เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12: เศรษฐีชั่วข้ามคืน

ตอนที่ 12: เศรษฐีชั่วข้ามคืน

ตอนที่ 12: เศรษฐีชั่วข้ามคืน


ตอนที่ 12: เศรษฐีชั่วข้ามคืน

“คุณพบมีดเล่มนี้ที่ไหน? แล้วอาณาจักรแอตแลนติสที่สาบสูญล่ะ? คุณได้พบมันด้วยหรือเปล่า!!” เซี่ยเฟยอดที่จะกล่าวถามขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นไม่ได้

“ฉันขอโทษด้วยแต่เรื่องนี้เป็นการตัดสินใจของตระกูล ดังนั้นฉันจึงไม่มีอำนาจที่จะเปิดเผยความลับเรื่องการสำรวจ ฉันพูดได้แค่ว่าด้วยข้อมูลปัจจุบันที่พวกเรามี มันก็มีโอกาสค่อนข้างสูงมากที่พวกเราจะได้เจอกับแอตแลนติส” อันเดร์กล่าว

เมื่อได้ยินเช่นนั้นมันก็ทำให้เซี่ยเฟยค่อนข้างที่จะรู้สึกผิดหวัง เพราะด้วยความแข็งแกร่งของเขาในปัจจุบันการพยายามเข้าถึงอำนาจในระดับตระกูลรอธส์ไชลด์ก็เป็นเรื่องที่ไกลตัวมากจนเกินไป

“ดูเหมือนว่าคุณจะสนใจแอตแลนติสมากเลยนะ” อันเดร์กล่าวเมื่อเขาสังเกตเห็นสีหน้าอันมืดมนของเซี่ยเฟย

“ผมเชื่อว่าผู้ชายทุกคนต่างก็เคยมีความฝันที่จะได้ผจญภัยและผมก็เป็นหนึ่งในผู้ชายที่มีความฝันแบบนั้นเหมือนกัน” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเอนหลังพิงเบาะนั่งและจิบไวน์ภายในมือ

“ฉันก็มีความฝันในการสำรวจซากปรักหักพังโบราณตั้งแต่เด็กเหมือนกัน” อันเดร์กล่าวพร้อมกับพยักหน้าอย่างเข้าใจ

เมื่อได้ยินคำพูดจากชายทั้งสองอู่หลงก็เกาหัวของเขาด้วยความเขินอายก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยความลังเลเล็กน้อยว่า

“ฉันก็เป็นผู้ชายเหมือนกันแต่ทำไมในตอนเด็ก ฉันถึงคิดแต่เรื่องกิน ไม่เคยมีความคิดว่าจะต้องไปผจญภัยในแอตแลนติสเลย แต่ฉันก็เคยมีความฝันว่าจะได้เติบโตขึ้นมาเป็นวีรบุรุษผู้กล้าหาญนะ”

“ตอนนี้คุณก็เป็นวีรบุรุษผู้กล้าหาญอยู่แล้ว ฉันสังเกตเห็นว่าคุณสามารถจัดการกับผู้ก่อการร้ายโดยไม่ต้องใช้ความพยายาม ซึ่งมันก็หมายความว่าความสามารถของคุณคงจะอยู่ในระดับสตาร์ไลท์” เซี่ยเฟยกล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้มเมื่อได้เห็นท่าทางซื่อ ๆ ของอู่หลง

“ใช่แล้ว ตอนนี้ความแข็งแกร่งของฉันมีพลังมากกว่า 200 กิโลกรัมและฉันก็มีระดับความสามารถอยู่ที่ระดับสตาร์ไลท์ขั้นกลาง แต่ในวันนั้นความเร็วของคุณก็เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อจริง ๆ ฉันเห็นเหมือนกับจู่ ๆ คุณก็ปรากฏตัวขึ้นมาในพริบตา” อู่หลงกล่าวพร้อมกับตบหน้าอกของตัวเองด้วยความภาคภูมิใจ

“ระดับความสามารถของผมยังไม่สูงเท่ากับคุณหรอก ในระหว่างการทดสอบครั้งล่าสุดระดับความสามารถของผมอยู่ที่ระดับสตาร์ไลท์ขั้นพื้นฐานเท่านั้นเอง” เซี่ยเฟยกล่าว

“เป็นไปไม่ได้! ความเร็วของคุณไม่ได้อยู่ในระดับสตาร์ไลท์ขั้นพื้นฐานแน่นอน ฉันเคยเห็นผู้ที่มีพลังพิเศษด้านความเร็วมาก่อนแต่ฉันก็ยังไม่เคยเห็นใครมีความเร็วเท่ากับคุณเลย” อู่หลงกล่าวขึ้นมาและเขาก็คิดว่าเซี่ยเฟยคงจะเข้าใจอะไรผิดไป

“เรื่องตอนนั้นมันค่อนข้างจะฉุกเฉินไปซักหน่อย บางทีผมอาจจะสามารถแสดงพลังออกมาได้มากกว่าปกติ” เซี่ยเฟยกล่าวตอบหลังจากไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง

เมื่อได้ยินเช่นนั้นอันเดร์ก็ส่งเสียงหัวเราะออกมาซึ่งในบรรดาพวกเขาทั้งสามคนชายชราก็เป็นบุคคลเพียงคนเดียวที่ไม่มีพลังพิเศษใด ๆ และมันก็คงจะเป็นเรื่องที่ยากลำบากที่จะทำการปลดล็อกพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ในช่วงอายุที่สูงขนาดนี้

“ภายในสหพันธ์มีผู้ที่มีพลังอยู่ในระดับสตาร์ไลท์อยู่เพียงแค่ 1,000 กว่าคน แต่ในตอนนี้พวกคุณทั้งสองคนก็ได้มารวมตัวกันอยู่ตรงหน้าของฉันจริง ๆ ฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ฉันได้รู้จักกับพวกคุณทั้งสองคน”

หลังจากที่อันเดร์จิบไวน์ให้เกียรติผู้มีพลังพิเศษทั้งสองคนแล้วเขาก็ได้กล่าวถามเซี่ยเฟยขึ้นมาว่า

“คุณยังจำเรื่องที่พวกเราพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องสตาร์คอยน์ได้ไหม”

“จำได้ครับ ทันทีที่พวกเราไปถึงนิวยอร์กผมจะรีบโอนสตาร์คอยน์ให้กับคุณทันที” เซี่ยเฟยกล่าวตอบ

ท้ายที่สุดมันก็ไม่สำคัญว่าเขาจะแลกสตาร์คอยน์กับใครเพราะสิ่งที่เขาต้องการจริง ๆ คือเงินแอลไลคอยน์ที่นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน

“เยี่ยม! แบบนี้ฉันก็จะเข้าใกล้เป้าหมายไปอีกขั้น” อันเดร์กล่าวขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น จากนั้นเขาก็ได้กล่าวอธิบายต่อไปว่า

“ตระกูลของฉันได้ทำข้อตกลงกับมนุษย์ต่างดาวว่าพวกเราจะทำการซื้อเทคโนโลยีพลังงานจากพวกเขาในราคา 1 ล้านสตาร์คอยน์ พวกคุณน่าจะเคยได้ยินมาบ้างว่าเชื้อเพลิงฟอสซิลภายในโลกของพวกเราใกล้ที่จะหมดลงเต็มทีและพวกเราก็ยังไม่สามารถหาแหล่งพลังงานที่เหมาะสมมาทดแทนได้ ดังนั้นถ้าหากว่าพวกเราสามารถแก้ปัญหาเรื่องแหล่งพลังงานได้จริง ๆ มันก็จะเป็นประโยชน์ต่อผู้คนทั่วทั้งโลก”

“คุณกำลังวางแผนที่จะซื้อเทคโนโลยีอะไรหรอ?” เซี่ยเฟยกล่าวถาม

“มันเป็นเทคโนโลยีนิวเคลียร์ฟิวชั่นที่ควบคุมได้” อันเดร์กล่าวตอบด้วยน้ำเสียงอันตื่นเต้น จากนั้นเขาก็ได้อธิบายต่อไปว่า

“เทคโนโลยีนิวเคลียร์ฟิวชั่นถือได้ว่าเป็นแหล่งพลังงานที่ไร้ขีดจำกัด, สะอาดและปลอดภัย โดยเชื้อเพลิงสำหรับการก่อให้เกิดปฏิกิริยาฟิวชั่นขึ้นมาคือแร่ดิวเทอเรียมซึ่งมีอยู่ในน้ำทะเลเป็นจำนวนมากถึง 40 ล้านล้านตันและถ้าหากว่าพวกเราได้ใช้แร่ดิวเทอเรียมทั้งหมดในปฏิกิริยาฟิวชั่น มันก็จะสามารถให้พลังงานกับมนุษย์ภายในโลกได้เป็นเวลาหลายหมื่นล้านปี!!”

