เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 ความฉลาดทางอารมณ์ของเสิ่นจิ้งอวิ๋น

บทที่ 16 ความฉลาดทางอารมณ์ของเสิ่นจิ้งอวิ๋น

บทที่ 16 ความฉลาดทางอารมณ์ของเสิ่นจิ้งอวิ๋น


เมื่อกลับมาถึงสำนักงานนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ จางเซี่ยพิมพ์สัญญาซื้อขายบ้านออกมาสองฉบับ โจวอวี่เฉินเซ็นชื่อของเขาลงในช่องผู้ซื้อ

"จางเซี่ย เจ้าของบ้านอยู่ฝรั่งเศสแล้วเขาจะเซ็นสัญญายังไงล่ะ ต้องบินกลับมาเซ็นด้วยตัวเองหรือเปล่า"

"ไม่ต้องหรอก เจ้าของคอนโดตัวจริงคือคุณพ่อของเขาน่ะ ลูกชายแค่มีหน้าที่ปล่อยเช่ากับประกาศขาย เดี๋ยวคุณลุงคงจะมาถึงในอีกครึ่งชั่วโมงนี่แหละ"

และก็เป็นไปตามนั้น ครึ่งชั่วโมงต่อมา ชายชราวัยหกสิบกว่าปีท่าทางน่าเกรงขามก็เดินเข้ามาในสำนักงาน

ขณะที่ชายชรากำลังอ่านทวนสัญญาซื้อขาย โจวอวี่เฉินก็ตรวจสอบโฉนดที่ดินที่เขานำมาด้วย เพื่อให้แน่ใจว่าคอนโดแห่งนี้ไม่มีปัญหาเรื่องกรรมสิทธิ์ใดๆ ซุกซ่อนอยู่

หลังจากชายชราเซ็นสัญญาเรียบร้อย ทั้งสามคนก็เดินทางไปที่ธนาคาร และโจวอวี่เฉินก็โอนเงิน 300,000 หยวนเข้าบัญชีของชายชรา

หลังจากส่งชายชรากลับไปแล้ว จางเซี่ยก็หันมาพูดกับโจวอวี่เฉินด้วยสีหน้าจริงจัง "ฉันตัดสินใจแล้ว ฉันจะให้เงินนาย อัจฉริยะด้านการเงินคนนี้ เอาไปลงทุนในฟิวเจอร์สน้ำมันดิบ"

โจวอวี่เฉินถามด้วยความสนใจ "ทำไมเธอถึงไว้ใจฉันขนาดนั้นล่ะ"

จางเซี่ยยักไหล่ "หนึ่ง เพราะเราเป็นเพื่อนกัน สอง เพราะนายเพิ่งจะควักเงินจ่ายไปตั้ง 300,000 หยวนไงล่ะ"

สมองของโจวอวี่เฉินประมวลผลอย่างรวดเร็วและเข้าใจความหมายของจางเซี่ยทันที หากเขาเป็นสิบแปดมงกุฎ เขาคงไม่ยอมเสียเงิน 300,000 หยวนให้ชายชราไปฟรีๆ โดยที่ไม่รู้เลยว่าจางเซี่ยจะยอมร่วมลงทุนด้วยหรือไม่ เพราะถ้าเธอปฏิเสธ เขาก็จะขาดทุนย่อยยับ

ส่วนเรื่องความเป็นเพื่อน แม้จะมีส่วนอยู่บ้าง แต่คงไม่ใช่ปัจจัยหลัก เพราะยังไงซะพวกเขาก็ไม่ได้เจอกันมาตั้งห้าปีแล้ว แถมเขายังเคยติดคุกอีกต่างหาก

"เธอลงทุนได้เท่าไหร่ล่ะ"

จางเซี่ยชูขึ้นมาสองนิ้ว "สองล้าน"

โจวอวี่เฉินเลิกคิ้วยิ้มกริ่ม "เมื่อเช้าเธอแกล้งทำตัวจนใส่ฉันเหรอเนี่ย"

"เงินสองล้านนี่เป็นฟางเส้นสุดท้าย เป็นเงินก้นหีบของฉันเลยนะ ถ้านายทำเจ๊ง ฉันต้องไปนอนข้างถนนแน่ๆ"

โจวอวี่เฉินมองเธอด้วยสายตาลึกซึ้ง "เดี๋ยวฉันเขียนสัญญากู้ยืมให้"

จางเซี่ยส่ายหน้า "ไม่ต้องหรอก คนที่เราไม่ไว้ใจก็อย่าไปใช้ คนที่เราใช้ก็อย่าไปสงสัย ถ้าคิดจะหลอกกัน ต่อให้มีสัญญาหรือไม่มีก็ค่าเท่ากัน แต่ถ้านายแค่อยากจะช่วยเพื่อนเก่าจริงๆ ต่อให้ไม่มีสัญญา นายก็ต้องคืนเงินให้ฉันอยู่ดี"

