เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 30: กลับเมือง

ตอนที่ 30: กลับเมือง

ตอนที่ 30: กลับเมือง


ตอนที่ 30: กลับเมือง

ในขากลับเซี่ยเฟย, อู่หลง, อันเดร์และชาร์ลีได้ใช้เรือที่แก๊งอสรพิษดำได้ทิ้งเอาไว้เพื่อแล่นออกไปจากดินแดนลึกลับ โดยในระหว่างทางกลับพวกเขาไม่ได้พบกับอันตรายใด ๆ เลยแม้แต่น้อย

แม้แต่หมึกยักษ์ที่ลากเรือดำน้ำของแก๊งอสรพิษดำลงไปก็ยังไม่ปรากฏตัวขึ้นมาให้เห็น ซึ่งมันเป็นเครื่องพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่าสัตว์โบราณเหล่านี้อยู่ภายใต้การควบคุมของโซมะ

การเดินทางมายังแอตแลนติสในครั้งนี้เต็มไปด้วยเหตุการณ์หลากหลายความรู้สึก ยิ่งไปกว่านั้นผู้นำองค์กรวายร้ายอย่างแก๊งอสรพิษดำยังถูกกำจัดลงไปแล้ว

ถ้าหากว่าแก๊งอสรพิษดำปราศจากเหล่าบรรดาแกนนำพวกเขาก็จะไม่สามารถสร้างปัญหาเหมือนเดิมได้อีกต่อไปและชะตากรรมที่รอคอยสมาชิกของแก๊งอยู่ก็มีเพียงการถูกจับกุมหรือไม่พวกเขาก็ต้องไปเข้าร่วมกับองค์กรวายร้ายอื่น ๆ

อย่างไรก็ตามลูกเรือบนสตอร์มก็อดเดสทั้งหมดต่างก็เสียชีวิตลงภายใต้น้ำมือของแก๊งอสรพิษดำด้วยเช่นกัน ซึ่งในบรรดากลุ่มลูกเรือเหล่านั้นมันก็รวมถึงนักวิชาการและนักวิจัยเป็นจำนวนมาก ดังนั้นการพยายามจัดการกับเรื่องทั้งหมดก็คงจะยุ่งยากอยู่ในระดับหนึ่ง แต่ด้วยอิทธิพลของตระกูลรอธส์ไชลด์ก็ไม่ถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ยากลำบากสำหรับพวกเขามากนัก

สิ่งที่ตระกูลรอธส์ไชลด์จำเป็นจะต้องทำมีเพียงแค่การรายงานไปยังรัฐบาลกลางว่าสตอร์มก็อดเดสได้เกิดอุบัติเหตุและจมลงไปสู่ก้นมหาสมุทร ซึ่งนอกเหนือจากผู้รอดชีวิตทั้งสี่คนนี้แล้วลูกเรือที่เหลือทั้งหมดต่างก็ล้วนแล้วแต่เสียชีวิตในท้องทะเล หลังจากนั้นพวกเขาก็จำเป็นที่จะต้องจ่ายค่าชดเชยให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตในราคาที่เหมาะสมโดยกระบวนการทั้งหมดเหล่านี้ก็ไม่ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่มากมายนัก

ระหว่างทางเซี่ยเฟยได้อธิบายเหตุการณ์ในพีระมิดให้กับอันเดร์และอู่หลงได้ฟัง แต่เขาได้ละเว้นรายละเอียดเกี่ยวกับหัวใจจักรวาล, แหวนมิติและจารึกมนตราอสูรเอาไว้ เพราะท้ายที่สุดเขาก็ยังไม่มีกำลังมากพอที่จะปกป้องของเหล่านี้เอาไว้ด้วยตัวเอง ดังนั้นการระมัดระวังตัวต่อทุกสิ่งทุกอย่างจึงถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ดีที่สุด

แต่ถึงกระนั้นเซี่ยเฟยก็วางแผนที่จะหาทางชดเชยให้กับอู่หลงและอันเดร์ด้วยเช่นกัน เพราะมันเหมือนกับเขาได้เก็บสมบัติทั้งหมดเอาไว้ด้วยตัวคนเดียว

