- หน้าแรก
- เกิดใหม่อีกครั้ง ผมมีระบบดึงทักษะจากเกมมาใช้ในโลกจริง
- บทที่ 170 คุณรู้อะไรเยอะดีนี่! (ฟรี)
บทที่ 170 คุณรู้อะไรเยอะดีนี่! (ฟรี)
บทที่ 170 คุณรู้อะไรเยอะดีนี่! (ฟรี)
"พรืดดด!"
โจวอวี่เฉินกลั้นขำไม่ไหว หลุดหัวเราะออกมา
สือเหยียนตบหน้าผากตัวเองดังป้าบ "เจ๊... เจ๊เปลี่ยนไป ปากคอเราะร้ายขึ้นทุกวันเลยนะ"
"แกก็เปลี่ยนไปเหมือนกัน ทำตัวเหลาะแหละขึ้นทุกวัน"
KO!
สือเหยียนพ่ายแพ้ราบคาบอีกรอบ
ไม่นานทั้งสามคนก็กลับถึงบ้าน
สือเหยียนลากกระเป๋าเดินทางขึ้นไปบนห้องด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ
"แม่จ๋า! คิดถึงจังเลย!"
พอเห็นไต้จวน สือเหยียนก็เปลี่ยนโหมดเป็นลูกแหง่ทันที วิ่งเข้าไปกอดแล้วหอมแก้มแม่ฟอดใหญ่
ไต้จวนแกะตัวลูกชายออก แล้วมองสำรวจหัวจรดเท้า
"หายไปปีกว่า เฉลี่ย 2 เดือนติดต่อแม่มาครั้งนึง แถมทุกครั้งที่โทรมาก็เพื่อขอตังค์... สือเหยียน แม่หวังว่าต่อไปแกจะไม่คิดถึงแม่ขนาดนี้นะ แม่แก่แล้ว รับไม่ไหวหรอกลูก"
โจวอวี่เฉินและเสิ่นจิ้งอวิ๋นสบตากัน แอบยิ้มขำๆ
สือเหยียนทำหน้าจ๋อย "โธ่แม่... อย่าโกรธสิครับ ผมมัวแต่ยุ่งเรื่องเรียนนี่นา... อ้อ จริงสิ ผมมีของฝากมาให้ทุกคนด้วยนะ"
พูดจบ สือเหยียนก็เปิดกระเป๋าเดินทาง ใบหยิบกล่องใบใหญ่ออกมา
ข้างในกล่องใหญ่ มีกล่องเล็กๆ น้อยๆ บรรจุอยู่อย่างประณีต
"แม่ครับ อันนี้ของแม่... กำไลหยกคู่หนึ่ง แล้วก็ชุดเครื่องสำอางแบรนด์ดังจากต่างประเทศ"
"เจ๊ อันนี้ของเจ๊... สร้อยคอทองคำขาวประดับเพชร แล้วก็มือถือ Orange รุ่น 2 ที่เพิ่งออกใหม่ กับชุดเครื่องสำอางสำหรับวัยรุ่น"
"ของเสี่ยวเยว่เยว่เป็นจี้ทองรูปแม่กุญแจ กับชุดของเล่น"
"แล้วก็ของพ่อ... นาฬิกากลไกสวิส ราคาเรือนละหมื่นกว่าดอลลาร์"
......
เห็นของขวัญกองพะเนินที่สือเหยียนขนออกมา ไต้จวนและเสิ่นจิ้งอวิ๋นกลับยิ้มไม่ออก
ไต้จวนเปิดกล่องดู เห็นกำไลหยกสีเขียวสดใส เนื้อดีมาก ราคาน่าจะไม่ต่ำกว่าคู่ละ 2 แสนหยวน
ส่วนสร้อยเพชรของเสิ่นจิ้งอวิ๋นก็ยังมีป้ายราคาติดอยู่ 5 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3 แสนกว่าหยวน)
ไต้จวนวางของขวัญลง สีหน้าเคร่งเครียด "บอกแม่มา แกไปเอาเงินมาจากไหนเยอะแยะ"
ค่าเทอมมหาวิทยาลัยของสือเหยียนปีละประมาณ 4 แสนหยวน รวม 3 ปีก็ 1.2 ล้านหยวน
ไต้จวนกลัวลูกเงินไม่พอใช้ เลยให้เพิ่มอีกเดือนละ 5 พันหยวน
ลำพังเงินเดือนข้าราชการระดับสูงของเสิ่นเฉิงกัง รวมๆ แล้วยังไม่ถึงหมื่นหยวน
ที่ส่งเสียลูกเรียนไหว ก็เพราะเงินเก็บจากค่าลิขสิทธิ์นิยายของไต้จวนในอดีตล้วนๆ
แต่ตอนนี้ยอดขายนิยายตกต่ำลงมาก รายได้ลิขสิทธิ์เหลือปีละไม่ถึง 3 หมื่น
สถานการณ์การเงินของตระกูลเสิ่นตอนนี้ เต็มที่ก็ส่งสือเหยียนเรียนจนจบปริญญาตรีได้เท่านั้น
แต่นี่... สือเหยียนซื้อของขวัญมูลค่ารวมกันเป็นล้านหยวน ซึ่งเท่ากับค่าเทอมเขาถึง 2 ปี
ไต้จวนและเสิ่นจิ้งอวิ๋นย่อมตกใจเป็นธรรมดา
ทันใดนั้น ประตูบ้านก็เปิดออก
เสิ่นเฉิงกังเดินเข้ามา
แม้จะรำคาญลูกชายตัวแสบแค่ไหน บางทีนึกอยากจะลากไปยิงเป้าให้รู้แล้วรู้รอด แต่สือเหยียนก็เป็นลูกชายคนเดียว สายใยพ่อลูกยังไงก็ตัดไม่ขาด
พอลูกชายกลับบ้านมาหลังจากหายไปปีกว่า เสิ่นเฉิงกังก็อดใจไม่ไหวต้องรีบกลับมาดูหน้า
"พ่อครับ!"
สือเหยียนลุกขึ้นเรียกพ่อพร้อมรอยยิ้ม
แต่พอเห็นการแต่งตัวของลูกชาย หน้าเสิ่นเฉิงกังก็มืดครึ้มลงทันที
"เสิ่นสือเหยียน! นี่แกกลับบ้านมาเพื่อจะยั่วโมโหฉันใช่ไหม!"
สือเหยียนงง "อะไรพ่อ เป็นไรอีกอ่ะ"
"ไปส่องกระจกดูสารรูปตัวเองซะ! แต่งตัวแบบนี้ต่างอะไรกับพวกจิ๊กโก๋อันธพาลข้างถนนฮะ!"
สือเหยียนกลอกตา "พ่อ... นี่มันแฟชั่นล่าสุดที่ออสเตรเลียนะ พ่อไม่เข้าใจวัยรุ่นหรอก"
"ที่นี่เมืองเซี่ย ไม่ใช่ออสเตรเลีย! อย่าเอาวัฒนธรรมเสื่อมๆ เข้าบ้าน บ่ายนี้ไปย้อมผมกลับ แล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เป็นผู้เป็นคนเดี๋ยวนี้ ฉันไม่อยากขายขี้หน้าชาวบ้าน!"
สือเหยียนหน้าบูด "รู้แล้วน่า"
คำพูดของพ่อเหมือนน้ำเย็นเฉียบราดรดหัวใจ ทำเอาสือเหยียนหน้าจ๋อยสนิท
โจวอวี่เฉินเห็นท่าไม่ดี รีบลุกขึ้นยืน "คุณลุงเสิ่น คุณป้าไต้ครับ พอดีที่โรงงานมีธุระด่วน ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ"
เสิ่นเฉิงกังตาโต "ธุระอะไรจะด่วนขนาดนั้น ข้าวปลายังไม่ทันกินก็จะไปแล้วเหรอ"
ไต้จวนรีบเสริม "นั่นสิจ๊ะ ป้าทำกับข้าวไว้แล้ว กินข้าวก่อนค่อยไปนะ"
โจวอวี่เฉินลูบจมูก "เอ่อ... ก็ได้ครับ"
เสิ่นจิ้งอวิ๋นแอบขำ กระซิบข้างหูเขา "เพิ่งเริ่มยกแรกก็จะหนีแล้วเหรอ ฝันไปเถอะย่ะ"
โจวอวี่เฉินพูดไม่ออก
เธอดึงแขนเขาให้นั่งลงแล้วกระซิบต่อ "นั่งลงเฉยๆ เลย ฉันยังต้องพึ่งคุณช่วยไกล่เกลี่ยนะ"
โจวอวี่เฉินได้แต่นั่งนิ่งเป็นหุ่นยนต์
ไต้จวนเปิดกล่องของขวัญ หยิบนาฬิกาออกมา "ตาแก่ นี่ของขวัญที่สือเหยียนซื้อมาฝากคุณค่ะ"
เสิ่นเฉิงกังรับไปดูแล้วขมวดคิ้ว "นาฬิกานี่เท่าไหร่"
"หมื่นสองพันดอลลาร์ครับ"
"เอาเงินมาจากไหน" เสิ่นเฉิงกังซัก
สือเหยียนเลิกคิ้ว ยืดอกภูมิใจ "ผมหามาได้จากการลงทุนครับ"
เสิ่นเฉิงกังมองของขวัญชิ้นอื่นๆ แล้วถามต่อ "ลงทุนอะไรถึงได้เงินเยอะขนาดนี้ แล้วไปเอาทุนมาจากไหน"
สือเหยียนชักรำคาญ "พ่อครับ... เลิกสอบสวนผมด้วยน้ำเสียงเหมือนสอบปากคำคนร้ายได้ไหมครับ"
ไต้จวนพูดเสียงเรียบ "สือเหยียน จู่ๆ ลูกก็ซื้อของขวัญราคาเป็นล้านมา มันน่าตกใจจริงๆ นะลูก ช่วยอธิบายให้ชัดเจนหน่อยเถอะ"
"อธิบายไปพวกพ่อกับแม่ก็ไม่เข้าใจหรอก"
"อย่ามาโยกโย้! บอกมาเดี๋ยวนี้!" เสิ่นเฉิงกังเสียงเข้ม
"พ่อเคยได้ยิน 'เทอร์คอยน์' (Tercoin) ไหมล่ะ"
(หมายเหตุ: ต้นฉบับใช้ Tercoin น่าจะหมายถึง Bitcoin หรือสกุลเงินดิจิทัลสมมติ)
เสิ่นเฉิงกังและไต้จวนมองหน้ากัน งงเป็นไก่ตาแตก
เสิ่นจิ้งอวิ๋นเองก็งง สะกิดโจวอวี่เฉิน "คุณเคยได้ยินไหม"
โจวอวี่เฉินพยักหน้า "เคยครับ"
เสิ่นเฉิงกังหันมาถาม "อวี่เฉิน เธอบอกซิว่าไอ้เทอร์คอยน์นี่มันคืออะไร"
"เทอร์คอยน์คือสกุลเงินดิจิทัลเสมือนจริงแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Cryptocurrency) ครับ มีมาหลายปีแล้ว จนถึงตอนนี้มีเหรียญหมุนเวียนในระบบไม่เกิน 2 ล้านเหรียญ... ช่วงแรกๆ ราคาเหรียญละไม่ถึง 1 ดอลลาร์ แต่ตอนนี้พุ่งไปถึง 3,500 ดอลลาร์แล้วครับ... คุณลุงคุณป้าไม่ต้องห่วงนะครับ การซื้อขายเทอร์คอยน์ถูกกฎหมายทั่วโลก ไม่มีปัญหาอะไรครับ"
สือเหยียนมองโจวอวี่เฉินด้วยความทึ่ง "ไม่นึกว่านายจะรู้ลึกขนาดนี้นะเนี่ย รู้จักเทอร์คอยน์ด้วย"
โจวอวี่เฉินยิ้ม "เวลาว่างผมชอบอ่านข่าวการลงทุนน่ะครับ"
สือเหยียนเล่าต่อ "พ่อ แม่... เมื่อ 3 เดือนก่อน ราคาเทอร์คอยน์มันร่วงหนัก ผมเลยยืมเงินเพื่อนมาแสนห้าหมื่นดอลลาร์ ซื้อเก็บไว้ 300 เหรียญ ตอนนั้นราคาเหรียญละ 500 ดอลลาร์... พอเมื่อครึ่งเดือนที่แล้ว ราคามันดีดกลับขึ้นมา ผมเลยขายไปที่เหรียญละ 3,200 ดอลลาร์ ได้กำไรมา 8 แสนกว่าดอลลาร์ หรือประมาณ 5 ล้าน 6 แสนหยวนครับ"