“ปัญหาเพียงอย่างเดียวคือความร้อนที่เกิดขึ้นมาจากปฏิกิริยาฟิวชั่นมันสูงมากถึง 400 ล้านองศาเซลเซียสและมันก็ไม่มีสสารชนิดใดในโลกสามารถทนอุณหภูมิที่สูงมากขนาดนี้ได้ ถึงแม้ว่านักวิทยาศาสตร์ของเราจะสามารถออกแบบสนามพลังขึ้นมาควบคุมการฟิวชั่นได้แล้วแต่เทคโนโลยีภายในโลกของพวกเราก็ยังไม่สามารถที่จะสร้างสนามพลังที่นักวิทยาศาสตร์ออกแบบขึ้นมาได้อยู่ดี ดังนั้นพวกเราจึงคิดที่จะซื้ออุปกรณ์สำหรับการสร้างสนามพลังนี้จากอารยธรรมนอกโลก”

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับ เขาก็เคยได้ยินเรื่องปัญหาเกี่ยวกับแหล่งพลังงานของโลกมาบ้างเหมือนกัน

ถ้าหากว่าพวกเขาสามารถใช้พลังงานที่สะอาดและปลอดภัยชนิดนี้มาทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลแบบดั้งเดิมได้สำเร็จ มันก็ไม่เพียงแต่จะช่วยแก้ปัญหาในเรื่องของแหล่งพลังงานเท่านั้นแต่มันยังช่วยแก้ปัญหาเรื่องมลภาวะได้อีกด้วย

“เอาล่ะ ทันทีที่พวกเราไปถึงนิวยอร์กพวกเราจะมุ่งหน้าตรงไปยังธนาคารระหว่างดวงดาวทันที แล้วผมจะทำการแลกเปลี่ยนสตาร์คอยน์ทั้งหมดที่ผมมีให้กับคุณ” เซี่ยเฟยกล่าว

“ตระกูลรอธส์ไชลด์ของพวกเราจะจดจำมิตรภาพในครั้งนี้เอาไว้และพวกเราก็ยินดีที่จะจ่ายค่าแลกเปลี่ยนให้กับคุณมากกว่ารัฐบาล 1.2 เท่า” อันเดร์กล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“ขอโทษครับ ถึงยังไงผมก็เป็นพลเมืองของสหพันธ์โลกและผมก็มีความรับผิดชอบที่จะต้องช่วยเหลือสหพันธ์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ พวกเรามาทำการแลกเปลี่ยนด้วยอัตราปกติจะดีกว่า ถึงแม้ว่าผมจะโลภมากแต่ผมก็ไม่ควรจะใช้ประโยชน์จากสถานการณ์อันเลวร้ายแบบนี้” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับประสานมือทั้งสองข้างของเขาเข้าด้วยกัน

—--

นิวยอร์กเป็นสถานที่ตั้งของรัฐบาลกลางและยังเป็นเมืองหลวงของสหพันธ์โลก นอกจากนี้บนเกาะแมนฮัตตันที่มีพื้นที่ 59.10 ตารางกิโลเมตรก็เป็นสถานที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของธนาคารมากกว่า 3,000 แห่ง ซึ่งมันก็รวมถึงบริษัทหลักทรัพย์, บริษัททางการเงินและบริษัทต่าง ๆ อีกอย่างมากมาย เห็นได้ชัดเลยว่าสถานที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ศูนย์กลางทางการเงินของโลกอย่างแท้จริง

ธนาคารระหว่างดวงดาวเอ็นดาโร่สาขาโลกก็ตั้งอยู่ที่เกาะแมนฮัตตันด้วยเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นตำแหน่งที่ตั้งของมันยังเป็นหนึ่งในทำเลทองบนวอลล์สตรีทอีกด้วย

เมื่อเปรียบเทียบกับธนาคารซิตี้แบงค์, สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด, ยูบีเอสและธนาคารที่มีชื่อเสียงอื่น ๆ ของสหพันธ์แล้วธนาคารระหว่างดวงดาวถือได้ว่าเป็นธนาคารที่ดูด้อยกว่าอย่างแท้จริง โดยตัวอาคารซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของธนาคารก็ดูไม่ค่อยจะน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตามมันก็ไม่มีใครกล้าที่จะดูถูกธนาคารแห่งนี้เลยแม้แต่นิดเดียว เพราะมันเป็นธนาคารนอกโลกเพียงแห่งเดียวที่ตั้งอยู่บนโลก

