยมล้น หลี่ชิงซานหลับตาลงและส่งกระแสจิตเพื่อเปิดใช้งาน
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง
ลานกว้างอันเวิ้งว้างไร้ขอบเขตก็ปรากฏขึ้นแก่สายตา
"นี่คือมิติแห่งวิถียุทธ์งั้นเหรอ?" หลี่ชิงซานกวาดตามองรอบๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เหนือศีรษะไม่มีท้องฟ้า มีเพียงความว่างเปล่า
แสงสลัวๆ ลอดออกมาจากความว่างเปล่า พอให้เขามองเห็นขอบของลานกว้างที่ห่างออกไปราว 500 เมตร
ขอบนั้นเป็นเส้นโค้ง หรือพูดให้ถูกคือ พื้นที่ที่เขายืนอยู่คือลานวงกลมที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1,000 เมตร
หลังจากสำรวจคร่าวๆ หลี่ชิงซานก็ยืดเส้นยืดสาย เตรียมตัวที่จะเริ่มฝึกฝน
ทันใดนั้นเอง
โฮก!
เสียงคำรามต่ำดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
"หือ?"
ขณะที่หลี่ชิงซานหันขวับกลับไป ลมกรรโชกกลิ่นคาวเลือดก็ปะทะเข้าที่ใบหน้า ปากขนาดมหึมาที่อ้ากว้างปรากฏอยู่ตรงหน้าในระยะประชิด
ผัวะ!
คมเขี้ยวสบเข้าหากัน ศีรษะของเขาระเบิดออกราวกับแตงโมแตก
"บ้าเอ๊ย!"
ภายในห้องนอน หลี่ชิงซานสะดุ้งลุกพรวดขึ้นจากเตียง เหงื่อเย็นไหลท่วมตัว
"เจ้าหมาป่าพิษ!"
หัวใจของเขาเต้นรัวเร็ว ดวงตายังคงฉายแววหวาดผวาไม่หาย
เพราะเมื่อครู่นี้ เขาเพิ่งจะ 'ตาย' ไปหนึ่งรอบ
"เกิดอะไรขึ้น? ทำไมเจ้าหมาป่าพิษถึงโผล่ออกมาดื้อๆ ฉันยังไม่ได้สั่งจำลองภาพของมันเลยนะ..."
ความคิดที่สับสนวุ่นวายพลันชะงักลง
หลี่ชิงซานนึกถึงข้อมูลที่ปรากฏขึ้นตอนปลดล็อก [มิติแห่งวิถียุทธ์] เป็นครั้งแรก
มิติแห่งวิถียุทธ์คือพื้นที่ลึกลับสำหรับใช้ฝึกฝน ซึ่งจะบันทึกภาพจำลองของสัตว์อสูรทุกตัวที่ตายด้วยน้ำมือของเขาโดยอัตโนมัติ
"บันทึกอัตโนมัติ? หมายความว่าพอเริ่มบันทึก ภาพจำลองของสัตว์อสูรก็จะโผล่ออกมาในมิติเลยงั้นเหรอ?"
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลี่ชิงซานก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา
บางทีในมุมมองของระบบ หากเขาฆ่ามันได้หนึ่งครั้ง เขาก็ย่อมฆ่ามันครั้งที่สองได้
ภาพจำลองสัตว์อสูรจะโผล่ออกมาเลยหรือไม่ จึงไม่มีความแตกต่าง
แต่สำหรับหลี่ชิงซาน ความแตกต่างนั้นมหาศาล
เพราะเจ้าหมาป่าพิษตัวที่เขาฆ่า มันถูกตรึงแขนขาไว้กับแผ่นเหล็กอัลลอยด์แน่นหนา!