ขณะเดียวกันเซี่ยเฟยก็อธิบายว่าโซมะเป็นปีศาจที่ชั่วร้าย ยิ่งไปกว่านั้นพวกอู่หลงยังได้เห็นการจู่โจมของหมึกยักษ์ด้วยตาของตัวเอง ดังนั้นพวกเขาจึงหลงเชื่อคำหลอกลวงของเซี่ยเฟยโดยสมบูรณ์

ทุกคนต่างก็เห็นพ้องต้องกันว่าดินแดนแห่งนี้เป็นสถานที่ที่อันตรายมากและมันก็ไม่สมควรที่พวกเขาจะนำข้อมูลของดินแดนลึกลับแห่งนี้ไปเปิดเผยยังโลกภายนอก

—--

ทันทีที่เรือล่องไปจนถึงฝั่งเซี่ยเฟยและอู่หลงก็มุ่งหน้ากลับไปยังเมืองปักกิ่งและถึงแม้ว่าในตอนนี้เซี่ยเฟยจะร่ำรวยมากแต่เขาก็ยังไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง เขาจึงจำเป็นที่จะต้องพักอาศัยอยู่ในโรงแรมเป็นการชั่วคราว

อันที่จริงการที่คนโสดอย่างเซี่ยเฟยพักอยู่ในโรงแรมก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เหมาะสมแล้ว เพราะอย่างน้อยเขาก็ไม่จำเป็นที่จะต้องกังวลเรื่องการทำความสะอาดและมันยังมีคนคอยซักผ้าให้กับเขาอีกด้วย

ปัจจุบันบนโต๊ะไม้จันทน์สีแดงในห้องพักของโรงแรมได้มีของวางอยู่ 2 สิ่ง โดยหนึ่งในนั้นคือหัวใจจักรวาลขณะที่ของอีกอย่างคือแหวนมิติ

“อันธฉันจะใช้ของพวกนี้ได้ยังไง” เซี่ยเฟยกล่าวถาม

“หัวใจจักรวาลเป็นคริสตัลที่บรรจุพลังงานดึกดำบรรพ์จากจักรวาลเอาไว้ ซึ่งในอารยธรรมชั้นสูงบางแห่งก็ได้ใช้คริสตัลชนิดนี้เป็นสกุลเงิน ยิ่งไปกว่านั้นมันยังสามารถนำไปใช้ให้พลังงานกับยานอวกาศได้อีกด้วยและถึงแม้ว่ามันจะมีขนาดก้อนเล็กเพียงแค่นี้ แต่มันก็สามารถทำให้ยานรบเดินทางในอวกาศได้เป็นเวลานานกว่า 1 ปี”

“นอกจากนี้มันยังมีคนบางกลุ่มใช้คริสตัลชนิดนี้เพื่อเพิ่มพลังความสามารถ ส่วนวิธีการของพวกเขาก็เป็นความลับซึ่งฉันก็ไม่รู้วิธีการพวกนั้นเหมือนกัน” อันธกล่าวขณะที่เขาได้ชำเลืองมองไปยังคริสตัลที่วางอยู่บนโต๊ะ

“คริสตัลก้อนแค่นี้สามารถให้พลังงานยานอวกาศได้เป็นปีเลยอย่างนั้นหรอ? ข้างในนี้มันจะต้องมีพลังงานบรรจุอยู่อย่างมหาศาลเลยใช่ไหม” เซี่ยเฟยหยิบคริสตัลสีแดงขึ้นมาพร้อมกับจ้องมองอย่างระมัดระวัง

“ใช่สิ มันคือพลังงานดึกดำบรรพ์ของจักรวาลเชียวนะ พลังงานพวกนั้นก่อกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยที่จักรวาลได้ถือกำเนิดขึ้นมาใหม่ ๆ และทั่วทั้งจักรวาลก็มีคริสตัลพวกนี้อยู่อย่างจำกัด คริสตัลก้อนนี้ไม่ถือว่าใหญ่มากนักทำให้ราคาของมันในตลาดน่าจะอยู่ที่ประมาณ 200-300 ล้านสตาร์คอยน์” อันธกล่าวออกมาด้วยสีหน้าอันเฉยเมย

“300 ล้าน! คริสตัลก้อนเล็ก ๆ แค่นี้มีมูลค่ามากกว่าแหวนมิติอีกหรอ!”

