เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 560 เป็นการเป็นงาน (ฟรี)

บทที่ 560 เป็นการเป็นงาน (ฟรี)

บทที่ 560 เป็นการเป็นงาน (ฟรี)


เสิ่นเฉิงกังเอ่ยขึ้น "สุภาพชนย่อมตอบแทนบุญคุณด้วยบุญคุณ ตอบแทนความแค้นด้วยความยุติธรรม... เงิน 10 ล้านไม่ใช่จำนวนน้อยๆ ต่อให้พวกเราหาทั้งชีวิตก็คงหาไม่ได้ ถ้าจะช่วยโจวอวี้คุน ก็ต้องใช้เงินของอวี่เฉิน แล้วอวี่เฉินจะรู้สึกยังไง? ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือเราอย่าไปยุ่งเกี่ยว ถ้าจำเป็นต้องยุ่งจริงๆ ก็ควรบอกอวี่เฉินให้เขารับรู้และตัดสินใจเองครับ"

คำพูดนี้เขาตั้งใจพูดให้โจวชิงเจี้ยนฟังโดยเฉพาะ

ไม่ว่ายังไง โจวชิงเจี้ยนก็เป็นคนตระกูลโจว

ถ้าอีกฝ่ายมาอ้อนวอนมากๆ เข้า มีความเป็นไปได้สูงที่เขาจะใจอ่อนช่วยน้องชาย

แล้วตอนนั้นโจวอวี่เฉินจะมีปฏิกิริยายังไง?

เป็นไปได้มากว่าจะเกิดปัญหาใหญ่ระหว่างพ่อลูก

เสิ่นเฉิงกังพูดเตือนสติโจวชิงเจี้ยนทางอ้อมว่าอย่าตัดสินใจโดยพลการ ถ้าคิดจะช่วยก็ต้องปรึกษาลูกชายให้ดีเสียก่อน

ไต้เจวียนปรายตามองสามี ก็เข้าใจเจตนาดีของเขาทันที

ซูซิ่วหว่านเองก็ไม่ได้โง่ เธอเข้าใจความหวังดีของเสิ่นเฉิงกัง จึงรับลูกต่อ

"โจวอวี้คุนมันก็เหมือนโคลนเหลวที่ปั้นไม่ขึ้นหรอกค่ะ ถ้าเราช่วยใช้หนี้ 10 ล้านให้มัน คราวหน้ามันก็จะยิ่งได้ใจ เผลอๆ อาจจะไปก่อหนี้ร้อยล้านก็ได้... ตาเฒ่าโจว ดองเสิ่นพูดถูกแล้ว ทางที่ดีที่สุดคือเราต้องถอยออกมาห่างๆ อย่าไปยุ่ง"

ฉันหมายความว่าอย่างนั้นเหรอ?

เสิ่นเฉิงกังถึงกับพูดไม่ออก

ขณะที่ผู้ใหญ่กำลังปรึกษากันว่าจะจัดการเรื่องนี้ยังไง โทรศัพท์ของโจวอวี่เฉินก็ดังขึ้น เป็นเบอร์แปลกที่ไม่รู้จัก

"ฮัลโหลครับ ใครครับ?"

"อวี่เฉิน นี่อาเองนะ โจวชิงถิง"

ไอ้เวรเอ๊ย!

โจวอวี่เฉินกดวางสายทันทีโดยไม่ลังเล

สักพักโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีก

โจวอวี่เฉินกะว่าจะปิดเครื่องหนี แต่พอเห็นเป็นเบอร์ของอาเล็ก โจวหยาหลิง เขาจึงกดรับ

"อวี่เฉิน ทำไมอาโทรหาพ่อกับแม่เราไม่ติดเลย ปิดเครื่องกันหมดเหรอ?" เสียงโจวหยาหลิงดังมาตามสาย

"พ่อแม่กำลังเดินย่อยอาหารอยู่กับพ่อตาแม่ยายผมครับ... อาเล็ก เมื่อกี้โจวชิงถิงโทรมาหาผม แต่ผมวางสายใส่ไปแล้ว มีเรื่องอะไรเหรอครับ?"

"โจวอวี้คุนก่อเรื่องใหญ่อีกแล้ว มันขโมยเงินที่บ้านไป 5 แสน แล้วหนีไปเล่นพนันที่มาเก๊า ตอนแรกได้มา 5 ล้านกว่า ใช้ชีวิตหรูหราฟู่ฟ่า พอเงินเริ่มหมดก็กลับเข้าบ่อนไปอีก สุดท้ายเสียไป 10 ล้านในตาเดียว"

โจวอวี่เฉินเตะบอลส่งให้เสิ่นจิ้งอวิ๋นและเสี่ยวเยว่เยว่ พลางคุยโทรศัพท์ต่อ

"ไอ้หมอนั่นมันรนหาที่ตายชัดๆ... อาเล็ก พ่อแม่ผมรู้เรื่องนี้หรือยังครับ?"

