เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 7: แหวนทะลุลม

ตอนที่ 7: แหวนทะลุลม

ตอนที่ 7: แหวนทะลุลม


ตอนที่ 7: แหวนทะลุลม

การพัฒนาอารยธรรมไม่มีเส้นทางที่แน่นอน ยกตัวอย่างเช่น อารยธรรมภายในประเทศจีนที่นอกเหนือจากประเทศจีนในยุคโบราณแล้วมันก็ไม่มีประเทศจีนในยุคอื่นใดที่สามารถสร้างสรรค์บทกวีอันสวยงามเช่นนั้นขึ้นมาได้อีกเลย มันจึงทำให้ทายาทในยุคสมัยใหม่ทำได้เพียงแต่ท่องบทกวีของบรรพบุรุษเท่านั้น

เรื่องนี้ถือได้ว่าเป็นโจทย์ปัญหาที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้ แต่สิ่งที่แสดงออกมามันก็ได้พิสูจน์แล้วว่าบทกวีที่ดีมักจะถูกสร้างขึ้นในช่วงเวลาและสถานการณ์อันเหมาะสมเท่านั้น

ท้ายที่สุดบทกวีก็ไม่ได้เพียงแต่เป็นเอกลักษณ์ของโลกเท่านั้นแต่มันยังเป็นอารยธรรมโบราณที่มีความโดดเด่นแม้กระทั่งในระดับจักรวาลอีกด้วย

ด้วยเหตุนี้เมื่อเซี่ยเฟยได้ทำการอัปโหลดบทกวีทั้ง 13 บทลงในเว็บไซต์กวีนิพนธ์ มันจึงทำให้ผู้คลั่งไคล้บทกวีทั่วทั้งภูมิภาคดาวเอ็นดาโร่ถึงกับรู้สึกบ้าคลั่ง

ขณะเดียวกันไมโครชิพแปลภาษาภายในร่างกายของเซี่ยเฟยก็มีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพราะมันสามารถแปลแก่นแท้ของบทกวีออกมาได้เป็นอย่างดี มันจึงทำให้ผลงานของต้นฉบับแทบที่จะไม่ถูกดัดแปลง

ในเวลาเพียงแค่ 3 วันบทกวีที่เซี่ยเฟยได้นำไปลงขายก็ถูกซื้อไปไม่น้อยกว่า 10,000 ครั้ง ซึ่งมันก็ทำให้เซี่ยเฟยมีรายได้มากกว่า 100,000 สตาร์คอยน์

สตาร์คอยน์ถือว่าเป็นสกุลเงินสากลในระดับจักรวาล ซึ่งถ้าหากว่าเซี่ยเฟยได้ทำการแลกเปลี่ยนสตาร์คอยน์เหล่านี้เป็นเงินสกุลแอลไลคอยน์ มันก็จะทำให้เขาได้กลายเป็นเศรษฐีระดับร้อยล้าน!

ในขณะเดียวกันชื่อบัญชีของเซี่ยเฟยภายในเว็บไซต์กวีนิพนธ์ก็ใช้นามปากกาว่า ‘ผู้เล่าขานจากสายลม’ และมันก็ทำให้ทุกคนต่างก็พยายามตามหาว่านักเขียนลึกลับคนนี้คือใครถึงสามารถเขียนบทกวีออกมาได้อย่างสง่างามเช่นนี้

ปัจจุบันมันมีผู้ชื่นชอบบทกวีเป็นจำนวนมากที่เฝ้าดูหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลาหลายวันโดยหวังว่าจะได้เห็นผู้เล่าขานจากสายลมออนไลน์เข้ามาในระบบ แต่น่าเสียดายที่นับตั้งแต่การเข้าสู่ระบบในครั้งก่อน ผู้เล่าขานจากสายลมก็ไม่ได้กลับมาออนไลน์อีกเลย ซึ่งมันก็ทำให้ทุกคนรู้สึกสงสัยในตัวตนของนักเขียนคนนี้เป็นอย่างมาก

—--

เมื่อเซี่ยเฟยได้เดินทางออกมาจากหุบเขาเขาก็รู้สึกเหนื่อยล้ามาก ซึ่งหลังจากที่เขาได้รับประทานอาหารร้อน ๆ ภายในร้านตงไหลซุ่นเขาก็ได้กลับไปพักผ่อนยังโรงแรมอีกครั้ง

หลังจากที่เซี่ยเฟยได้ตื่นขึ้นมาเขาก็ได้เดินทางไปยังห้องชั้นบนสุดของสำนักงานจัดการพลเมือง ซึ่งสถานที่แห่งนี้มันก็เป็นสถานที่ตั้งของคอมพิวเตอร์ AI นั่นเอง

เมื่อเซี่ยเฟยได้เชื่อมต่อเข้าไปยังเว็บไซต์กวีนิพนธ์ เขาก็ทำการคลิกที่บัญชีเพื่อทำการตรวจสอบยอดขายบทกวีในระหว่างที่เขาได้เข้าป่าไปทำการฝึกฝน

“แม่เจ้าโว้ย!!” เซี่ยเฟยอุทานออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา เพราะถึงแม้ว่าเขาจะโดนหักค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมไป 50% แล้วแต่ภายในบัญชีมันก็ยังมีตัวเลขอยู่ทั้งสิ้นถึงห้าหลัก

ในปัจจุบันบัญชีของเขามีเงินอยู่ทั้งหมด 74,351 สตาร์คอยน์ซึ่งจำนวนของมันก็ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุก ๆ 2-3 วินาที

นอกจากนี้มันยังมีอีเมลถูกส่งเข้ามาหาเขาเป็นจำนวนนับไม่ถ้วนแล้วมันก็มีอีเมลบางฉบับที่ถูกส่งมาจากเว็บไซต์กวีนิพนธ์อีกด้วย

หลังจากที่เซี่ยเฟยได้เลือกจดหมายมาอ่านแบบสุ่ม ๆ เขาก็ได้พบว่ามันมีคนต้องการที่จะซื้อลิขสิทธิ์ผูกขาดบทกวีที่เขานำไปลง โดยค่าซื้อลิขสิทธิ์อยู่ที่ 1,000 สตาร์คอยน์ต่อคำซึ่งมันถือได้ว่าเป็นเงินจำนวนมากมายมหาศาล!

ซื้อลิขสิทธิ์คำเดียว 1,000 สตาร์คอยน์เนี่ยนะ!!

หากได้นับจำนวนคำภายในบทกวีที่บรรพบุรุษได้ทิ้งเอาไว้มันย่อมมีจำนวนคำนับเป็นหมื่น ๆ คำอย่างแน่นอน ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันก็จะมีมูลค่าหลายสิบล้านสตาร์คอยน์!

เซี่ยเฟยได้ทำการไตร่ตรองเรื่องนี้อยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะปิดอีเมลไปโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น

“รีบตอบรับข้อเสนอของพวกเขาเร็วเข้า! ถ้าหากว่าพวกเราขายลิขสิทธิ์บทกวีพวกนั้นออกไปพวกเราก็จะมีเงินมากเพียงพอที่จะซื้อส่วนผสมน้ำยา นายไม่อยากจะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริงหรือยังไง?” อันธกล่าวขึ้นมาอย่างกังวล

“ถ้าฉันขายลิขสิทธิ์บทกวีออกไปพวกเขาก็จะใช้โอกาสนี้เพิ่มราคาของบทกวีขึ้นไปจากเดิม ในตอนนั้นผู้ที่ชื่นชอบบทกวีโดยทั่วไปก็คงจะไม่มีโอกาสได้อ่านบทกวีเหล่านี้อีกแล้ว” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

ในความเป็นจริงเซี่ยเฟยก็อยากที่จะขายลิขสิทธิ์บทกวีออกไปเหมือนกัน เพราะท้ายที่สุดผู้ที่แต่งบทกวีเหล่านี้ก็ล่วงลับไปเป็นเวลานานแล้ว

ขณะเดียวกันถ้าหากไม่ใช่เพราะเซี่ยเฟยได้ใช้ช่องว่างระหว่างที่อารยธรรมภายในโลกมนุษย์ยังขาดความรู้เกี่ยวกับอารยธรรมนอกโลก เขาก็คงจะไม่สามารถหาเงินจากวิธีนี้ได้

อย่างไรก็ตามมันก็คงจะไม่ใช่เรื่องที่ฉลาดมากนักถ้าหากว่าเขาจะต้องเข้าไปพัวพันกับข้อพิพาทในเรื่องลิขสิทธิ์ที่ยังไม่มีการระบุสิทธิ์กันอย่างชัดเจน

แน่นอนว่าอันธย่อมไม่รู้ว่าเซี่ยเฟยกำลังคิดอะไรอยู่ ดังนั้นเขาจึงเชื่อคำพูดของชายหนุ่มคนนี้อย่างสนิทใจและเขาก็ได้กล่าวออกไปด้วยความชื่นชมว่า

“ฉันต้องขอยกย่องความคิดของนายจริง ๆ นายนี่ถือได้ว่าเป็นพระผู้มาโปรดสำหรับผู้ที่ชื่นชอบบทกวีทุกคนเลย”

คำพูดของอันธถึงกับทำให้เซี่ยเฟยพูดไม่ออกเพราะเขาไม่ได้เป็นพระผู้มาโปรดเหมือนกับที่อันธได้กล่าวเอาไว้

เมื่อเขาได้ทำการตรวจสอบอีเมลส่วนใหญ่เขาก็ได้พบว่ามันเป็นอีเมลที่พยายามพูดคุยทำความรู้จักไปจนถึงอีเมลของสื่อที่ต้องการจะขอสัมภาษณ์ แต่เนื่องมาจากเซี่ยเฟยต้องการที่จะปิดบังตัวตนเอาไว้ เขาจึงเลิกให้ความสนใจกับอีเมลทั้งหมด

ในบรรดาอีเมลทั้งหมดมันมีอีเมลฉบับหนึ่งที่ดึงดูดความสนใจของเขาเป็นอย่างมาก เพราะอีเมลส่วนใหญ่จะเป็นอีเมลสีเทาและแม้แต่อีเมลของเว็บไซต์กวีนิพนธ์เองก็เป็นอีเมลสีดำ แต่อีเมลฉบับนี้กลับเป็นอีเมลสีชมพู

เมื่อเซี่ยเฟยได้เหลือบมองไปยังไอดีของผู้ส่งอีเมลเขาก็ได้พบว่าเจ้าของอีเมลฉบับนี้มีชื่อว่าแอวริล

หลังจากนั้นเซี่ยเฟยก็ลองทำการเปิดอีเมลฉบับนี้ดูซึ่งมันก็ทำให้เขาอดที่จะหัวเราะขึ้นมาไม่ได้เพราะเนื้อหาในจดหมายนั้นก็คือ

ฉันขอสั่งให้คุณเขียนบทกวีที่มีหัวข้อเป็นมหาสมุทรในฤดูใบไม้ร่วงแล้วส่งมาที่อีเมลของฉัน

เมื่อพิจารณาจากชื่อบัญชี เธอคนนี้ก็น่าจะเป็นผู้หญิง แต่ทัศนคติที่เธอได้แสดงออกมามันก็ทำให้เขาไม่อยากจะเข้าไปสุงสิงกับผู้หญิงคนนี้เลยจริง ๆ

“คำสั่ง? เธอคิดว่าตัวเองเป็นใครถึงมาสั่งคนที่ไม่รู้จักแบบนี้?” เซี่ยเฟยส่งเสียงหัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนที่เขาจะได้ตอบอีเมลกลับไปว่า

โอ้มหาสมุทรอันกว้างใหญ่ 

ฤดูใบไม้ร่วงช่างแห้งแล้งอย่างแท้จริง 

แต่ถึงแม้ว่าใบไม้จะร่วงหล่น 

มหาสมุทรก็ยังคงยิ่งใหญ่มากอยู่ดี…

เซี่ยเฟยได้ทำการพิมพ์บทกวีอันเลวร้ายของอันธลงไป ซึ่งหลังจากที่เขาได้ทำการส่งอีเมลตอบกลับไปแล้วเขาก็เผยรอยยิ้มอันสนุกสนานออกมา

หลังจากที่เซี่ยเฟยได้ตอบกลับอีเมลของหญิงสาวคนนี้ไปแล้ว เขาก็ได้ทำการอัปโหลดบทกวีลงไปในเว็บไซต์อีก 24 บท โดยในปัจจุบันเขาเริ่มรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้ตั้งใจเรียนวิชาเกี่ยวกับบทกวีอย่างเพียงพอ เพราะถ้าหากว่าเขารู้ว่ามันสามารถนำมาสร้างความร่ำรวยให้กับเขาได้เขาก็คงจะตั้งใจเรียนมากกว่านี้

เมื่อเซี่ยเฟยได้ทำการโอนเงินจำนวน 74,000 สตาร์คอยน์เข้าไปยังธนาคารของตนเองแล้วเขาก็เริ่มทำการเปิดเว็บไซต์การค้าอื่น ๆ เพื่อเตรียมการซื้อส่วนผสมสำหรับการปรุงน้ำยาเพิ่มระดับความสามารถของตนเองและมันก็รวมถึงสินค้าไฮเทคบางอย่างที่ไม่มีวางขายภายในดาวโลก

“ซื้อสมุนไพรอีกาทองคำไป 10 ต้น, ผลไม้เรืองแสง 10 ลูก, ว่านเขียว…” อันธเริ่มสั่งวัตถุดิบต่าง ๆ ราวกับว่าวัตถุดิบพวกนี้ไม่จำเป็นจะต้องเสียเงินซื้อ

อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยก็ทำได้เพียงแต่อดกลั้นความเจ็บปวดเอาไว้ในใจและทำการสั่งซื้อวัตถุดิบตามที่อันธต้องการ ซึ่งทุกครั้งที่เขาทำการกดคลิกเพื่อสั่งซื้อวัตถุดิบออกไปเขาก็จะรู้สึกเจ็บปวดอยู่ในใจลึก ๆ

ท้ายที่สุดเซี่ยเฟยก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากจะต้องซื้อวัตถุดิบมาทำการปรุงน้ำยา เพราะเขาได้สูญเสียความสามารถในการเพิ่มระดับด้วยตัวเองไปแล้ว ดังนั้นถ้าหากว่าเขาต้องการที่จะมีระดับความสามารถที่แข็งแกร่งมากกว่านี้เขาก็จำเป็นที่จะต้องทำการซื้อวัตถุดิบไปปรุงน้ำยาเท่านั้น

อันธได้ทำการสั่งซื้อวัตถุดิบสำหรับส่วนผสมทำน้ำยาทั้งหมด 17 ชนิดพร้อมกับชุดเครื่องมือสำหรับการปรุงยาโดยเฉพาะ ซึ่งราคาของสินค้าเหล่านี้มีราคาโดยรวมอยู่ที่ 63,800 สตาร์คอยน์ มันจึงทำให้ความร่ำรวยที่เขาเพิ่งได้รับมาหายวับไปกับตาในเวลาเพียงแค่ไม่กี่นาที

การชอปปิงออนไลน์มันเป็นการผลาญเงินชัด ๆ!

“วัตถุดิบพวกนี้มันเป็นเพียงแค่วัตถุดิบเกรดต่ำเท่านั้น ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันคงจะไม่แม้แต่ชำเลืองตามองพวกมันเลยด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้พวกเรายังมีเงินไม่มากนัก พวกเราเลยไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากจะต้องพึ่งพาวัตถุดิบเกรดต่ำพวกนี้ไปก่อน” อันธกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

เมื่อได้ยินเช่นนั้นเซี่ยเฟยก็ถึงกับพูดไม่ออก เพราะท้ายที่สุดเขาก็เคยเป็นคนยากจนมาก่อนและเขาก็ไม่เคยมีประสบการณ์ในการใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยเหมือนอย่างอันธ

หลังจากที่ออกมาจากตลาดส่วนผสมน้ำยาแล้วเซี่ยเฟยก็เริ่มทำการสำรวจตลาดสินค้าเบ็ดเตล็ดต่อ โดยตลาดสินค้าเบ็ดเตล็ดนี้วางขายสินค้าคล้ายกับตลาดนัดบนโลกซึ่งสินค้าส่วนใหญ่จะเป็นสินค้ามือสอง

ด้วยเงินทุนที่มีอยู่อย่างจำกัดเซี่ยเฟยจึงไม่สามารถที่จะซื้อสินค้าระดับสูงได้ เขาจึงทำได้เพียงแต่พยายามค้นหาโอกาสที่เล็ดลอดมาจากร้านค้าเหล่านี้เท่านั้น

การพยายามซื้อสินค้ารอบ ๆ ตลาดโดยไม่มีหมวกเสมือนจริงมันก็ไม่ใช่เรื่องที่สะดวกเลย เพราะมันมีสินค้าถูกแสดงขึ้นมาบนหน้าจอเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน และการชำเลืองสายตามองสินค้าเหล่านี้เพียงแค่แวบเดียวมันก็เพียงพอที่จะทำให้รู้สึกวิงเวียนศีรษะขึ้นมาได้

หลังจากเซี่ยเฟยจุดบุหรี่ขึ้นมาสูบแก้เครียดเขาก็จดจ่อสมาธิและทำการค้นหาสินค้าต่อไป เพราะท้ายที่สุดราคาค่าธรรมเนียมในการใช้คอมพิวเตอร์ AI ก็อยู่ที่ 10,000 แอลไลคอยน์ต่อชั่วโมง ดังนั้นเซี่ยเฟยจึงไม่ต้องการที่จะเสียเวลาในการชอปปิงแม้แต่นาทีเดียว

แต่ในทันใดนั้นเองอันธก็อุทานออกมาว่า

“แหวนทะลุลม! แหวนวงนี้ค่อนข้างดีซื้อมันมาใช้งานซะ”

“มันคืออะไร?” เซี่ยเฟยถาม

“มันเป็นแหวนที่มีประโยชน์กับนายมาก นายลองนึกถึงในตอนที่นายกำลังวิ่ง นายรู้สึกถึงแรงต้านในอากาศใช่ไหม” อันธกล่าวถาม

“รู้สึกสิ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“แหวนทะลุลมวงนี้ถูกออกแบบมาเพื่อลดแรงต้านของอากาศ ดังนั้นไม่ว่าใครก็ตามที่มีพลังพิเศษทางด้านความเร็วจะหาแหวนลักษณะนี้มาสวมใส่กันทุกคน เท่าที่ฉันคำนวณสมุนไพรที่พวกเราได้ซื้อไปในครั้งนี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วซึ่งมันก็น่าจะช่วยทำให้นายเพิ่มระดับจากสตาร์ไลท์ขั้นพื้นฐานไปจนถึงระดับสตาร์เบสได้ ขณะเดียวกันเมื่อไหร่ก็ตามที่ความเร็วในการเคลื่อนที่ของนายเกินกว่า 100 เมตรต่อวินาที ในเวลานั้นนายก็จะต้องทนทุกข์ทรมานจากแรงต้านอากาศถ้าหากว่านายไม่ได้มีแหวนทะลุลมอยู่ในมือ”

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับอย่างเข้าใจว่าแหวนวงนี้มีประสิทธิภาพที่น่าทึ่งจริง ๆ ยิ่งไปกว่านั้นการลดแรงต้านของอากาศมันยังช่วยให้เขาสามารถใช้ความเร็วได้ดีขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

บนฟอรั่มที่แหวนวงนี้ได้วางขายไว้ได้มีคำว่า 'ต่อรองราคาได้' แต่ชื่อของสินค้าที่เขียนไว้บนฟอรั่มกลับเป็น 'แหวนต้านลม’

“บนฟอรั่มมันเขียนว่าแหวนต้านลมนะไม่ใช่แหวนทะลุลม” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับชี้ไปที่หน้าจอ

“คนขายแหวนวงนี้เป็นพวกตาถั่วจริง ๆ แม้ว่ารูปร่างภายนอกของแหวนทั้งสองชนิดจะเหมือนกัน แต่แหวนทะลุลมมีประสิทธิภาพที่ดีกว่ามาก มันจึงทำให้ในแง่ของราคาแหวนทะลุลมแต่ละวงมีมูลค่าไม่น้อยไปกว่า 80,000 สตาร์คอยน์ ในขณะที่แหวนต้านลมมีราคาสูงสุดเพียงแค่ 10,000 สตาร์คอยน์” อันธกล่าวขึ้นมาด้วยท่าทางที่ดูถูกเล็กน้อย

“ถ้าอย่างนั้น…” เซี่ยเฟยรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาในทันทีและเขาก็รู้สึกเหมือนกับว่าเขาได้ค้นพบสมบัติท่ามกลางร้านค้าขายของเก่าแล้ว

***************

ไหนใครเคยมีประสบการณ์เผาผลาญเงินไปกับการชอปปิงออนไลน์บ้างสารภาพมาซะดี ๆ… เพราะเราก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วยเหมือนกัน 555

จบบทที่ ตอนที่ 7: แหวนทะลุลม

คัดลอกลิงก์แล้ว