เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 – ของสะสมชิ้นนี้มีข้อกังขา!

บทที่ 15 – ของสะสมชิ้นนี้มีข้อกังขา!

บทที่ 15 – ของสะสมชิ้นนี้มีข้อกังขา!


เฉินฮั่นไม่ใส่ใจปฏิกิริยาในงานเลยแม้แต่น้อย ทั้งหมดนี้อยู่ในการคาดการณ์ของเขาแล้ว

เขาเดินลงจากเวทีด้วยสีหน้าเรียบเฉย มาหยุดอยู่ตรงหน้าผู้เชี่ยวชาญทั้งสี่ที่แถวหน้า แล้วปลดจี้คริสตัลที่หน้าอกออกมาอย่างเปิดเผย

กริ๊ก!

เสียงเบา ๆ ดังขึ้น จี้คริสตัลทรงกระบอกถูกเปิดออก

ลูกปัดสีเหลืองนวลขนาดเท่าเม็ดพุทรา ปรากฏขึ้นบนหน้าจอขนาดใหญ่

แม้ลูกปัดจะไม่กลมเกลี้ยงได้รูป แต่พื้นผิวกลับนวลเนียนดุจมันแพะและหยกเนื้อดี

ปรมาจารย์ทั้งสี่ท่านเดิมทีตกใจกับการกระทำของเฉินฮั่นอยู่บ้าง จะมีใครที่ไหนเอาพระธาตุมาห้อยคอแบบนี้

แต่ทันใดนั้น สายตาทั้งสี่คู่ก็ไม่อาจละไปจากวัตถุตรงหน้าได้อีก

ไม่ว่าจะเป็นจินเจี๋ยและเจี่ยหงอี้จากสมาคมวัตถุโบราณ หรือสวีอวี้ปินจากพิพิธภัณฑ์ หรือแม้แต่ซาลู่ฮุยจากราชบัณฑิตยสภาวิทยาศาสตร์ บนเส้นทางการประเมินของเก่านี้ อย่างน้อยทุกคนก็มีประสบการณ์ทางสายตาเกินสามสิบปี

วัตถุชิ้นจิ๋วที่วางสงบนิ่งอยู่บนโต๊ะ แผ่กลิ่นอายความขลังและความเก่าแก่ออกมา ซึ่งเป็นสิ่งที่ของปลอมยากจะเลียนแบบได้

ทั้งสี่คนสบตากัน แล้วหันขวับไปมองเฉินฮั่นพร้อมกัน

หรือว่านี่จะเป็นลูกหลานตระกูลใหญ่ที่ไหนอีก?

"พ่อหนุ่มคนนี้ ช่วยบอกที่มาของพระธาตุองค์นี้หน่อยได้ไหม?" เจี่ยหงอี้กระแอมเบา ๆ สองครั้ง ในแววตาเต็มไปด้วยความโลภที่อยากครอบครองพระธาตุองค์นี้อย่างไม่ปิดบัง

เมื่อวานนี้เอง เขาได้รับโทรศัพท์สายหนึ่งจากเพื่อนเก่าในวงการของเก่า เนื้อหาค่อนข้างแปลก

บอกว่าร้านจื้อเจินถังกำลังตามหาพระธาตุสมัยราชวงศ์หมิงองค์หนึ่ง และพระธาตุองค์นั้นอยู่ในมือของชายหนุ่มคนหนึ่ง

องค์ที่อยู่บนโต๊ะตรงหน้านี้ เจี่ยหงอี้มั่นใจไปแล้วเจ็ดถึงแปดส่วน ว่าคือสิ่งที่ร้านจื้อเจินถังกำลังตามหาอย่างพลิกแผ่นดิน

ถ้าอายุราว ๆ ห้าร้อยปี ก็ตรงกับสมัยราชวงศ์หมิงพอดี

นี่คือวาสนาชัด ๆ ร้านจื้อเจินถังเป็นพวกกระเป๋าหนัก ถ้าตนคว้าพระธาตุองค์นี้มาได้ แล้วปล่อยต่อบวกกำไรสักไม่กี่ล้าน ไม่มีปัญหาแน่นอน

คิดได้ดังนี้ ไหล่ของเจี่ยหงอี้ก็สั่นเทิ้มเบา ๆ

อีกสามท่านที่เหลือไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง คิดเพียงว่ารองนายกเจี่ยตื่นเต้นที่ได้เห็นของล้ำค่า

เฉินฮั่นพยักหน้า ตอบเสียงขรึมว่า "พระธาตุองค์นี้ ผมไปเก็บของหลุดมาจากพันเหอหยวนครับ"

เพียะ!

ที่ไกลออกไป ห่าวซูหลินตบต้นขาตัวเองฉาดใหญ่ กัดฟันกรอด

เจ้าหมอนี่ ฉันกำชับนักกำชับหนาว่าอย่าพูดเรื่องเก็บของหลุด แล้วทำไมเขาถึง...!

สีหน้าของอธิการบดีหลี่ตอนนี้มืดครึ้มจนฝนแทบจะตก สายตาที่มองเฉินฮั่น แทบอยากจะไล่ออกให้พ้นสภาพนักศึกษาเดี๋ยวนี้

นี่ใช่เวลามาล้อเล่นเหรอ ขายหน้าครั้งใหญ่แบบนี้ กู้คืนไม่ได้แล้ว!

พอเฉินฮั่นพูดประโยคนี้จบ ทั่วทั้งงานก็ระเบิดเสียงหัวเราะและคำพูดเยาะเย้ยออกมาเช่นกัน

"ขำจะตายอยู่แล้ว ไปเก็บของหลุดมาจากพันเหอหยวนเนี่ยนะ!"

"หัวหน้าห้องเฉินนายนี่มีพรสวรรค์จริง ๆ ฮ่าฮ่าฮ่า นายเก็บมาได้อีกมั้ยล่ะ ฉันจะขอเช่ากลับไปบูชาด้วยราคาสูง รับรองจะจุดธูปไหว้ลวันละแปดดอกเลย!"

เย่กว่างเฟิงตอนนี้หัวเราะจนน้ำตาไหลพราก ชี้ไปทางเฉินฮั่นแล้วตะโกนว่า "ดูสิ ดูสิ ฉันบอกแล้วไง ว่าท่านหัวหน้าห้องเฉินต้องเก็บของดีมาได้แน่ นึกไม่ถึงว่าจะเปลี่ยนจากมีดพัง ๆ มาเป็นพระธาตุได้ ฮ่าฮ่าฮ่า..."

โจวซือเสวียยกยิ้มมุมปาก แววตาเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม "เรียกร้องความสนใจ"

แม้แต่หวังเหวินหมิงยังส่งเสียงหัวเราะในลำคอ เบ้ปากส่ายหน้า

ฟู่หย่งและเพื่อนอีกสองคนที่นั่งอยู่ข้างหน้า หันขวับกลับมาด้วยดวงตาลุกเป็นไฟ

"พวกนายมองฉันไปก็ไร้ประโยชน์ ท่านหัวหน้าห้องเฉินอยากขึ้นไปขายหน้าเอง จะโทษคนอื่นได้ที่ไหน ทำไม หรือพวกนายคิดว่าพันเหอหยวนจะมีพระธาตุของจริงให้เก็บ?"

เสียงเป็ดแตกหนุ่มของเย่กว่างเฟิงดังขึ้น เหรินหมิงหมิงอ้าปากเตรียมจะโต้กลับ

"ใครบอกว่าเก็บมาจากพันเหอหยวน นั่นมัน..."

ยังพูดไม่ทันจบ ฟู่หย่งก็รีบห้ามไว้ ส่งสัญญาณให้หุบปาก

ในใจของฟู่หย่งคิดว่า จนถึงตอนนี้เฉินฮั่นก็ยังไม่พูดความจริง ไม่ยอมบอกว่าพระธาตุองค์นี้หนิงซินหนานให้ยืมมา คงเพราะศักดิ์ศรีมันค้ำคอ ไม่อยากให้ใครดูถูก

ถ้าเหรินหมิงหมิงหลุดปากออกไป ก็เท่ากับฉีกหน้าและแทงข้างหลังพี่น้อง

ฟู่หย่งถอนหายใจเบา ๆ ส่ายหน้าอย่างจนปัญญา ลากตัวเหรินหมิงหมิงให้หันกลับไป ไม่สนใจพวกเย่กว่างเฟิงอีก

"เชอะ ทำไมไม่พูดต่อล่ะ?"

"ถ้าของนั่นเป็นของจริง ฉันยอมกินสด ๆ เลย!"

แก้มยุ้ย ๆ ของเย่กว่างเฟิงสั่นกระเพื่อมไม่หยุด ยังคงกัดไม่ปล่อย

เหรินหมิงหมิงกำลังจะหันกลับไปด่าสวน แต่ด้านหน้าหอประชุมกลับมีเสียงดังฟังชัดแทรกขึ้นมาก่อน

"นี่พวก นายช่วยบอกหน่อยสิ ว่าไปเก็บของหลุดมาชิ้นนี้จ่ายไปกี่ตังค์?"

เป็นหนุ่มผมเดรดร็อกที่เอ่ยปาก

เขาจับตาดูเฉินฮั่นตั้งแต่ขึ้นเวที ในที่สุดก็เอ่ยปาก

น้ำเสียงเต็มไปด้วยความยียวนและเยาะเย้ย

เฉินฮั่นปรายตามองเขาแวบหนึ่ง ตอบเสียงเรียบ "แปดสิบ"

คำตอบนี้ผลักดันบรรยากาศในงานให้พุ่งถึงขีดสุดอีกครั้ง นี่ไม่เหมือนงานแลกเปลี่ยนแล้ว แต่เป็นละครตลก

