- หน้าแรก
- เกิดใหม่อีกครั้ง ผมมีระบบดึงทักษะจากเกมมาใช้ในโลกจริง
- บทที่ 25 วันแรกที่พ่อไปส่งลูกไปโรงเรียน
บทที่ 25 วันแรกที่พ่อไปส่งลูกไปโรงเรียน
บทที่ 25 วันแรกที่พ่อไปส่งลูกไปโรงเรียน
โจวอวี่เฉินซึ่งไม่รู้ตัวเลยว่าชายชราคนนั้นเป็นใคร กลับมาถึงห้องและลงมือทำเสี่ยวหลงเปาเนื้อ 3 เข่ง กับซุปเต้าหู้เหวินซืออีก 1 หม้อ
เนื้อวัวถูกสับเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อวานตอนบ่าย เพื่อป้องกันไม่ให้เสี่ยวเยว่เยว่อาหารไม่ย่อย โจวอวี่เฉินจึงเลือกใช้เนื้อสันในที่นุ่มที่สุดและสับจนละเอียดเนียน แม้การทำเช่นนี้จะลดทอนรสสัมผัสลงไปบ้าง แต่ก็ไม่มีทางเลือก เพราะกระเพาะของเด็กน้อยยังบอบบางนัก
ส่วนซุปเต้าหู้เหวินซือนั้น เป็นเมนูที่เสิ่นจิ้งอวิ๋นรีเควสมาเป็นพิเศษเมื่อคืนนี้ หลังจากรู้ว่าเขาจะทำอาหารเช้าให้ลูก เสี่ยวเยว่เยว่ติดใจซุปนี้มากจนบ่นคิดถึงอยู่หลายครั้ง แน่นอนว่าเมื่อลูกสาวอยากทาน คุณพ่ออย่างเขาก็พร้อมจัดให้อย่างสุดฝีมือ
สี่สิบนาทีผ่านไป เสี่ยวหลงเปาเนื้อและซุปเต้าหู้เหวินซือก็เสร็จเรียบร้อย
โจวอวี่เฉินตักซุปใส่ปิ่นโตเก็บอุณหภูมิ ส่วนเข่งเสี่ยวหลงเปาก็ใส่ถุงหิ้วใบใหญ่ เดินลงไปชั้นล่าง
ไม่นานนัก เขาก็มาถึงหน้าห้องของเสิ่นจิ้งอวิ๋นแล้วเคาะประตู
แกร๊ก!
ประตูเปิดออก เผยให้เห็นใบหน้างดงามที่ไร้เครื่องสำอาง แต่กลับยังคงสวยงามราวกับนางฟ้าจำแลง
เสิ่นจิ้งอวิ๋นเบี่ยงตัวให้เขาเดินเข้ามา "มาเช้าจังเลยค่ะ เยว่เยว่ยังไม่ตื่นเลย"
โจวอวี่เฉินเปลี่ยนรองเท้า "ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมดูแลยัยหนูเอง คุณกินข้าวแล้วไปทำงานเถอะ"
เสิ่นจิ้งอวิ๋นถามด้วยความแปลกใจ "มีเผื่อฉันด้วยเหรอคะ"
โจวอวี่เฉินกลอกตา "ถามแปลกๆ ผมทำอาหารทั้งที ก็ต้องทำเผื่อทั้งสามคนอยู่แล้วสิครับ"
เสิ่นจิ้งอวิ๋นยิ้มหวาน "งั้นก็ขอบคุณนะคะ คุณพ่อครัวโจว"
หลังจากคุยโทรศัพท์กันอย่างยาวนานเมื่อคืน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็พัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การพูดคุยจึงเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติและผ่อนคลายมากขึ้น
โจวอวี่เฉินถาม "ผมเข้าไปในห้องนอนได้ไหมครับ"
เสิ่นจิ้งอวิ๋นรีบตอบ "เดี๋ยวฉันไปปลุกลูกเองค่ะ"
ในห้องนอนมีของใช้ส่วนตัวของเธอวางอยู่มากมาย จึงไม่เหมาะที่จะให้โจวอวี่เฉินเข้าไปจริงๆ
โจวอวี่เฉินยักไหล่ "โอเคครับ งั้นผมไปรอที่ครัวนะ"
เมื่อเสิ่นจิ้งอวิ๋นจูงเสี่ยวเยว่เยว่ที่ยังงัวเงียเดินออกมาจากห้อง โจวอวี่เฉินก็จัดเสี่ยวหลงเปาและซุปเต้าหู้เหวินซือขึ้นโต๊ะเรียบร้อยแล้ว
"คุณพ่อ!"
เมื่อเห็นโจวอวี่เฉิน เสี่ยวเยว่เยว่ก็กางแขนออกทันที
โจวอวี่เฉินเดินเข้าไปอุ้มลูกสาวขึ้นมา หอมแก้มยุ้ยๆ ไปฟอดใหญ่ "คนเก่ง คุณพ่อทำซุปเต้าหู้เหวินซือของโปรดมาให้ด้วยนะครับ"
เมื่อได้ยินดังนั้น เสี่ยวเยว่เยว่ก็ตาสว่างทันที "เย้! หนูอยากกินซุปค่ะ"
เสิ่นจิ้งอวิ๋นปราม "ไปล้างหน้าแปรงฟันก่อนลูก"
"ค่า" เสี่ยวเยว่เยว่ทำปากยื่น แอบทำหน้าทะเล้นใส่คุณแม่
โจวอวี่เฉินเห็นแล้วก็อดขำไม่ได้
หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ ทั้งสามคนก็นั่งล้อมวงทานอาหารเช้าด้วยกัน
"คุณพ่อคะ ซาลาเปานี่คืออะไรคะ อร่อยจังเลย" เสี่ยวเยว่เยว่กัดเสี่ยวหลงเปาเข้าไปคำหนึ่งแล้วยิ้มจนตาหยี
"นี่คือเสี่ยวหลงเปาเนื้อครับ"
"พรุ่งนี้หนูอยากกินอีกค่ะ"
โจวอวี่เฉินส่ายหน้า "กินซ้ำทุกวันไม่ดีหรอกครับ พรุ่งนี้เช้าคุณพ่อจะทำอย่างอื่นให้กิน รับรองว่าอร่อยไม่แพ้เสี่ยวหลงเปาแน่นอน"
เมื่อได้ยินคำสัญญา เสี่ยวเยว่เยว่ก็ทำหน้าตารอคอยอย่างมีความหวัง
เสิ่นจิ้งอวิ๋นเอ่ยชม "อวี่เฉิน ฝีมือทำอาหารของคุณยอดเยี่ยมมากจริงๆ นะคะ ถ้าเปิดร้านขายอาหารเช้า ต้องรวยเละแน่ๆ"
"เมื่อวานคุณก็พูดเรื่องเปิดร้านมาหลายรอบแล้ว รีบกินเถอะครับ เดี๋ยวจะไปทำงานสาย" โจวอวี่เฉินตัดบท
เสิ่นจิ้งอวิ๋นยิ้มกว้าง ก่อนจะจัดการเสี่ยวหลงเปาหมดไปหนึ่งเข่งเต็มๆ และซดซุปเต้าหู้อีกสองชามรวด ทำลายสถิติการกินมื้อเช้าที่น้อยนิดของเธอมาตลอดหลายปีลงอย่างราบคาบ
ก็ช่วยไม่ได้นี่นา อาหารฝีมือโจวอวี่เฉินอร่อยล้ำเลิศจนแม้แต่เชฟระดับห้าดาวยังต้องชิดซ้าย ใครล่ะจะอดใจไหว
หลังมื้ออาหาร เสิ่นจิ้งอวิ๋นหันไปบอกโจวอวี่เฉิน "ฉันไปก่อนนะคะ ฝากคุณไปส่งเยว่เยว่ที่โรงเรียนด้วยนะ"
โจวอวี่เฉินทำมือโอเค "ไม่ต้องห่วงครับ"
"คุณแม่สวัสดีค่ะ" เสี่ยวเยว่เยว่โบกมือลา
"ตั้งใจเรียนนะจ๊ะคนเก่ง" เสิ่นจิ้งอวิ๋นหอมแก้มลูกสาว หยิบกระเป๋า เปลี่ยนรองเท้า และรีบเดินออกจากห้องไป
โจวอวี่เฉินสังเกตเห็นว่ากระเป๋าถือของเสิ่นจิ้งอวิ๋นมีรอยถลอกค่อนข้างเยอะ เขาจดจำรายละเอียดนี้ไว้ในใจ
สิบนาทีต่อมา โจวอวี่เฉินกับเสี่ยวเยว่เยว่ก็ทานอาหารเสร็จ และมุ่งหน้าไปที่โรงเรียนอนุบาลยอดปัญญาอวิ๋นไห่
ด้วยสภาพการจราจรที่ติดขัด ระยะทางเพียงสิบกิโลเมตรกลับต้องใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมง ยิ่งพอใกล้ถึงหน้าโรงเรียน รถก็ยิ่งติดหนึบจนขยับไม่ได้ โจวอวี่เฉินจึงต้องจอดรถไว้ริมถนน อุ้มเสี่ยวเยว่เยว่เดินเท้าเข้าไปเป็นระยะทางกว่าร้อยเมตร ในที่สุดก็มาถึงโรงเรียน
ตามคำบอกทางของเสี่ยวเยว่เยว่ ทั้งคู่ก็มาถึงหน้าห้องเรียนชั้นอนุบาล 6
หญิงสาวหน้าตาดีวัยยี่สิบกว่าปีในชุดทำงานสุดเก๋ยืนยิ้มต้อนรับเด็กๆ อยู่ที่หน้าประตู
โจวอวี่เฉินเคยฟังจากเสิ่นจิ้งอวิ๋นว่า คุณครูประจำชั้นคนสวยคนนี้คือ คุณครูเหมี่ยวอวี้หลาน ซึ่งคอยดูแลเอาใจใส่สองแม่ลูกเป็นอย่างดี เคยมีครั้งหนึ่งที่ฝนตกหนัก เสิ่นจิ้งอวิ๋นติดงานจนมารับลูกช้าไปกว่าชั่วโมง คุณครูเหมี่ยวก็ยังนั่งรออยู่เป็นเพื่อนเสี่ยวเยว่เยว่ในห้องเรียนด้วยความรับผิดชอบอย่างเต็มเปี่ยม
"เยว่เยว่ วันนี้ใครมาส่งเอ่ย" คุณครูเหมี่ยวถามด้วยรอยยิ้ม
เสี่ยวเยว่เยว่เชิดหน้าขึ้นอย่างภูมิใจ "คุณครูเหมี่ยวคะ นี่คือคุณพ่อของหนูค่ะ"
โจวอวี่เฉินยื่นมือไปทักทาย "สวัสดีครับคุณครูเหมี่ยว ผมโจวอวี่เฉิน คุณพ่อของเสี่ยวเยว่เยว่ครับ"
คุณครูเหมี่ยวเคยเจอผู้ปกครองบางคนฉวยโอกาสจับมือลวนลามมาบ้าง เธอจึงลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ยื่นมือไปสัมผัสเบาๆ "สวัสดีค่ะคุณพ่อ"
โจวอวี่เฉินไม่มีเจตนาจะฉวยโอกาสอยู่แล้ว เขาเพียงแค่สัมผัสมือเธอเบาๆ ตามมารยาทก่อนจะรีบปล่อยมือ "คุณครูเหมี่ยวครับ ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยดูแลสองแม่ลูกมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ตอนนี้ผมกลับมาทำงานที่อวิ๋นไห่แล้ว ต่อไปนี้ผมจะเป็นคนมารับมาส่งเสี่ยวเยว่เยว่เองครับ"
"คุณแม่ของเยว่เยว่ทั้งต้องทำงานและเลี้ยงลูกตัวคนเดียว ลำบากมากเลยค่ะ ดีใจด้วยนะคะที่คุณพ่อกลับมาอวิ๋นไห่แล้ว"
"ใช่ครับ คุณครูเหมี่ยวครับ เดี๋ยวผมจะส่งข้อความเข้าเบอร์ของคุณครู ฝากเมมเบอร์ผมไว้ด้วยนะครับ ถ้ามีเรื่องอะไรเกี่ยวกับยัยหนู ติดต่อผมได้โดยตรงเลยครับ"
"ได้ค่ะ" คุณครูเหมี่ยวรับคำ
โจวอวี่เฉินลูบหัวลูกสาว "คนเก่ง เข้าห้องได้แล้วครับ"
เสี่ยวเยว่เยว่พยักหน้า สะพายกระเป๋าเป้ใบจิ๋วแล้วเดินเข้าห้องไป
