เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 16: ต้นเพลิงมังกร 1,000 ปี

ตอนที่ 16: ต้นเพลิงมังกร 1,000 ปี

ตอนที่ 16: ต้นเพลิงมังกร 1,000 ปี


ตอนที่ 16: ต้นเพลิงมังกร 1,000 ปี

ตรงบริเวณมุมของร้านค้ามีแบบจำลองของยานอวกาศถูกตั้งโชว์อยู่ โดยยานอวกาศลำนี้มีลักษณะอันสง่างามราวกับเหยี่ยวกำลังกางปีก ตัวโครงยานได้ถูกผลิตขึ้นมาจากโลหะผสมไทเทเนียมที่เปล่งประกายอย่างแวววาว

“นั่นคือยานฟริเกตรุ่นไทนี่ฟอลคอน” อันธกล่าวออกมาราวกับว่ามันไม่มีอะไรสำคัญ จากนั้นเขาก็อธิบายต่อไปว่า

“ยานไทนี่ฟอลคอนเป็นยานฟริเกตที่เล็กที่สุดเป็นอันดับ 2 ในจักรวาลและมันก็ไม่ใช่สิ่งที่คุ้มค่าสำหรับการนำไปใช้งานแน่นอน ถ้าหากว่านายต้องการจะเดินทางในจักรวาลที่เต็มไปด้วยอันตรายจริง ๆ อย่างน้อยที่สุดนายจะต้องมียานแบทเทิลครุยเซอร์ซึ่งมันจะเป็นการดีที่สุดถ้าหากว่ามันเป็นยานแบทเทิลครุยเซอร์ที่ติดอาวุธหนัก”

“ยานลำนี้มันสวยงามมากจริง ๆ ฉันอยากรู้จังว่ามันราคาเท่าไหร่” เซี่ยเฟยพึมพำออกมา

“ยานลำนี้น่าจะมีราคาอย่างน้อย 80 ล้านสตาร์คอยน์”

เมื่อได้ยินคำอธิบายจากอันธมันก็ทำให้เซี่ยเฟยขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ เพราะท้ายที่สุดเงินจำนวน 80 ล้านสตาร์คอยน์ก็เป็นเงินก้อนโตอย่างแท้จริง ในปัจจุบันเขายังคงอยู่ห่างไกลจากการได้เป็นเจ้าของยานอวกาศของตัวเอง

“ซักวันนึงฉันจะต้องซื้อยานอวกาศให้ได้!” เซี่ยเฟยประกาศออกไปอย่างกล้าหาญ

“ถ้านายต้องการซื้อยานไทนี่ฟอลคอนนายจะต้องมีระดับความสามารถอยู่ในระดับสตาร์ฟิลด์เป็นอย่างน้อย แล้วเงินแค่ 80 ล้านมันก็เป็นราคาของยานเปล่า ความเป็นจริงนายจะต้องทำการติดตั้งอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กับยานอย่างครบครันและเมื่อมันรวมกับราคาของระบบนำทางหากนายมีเงินไม่ถึง 200 ล้านสตาร์คอยน์ก็อย่าคิดที่จะเป็นเจ้าของยานอวกาศเลย” อันธกล่าวความจริงออกมาอย่างโหดร้ายโดยไม่คิดที่จะถนอมน้ำใจเซี่ยเฟยเลยแม้แต่นิดเดียว

เมื่อได้ฟังคำพูดที่บาดใจเซี่ยเฟยก็กลืนน้ำลายลงคอ ก่อนที่จะเดินออกมาจากร้าน

หลังจากที่เซี่ยเฟยได้เดินทางไปจนถึงตลาดวัตถุดิบผสมน้ำยานิสัยเดิมของอันธก็เริ่มกลับมาทำงานอีกครั้ง โดยวิญญาณตนนี้ได้ทำการซื้อชุดเครื่องปรุงยาอีกสองชุดและให้เหตุผลอันชอบธรรมว่าชุดอุปกรณ์ปรุงยาอีกชุดถือว่าเป็นชุดสำรอง

สำหรับวัตถุดิบผสมน้ำยาอันธก็ทำการซื้อวัตถุดิบทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเห็นและเมื่อเซี่ยเฟยได้ชำระเงินค่าสินค้าทั้งหมดเรียบร้อยแล้วเขาก็ได้ใช้จ่ายเงินไปทั้งสิ้น 8.7 ล้านสตาร์คอยน์

“ยังดีว่าในคราวนี้นายยังค่อนข้างมีสติเหลือเงินเอาไว้ให้ฉันได้ใช้บ้าง” เซี่ยเฟยกล่าวเหน็บแนมขณะที่หยิบบัตรเครดิตออกมาชำระเงิน

ไม่ไกลออกไปมีร้านค้าที่มีสไตล์การตกแต่งเฉพาะตัวตั้งอยู่ โดยร้านแห่งนี้ไม่ได้ถูกประดับตกแต่งด้วยไฟนีออนอันสวยงามแล้วก็ไม่ได้มีพนักงานสาวสวยคอยยืนหลอกล่อลูกค้าตรงทางเข้าร้านอีกด้วย ซึ่งมันถือได้ว่าเป็นร้านที่ค่อนข้างแปลกประหลาดในถนนสายการค้าเสมือนจริงที่พลุกพล่านแห่งนี้

“เอาล่ะพวกเราเข้าไปข้างในกันเถอะ” อันธกล่าวขึ้นมาอย่างไม่ลังเลเพื่อที่จะดึงเซี่ยเฟยเข้าไปในร้านค้าอันแปลกประหลาดนี้

ภายในร้านค้าอันว่างเปล่าได้มีเคาน์เตอร์จัดแสดงสินค้าอยู่น้อยกว่า 20 แห่ง โดยในเคาน์เตอร์แต่ละแห่งจะถูกจัดแสดงสินค้าเอาไว้เพียงแค่รายการเดียว มันจึงทำให้ภายในร้านแห่งนี้มีสินค้าให้เลือกซื้อหาอยู่เป็นจำนวนน้อยมาก

ขณะเดียวกันหนึ่งในสินค้าที่ถูกจัดแสดงก็เป็นต้นไม้สีแดงขนาดมหึมาที่ดูสะดุดตามาก โดยมันเป็นต้นไม้สีแดงเพลิงที่มีดอกสีแดงเจิดจ้าและเปล่งประกายออกมาอย่างสว่างไสว

“ต้นไม้ต้นนี้น่าสนใจจริง ๆ” เซี่ยเฟยกล่าว

“น่าสนใจ น่าสนใจจริง ๆ” อันธกล่าวคำที่หาได้ยากจากปากของเขาออกมา เพราะโดยปกติเมื่อเขาได้เห็นวัตถุดิบจากร้านค้าอื่น ๆ เขาก็มักที่จะบ่นว่าวัตถุดิบเหล่านั้นมีคุณภาพต่ำมากจนเกินไป

แต่เมื่อเซี่ยเฟยได้จ้องไปยังแถบด้านล่างซึ่งแสดงราคาของมันอยู่นั้น มันก็ทำให้เขารู้สึกตกใจอย่างแท้จริง

“1.. 2.. 3.. 4.. 5.. 6!”

“เลข 0 จำนวน 6 ตัว… ต้นไม้ต้นเดียวมีราคา 9 ล้านสตาร์คอยน์เนี่ยนะ!!” เซี่ยเฟยอุทานออกมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อและถึงแม้ว่าต้นไม้ต้นนี้จะดูสวยงามมากแต่ราคาของมันก็แพงเกินกว่าจินตนาการของเขาไปไกล

ในระหว่างนั้นเองอันธก็เผยรอยยิ้มออกมาให้กับเซี่ยเฟยซึ่งมันก็ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกขนลุกขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ

“นี่ ๆ พวกเราซื้อต้นไม้ต้นนี้กันเถอะ!”

—--

บ้านของอันเดร์ไม่ได้ตั้งอยู่ในแมนฮัตตันแต่มันอยู่บนเกาะสแตเทนที่อยู่ทางตอนใต้ ดังนั้นการพยายามเดินทางไปยังเกาะแห่งนี้จึงจำเป็นที่จะต้องนั่งเรือข้ามฟากไป

ขณะเดียวกันคฤหาสน์หลังใหญ่ซึ่งเป็นบ้านของอันเดร์ก็ถูกห้อมล้อมเอาไว้ด้วยบอดี้การ์ดผู้สวมชุดสูทอย่างมากมาย ซึ่งมันเห็นได้ชัดเลยว่าชายชราคนนี้รู้สึกกังวลเรื่องแก๊งอสรพิษดำมากแค่ไหน

เมื่อเซี่ยเฟยเดินทางมาถึงอันเดร์กับอู่หลงก็เดินออกมาต้อนรับเขาด้วยตัวเอง โดยด้านข้างของชายทั้งสองคนนี้เป็นชายวัยรุ่นผู้มีอายุประมาณ 13-14 ปีที่มีผมหยิกและยังคงมีจุดฝ้ากระอยู่บนใบหน้า

“ยินดีต้อนรับสหาย” อันเดร์กล่าวออกมาด้วยความสุภาพซึ่งหลังจากที่พวกเขาได้ทักทายกันพอเป็นพิธีเซี่ยเฟยก็หันหน้าไปทางเด็กชายพร้อมกับกล่าวถามขึ้นมาว่า

“ว่าแต่เด็กคนนี้คือใครหรอครับ”

“โอ้ เด็กคนนี้ชื่อชาร์ลีเขาเป็นหลานชายของฉันเอง ตั้งแต่ที่ภรรยาของฉันได้จากไปชาร์ลีก็มักที่จะมาหาฉันเพื่อเรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับการลงทุนและการเงินอยู่เป็นประจำ ซึ่งมันก็ช่วยให้ฉันคลายเหงาลงไปได้มากเลยทีเดียว”

“เรียนการเงินตั้งแต่อายุแค่นี้เนี่ยนะ!! ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมตระกูลรอธส์ไชลด์ถึงเป็นผู้เชี่ยวชาญทางการเงินมาหลายชั่วอายุคน ดูเหมือนว่ามันจะมีความเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมของตระกูลสินะ” เซี่ยเฟยอุทานออกมาด้วยความประทับใจ

เมื่อได้รับคำชมจากเซี่ยเฟยมันก็ทำให้ชาร์ลีรู้สึกเขินอายอย่างแท้จริง ซึ่งหลังจากที่พวกเขาได้ทักทายกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วพวกเขาก็เดินทางไปยังห้องอาหาร

ขณะเดียวกันเซี่ยเฟยก็ยังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เช้าเขาจึงซัดอาหารเข้าไปอย่างไม่เกรงใจ โดยเขาได้กินกุ้งมังกรตัวใหญ่เข้าไปอย่างน้อย 4 ตัวแล้วมันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องพูดถึงซุปเนื้อลูกวัวชามโต ๆ ที่อยู่บนโต๊ะ

ส่วนทางด้านของอู่หลงก็กินจุไม่แพ้กันมันจึงทำให้ดูเหมือนว่าอันเดร์กับชาร์ลีกินอาหารเข้าไปเพียงแค่เล็กน้อย โดยในตอนนี้สมาชิกจากตระกูลรอธส์ไชลด์ทั้งสองคนก็ทำได้เพียงแต่เผยรอยยิ้มแห้ง ๆ ออกมาในขณะที่ดูผู้มีพลังพิเศษทั้งสองคนได้สวาปามอาหารเข้าไปอย่างรวดเร็ว

“ต้องขออภัยทุกคนด้วย ช่วงนี้ผมออกกำลังกายหนักมากมันจึงทำให้ผมต้องกินอาหารกว่าเดิมและพฤติกรรมการกินอาหารของผมในก่อนหน้านี้มันจะต้องดูเป็นภาพที่ตลกมากแน่ ๆ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับใช้ผ้าเช็ดปาก

อันเดร์โบกมือไปมาโดยไม่ได้มีสีท่ารังเกียจแต่อย่างใด

“ไม่น่าเชื่อเลยว่าร่างกายผอมบางนั่นจะสามารถกินอาหารเข้าไปได้มากกว่าฉันจริง ๆ ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมน้องเฟยถึงได้มีความเร็วอันน่าอัศจรรย์ขนาดนั้น” อู่หลงกล่าวพร้อมกับส่งเสียงเรอ ซึ่งมันก็ทำให้ทุกคนส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ

การสนทนาบนโต๊ะอาหารของตระกูลคนรวยค่อนข้างที่จะมีกฎเกณฑ์อยู่อย่างมากมาย ดังนั้นหลังจากที่พวกเขาได้รับประทานอาหารจนอิ่มแล้วพวกเขาจึงได้ย้ายไปยังห้องสูบบุหรี่ โดยในระหว่างนี้อันเดร์ได้บอกให้ชาร์ลีขึ้นไปอ่านหนังสือบนบ้านก่อน