ถึงขั้นมีคนหัวเราะจนตบโต๊ะเสียงดัง หอประชุมวุ่นวายไปหมด

หนุ่มเดรดร็อกแค่นเสียงฮึ สายตาดูถูกแทบจะกลายเป็นมีดบินออกมา

สีหน้าของผู้เชี่ยวชาญทั้งสี่ในตอนนี้แตกต่างกันไป

ซาลู่ฮุยผมสีดอกเลาเพียงแค่หรี่ตายิ้ม ไม่แสดงความคิดเห็น

ในฐานะสมาชิกราชบัณฑิตยสภาวิทยาศาสตร์ เขาไม่ได้อินกับของสะสมทางศาสนาเท่าไหร่ แต่กลับเชี่ยวชาญลึกซึ้งด้านวัตถุสวรรค์สมบัติปฐพีมากกว่า

แต่จินเจี๋ยไม่เหมือนกัน เขาขมวดคิ้วแน่น สายตายังไม่ละไปจากพระธาตุองค์นั้น ถึงขั้นอยากจะหยิบขึ้นมาส่องดูให้ชัดเจน

ใครบอกว่าพันเหอหยวนไม่มีของหลุด มันเป็นเรื่องของความน่าจะเป็น ในสมัยหนุ่ม ๆ ตอนที่ยังไม่ได้เป็นนายกสมาคมวัตถุโบราณ เขาก็อาศัยสายตาไปเก็บของดีจากพันเหอหยวนมาไม่น้อย

เพียงแต่ต่อมาที่นั่นกลายเป็นพุทธพาณิชย์หนักข้อขึ้น ของหลุดชิ้นใหญ่จึงแทบสาบสูญ

แต่ลูกปัดตรงหน้านี้ ผิวที่เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันตามธรรมชาติ ผ่านการขัดเกลาของกาลเวลา แผ่ความรู้สึกเหมือนเนื้อหยกออกมา ยากที่จะปลอมแปลงได้

ถ้าเป็นของแท้ พระธาตุองค์นี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ พระธาตุโบราณสมัยหมิง มูลค่าควรเมือง เป็นสมบัติล้ำค่าอย่างแท้จริง!

สวีอวี้ปินจากพิพิธภัณฑ์จิงตูมีสีหน้าเคร่งเครียดเช่นกัน เขาเองก็สัมผัสได้ถึงความเก่าแก่ของลูกปัดเม็ดนั้น แต่จะเป็นพระธาตุจริงหรือไม่ จำเป็นต้องใช้วิธีการบางอย่างพิสูจน์ถึงจะรู้ผล

ในงาน มีเพียงสีหน้าของเจี่ยหงอี้ที่ดูประหลาดที่สุดในตอนนี้

ดูเหมือนเขาจะตื่นเต้นผิดปกติ แต่ก็พยายามกลั้นเอาไว้อย่างหนัก สีหน้าเดี๋ยวซีดเดี๋ยวแดง

ปลอมสิ ของปลอมน่ะดีเลย!

ขอแค่ตัดสินหน้างานว่าเป็นของปลอม เชื่อว่าพ่อหนุ่มคนนี้ก็คงต้องยอมจำนน

เก็บของหลุดมาแปดสิบหยวน ตนจะขอซื้อต่อสักแปดร้อย ใช่ ให้เยอะไม่ได้ ไม่งั้นจะผิดสังเกต

สมองของเจี่ยหงอี้แล่นเร็วจี๋ ในใจเขา พระธาตุองค์นี้ตกเป็นของเขาเรียบร้อยแล้ว

...

สีหน้าของทุกคน เฉินฮั่นเก็บรายละเอียดเข้าสู่สายตาไม่ตกหล่นแม้แต่นิดเดียว

ในตอนนั้นเอง เขาก็เอ่ยปากขึ้น

"จะเป็นพระธาตุของจริงหรือไม่ ให้ผู้เชี่ยวชาญระดับปรมาจารย์ทั้งสี่ท่านตรวจสอบดีกว่าครับ เชิญหยิบดูได้ตามสบาย"

โดยปกติแล้ว ของวิเศษทางพุทธคุณอย่างพระธาตุหรือหินเทียนจู จะไม่ปล่อยให้ผ่านมือคนอื่นง่าย ๆ

ของวิเศษมีจิตวิญญาณ การถูกคนสัมผัสสุ่มสี่สุ่มห้า อาจรบกวนคลื่นพลังภายในได้

สิ้นคำพูดเฉินฮั่น เจี่ยหงอี้ราวกับได้รับนิรโทษกรรม ชิงตัดหน้าคนอื่น คว้าพระธาตุองค์นั้นขึ้นมาอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า

เพียงแค่ได้สัมผัส เขาก็มั่นใจเต็มเปี่ยม

ตอนนี้เขามีความมั่นใจเกินเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ ว่านี่คือพระธาตุสมัยหมิงที่ร้านจื้อเจินถังกำลังตามหา

เขาข่มความตื่นเต้นในใจ ชูพระธาตุในมือขึ้น แล้วประกาศก้อง

"สืบเนื่องจากที่มาของลูกปัดเม็ดนี้ และจากการตรวจสอบพิจารณา..."

"ของสะสมชิ้นนี้... มีข้อกังขา!"

[จบบท]

จบบทที่ บทที่ 15 – ของสะสมชิ้นนี้มีข้อกังขา!

คัดลอกลิงก์แล้ว