โจวอวี่เฉินพยักหน้าให้คุณครูเหมี่ยวอีกครั้ง ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป
บรรดาผู้ปกครองที่มาส่งลูกใกล้ๆ ต่างซุบซิบนินทากันทันทีที่ได้ยินบทสนทนาของโจวอวี่เฉินกับคุณครูเหมี่ยว
"นั่นน่ะเหรอสามีของคุณแม่คนสวย หน้าตาก็งั้นๆ แหละ"
"สุภาษิตที่ว่า หญิงงามคู่กับชายอัปลักษณ์ นี่ท่าจะจริงแฮะ"
"พูดแบบนั้นก็ไม่ถูก ถึงคุณพ่อของน้องเยว่เยว่จะหน้าตาธรรมดา แต่หุ่นกับบุคลิกก็ดูดีอยู่นะ"
"ผู้ชายจะหน้าตาหุ่นดีแค่ไหนก็ไม่สำคัญหรอก สำคัญที่ว่ามีเงินหรือเปล่าต่างหาก"
"ใช่ๆ ดูหมอนี่แต่งตัวสิ เสื้อผ้าโหลๆ แบบนี้ ท่าทางจะกระจอกน่าดู"
"นี่ พวกคุณไม่สังเกตเห็นอะไรผิดปกติเหรอ ลูกสาวของเสิ่นจิ้งอวิ๋นใช้นามสกุลเสิ่นเหมือนแม่นะ ไม่ได้ใช้นามสกุลพ่อ"
"พระเจ้า! หรือว่าคุณพ่อคนนี้จะเป็นแค่พวกเกาะเมียกิน?"
...
ด้วยความสวยที่โดดเด่น เสิ่นจิ้งอวิ๋นจึงเป็นที่รู้จักกันดีในกลุ่มผู้ปกครองของชั้นเรียนนี้ ผู้ปกครองชายกระเป๋าหนักหลายคนถึงกับอาสามารับมาส่งลูกเอง เพียงเพื่อจะได้แอบมองเธอ
ทุกคนต่างเข้าใจว่าเสิ่นจิ้งอวิ๋นเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว การปรากฏตัวของโจวอวี่เฉินในวันนี้จึงสร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก และแน่นอนว่าย่อมตามมาด้วยเสียงซุบซิบนินทา
คุณครูเหมี่ยวไม่ชอบใจพฤติกรรมนินทาคนอื่นลับหลังของผู้ปกครองเหล่านี้ แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ จึงได้แต่แกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน
ในความเป็นจริง คุณครูเหมี่ยวเองก็แอบสงสัยในตัวโจวอวี่เฉินอยู่ไม่น้อย
เสิ่นจิ้งอวิ๋นทั้งสวยและสง่างามขนาดนั้น แม้แต่คุณครูเหมี่ยวที่ได้ชื่อว่าเป็นคนสวย ก็ยังต้องยอมรับในรัศมีความงามของเธอ
ไม่น่าเชื่อเลยว่า ผู้หญิงที่สวยสมบูรณ์แบบขนาดนั้น จะเลือกแต่งงานกับผู้ชายที่ดูธรรมด๊าธรรมดาอย่างโจวอวี่เฉิน เรื่องนี้ทำให้คุณครูเหมี่ยวประหลาดใจมาก
เธออยากรู้เหลือเกินว่า โจวอวี่เฉินมีดีอะไร ถึงได้กุมหัวใจของเสิ่นจิ้งอวิ๋นไว้ได้
หากคุณครูเหมี่ยวรู้ความจริงว่า โจวอวี่เฉินเป็นแค่คนตกงาน แถมยังมีประวัติเคยติดคุกมาก่อน ความสงสัยใคร่รู้คงจะเปลี่ยนเป็นความช็อกตาตั้งอย่างแน่นอน...