"อารู้เมื่อเช้า พ่อแม่เราก็น่าจะรู้ไล่เลี่ยกันแหละ"

"แล้วเขาโทรหาอาทำไม? คงไม่ได้เล็งจะให้ขายบ้านของเจ้าเถาจื่ออีกใช่ไหม?"

บ้านของ เฉิงเถา (ลูกชายโจวหยาหลิง) ซื้อมาในราคา 9.6 ล้านหยวน พอเกิดวิกฤตการเงิน ราคาก็พุ่งไปถึง 20 กว่าล้าน

ถ้าขายตอนนี้เพื่อเอาเงินไปช่วยใช้หนี้ให้โจวอวี้คุน ก็คงแก้ปัญหาได้ไม่ยาก

"เขาขอให้อาช่วยพูดกับพ่อเราให้หน่อย"

"ขอให้ช่วยพูดมันแค่ข้ออ้างครับ ของจริงคือจะมาหยั่งเชิงดูท่าทีมากกว่า... อาเล็กครับ บ้านหลังนั้นทำให้เถาจื่อมีอิสระทางการเงินได้เลยนะ อาอย่าใจอ่อนทำลายชีวิตครอบครัวลูกตัวเองเด็ดขาดนะ"

"บ้านมันเป็นชื่อของเถาจื่อกับแฟน ต่อให้อาอยากขายก็ขายไม่ได้หรอก... อวี่เฉิน ตอนนี้มีแค่เธอคนเดียวที่ช่วยได้ เธอจะเอายังไง?"

"อาเล็กครับ คนสองประเภทในโลกนี้ที่ไม่ควรค่าแก่การช่วยเหลือ คือพวกผีพนันกับพวกขี้ยา... โจวอวี้คุนอายุยี่สิบกว่าแล้ว บรรลุนิติภาวะแล้ว ทำอะไรโง่ๆ ลงไปก็ต้องรับผิดชอบผลการกระทำของตัวเองครับ ต่อให้มันจะโดนเจ้าหนี้ซ้อมตายหรือกระโดดตึกตาย ก็ถือว่าสมควรแล้ว ไม่เกี่ยวกับคนอื่น"

เมื่อได้ยินน้ำเสียงเด็ดขาดของหลานชาย โจวหยาหลิงก็ไม่พูดอะไรอีก ได้แต่ฝากฝังให้ช่วยจับตาดูโจวชิงเจี้ยนหน่อย

ในบ้านตระกูลโจว คนที่ใจอ่อนที่สุดก็คือโจวชิงเจี้ยนนั่นแหละ

ขอแค่เขาไม่ยื่นมือเข้าช่วย คนอื่นก็ไม่เดือดร้อนแล้ว

หลังจากเล่นกับลูกสาวสักพัก โจวอวี่เฉินก็เดินไปสมทบกับผู้ใหญ่ทั้งสี่

"เมื่อกี้อาเล็กโทรมาเรื่องโจวอวี้คุนครับ... หึหึ เจ้านั่นมันเก่งจริงๆ หนีไปเล่นพนันที่มาเก๊า ได้มา 5 ล้าน แล้วเสียคืนไป 10 ล้าน ใช้เงินเก่งชะมัด"

ซูซิ่วหว่านถาม "อวี่เฉิน แกคิดยังไง?"

โจวอวี่เฉินตอบชัดเจน "ไม่ช่วย ไม่ยุ่ง ไม่สนครับ... สมัยก่อนมาเก๊าคุมโดยแก๊งมาเฟีย ใครติดหนี้พนันไม่มีจ่ายก็บ้านแตกสาแหรกขาด เผลอๆ โดนจับไปขายอวัยวะใช้หนี้ แต่เดี๋ยวนี้ไม่โหดขนาดนั้นแล้วครับ อย่างมากก็แค่โดนบังคับใช้แรงงานขัดดอก"

โจวชิงเจี้ยนถาม "เงิน 10 ล้าน ต้องทำงานใช้นานแค่ไหนกันเชียว?"