จากนั้นอันเดร์ก็หยิบกล่องซิก้าอันสวยงามออกมาซึ่งเมื่อพิจารณาจากลวดลายบนกล่องแล้วมันย่อมเป็นซิก้าที่มีราคาแพงมากอย่างแน่นอน

“ลองหน่อยไหม นี่คือซิก้าที่ทำขึ้นมาจากช่างฝีมือชั้นยอดเลยนะ ซิก้าพวกนี้มีรสชาติที่นุ่มนวลมาก” อันเดร์กล่าวพร้อมกับยื่นกล่องซิก้าให้กับเซี่ยเฟย

อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยกลับส่งเสียงหัวเราะก่อนที่เขาจะได้หยิบกล่องบุหรี่ที่ยับยู่ยี่ของเขาออกมา

“พวกคุณก็น่าจะรู้ว่า…”

“พวกเรารู้แล้ว ๆ ว่าคุณสูบแต่หงตะชานเท่านั้น”

ก่อนที่เซี่ยเฟยจะพูดจบอันเดร์ก็กล่าวขัดขึ้นมา

“ฉันไม่เข้าใจจริง ๆ นายยังเด็กและรวยมาก แต่ทำไมนายถึงยังสูบบุหรี่ราคาถูกแบบนั้นต่อ บุหรี่ยี่ห้อนี้มันฉุนมากจนเกินไป ตอนที่ฉันได้สูบมันเข้าไปฉันก็รู้สึกเหมือนกับตัวเองได้กลิ่นดินปืน” อู่หลงกล่าวแสดงความคิดเห็นพร้อมกับจุดซิก้าของเขาเช่นเดียวกัน

เซี่ยเฟยหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบหนึ่งม้วนพร้อมกับกล่าวตอบออกไปว่า

“ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกันแต่ผมคุ้นเคยกับมันมานานแล้ว ดังนั้นถึงแม้ว่าผมจะอยากเปลี่ยนไปสูบบุหรี่ยี่ห้ออื่นแต่ผมก็ไม่สามารถลืมรสชาติของมันได้จริง ๆ”

ในช่วงเวลานี้ทั้งสามคนก็ได้พ่นควันออกมาจนทำให้ห้องแห่งนี้ได้ตลบอบอวลไปด้วยควัน

“ตระกูลของพวกเราได้ข้อสรุปเกี่ยวกับเรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟิวชั่นแล้ว โดยพวกเราจะเริ่มสร้างโรงไฟฟ้าทดลองในอเมริกาเหนือ ถ้าหากว่าโรงไฟฟ้าแห่งนี้ประสบความสำเร็จปัญหาเรื่องพลังงานของอเมริกาก็จะได้รับการแก้ไขอย่างสมบูรณ์” อันเดร์กล่าว

โรงไฟฟ้าเพียงแห่งเดียวกลับสามารถแก้ปัญหาพลังงานของอเมริกาได้ทั้งประเทศ!

“ตามแผนการเบื้องต้นพวกเรายังต้องการที่จะสร้างโรงไฟฟ้าขึ้นมาเพิ่มอีกสามแห่ง โดยแบ่งออกเป็นโรงไฟฟ้าในเอเชียตะวันออก, แอฟริกาเหนือและออสเตรเลีย ถ้าหากว่าโรงไฟฟ้าทั้งสี่แห่งได้ถูกสร้างขึ้นมาจนเสร็จแหล่งพลังงานทั้งหมดในโลกก็จะเข้าสู่ยุคใหม่ที่มีความสะอาดและปลอดภัยมากขึ้นกว่าเดิม” อันเดร์กล่าวขึ้นมาอย่างตื่นเต้นขณะที่เขาได้อธิบายแผนงานในอนาคตของโลก

“พวกเราอยากจะให้คุณลงทุนเพิ่มอีก 4 ล้านสตาร์คอยน์ ส่วนทางฝั่งตระกูลรอธส์ไชลด์ของพวกเราก็จะลงทุน 80,000 ล้านแอลไลคอยน์เพื่อจัดตั้งบริษัทขึ้นมาใหม่เช่นเดียวกัน ส่วนเรื่องหุ้นพวกเราจะแบ่งกันฝ่ายละ 50%”

“คุณคำนวณผิดแล้วเงินจำนวน 80,000 ล้านแอลไลคอยน์มีมูลค่าเท่ากับ 8 ล้านสตาร์คอยน์ ผมคิดว่าตระกูลของพวกคุณสมควรที่จะถือหุ้น 70% ในขณะที่ผมถือหุ้นแค่ 30% ก็พอ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับนำมือทั้งสองข้างมาประสานเข้าด้วยกัน

“ตระกูลรอธส์ไชลด์ของพวกเราไม่เคยคำนวณผิด ถึงแม้ว่าอัตราการแลกเปลี่ยนปกติมันจะเป็นเหมือนกับที่คุณบอกแต่พวกเราก็จำเป็นที่จะต้องหาสตาร์คอยน์อย่างเร่งด่วน ดังนั้นคุณจึงไม่จำเป็นที่จะต้องคิดมาก เรื่องการแบ่งหุ้นให้คุณ 50% เป็นมติเอกฉันท์ของตระกูลพวกเราแล้ว” อันเดร์กล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

หลังจากเซี่ยเฟยปฏิเสธซ้ำ ๆ อยู่หลายครั้งในที่สุดพวกเขาก็ได้ข้อสรุปว่าทางตระกูลรอธส์ไชลด์จะถือหุ้น 60% ขณะที่เซี่ยเฟยจะถือหุ้น 40%

“ตอนนี้ผมเหลือเงินอยู่ไม่มากนัก อีกซัก 2-3 วันผมจะโอนเงินไปให้ก็แล้วกัน” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับจิบไวน์แดงภายในมือ

“เมื่อวานคุณมีเงินในบัญชี 11 ล้านสตาร์คอยน์ไม่ใช่หรอ หรือว่าคุณได้ทำการแลกเปลี่ยนสตาร์คอยน์พวกนั้นไปจนหมดแล้ว?” อันเดร์อุทานออกมาด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย

“นั่นมันเรื่องของเมื่อวาน เมื่อบ่ายนี้ผมเพิ่งใช้พวกมันไปหมดแล้ว” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น

“คุณใช้เงินมากกว่า 10 ล้านสตาร์คอยน์หมดไปในช่วงบ่ายเนี่ยนะ!!” อันเดร์อุทานพร้อมกับรู้สึกตกใจจนเกือบจะตกเก้าอี้

เงิน 10 ล้านสตาร์คอยน์มีมูลค่าเท่ากับ 100,000 ล้านแอลไลคอยน์ ซึ่งมันเป็นเงินจำนวนที่คนธรรมดาสามารถนำไปใช้จ่ายได้มากกว่า 100 ชั่วอายุคน!

“โอ้พระเจ้า!!! นี่นายเอาเงินมากขนาดนั้นไปซื้ออะไรกันแน่” อู่หลงอุทานพร้อมกับลูบหัวล้านของเขาด้วยความสงสัย

“ซื้อต้นไม้”

"ต้นไม้!!!"

คำพูดของเซี่ยเฟยถึงกับทำให้อู่หลงและอันเดร์พูดไม่ออกและถึงแม้ว่าพวกเขาจะเคยมีประวัติการใช้เงินแบบฟุ่มเฟือยอยู่บ้าง แต่พวกเขาก็ไม่เคยคิดว่ามันจะมีใครกล้าใช้เงินถึง 10 ล้านสตาร์คอยน์เพื่อซื้อต้นไม้จริง ๆ!

‘ฉันควรจะหาเงินให้ได้มากกว่านี้สินะ ดูจากการใช้เงินของอันธแล้วถึงแม้ว่าฉันจะเป็นเจ้าของเหมืองทอง แต่เงินทั้งหมดของฉันก็คงจะหมดในเวลาเพียงแค่ไม่นาน’

เซี่ยเฟยพ่นควันออกมาจากปากพร้อมกับคิดถึง ‘ต้นเพลิงมังกรไฟ 1,000 ปี’

เพราะว่าเขาต้องซื้อต้นไม้ต้นสีแดงต้นนี้มันจึงทำให้ยอดเงินในบัญชีของเขาลดลงไปจนเกือบจะหมดอีกครั้ง