เงื่อนไขการเข้าสู่ธนาคารแห่งนี้ก็มีอยู่ 2 ประการ โดยเงื่อนไขประการแรกคือธนาคารรับการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินสตาร์คอยน์เท่านั้นและเงื่อนไขประการที่สองคือนอกเหนือจากองค์กรชั้นนำและผู้ที่มีสิทธิพิเศษเพียงแค่ไม่กี่คนแล้วมันก็มีเพียงแต่พลเมืองระดับคลาส A เท่านั้นที่สามารถเปิดบัญชีของธนาคารแห่งนี้ได้

อัตราการแรกเปลี่ยนสตาร์คอยน์ต่อแอลไลคอยน์อยู่ที่ 1:10,000 ซึ่งอัตราการแลกเปลี่ยนที่สูงขนาดนี้มันก็มากพอแล้วที่จะทำให้ประชาชนโดยทั่วไปทำได้เพียงแค่มองไปยังธนาคารระหว่างดวงดาวเท่านั้น นอกจากนี้สตาร์คอยน์ยังถือว่าเป็นสินค้าหายากแม้แต่ภายในสหพันธ์ ดังนั้นถึงแม้ว่าใครจะมีเงินแอลไลคอยน์มากเพียงพอแต่พวกเขาก็อาจจะไม่สามารถทำการแลกเปลี่ยนสตาร์คอยน์ได้

ในขณะเดียวกันจำนวนพลเมืองระดับคลาส A ที่มีอยู่ในโลกก็มีจำนวนอยู่น้อยมาก โดยมันมีผู้ที่มาลงทะเบียนเอาไว้เพียงแค่ประมาณ 10,000 คน มันจึงทำให้ธนาคารแห่งนี้แทบที่จะไม่มีใครได้เข้ามาเยี่ยมเยียนเลยและทำให้บรรยากาศภายในธนาคารดูค่อนข้างที่จะวังเวง

เมื่อเซี่ยเฟยและอันเดร์ได้ลงมาจากรถลีมูซีนพวกเขาก็เดินเข้าไปภายในห้องโถงใหญ่ของธนาคารระหว่างดวงดาว ก่อนจะมีมนุษย์ต่างดาวที่มีเคราเล็ก ๆ เดินเข้ามาต้อนรับพวกเขาด้วยท่าทางสบาย ๆ

“ธนาคารระหว่างดวงดาวเอ็นดาโร่ยินดีให้บริการครับ ผมดอว์สันเป็นผู้จัดการธนาคารแห่งนี้ ไม่ทราบว่าพวกคุณมีอะไรให้ผมช่วยเหลือไหมครับ” ดอว์สันกล่าวออกมาและถึงแม้ว่าคำพูดของเขาอาจจะฟังดูดีแต่ใบหน้าของเขาก็ไม่ได้ให้ความเคารพต่อลูกค้าทั้งสองคนเลย

ทั่วทั้งธนาคารแห่งนี้มีพนักงานอยู่เพียงแค่ 2 คน โดยพนักงานคนหนึ่งเป็นผู้จัดการธนาคาร ส่วนพนักงานอีกคนหนึ่งเป็นประธานธนาคารสาขาโลก

ขณะเดียวกันพนักงานทั้งสองคนนี้ต่างก็มีผลการประเมินประจำปีที่แย่ที่สุดภายในธนาคาร พวกเขาจึงถูกส่งมายังดาวเคราะห์ที่อยู่ห่างไกลเพื่อไม่ให้ได้พบเจอกับลูกค้ามากนัก

แน่นอนว่าดอว์สันย่อมรู้สึกดูถูกโลกแห่งนี้เช่นกัน เพราะโลกมีระดับอารยธรรมเพียงแค่ 0.5 ดังนั้นภาพจำของดอว์สันที่มีต่อโลกมันจึงมีเพียงแต่ความโบราณ, ล้าหลัง, สกปรกและยากจน

“ฉันต้องการเข้าสู่ระบบและทำการโอนเงินผ่านธนาคาร” เซี่ยเฟยกล่าว

“เชิญตามผมมาทางนี้ได้เลย” ดอว์สันกล่าวพร้อมกับนำทางเซี่ยเฟยและอันเดร์ไปยังคอมพิวเตอร์ AI จากนั้นเขาก็ได้ถามออกมาว่า