“แบบนี้มันก็กลายเป็นว่าสมบัติที่ล้ำค่าที่สุดสำหรับการเดินทางในครั้งนี้คือคริสตัลก้อนนี้สินะ” เซี่ยเฟยบ่นพึมพำกับตัวเอง

“ส่วนแหวนมิติวงนี้ก็ให้สวมติดตัวเอาไว้ ตอนที่จะใช้งานก็แค่ลองจินตนาการว่านายกำลังเปิดพื้นที่มิติขึ้นมาเท่านั้นเอง” อันธกล่าว

หลังจากเซี่ยเฟยได้สวมแหวนเขาก็ทดลองเปิดพื้นที่มิติขึ้นมา 2-3 ครั้งซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากลำบากสำหรับเขาเลย เพราะเขาค่อนข้างที่จะคุ้นเคยกับการใช้ความคิดจินตนาการดีอยู่แล้ว

“พื้นที่มิติภายในแหวนใหญ่ประมาณไหน?” อันธกล่าวถาม

“น่าจะประมาณ 4 ลูกบาศก์เมตร” เซี่ยเฟยกล่าวตอบหลังจากไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง

“ถ้ามันมีพื้นที่ประมาณ 4 ลูกบาศก์เมตรมันก็น่าจะมีมูลค่าประมาณ 1,600 ล้านสตาร์คอยน์ ถือว่าแหวนวงนี้ใช้ได้ดีเลยทีเดียว” อันธกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“อะไรนะ!?” เซี่ยเฟยอุทานขึ้นมาด้วยความตกใจจนเกือบจะตกเก้าอี้ เพราะแหวนวงเล็ก ๆ เพียงเท่านี้กลับมีมูลค่ามากถึง 1,600 ล้านสตาร์คอยน์ซึ่งมันเป็นเงินจำนวนมากพอที่จะซื้อเมืองปักกิ่งทั้งเมืองได้เลยทีเดียว

“นายจะตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น แหวนมิติเป็นสิ่งที่มีเฉพาะผู้เชี่ยวชาญสายมิติในตำนานเท่านั้นที่จะสามารถผลิตมันขึ้นมาได้ โดยปกติผู้ใช้พลังมิติก็หาได้ยากลำบากมากอยู่แล้ว ส่วนผู้เชี่ยวชาญที่สามารถสร้างแหวนมิติขึ้นมาได้ก็หาได้ยากมากยิ่งกว่า” อันธกล่าวขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจ

“พื้นที่มิติส่วนใหญ่มักที่จะเป็นพื้นที่ที่ไม่เสถียรและสามารถที่จะพังทลายลงมาได้ทุกเวลา ดังนั้นการพยายามรักษาพื้นที่มิติให้มั่นคงจึงเป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างน่าเหลือเชื่อ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมฉันถึงประเมินว่าแหวนวงนี้มีมูลค่ามากกว่า 1,600 ล้านสตาร์คอยน์ แต่ถ้าหากว่านายนำมันไปขายในร้านค้าประมูลฉันก็คิดว่ามูลค่าของมันคงไม่ต่ำไปกว่า 2,500 ล้านสตาร์คอยน์” อันธกล่าว

หลังจากได้ยินคำอธิบายเซี่ยเฟยก็หยิบผ้าฝ้ายขึ้นมาพร้อมกับเช็คแหวนอย่างระมัดระวังก่อนที่เขาจะได้สวมมันกลับไปยังนิ้วกลางของเขา