"นี่คือผลกรรมจากการใช้ทางลัดสินะ?" หลี่ชิงซานพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
จะว่าไป การที่เขาสามารถปลดล็อก [มิติแห่งวิถียุทธ์] ได้ในวันนี้ ก็ถือเป็นการใช้ทางลัดจริงๆ
เงื่อนไขการปลดล็อก [มิติแห่งวิถียุทธ์] คือต้องสังหารสัตว์อสูร
หากไม่ใช่เพราะ 'บทเรียนวิถียุทธ์แรก' ของว่านเค่อซาน เขาคงไม่มีทางได้เจอกับเจ้าหมาป่าพิษในระยะเวลาอันสั้นนี้ และยิ่งไม่มีทางมีพละกำลังพอที่จะสังหารมันได้ซึ่งๆ หน้า
"พละกำลัง?"
หลี่ชิงซานพึมพำกับตัวเอง แววตาฉายประกายอำมหิตวาบผ่าน
"ถ้าฆ่าแกได้ครั้งหนึ่ง ฉันก็ฆ่าแกได้อีกนับไม่ถ้วน ไม่เชื่อก็คอยดู"
การมีอยู่ของภาพจำลองหมาป่าพิษ ทำให้แผนการเก็บค่าความชำนาญเคล็ดวิชาของเขาต้องชะงัก
หากต้องการฝึกฝนอย่างสงบสุข เจ้าหมาป่าพิษตัวนี้ต้องตาย!
หลี่ชิงซานกลิ้งตัวลงจากเตียง เดินไปที่ห้องนั่งเล่น หยิบดาบหัวตัดที่วางพิงกำแพงไว้ แล้วกลับเข้ามาในห้องนอน
เขากำด้ามดาบแน่น ชักใบมีดยาวออกจากฝัก นั่งขัดสมาธิบนเตียงแล้วหลับตาลง
มิติสั่นไหว
หลี่ชิงซานลืมตาขึ้น แล้วหมุนตัวกลับทันทีพร้อมกระชับดาบในมือ
ดาบหัวตัดถูกนำเข้ามาได้สำเร็จ และดวงตาสีแดงฉานคู่หนึ่งก็กำลังจ้องมองเขามาจากระยะร้อยเมตร
"โฮก!"
สิ้นเสียงคำราม เจ้าหมาป่าพิษถีบขาหลังส่งแรงกระโจนตัวลอยขึ้น
จังหวะก้าวเท้าของมันสลับซับซ้อน รวดเร็วถึงขีดสุด เพียงพริบตาเดียว ระยะห่างร้อยเมตรก็ถูกย่อลงจนเกือบถึงตัว
สายตาของหลี่ชิงซานเพ่งเล็งจนถึงขีดสุด เท้าซ้ายถอยหลัง บิดตัวหลบฉาก
ผิวหนังของสัตว์ร้ายเฉียดผ่านสายตา เขาเงื้อดาบหัวตัดในมือขวาแล้วฟันสวนลงไปอย่างแรง
ทั้งสองร่างสวนทางกัน
เจ้าหมาป่าพิษแลนดิ้งลงพื้นห่างออกไปสิบเมตร โดยมีเพียงบาดแผลเล็กน้อยที่ช่วงคอและไหล่ ในขณะที่ข้อมือของหลี่ชิงซานสั่นจนชาหนึบ
ทันทีที่เท้าแตะพื้น ความดุร้ายในดวงตาของหมาป่าพิษยิ่งทวีความรุนแรง มันดีดตัวหมุนกลับแล้วกระโจนเข้าใส่อีกครั้ง
ระยะห่างสิบเมตรหายวับไปในชั่วพริบตา
ครั้งนี้ หลี่ชิงซานหลบไม่พ้น ได้แต่ยกดาบขึ้นมาขวางไว้ด้านหน้าอย่างทุลักทุเล
ปัง!
กรงเล็บตะปบลงมา แรงปะทะอันน่าสะพรึงกลัวกวาดซัดเข้ามา
ดาบหัวตัดหลุดกระเด็นออกจากมือทันที กรงเล็บกดลงกลางอกเขาโดยไร้สิ่งกีดขวาง บดขยี้กระดูกและอวัยวะภายใน...