โจวอวี่เฉินแค่นหัวเราะ "พ่อครับ เลิกสงสารมันเถอะ ถ้าโจวอวี้คุนมันมีสำนึก ตอนที่ได้เงินมา 5 ล้าน มันควรจะนึกถึงครอบครัว ไม่ใช่เอาไปผลาญเล่นจนหมด พอเสียหนี้ 10 ล้านค่อยมานึกถึงครอบครัวได้ มันน่าตลกสิ้นดี"

โจวชิงเจี้ยนถอนหายใจ "มันทำตัวเองแท้ๆ"

โจวอวี่เฉินทิ้งท้าย "ถ้าลูกชายผมโตมาเป็นคนแบบนี้ ผมจะให้เลือกแค่สองทาง คือไม่เข้าคุก ก็ไปเป็นทหาร... สองที่นี้แหละดัดสันดานคนได้ดีที่สุด"

เมื่อได้ยินคำขาดของลูกชาย โจวชิงเจี้ยนก็รู้ตัวว่า หมดหวังที่จะให้ลูกช่วยโจวอวี้คุนอย่างแน่นอน

เสิ่นเฉิงกังและไต้เจวียนสบตากัน แววตาฉายความชื่นชม

ลูกเขยคนนี้จัดการปัญหาได้อย่างเด็ดขาดและเฉียบคม ตัดไฟแต่ต้นลมไม่ให้โจวชิงเจี้ยนมีความหวังแม้แต่น้อย ช่างเหนือชั้นจริงๆ

...

บ่ายวันรุ่งขึ้น

ณ บ้านพักข้าราชการอำเภอจวี้เซี่ยน

โจวชิงถิงนั่งสูบบุหรี่เงียบๆ อยู่บนโซฟา

สิงเฟิน (ภรรยาโจวชิงถิง) นั่งร้องไห้จนตาบวมปูดอยู่ข้างๆ

พอรู้ข่าวว่าลูกชายตัวดีไปก่อหนี้พนันที่มาเก๊าถึง 10.2 ล้านหยวน ทั้งคู่แทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง

10.2 ล้าน!

พวกเขาเก็บหอมรอมริบมาทั้งชีวิต ประหยัดกินประหยัดใช้ ยังมีเงินเก็บแค่เศษเสี้ยวของหนี้ก้อนนี้

สิงเฟินรีบโทรหา โจวเสวี่ย (ลูกสาวคนโต) เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง

ปลายสายเงียบไปนาน ก่อนจะตอบกลับมาประโยคเดียว

"แม่กับพ่อ ตัดหางปล่อยวัดมันไปเถอะค่ะ ถือซะว่าไม่มีลูกคนนี้"

สิงเฟินอ้าปากค้าง ได้ยินเสียงวางสายไปแล้ว ก็ได้แต่เอามือปิดหน้าร้องไห้โฮ

ส่วนโจวชิงถิงนั้นดูสงบกว่ามาก

เขารู้ดีว่าในบรรดาคนรู้จัก มีแค่เฉิงเถาและโจวอวี่เฉินเท่านั้นที่พอจะหาเงิน 10 ล้านมาได้

ถ้าเฉิงเถายอมขายบ้าน นอกจากจะใช้หนี้ให้โจวอวี้คุนได้แล้ว ยังเหลือเงินอีกอย่างต่ำ 15 ล้าน

ส่วนโจวอวี่เฉินไม่ต้องพูดถึง อย่าว่าแต่ 10 ล้านเลย ต่อให้ร้อยเท่าพันเท่าก็ขนหน้าแข้งไม่ร่วง

ด้วยความอับจนหนทาง โจวชิงถิงพยายามติดต่อพี่ชายและน้องสาว

แต่โจวหยาหลิงไม่พูดถึงเรื่องบ้านของเฉิงเถาแม้แต่คำเดียว

ส่วนโจวชิงเจี้ยนก็อ้างว่าไม่มีเงิน เงินทั้งหมดอยู่ที่เมีย

สุดท้าย ทั้งคู่ก็ไม่รับสายเขาอีกเลย

ส่วนพี่ใหญ่ โจวชิงเจียง ยิ่งไม่ต้องพูดถึง รายนั้นเงียบกริบ

ทันใดนั้น เสียงไขกุญแจประตูดังขึ้น

โจวเสวี่ยรีบบึ่งรถกลับมาจากเมืองหลงผิง

สิงเฟินลุกจากโซฟาโผเข้ากอดลูกสาว ร้องไห้ปานจะขาดใจ

โจวเสวี่ยลูบหลังแม่เบาๆ ปลอบประโลม "แม่คะ ร้องไห้ไปก็แก้ปัญหาไม่ได้หรอกค่ะ"

จบบทที่ บทที่ 560 เป็นการเป็นงาน (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว