เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 37: สงครามการประมูล

ตอนที่ 37: สงครามการประมูล

ตอนที่ 37: สงครามการประมูล


ตอนที่ 37: สงครามการประมูล

เซี่ยเฟยยังไม่ได้รีบร้อนที่จะทำการเคลื่อนไหวโดยในระหว่างนี้เข้าแอบสังเกตไปยังผู้เสนอราคาคนอื่น ๆ ที่เขาจะต้องทำการแข่งขันด้วย

ในบรรดาผู้ที่เสนอราคาประมูล ส่วนใหญ่จะทำการเสนอราคาอย่างสมเหตุสมผล แต่มีคนอยู่สองคนที่ทำการเสนอราคาอย่างเอาจริงเอาจัง โดยคนหนึ่งนั้นเป็นชายชราในขณะที่อีกคนหนึ่งเป็นชายหนุ่มอายุประมาณ 20 ปี

สำหรับผู้ที่เสนอราคาอย่างสมเหตุสมผลพวกเขาก็ต้องการที่จะซื้อชุดวินด์ชาโดว์มาร์คโฟร์ไปเก็บสะสมเอาไว้ในคอลเลคชั่นของพวกเขาเท่านั้นและถ้าหากว่าพวกเขาได้เก็บสะสมชุดรุ่นลิมิเต็ดชุดนี้ต่อไปอีกซัก 2-3 ปี พวกเขาก็อาจจะสามารถนำมันออกมาขายทำกำไรอีกครั้งหนึ่งได้

กลุ่มคนประเภทนี้มักที่จะมีราคาอยู่ในใจเอาไว้อยู่แล้วและตราบใดก็ตามที่ราคาการประมูลสูงไปกว่าจุดที่พวกเขาได้ตั้งใจเอาไว้ พวกเขาก็จะหยุดเสนอราคาเพื่อไม่ให้ตนเองต้องพบกับการขาดทุน

ขณะเดียวกันสำหรับผู้ที่เสนอราคาประมูลอย่างเอาจริงเอาจังก็เป็นกลุ่มคนที่แตกต่างจากคนกลุ่มแรกโดยสิ้นเชิง เพราะกลุ่มคนเหล่านี้มีเป้าหมายอยู่ที่การได้รับชุดวินด์ชาโดว์เท่านั้น พวกเขาจึงจะทำการเสนอราคามากที่สุดเท่าที่พวกเขาจะสามารถจ่ายได้

สำหรับเซี่ยเฟยที่ต้องการประมูลชุดต่อสู้ชุดนี้แล้ว ชายสองคนที่กำลังเสนอราคาอย่างเอาจริงเอาจังคือคู่แข่งคนสำคัญที่สุดสำหรับเขา

สถานการณ์ของชายชราค่อนข้างที่จะเป็นไปอย่างสบาย ๆ โดยเขาทำการยื่นเสนอราคาเพิ่มขึ้นไปครั้งละ 1 ล้านสตาร์คอยน์ ซึ่งมันเห็นได้ชัดเลยว่าราคาของชุดต่อสู้ในขณะนี้ยังไม่ใกล้ขีดจำกัดของเขา

อย่างไรก็ตามสถานการณ์ของทางฝั่งชายหนุ่มค่อนข้างที่จะแตกต่างออกไปจากชายชราโดยสิ้นเชิง โดยในช่วงแรกเขาทำการเสนอราคาเพิ่มขึ้นไปอย่างน้อยครั้งละ 3 ล้านสตาร์คอยน์ แต่ทันทีที่ราคาของชุดมากกว่า 100 ล้านสตาร์คอยน์เขาก็ลดความถี่ในการเสนอราคาลงจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด

ข้อมูลเกี่ยวกับชุดวินด์ชาโดว์มาร์คโฟร์รุ่นลิมิเต็ดถือว่าเป็นข้อมูลวงในที่มีคนเข้าถึงได้น้อยมาก ดังนั้นมันจึงทำให้การประเมินมูลค่าที่แท้จริงของชุดเป็นไปอย่างยากลำบากด้วยเช่นเดียวกัน แต่เมื่อราคาประมูลของชุดนี้สูงเกินกว่า 140 ล้านสตาร์คอยน์ผู้ที่เคยเสนอราคามากกว่าครึ่งก็เลือกที่จะหยุดการเสนอราคาของพวกเขาลงและเลือกที่จะถอยกลับมาดูการประมูลในครั้งนี้แทน

“160 ล้าน!” ชายชราเสนอราคาออกไปด้วยใบหน้าอันแดงก่ำและถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะอยู่ห่างออกไปแต่เขาก็สังเกตเห็นว่าแขนบาง ๆ ของชายชราเริ่มที่จะมีอาการสั่นแล้ว ซึ่งมันเป็นสัญญาณว่าชายชราคนนี้ใกล้จะเสนอราคาถึงขีดจำกัดของเขาเต็มที

“180 ล้าน!” เซี่ยเฟยเลือกที่จะเสนอราคาเพิ่มขึ้นไปในทันทีถึง 20 ล้านสตาร์คอยน์ซึ่งมันถือได้ว่าเป็นจิตวิทยาสำหรับการเสนอราคาวิธีหนึ่ง

สาเหตุที่เซี่ยเฟยเพิ่มราคาขึ้นไปสูงมากขนาดนี้นั่นก็เพราะว่าเขาต้องการที่จะโจมตีความคิดอันสับสนของชายชราคนนั้น เพราะท้ายที่สุดในช่วงเวลาที่คนเรากำลังประสบพบเจอกับปัญหา สมองก็จะทำการพิจารณาว่าสถานการณ์ตรงหน้าเป็นสถานการณ์ที่สมควรสู้หรือสมควรถอย

หากเซี่ยเฟยค่อย ๆ เสนอราคาเพิ่มขึ้นไปทีละน้อยชายชราก็คงจะไม่ได้รู้สึกกดดันมากนัก แต่ถ้าหากว่าเขาได้เสนอราคาให้มีความแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงมันก็จะเป็นการปลูกฝังความคิดให้ชายชรามีความรู้สึกว่าเขาสมควรที่จะถอยกลับไปตั้งหลักได้แล้ว

เหตุการณ์ในปัจจุบันทำให้ชายชรากัดริมฝีปากตัวเองพร้อมกับวางแขนเอาไว้บนหน้าอกเป็นเวลานานก่อนที่เขาจะตัดสินใจไม่เสนอราคาเพิ่มขึ้นต่อจากเดิม

“180 ล้าน! ตอนนี้ราคาพุ่งขึ้นมาถึง 180 ล้านสตาร์คอยน์แล้ว มีใครต้องการจะเสนอราคามากกว่านี้อีกไหม?” สาวผมบลอนด์กล่าวถามขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นเพราะราคา 180 ล้านเป็นราคาสูงสุดเป็นอันดับ 2 นับตั้งแต่ที่เธอเคยเป็นพิธีกรในงานประมูลมา

“185 ล้าน!” ชายหนุ่มคนเดิมส่งเสียงตะโกนพร้อมกับยกแขนของเขาขึ้น

เมื่อเซี่ยเฟยหันหน้าไปมองชายคนนั้นเขาก็พบกับใบหน้าอันไร้อารมณ์ราวกับว่าราคาในปัจจุบันยังไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเขา

“การจัดการกับคนคนนี้คงจะไม่ง่ายเหมือนตาแก่คนนั้นสินะ” เซี่ยเฟยคิดกับตัวเอง

สภาพจิตใจของชายหนุ่มคนนี้มีความสงบสูงกว่าชายชรามากและความมุ่งมั่นที่เขาต้องการจะซื้อชุดวินด์ชาโดว์มาร์คโฟร์ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเซี่ยเฟยเลย ดังนั้นวิธีการเดียวที่จะเอาชนะชายหนุ่มคนนี้ได้ก็คงจะเหลือแต่การทำสงครามเสนอราคา

“186 ล้าน” เซี่ยเฟยส่งเสียงตะโกน

“190 ล้าน!”

“191 ล้าน!”

“195 ล้าน” เซียวไห่ลี่ส่งเสียงตะโกนพร้อมกับกัดฟัน

“196 ล้าน” เซี่ยเฟยเสนอราคาตามติดไปในทันทีโดยไม่เสียเวลาในการคิดพิจารณาเลยแม้แต่วินาทีเดียว

การพยายามต่อสู้กับคนที่มีสภาพจิตใจเข้มแข็งคือการค่อย ๆ ทำลายความมั่นใจของเขาลงไปทีละน้อยและเมื่อไหร่ก็ตามที่ความมั่นใจของเขาคนนั้นได้ลดน้อยลงมันก็จะเริ่มเกิดอาการลังเลขึ้นมาภายในใจ

การขึ้นราคาทีละน้อยก็ถือว่าเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำหรับการเสนอราคาด้วยเช่นเดียวกัน โดยการใช้กลยุทธ์วิธีนี้คือการเสนอราคาเพิ่มขึ้นไปในทันทีหลังจากที่อีกฝ่ายได้ทำการเสนอราคาออกมา ซึ่งการทำแบบนี้ก็จะเป็นการบอกให้อีกฝ่ายได้รู้ว่าเขามีความมั่นใจและมีความแข็งแกร่งทางด้านการเงินไม่ได้ด้อยไปกว่าคู่แข่งเลยแม้แต่น้อย

หากเขาทำการเสนอราคาหลังจากมีการนับเวลาถอยหลังหรือถ้าหากว่าเขาเสนอราคาด้วยน้ำเสียงที่แข็งกระด้างมากจนเกินไป อีกฝ่ายก็คงจะคิดว่าเขากำลังพยายามประกาศสงคราม ซึ่งความคับข้องใจหรือความหงุดหงิดที่เกิดขึ้นมาในระหว่างนั้นก็อาจจะทำให้อีกฝ่ายเสนอราคาบ้า ๆ ออกไปและเรื่องนั้นย่อมไม่เป็นประโยชน์ต่อใครอย่างแน่นอน

ผู้เสนอราคาที่ดีจะไม่พยายามทำให้คู่แข่งของพวกเขารู้สึกเดือดดาล เพราะท้ายที่สุดอารมณ์โกรธของมนุษย์ก็มักที่จะทำให้คนกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไร้เหตุผลและการพยายามเสนอราคาสู้กับคนแบบนั้นก็จะทำให้เขาต้องจ่ายเงินออกไปในจำนวนที่สูงเกินกว่าที่ควรจะเป็น

“200 ล้าน!” เซียวไห่ลี่ส่งเสียงตะโกน โดยราคานี้เป็นขีดจำกัดสูงสุดของเขาแล้วและถ้าหากว่าคู่แข่งเสนอราคาออกมามากกว่านี้เขาก็คงจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากจะต้องยอมแพ้

“202 ล้าน!” เซี่ยเฟยเริ่มเพิ่มเงินทีละ 2 ล้านเพื่อเป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อชายหนุ่มอย่างช้า ๆ

การเสนอราคาในครั้งนี้ทำให้เซียวไห่ลี่กำหมัดทั้งสองแน่นจนข้อนิ้วได้เปลี่ยนเป็นสีขาว ในขณะที่ดวงตาของเขากำลังจับจ้องมองไปยังเซี่ยเฟยด้วยความหงุดหงิด

“เซียวไห่ลี่ฉันโอนเงินออมทั้งหมดของฉันเข้าไปในบัญชีของนายอีก 85 ล้านแล้ว รีบทำการเสนอราคาสู้กับเขาเร็ว ๆ เข้า!” โบซิงวาร้องตะโกนบอกสหายของตนเอง

“ใช่แล้ว พวกเราเป็นจัสทิสระดับเงินมันจึงทำให้พวกเราสามารถเบิกเงินเกินบัญชีได้อีก 10 ล้าน ถ้าหากพวกเรารวมเงินกันพวกเราก็จะสามารถเบิกเงินออกมาได้ 30 ล้าน เดี๋ยวฉันจะโอนเงินเก็บอีก 2 ล้านในบัญชีของฉันให้กับนายด้วย” เควรอซกล่าวเสริมขึ้นมา

จัสทิสระดับทองแดงสามารถกู้เงินเบิกเกินบัญชีได้ 1 ล้านสตาร์คอยน์ ในขณะที่จัสทิสระดับเงิน สามารถกู้เงินเบิกเกินบัญชีได้ 10 ล้านสตาร์คอยน์และแน่นอนว่าขีดจำกัดสำหรับการเบิกเงินเกินบัญชีของจัสทิสระดับสูงกว่านี้ก็ย่อมได้จำนวนเงินที่สูงขึ้นไปอีก

“โอ้โห! ช่วยเงินแค่ 2 ล้านมันก็เหมือนไม่ได้ช่วยนั่นแหละ จำเอาไว้ว่ามันเป็นเพราะนิสัยเที่ยวผู้หญิงของนาย ไม่อย่างนั้นนายก็คงจะมีเงินเก็บติดบัญชีอยู่มากกว่านี้” โบซิงวากล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันโกรธเคือง

“ก็มันช่วยไม่ได้นี่นา…” เควรอซกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิดอยู่เล็กน้อย

เหตุการณ์ในปัจจุบันทำให้เซียวไห่ลี่จ้องมองไปยังสหายทั้งสองด้วยแววตาอันสุดซึ้งและมันก็ทำให้เขารู้สึกตื้นตันจนแทบที่จะไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้

“เอาล่ะ! พวกเรามาเริ่มยกที่ 2 กันเถอะ” เซียวไห่ลี่ตบขาของตนเองเพื่อดึงสติกลับมา

“ตอนนี้ราคาอยู่ที่ 202 ล้านสตาร์คอยน์ ถ้าหากว่าไม่มีใครเสนอราคามากกว่านี้ชุดต่อสู้วินด์ชาโดว์มาร์คโฟร์รุ่นลิมิเต็ดก็จะตกไปอยู่ในมือของชายหนุ่มรูปหล่อคนนั้น!” สาวผมบลอนด์ส่งเสียงร้องตะโกนออกมาอย่างเร้าใจ

“250 ล้าน!” เซียวไห่ลี่ส่งเสียงตะโกนพร้อมกับยกมือขึ้น ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้ฝูงชนได้จับจ้องมองไปยังเขาด้วยสีหน้าอันตกตะลึง

“เพิ่มราคาขึ้นไปครั้งเดียว 48 ล้านเลยหรอ? ชายคนนั้นคงจะบ้าไปแล้วสินะ”

“แม้แต่แจกันใส่น้ำเจ็ดดวงดาวก็มีราคาอยู่ที่ 210 ล้านเท่านั้น ชุดต่อสู้ชุดนี้มันจะมีค่ามากกว่านั้นอีกอย่างนั้นหรอ”

“255 ล้าน!” อย่างไรก็ตามทันทีที่เสียงเสนอราคาของเซียวไห่ลี่ได้สิ้นสุดลงเซี่ยเฟยก็ยื่นเสนอราคาออกไปในทันทีโดยไม่เสียเวลาในการตัดสินใจเลยแม้แต่วินาทีเดียว

“อันธชุดต่อสู้ชุดนั้นควรจะมีมูลค่าเท่าไหร่กันแน่” เซี่ยเฟยแอบคุยกับอันธภายในใจ

“สบายใจได้ ถึงแม้ว่านายจะใช้เงินทั้งหมดในบัญชีซื้อชุดต่อสู้ชุดนั้นมาแต่นายก็จะไม่ขาดทุนอย่างแน่นอน คนพวกนั้นคงจะไม่รู้ว่าชุดต่อสู้ชุดนี้ทรงพลังแค่ไหน มันถือได้ว่าเป็นโอกาสที่ดีของพวกเรา” อันธกล่าวขึ้นมาอย่างหนักแน่น

เมื่อได้ยินคำยืนยันเซี่ยเฟยก็พยักหน้ารับ เพราะท้ายที่สุดเขาก็เชื่อมั่นในการตัดสินใจของอันธมาก มันจึงยิ่งทำให้เขาสามารถที่จะเสนอราคาออกไปได้อย่างไม่ลังเล

“280 ล้าน!” เซียวไห่ลี่เสนอราคาขึ้นไปอีกครั้งและเขาก็เชื่อว่าเซี่ยเฟยคงจะไม่สามารถเสนอราคามากไปกว่านี้ได้อีกแล้ว

อย่างไรก็ตามความเป็นจริงคือเขาคิดผิดไปอย่างมหันต์ เพราะความกระตือรือร้นที่เซี่ยเฟยต้องการชุดต่อสู้ชุดนี้ไม่ได้น้อยไปกว่าเขาเลย

“300 ล้าน!” เซี่ยเฟยตะโกนเสนอราคาโดยในตอนนี้เขาได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์จากการป้องกันไปเริ่มทำการโจมตี

เหตุการณ์นี้ทำให้เซียวไห่ลี่เกือบที่จะเป็นลมเพราะท้ายที่สุดเงินจำนวน 280 ล้านสตาร์คอยน์มันก็เกือบจะเป็นเงินสดทั้งหมดที่เขามีอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าหากว่าเขายังคงเสนอราคาต่อไปมันก็หมายความว่าทั้งตัวของเขาและสหายทั้งสองจำเป็นที่จะต้องใช้เงินกู้เบิกเกินบัญชี

“เซียวไห่ลี่อย่าพึ่งท้อ! เพียงแค่นายกล้าที่จะเสนอราคาออกไปพวกเราย่อมพร้อมที่จะลำบากไปกับนาย” โบซิงวากล่าวขึ้นมาอย่างร่าเริง

“310 ล้าน!” เซียวไห่ลี่ตะโกนสุดเสียงโดยพยายามที่จะทำให้เซี่ยเฟยกลัวน้ำเสียงอันชัดเจนของเขา

แต่อนิจจาการกระทำของเขากลับทำให้มุมปากของเซี่ยเฟยยกขึ้นสูงจากเดิม เพราะการที่ชายหนุ่มทำแบบนี้มันก็หมายความว่าเซียวไห่ลี่กำลังขาดความมั่นใจในตนเอง ไม่อย่างนั้นเขาก็คงจะพยายามเอาชนะด้วยการเสนอราคาแทนที่จะส่งเสียงตะโกนเพื่อให้อีกฝ่ายยอมจำนน

“320 ล้าน!” เซี่ยเฟยยื่นเสนอราคาออกไปในทันทีโดยไม่ปล่อยให้เซียวไห่ลี่มีเวลาพักหายใจเลยแม้แต่ครู่เดียว

เหตุการณ์นี้ทำให้เซียวไห่ลี่รู้สึกว่าเลือดลมภายในกายของเขากำลังพลุ่งพล่านและมันก็ทำให้วิสัยทัศน์ของเขาเริ่มที่จะเปลี่ยนเป็นพร่ามัว

เงินทั้งหมดที่เขาสามารถรวบรวมได้มีอยู่ทั้งสิ้นเพียงแค่ 318.51 ล้านสตาร์คอยน์เท่านั้น ซึ่งเงินจำนวนนี้มันก็รวมถึงเงินกู้ของพวกเขาทั้งสามคนแล้ว ด้วยเหตุนี้เองราคาในปัจจุบันที่เซี่ยเฟยได้เสนอออกไปจึงเป็นราคาที่เซียวไห่ลี่ไม่สามารถที่จะต่อสู้ได้อย่างแท้จริง

ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงค้อนไม้ในมือของสาวผมบลอนด์ดังขึ้นอย่างคมชัดพร้อมกับเสียงปรบมือที่ดังไปทั่วทั้งห้องประมูล

หากมันไม่มีอะไรที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นเงินจำนวน 320 ล้านสตาร์คอยน์ก็สมควรจะเป็นราคาสูงสุดสำหรับการประมูลในวันนี้แล้วและมันก็ถือได้ว่าเป็นการประมูลอันตื่นเต้นเร้าใจที่ผู้เข้าร่วมงานประมูลสามารถรับชมได้อย่างฟรี ๆ

“320 ล้าน…” เซี่ยเฟยเริ่มหน้าเสียเมื่อเขาได้เดินออกมาจากงานประมูล

“อะไรกัน? นี่นายกำลังรู้สึกปวดใจอยู่อย่างนั้นหรอ? รอนายได้รับชุดต่อสู้นั้นมาก่อนเถอะแล้วนายจะเข้าใจเองว่าทำไมมันถึงมีค่ามากขนาดนั้น” อันธกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาอย่างลึกลับ

—--

ณ เมืองนิวยอร์ก

ทันทีที่เซียวไห่ลี่ถอดหมวกเสมือนจริงออกมาเขาก็เอาหมัดทุบลงไปบนโต๊ะอย่างรุนแรง

ปัง!

การกระทำของเขาทำให้หมวกเสมือนจริงแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ พร้อมกับชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่กระจัดกระจายไปทั่วทั้งห้อง

“ฉันจะไม่ยอมแพ้แค่นี้หรอก!” เซียวไห่ลี่ส่งเสียงคำรามพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น

“เควรอซ! นายมีเพื่อนอยู่ที่แผนกเทคนิคใช่ไหม? นายช่วยไปสืบหาตัวตนของชายคนนั้นมาให้ที ฉันอยากจะรู้ว่ามันเป็นใคร!” เซียวไห่ลี่ตะโกนออกคำสั่ง

เมื่อได้ยินคำขอเควรอซก็แสดงท่าทางเหมือนต้องการจะพูดอะไรออกมาบางอย่างแต่เขาก็ต้องกลืนคำพูดเหล่านั้นลงไป

หลังจากนั้นไม่นานเซียวไห่ลี่ก็เดินออกไปจากห้องพร้อมกับบานประตูที่ถูกปิดกระแทกอย่างรุนแรง

ปัง!

“ทำไงดีฉันเลิกกับเจนนี่ที่อยู่แผนกเทคนิคไปตั้งนานแล้ว” เควรอซหันไปพูดกับโบซิงวาด้วยสีหน้าเจื่อน ๆ

“ฉันพอจะเดาได้อยู่แล้ว เพราะแต่ไหนแต่ไรนายก็เป็นแบบนี้ตลอด” โบซิงวาตบไหล่ของเควรอซด้วยความเห็นใจ

“เซียวไห่ลี่ไม่ใช่คนไม่ดีแต่ในบางครั้งเขาก็อาจจะเห็นแก่ตัวไปสักหน่อย” โบซิงวากล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

—--

ขณะเดียวกันเซี่ยเฟยผู้ซึ่งอยู่ภายในเมืองปักกิ่งก็ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าเขาได้ทำให้หัวหน้าคณะกรรมการของการประเมินรู้สึกขุ่นเคืองตั้งแต่การประเมินยังไม่ได้เริ่มต้นขึ้นแบบนี้

ท้ายที่สุดภายในการประเมินระดับวิกฤตก็มีอันตรายรออยู่ตลอดเวลาและเขาก็คงจะทำได้เพียงแต่โทษโชคชะตาที่โชคร้ายของตัวเองเท่านั้นที่ต้องไปแข่งขันการประมูลกับเซียวไห่ลี่

***************

โอ้อ๋อย! พี่เฟยหนอพี่เฟย..ดูเหมือนความชิบหายกำลังจะมาเยือนอีกแล้วซินะ!!

จบบทที่ ตอนที่ 37: สงครามการประมูล

คัดลอกลิงก์แล้ว