“ไม่ทราบว่าพวกคุณรู้จักวิธีการใช้คอมพิวเตอร์ AI คุณภาพสูงเครื่องนี้เพื่อเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ตระหว่างดวงดาวหรือเปล่า”

คำพูดของดอว์สันทำให้เซี่ยเฟยขมวดคิ้วและรู้สึกไม่พอใจมนุษย์ต่างดาวคนนี้มาก

“ขอโทษด้วยฉันไม่รู้วิธีใช้คอมพิวเตอร์ AI เครื่องนี้หรอก ไม่ทราบว่าคุณพอจะช่วยฉันหน่อยได้ไหม”

หลังจากเซี่ยเฟยกล่าวจบการแสดงออกของดอว์สันก็เปลี่ยนไปอย่างมืดมน เพราะเขาไม่เคยคิดเลยว่าเซี่ยเฟยจะกล้าสั่งสอนเขาแบบนี้

อย่างไรก็ตามหากดอว์สันไม่ปฏิบัติตามคำร้องขอของลูกค้า มันก็จะเป็นการละเมิดกฎของธนาคาร ดังนั้นเขาจึงช่วยเซี่ยเฟยลงชื่อเข้าใช้บัญชีด้วยความแค้น

‘เป็นไปไม่ได้?! มนุษย์โลกจะมีเงินมากขนาดนี้ได้ยังไง!!’

หลังจากดอว์สันได้เห็นยอดเงินในบัญชีดวงตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้นมาด้วยความตกตะลึง

ดอว์สันพยายามใช้แขนเสื้อของเขาขยี้ตาของตัวเองและมองดูเลขศูนย์ยาว ๆ บนหน้าจออย่างระมัดระวัง ก่อนที่เขาจะได้เปลี่ยนท่าทีอย่างฉับพลันและกล่าวออกไปด้วยความเคารพว่า

“ไม่ทราบว่านายท่านต้องการจะโอนเงินไปยังบัญชีไหน? เท่าไหร่ขอรับ?”

การแสดงออกของดอว์สันได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง นั่นก็เพราะว่ายอดเงินในบัญชีของเซี่ยเฟยมีจำนวนอยู่มากจนเกินไป จนทำให้ชายหนุ่มคนนี้ได้ถูกยกระดับให้กลายเป็นลูกค้าวีไอพีระดับ 1 ดาวของธนาคารโดยอัตโนมัติ

ดอว์สันรู้เรื่องสิทธิพิเศษของลูกค้าวีไอพีระดับ 1 ดาวเป็นอย่างดี ถ้าหากว่าลูกค้าวีไอพีเหล่านี้บ่นเรื่องของเขาออกมาแม้แต่นิดเดียว เขาก็อาจจะถูกไล่ออกจากธนาคารไปได้เลย เมื่อเขาได้คิดถึงท่าทางประชดประชันที่เขาได้แสดงใส่เซี่ยเฟยในก่อนหน้านี้ มันก็ทำให้ทั่วทั้งร่างของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็น ๆ

ขณะเดียวกันเมื่อเซี่ยเฟยและอันเดร์ได้เห็นตัวเลขบนหน้าจอพวกเขาก็รู้สึกตกตะลึงไปชั่วครู่หนึ่งโดยเฉพาะอันเดร์ที่กำลังอ้าปากค้างขึ้นมาด้วยความตกใจ

‘เขารวยกว่าฉันอีก! คนเราไม่สามารถตัดสินกันจากภายนอกได้จริง ๆ’

ส่วนทางด้านของเซี่ยเฟยเขาก็เกาหนังศีรษะด้วยท่าทางอันประหม่า ก่อนที่เขาจะได้กล่าวออกมาว่า

“แหะ ๆ... ดูเหมือนยอดเงินมันจะสูงกว่าที่ผมคิดเอาไว้นิดหน่อย”

***************

หน้าหงายไปเลยซิไอ้พวกพนักงานที่ชอบดูถูกลูกค้า!! ว่าแต่พี่เฟยมียอดเงินในธนาคารเท่าไหร่แล้วน้า…

จบบทที่ ตอนที่ 12: เศรษฐีชั่วข้ามคืน

คัดลอกลิงก์แล้ว