เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 – ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดของเขา

บทที่ 8 – ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดของเขา

บทที่ 8 – ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดของเขา


สิ่งที่เฉินฮั่นไม่รู้คือ ในขณะนี้ เมืองจิงตูได้เกิดระลอกคลื่นแห่งความโกลาหลขึ้น เพราะพระธาตุที่เขาไม่ได้ให้ความสำคัญองค์นั้น

เขตพันเหอหยวน คอมเพรสเซอร์แอร์ภายนอกของร้านจื้อเจินถังยังคงส่งเสียงครางหึ่ง ๆ

ความมืดปกคลุมลงมาแล้ว แต่วันนี้ร้านจื้อเจินถังยังไม่ปิดทำการ

"เถ้าแก่เถียน ตกลงว่าจะหาพระธาตุองค์นั้นเจอหรือไม่?"

เถียนจี้เจี่ยมีสีหน้าเหนื่อยล้า ยิ้มฝืดเฝื่อนขณะลุกขึ้นเติมน้ำชา

"คุณชายลู่ เมื่อบ่ายผมพลิกหาทั่วพันเหอหยวนแล้ว แต่ไม่เจอแม้แต่เงาของปรมาจารย์น้อยเฉิน ผมไม่ได้ขอช่องทางติดต่อเขาไว้จริง ๆ ครับ"

ที่โซฟาไม้พะยูงฝั่งตรงข้ามเถียนจี้เจี่ย ชายหนุ่มอายุราว ๆ ยี่สิบปี บุคลิกโดดเด่น นั่งทำหน้าเคร่งเครียดอยู่ที่นั่น

ชายหนุ่มคีบบุหรี่ก้นกรองยาว นิ้วมือที่ขาวเรียวสวมแหวนทองฝังทับทิมวงโต

"บันทึกการโอนเงินทางร้านต้องมีอยู่แล้ว เอามาให้ผม ผมจะหาวิธีตรวจสอบเอง"

เถียนจี้เจี่ยมีสีหน้าลำบากใจ

เมื่อเผชิญหน้ากับคำขอของ 'ลู่หยู่' คุณชายใหญ่แห่งตระกูลลู่ เขาปฏิเสธได้ยากจริง ๆ เพราะตระกูลลู่เป็นลูกค้าชั้นดีมาหลายปี

ไม่ต้องพูดถึงว่า ตระกูลลู่ยังเป็นหนึ่งในตระกูลที่มีหน้ามีตาอันดับต้น ๆ ของเมืองจิงตู

แต่ทุกวงการย่อมมีกฎเกณฑ์ การเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือว่าผิดกฎ

เถียนจี้เจี่ยได้แต่เจ็บใจตัวเอง ที่ตอนนั้นไม่ได้ขอเบอร์โทรศัพท์ของเฉินฮั่นไว้

ไม่อย่างนั้นแค่โทรไปถามสักกริ๊ง จะคุยกันรู้เรื่องหรือไม่ ก็ไม่เกี่ยวกับเขาแล้ว

ท่าทีของตระกูลลู่ในครั้งนี้เด็ดขาดมาก ไม่ว่าจะต้องจ่ายค่าตอบแทนเท่าไหร่ ก็จะต้องอัญเชิญพระธาตุองค์นั้นกลับไปให้ได้

สาเหตุไม่มีอื่นใด บรรพบุรุษผู้เฒ่าของตระกูลลู่ฝักใฝ่ในพุทธศาสนา ยิ่งอายุมากขึ้น สังขารก็ยิ่งร่วงโรยลงทุกวัน

ความปรารถนาสูงสุดของชายชรา คือการได้อัญเชิญพระธาตุสักองค์มาบูชา เพื่อที่ในช่วงชีวิตที่เหลือจะได้กราบไหว้ทุกวัน หวังจะได้ไปสู่สุขาวดีภพ

ไม่รู้ว่าผ่านช่องทางไหน ตระกูลลู่ถึงได้ข่าวว่าร้านจื้อเจินถังค้นพบพระธาตุและหินเทียนจูจากในพระพุทธรูปทองแดง คุณชายใหญ่ตระกูลลู่จึงรีบบุกมาถึงที่ทันที

พระธาตุที่มีที่มาที่ไปชัดเจนและพิสูจน์ได้แบบนี้ มีน้อยยิ่งกว่าน้อย

การที่สามารถนำออกมาจากพระพุทธรูปสมัยราชวงศ์หมิงได้สด ๆ ร้อน ๆ ทำให้ผู้เฒ่าตระกูลลู่ตื่นเต้นจนร้องออกมาว่าเป็นลิขิตสวรรค์

"คุณชายลู่ กฎของวงการเราคุณก็รู้ ข้อมูลของลูกค้า เราให้ไม่ได้จริง ๆ ครับ"

"ห้าแสน" ลู่หยู่เอ่ยตัวเลขออกมาโดยไม่ลังเล

"นี่... ไม่ใช่เรื่องเงินหรอกครับ แต่ทางปรมาจารย์น้อยเฉิน เราจะตอบคำถามเขาไม่ได้"

"หนึ่งล้าน" น้ำเสียงของลู่หยู่เย็นชาลงอีกระดับ

"เฮ้อ..." เถียนจี้เจี่ยถอนหายใจ "เอาอย่างนี้ครับคุณชายลู่ ผมจะพยายามหาทางติดต่อให้ ส่วนปรมาจารย์น้อยเฉินจะยอมคุยด้วยไหม อันนี้ผมรับปากไม่ได้นะครับ"

สีหน้าของลู่หยู่ถึงได้ผ่อนคลายลง เขาค่อย ๆ ขยี้บุหรี่ลงในที่เขี่ยบุหรี่

"เถ้าแก่เถียน ขอแค่เจรจาสำเร็จ ส่วนแบ่งของจื้อเจินถังผมจะเพิ่มให้อีกหนึ่งส่วน และหินเทียนจูเม็ดนั้น ตระกูลลู่ก็จะเช่าบูชากลับไปในราคาสิบล้านหยวน รบกวนด้วยนะครับ"

พูดจบ ลู่หยู่ก็ลุกขึ้นเดินจากไปอย่างฉับไว ไม่มีความยืดเยาด

ภายในร้านจื้อเจินถังกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง

ผ่านไปครู่ใหญ่ ในที่สุดเถียนจี้เจี่ยก็ตัดสินใจเด็ดขาด หยิบโทรศัพท์กดโทรออกไป

"ทำงานล่วงเวลาหน่อย ช่วยเช็กให้ที เมื่อวานร้านจื้อเจินถังมียอดโอนออกแปดล้าน ผมต้องการข้อมูลทั้งหมดของผู้รับเงิน... โอเค ลำบากหน่อยนะ"

วางหูโทรศัพท์แล้ว เขาก็ถอนหายใจยาว

ดีลนี้ถ้าสำเร็จ ร้านจื้อเจินถังกำไรมหาศาล

ที่เหลือ ก็ต้องดูว่าพ่อหนุ่มคนนั้นจะยอมใจอ่อนเมื่อไหร่ แต่อีกฝ่ายคือตระกูลลู่เชียวนะ

...

ย่างเข้าเดือนกันยายน ฟ้ายังคงสว่างเร็ว

วันนี้เป็นวันเปิดภาคเรียนของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ นักศึกษาที่อยู่หอพักทยอยกลับมากันตั้งแต่หลายวันก่อนแล้ว

เฉินฮั่นตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงกรนที่คุ้นเคย ยกเว้นน้องสามเหรินหมิงหมิงแล้ว เสียงกรนของอีกสองคนประสานกันเป็นจังหวะมาตลอดหลายปี จนทุกคนในหอพักชินชาไปแล้ว

เมื่อคืนเฉินฮั่นยุ่งจนดึกดื่น ในที่สุดก็สามารถแกะเส้นไหมออกจากด้ามมีดสั้นได้อย่างเรียบร้อย และทำความสะอาดจนเสร็จสรรพ

สายพิณไหมศักดิ์สิทธิ์ที่กลับคืนสู่สีเดิม ดูเหมือนจะนุ่มแต่ไม่นุ่ม มีความเหนียวทนทานเป็นเลิศ

เมื่อคลายออกจากด้ามมีดที่พันมาไม่รู้กี่ปี มันก็คลายตัวออกอย่างรวดเร็ว กลับคืนสภาพเป็นเส้นยาว

เฉินฮั่นตื่นเต้นมาก สรุปแล้วมีสายพิณไหมศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดสามเส้น

สายพิณแต่ละเส้น เกิดจากการนำไหมศักดิ์สิทธิ์นับร้อยนับพันเส้นมาฟั่นเกลียวด้วยกรรมวิธีโบราณที่พิเศษ ทำให้ลื่นไหลและนุ่มนวล

หลังจากทำความสะอาดสายพิณเสร็จ เขาก็รวบรวมรูปภาพและข้อมูลเกี่ยวกับ 'กู่ฉินเทียนเฟิง' เอาไว้เพื่อเตรียมพร้อม

จากข้อมูล กู่ฉินเทียนเฟิงที่พิพิธภัณฑ์มณฑลซานตง มีสายพิณเสียหายเพียงเส้นเดียว

และเส้นเดียวนั้น ก็เสียหายในภายหลังระหว่างการตรวจสอบวิจัย ซึ่งมีบันทึกระบุไว้ชัดเจน

เมื่อดูตามนี้ ไหมศักดิ์สิทธิ์สามเส้นในมือเขา จึงไม่ใช่ส่วนที่หายไปของกู่ฉินเทียนเฟิง

มีความเป็นไปได้สูงมาก ว่าจะเป็นของ 'กู่ฉินเฟยเฉวียน' ของท่านอาจารย์

จนถึงปลายราชวงศ์หมิง มีเพียงสุดยอดกู่ฉินสมัยราชวงศ์ถังสองคันนี้เท่านั้นที่มีร่องรอยให้สืบค้น แน่นอนว่าไม่ตัดความเป็นไปได้อื่น ๆ ทิ้ง

เพียงแต่ด้วยความสามารถของเฉินฮั่นในตอนนี้ ยากที่จะสืบหาลึกไปกว่านี้ได้

"สิบโมงเช้า คณะโบราณวัตถุรวมพลที่หอประชุม มีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยจิงตูมาแลกเปลี่ยนกับพวกเรา"

หลังกินมื้อเช้าที่โรงอาหาร ฟู่หย่งดูโทรศัพท์แล้วประกาศข่าวนี้

"เวร มหาวิทยาลัยจิงตู สวรรค์ของพวกหัวกะทินี่หว่า" เหรินหมิงหมิงบ่นอุบ

เจิ้งเหลยทำหน้าไม่ยี่หระ "ไม่ได้แข่งเรียนหนังสือสักหน่อย แค่ประชันของเก่า ถึงจะใช้ชื่อว่างานแลกเปลี่ยนก็เถอะ ใครกลัวใครวะ"

เฉินฮั่นซดโจ๊กในชามจนหมด แล้วเช็ดปาก

"ไปกันเถอะ"

ทั้งสี่คนเก็บถาดอาหาร เตรียมตัวมุ่งหน้าไปยังหอประชุม

...

และในขณะเดียวกัน

ภายในห้องพักครูคณะโบราณวัตถุ บรรดาอาจารย์และหัวหน้าภาควิชากำลังประชุมกัน บรรยากาศในห้องตึงเครียดและกดดันอย่างยิ่ง

ผู้ที่นั่งอยู่หัวโต๊ะเป็นชายชราท่าทางกระฉับกระเฉง ผมขาวที่ขมับทั้งสองข้างช่วยเสริมบุคลิกของผู้นำให้ดูน่าเกรงขาม

เขาคือ หลี่ว่านเฉิง อธิการบดีมหาวิทยาลัยจิงตูอิงไฉ

วันนี้อธิการบดีหลี่สวมสูทเรียบร้อยผูกเนกไท ซึ่งหาดูได้ยาก ดูเป็นทางการเป็นพิเศษ

ขณะนี้นิ้วมือของเขาเคาะโต๊ะประชุมเบา ๆ ดวงตาลึกล้ำจ้องมองไปที่หัวหน้าภาควิชาโบราณวัตถุที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

"ฝั่งมหาวิทยาลัยจิงตู คนนำทีมคือจิ้งจอกเฒ่าหวังฉางซิน ไม่ต้องเดาก็รู้ พวกนั้นอาศัยเรื่องรับสมัครงานมาเหยียบย่ำพวกเรา..."

"งานแลกเปลี่ยนครั้งนี้ดูสิว่าพวกเขาเชิญใครมาบ้าง นายกสมาคมและรองนายกสมาคมวัตถุโบราณจิงตู ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์จิงตู... นี่กะจะเหยียบพวกเราให้จมดินเลยสินะ!"

"หัวหน้าห่าว ผมขอย้ำอีกครั้ง การประชันของเก่าในงานแลกเปลี่ยนครั้งนี้ จะต้องแสดงศักยภาพของคณะโบราณวัตถุออกมาให้ได้ กู้หน้ากู้ตาเรียกขวัญกำลังใจให้ชาวอิงไฉของเราหน่อย"

คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามคือ ห่าวซูหลิน หัวหน้าภาควิชาโบราณวัตถุ ซึ่งตอนนี้มีสีหน้ากลัดกลุ้ม

"ท่านอธิการบดีครับ เรื่องการประเมินวัตถุโบราณถึงเราจะเป็นมืออาชีพ แต่เวลานัดหมายงานแลกเปลี่ยนครั้งนี้มันกระชั้นชิดเกินไป นักศึกษาแค่เตรียมตัวมาส่งการบ้านปิดเทอม ผมเกรงว่า..."

หลี่ว่านเฉิงโบกมือ "นั่นไม่ใช่ข้ออ้าง ทางฝั่งมหาวิทยาลัยจิงตูก็เพิ่งแจ้งก่อนปิดเทอมจะจบเหมือนกัน"

"นี่..."

ห่าวซูหลินถอนหายใจในใจ ตอนนี้ได้แต่หวังพึ่งพวกไอ้หนูที่มีฐานะทางบ้านร่ำรวย ว่าจะนำอะไรมาเซอร์ไพรส์เขาได้บ้าง

[จบบท]

จบบทที่ บทที่ 8 – ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดของเขา

คัดลอกลิงก์แล้ว