“ตอนนี้ผมเหลือเงินอยู่เพียงแค่ 1 ล้านสตาร์คอยน์เท่านั้น เดี๋ยวเงินในส่วนที่เหลือผมจะทำการโอนให้คุณภายใน 2-3 วัน”

อันเดร์พยักหน้ารับก่อนที่เขาจะยกมือของตนออกมา หลังจากที่เวลาได้ผ่านพ้นไปเพียงแค่ไม่นานมันก็มีชายร่างใหญ่สองคนเดินเข้ามาภายในห้อง โดยที่ภายในมือของชายทั้งสองคนนี้ได้มีกระเป๋าอลูมิเนียมอัลลอยด์ที่เคยอยู่กับอันเดร์

เมื่ออันเดร์ได้ทำการพยักหน้าให้กับบอดี้การ์ดทั้งสองคนพวกเขาก็นำกุญแจมาปลดล็อกกุญแจมือที่ยึดติดอยู่กับกระเป๋า จากนั้นพวกเขาก็ได้ทำการส่งมอบกระเป๋าให้กับเซี่ยเฟย

“นี่มันหมายความว่าอะไร?” เซี่ยเฟยจ้องมองไปที่กระเป๋าบนตักพร้อมกับถามออกมาด้วยความสับสน

อันเดร์ยกมือขึ้นโบกเพื่อให้บอดี้การ์ดทั้งสองคนออกไป จากนั้นเขาก็ได้กล่าวออกมาว่า

“ข้างในกระเป๋านั่นคือโกลเดนสทิงเกอร์ ทางตระกูลของพวกเราได้ตัดสินใจที่จะมอบมีดเล่มนั้นให้กับคุณในฐานะที่คุณเป็นมิตรภาพที่ดีของตระกูลพวกเรา”

โกลเดนสทิงเกอร์!

เมื่อเซี่ยเฟยได้เปิดกระเป๋าเขาก็ได้พบกับโกลเดนสทิงเกอร์นอนอยู่ด้านในจริง ๆ ซึ่งหลังจากที่เขาได้หยิบมันขึ้นมามีดเล่มนี้ก็ให้ความรู้สึกอันยอดเยี่ยม ยิ่งไปกว่านั้นโกลเดนสทิงเกอร์ยังให้ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับร่างกายจนเซี่ยเฟยเผลอคิดไปว่ามีดเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของแขนเขาเลยทีเดียว

“ของขวัญชิ้นนี้ล้ำค่ามากเกินไป ผมคงจะรับมันเอาไว้ไม่ได้” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับนำโกลเดนสทิงเกอร์ไปวางไว้ในกระเป๋าดังเดิม

“คุณตั้งใจที่จะปฏิเสธมิตรภาพจากตระกูลรอธส์ไชลด์อย่างนั้นหรอ?” อันเดร์กล่าวถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

“เห้อ! มิตรภาพจากพวกคุณช่างหนักหนาจริง ๆ เอาล่ะผมจะยอมรับมันไว้ก็แล้วกัน” เซี่ยเฟยปิดกระเป๋าก่อนจะค่อย ๆ นำมันไปวางลงบนพื้น

“เอาล่ะในตอนนี้ฉันขอเชิญพวกคุณทั้งสองคนให้เข้าร่วมโครงการสำรวจแอตแลนติสอย่างเป็นทางการ จากข้อมูลที่พวกเรามีพวกเราก็มั่นใจว่าพวกเราจะสามารถค้นหาหนึ่งในความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติได้อย่างแน่นอน” อันเดร์กล่าวขึ้นมาอย่างช้า ๆ ซึ่งอู่หลงก็พยักหน้าแสดงความเต็มใจที่จะเข้าร่วมในทันที

“แน่นอนว่าผมก็ยินดีที่จะเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน ว่าแต่แอตแลนติสถูกซ่อนเอาไว้ที่ไหนอย่างนั้นหรอ” เซี่ยเฟยกล่าวถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันตื่นเต้น

“แอตแลนติสอยู่ที่ไหนอย่างนั้นหรอ? มันก็ถูกซุกซ่อนไว้อยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติกน่ะสิ” อันเดร์กล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างจะลึกลับ

***************

เอาจริงอันธนี่มันวิญญาณติดชอปปิ้งชัดๆ

จบบทที่ ตอนที่ 16: ต้นเพลิงมังกร 1,000 ปี

คัดลอกลิงก์แล้ว