หลี่ชิงซานตัวสั่นเทิ้ม เปลือกตาเบิกโพลง ความหวาดกลัวฉายชัดในแววตา
เขาตายอีกแล้ว
หลังจากสงบสติอารมณ์อยู่ครู่หนึ่ง หลี่ชิงซานก็ค่อยๆ ทบทวนการปะทะเมื่อสักครู่
แม้จะเป็นเพียงเวลาสั้นๆ ไม่กี่วินาที แต่เห็นได้ชัดว่าความเร็วและพละกำลังของเจ้าหมาป่าพิษนั้นเหนือกว่าขีดความสามารถปัจจุบันของเขามาก
"นี่คือความแข็งแกร่งที่แท้จริงของหมาป่าพิษสินะ?"
นัยน์ตาของหลี่ชิงซานหม่นลงเล็กน้อย เขากำด้ามดาบในมือแน่น แล้วเริ่มความพยายามครั้งใหม่
การยอมแพ้ไม่ใช่ทางเลือก
มันขวางเส้นทางการฝึกฝนของเขาอยู่ เจ้าหมาป่าพิษตัวนี้ต้องตายสถานเดียว!
ในห้องมืดสลัว หลี่ชิงซานนั่งขัดสมาธิบนเตียง มือขวากำดาบแน่น
ทุกๆ ไม่กี่วินาที ร่างกายของเขาจะกระตุกสั่นไหว แล้วลืมตาขึ้นมาด้วยแววตาตื่นตระหนก ก่อนจะหลับตาลงไปอีกครั้ง
เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไป
ความถี่ในการลืมตาแทบไม่เปลี่ยนแปลง
แต่ร่างกายของเขาเลิกสั่นไหวแล้ว และภายใต้เปลือกตาที่เปิดขึ้น แววตานั้นกลับสงบนิ่งไร้ระลอกคลื่น
ตูม!
เสียงโซนิคบูมระเบิดก้องแก้วหู
"ผู้คุมกฎเวหา?"
หลี่ชิงซานที่ลืมตาขึ้นมาอีกครั้งรีบลุกเดินไปที่หน้าต่าง
แม้หุ่นรบผู้คุมกฎเวหาจะออกลาดตระเวนระหว่างเมืองต่างๆ ในมณฑลเป็นประจำ แต่การบินด้วยความเร็วเหนือเสียงจนเกิดโซนิคบูมเหนือตัวเมืองในยามค่ำคืนนั้นแทบไม่เคยเกิดขึ้น
การปฏิบัติการครั้งนี้ต้องเป็นเหตุฉุกเฉินแน่
เงาร่างของหุ่นรบหายวับไปในท้องฟ้ายามราตรี ทิ้งไว้เพียงวงคลื่นอากาศที่ยังคงกระเพื่อมไหว
หลี่ชิงซานมองตามวิถีของคลื่นอากาศนั้นไป
"ดูเหมือนจะเป็นทิศทางของถนนหลินเจียง?"
"หรือว่าผู้หญิงผมม่วงคนนั้นจะเป็นสาวกเทพมารจริงๆ?"
บาร์สตาร์ริเวอร์ตั้งอยู่บนถนนหลินเจียง
ด้วยเบาะแสที่เขาแจ้งไปเมื่อตอนกลางวัน กรมลาดตระเวนย่อมต้องวางกำลังดักซุ่มอยู่ที่บาร์สตาร์ริเวอร์อย่างแน่นอน
"ขอให้ใช่ทีเถอะ!"
หลี่ชิงซานภาวนาสั้นๆ ก่อนจะละสายตากลับมา
ถ้าเบาะแสของเขาเป็นจริง เงินรางวัลก็คงไม่หนีไปไหน
ไม่มีการแจ้งเตือนฉุกเฉินบนอุปกรณ์สื่อสาร เห็นได้ชัดว่าสถานการณ์ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของกรมลาดตระเวน
หลี่ชิงซานนวดหว่างคิ้ว แล้วกลับไปนั่งลงบนเตียง เริ่มต้นความพยายามครั้งใหม่อีกครา