“2,500 ล้านสตาร์คอยน์! สมบัติที่มีมูลค่ามากที่สุดในการเดินทางครั้งนี้คือแกสินะ” เซี่ยเฟยมองไปยังแหวนมิติพร้อมกับกล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้มอันยินดี

“นายเป็นพวกขาดประสบการณ์จริง ๆ สมบัติที่ล้ำค่าที่สุดของการเดินทางในครั้งนี้มันไม่ใช่แหวนมิติแต่มันคือจารึกมนตราอสูรต่างหาก” อันธกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

“จารึกมนตราอสูรมีมูลค่ามากกว่า 2,500 ล้านสตาร์คอยน์อีกอย่างงั้นหรอ!” เซี่ยเฟยอุทานออกมาอย่างคาดไม่ถึง

การเดินทางในครั้งนี้เขาได้รับสมบัติกลับมาเพียงแค่สามชิ้นเท่านั้นและเขาก็ไม่เคยคิดเลยว่าสมบัติแต่ละชิ้นที่เขาได้รับมามันจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ ซึ่งถ้าหากว่าจารึกมนตราอสูรมีมูลค่ามากกว่า 2,500 ล้านสตาร์คอยน์จริง ๆ มันก็จะหมายความว่าสินทรัพย์ภายในมือของเขามีมูลค่ารวมกันมากกว่า 5,000 ล้านสตาร์คอยน์!!

เงินจำนวนนี้เป็นเงินจำนวนมหาศาลที่ไม่มีใครในโลกกล้าคาดฝันเอาไว้อย่างแน่นอน เพราะมันเป็นเงินจำนวนที่อยู่เหนือเกินกว่าจินตนาการของคนทั่วไปอย่างแท้จริง

“ฉันคิดว่าจารึกมนตราอสูรนี้ควรจะเป็นบันทึกระดับดวงดาวซึ่งมันไม่มีแหวนมิติวงไหนที่จะสามารถนำไปเทียบมูลค่ากับมันได้” อันธกล่าว

บันทึกในจักรวาลถูกแบ่งระดับย่อย ๆ ออกเป็น 6 ระดับนับตั้งแต่ระดับมนุษย์, ระดับดิน, ระดับสวรรค์, ระดับดวงดาว, ระดับจักรวาลและระดับอนันต์

บันทึก 3 ระดับแรกสามารถที่จะหาซื้อได้ด้วยเงิน แต่บันทึกตั้งแต่ระดับดวงดาวเป็นต้นไปไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถหาได้เพียงแค่มีเงินเพียงอย่างเดียว เพราะถ้าหากว่าใครปราศจากความแข็งแกร่งและอิทธิพลอย่างเพียงพอการพยายามจะครอบครองบันทึกระดับดวงดาวก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย

ยิ่งไปกว่านั้นบันทึกเหล่านี้ยังเป็นความลับสำหรับสำนักต่าง ๆ มันจึงทำให้บันทึกแต่ละเล่มต่างก็ล้วนแล้วแต่ได้รับการปกป้องอย่างแน่นหนา ซึ่งมันก็จะมีเฉพาะศิษย์คนสำคัญของในแต่ละสำนักเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ได้รับการถ่ายทอดข้อความจากบันทึกเหล่านี้ ดังนั้นไม่ว่าใครก็คงจะจินตนาการได้ว่าบันทึกระดับดวงดาวขึ้นไปเป็นสิ่งที่มีค่ามากแค่ไหน

“จารึกมนตราอสูรมีมูลค่าเท่าไหร่อย่างนั้นหรอ?” เซี่ยเฟยกล่าวถาม

***************

พี่เฟยจะตีมูลค่าทุกอย่างเป็นเงินจริงๆหรอออ..ถ้าพี่เฟยเรียนมนตราอสูรแบบนี้พี่เฟยจะกลายเป็น Pokémon เทรนเนอร์ใช่ไหม 555

จบบทที่ ตอนที่ 30: กลับเมือง

คัดลอกลิงก์แล้ว