คำพูดของจางเซี่ยทำให้โจวอวี่เฉินรู้สึกชื่นชมในความกล้าหาญและสติปัญญาของเธอเป็นอย่างมาก

ความกล้าหาญ คือการที่เธอกล้าฝากเงินสองล้านหยวนไว้ในมือเขา ส่วนสติปัญญา คือการที่เธอไม่เรียกร้องสัญญากู้ยืม แต่กลับแอบบันทึกเสียงสนทนาไว้ในโทรศัพท์มือถือ

ใช่แล้ว... ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าธนาคารมา จางเซี่ยก็กดบันทึกเสียงไว้ตลอดเวลา

เมื่อมีทั้งหลักฐานการโอนเงินและคลิปเสียง ต่อให้เขาคิดจะเบี้ยวก็ไม่มีทางรอด หากเรื่องถึงโรงถึงศาล ศาลย่อมตัดสินให้จางเซี่ยชนะคดี 100%

เรียกได้ว่าเธอทั้งรักษาน้ำใจเพื่อน และปกป้องผลประโยชน์ของตัวเองได้อย่างแนบเนียน เพื่อนสาวคนนี้มีความฉลาดทางอารมณ์สูงไม่เบาเลยทีเดียว

โจวอวี่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ขอบคุณที่ไว้ใจ อีกสิบสองวัน ฉันจะคืนเงินให้เธอสองล้านสี่แสนหยวน"

ไม่นานนัก จางเซี่ยก็โอนเงินสองล้านหยวนเข้าบัญชีของโจวอวี่เฉิน

เวลานี้เป็นเวลาเที่ยงพอดี โจวอวี่เฉินจึงเลี้ยงมื้อกลางวันจางเซี่ยที่ร้านอาหารสุดหรู หลังจากทานอาหารเสร็จ ทั้งคู่ก็กลับมาที่สำนักงาน

จางเซี่ยกระตือรือร้นมาก เธอช่วยโจวอวี่เฉินขนของจากรถตู้ขึ้นไปที่ห้องใหม่ เมื่อเห็นหนังสือกว่าสามร้อยเล่มที่มีร่องรอยการอ่านมานับครั้งไม่ถ้วน เธอก็ยิ่งรู้สึกนับถือเขาจากใจจริง

ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะประสบความสำเร็จ เคล็ดลับมันอยู่ที่ตรงนี้นี่เอง

หลังจากจางเซี่ยกลับไปแล้ว โจวอวี่เฉินก็ต่ออินเทอร์เน็ตกับแล็ปท็อปและล็อกอินเข้าสู่แพลตฟอร์มฟิวเจอร์สเซี่ยไท่

เมื่อเห็นว่ากำไรในพอร์ตพุ่งทะลุ 7 ล้านหยวนไปแล้ว โจวอวี่เฉินก็ยิ้มมุมปาก เขาโอนเงิน 2 ล้านหยวนที่ได้จากจางเซี่ยเข้าไปในบัญชีทันที และยื่นขอใช้อัตราทดจากแพลตฟอร์มอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่ได้ขอแค่ 5 เท่า แต่ขอใช้อัตราทดสูงสุดที่ทำได้ทางออนไลน์ นั่นคือ 10 เท่า

ตอนแรกเขาคิดว่าจะต้องรออนุมัติอีก 6 ชั่วโมงเหมือนคราวที่แล้ว แต่ผิดคาด เพียง 10 นาทีผ่านไป แพลตฟอร์มก็อนุมัติคำขอของเขาโดยที่ไม่เรียกเก็บเงินประกันเพิ่มเลยด้วยซ้ำ

โจวอวี่เฉินเดาว่าคงเป็นเพราะยอดเงินในบัญชีที่เพิ่มสูงขึ้นนั่นเอง

เขาไม่รอช้า ใช้เงินทุนทั้งหมด 20 ล้านหยวนที่มีอยู่ เปิดสถานะซื้อฟิวเจอร์สน้ำมันดิบทันที

ในความเป็นจริง ตลาดฟิวเจอร์สน้ำมันดิบก็เหมือนกับตลาดหุ้นที่มีขึ้นมีลงตลอดเวลา นอกเหนือจากการถูกปั่นโดยกลุ่มทุนใหญ่แล้ว แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่กราฟจะพุ่งขึ้นหรือดิ่งลงเป็นเส้นตรง หากโจวอวี่เฉินต้องการทำกำไรจากความผันผวนเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ เขาสามารถเพิ่มกำไรได้อีกกว่า 30% อย่างแน่นอน

แต่วิธีนั้นจะทำให้เขาตกเป็นเป้าสายตาของแพลตฟอร์มได้ง่ายเกินไป ดีไม่ดีอาจจะโดนเพ่งเล็งและถูกจับไปชำแหละเพื่อศึกษาวิจัยเหมือนหนูทดลองก็เป็นได้

เพราะแม้แต่ 'เทพเจ้าแห่งการลงทุน' ก็ยังมองเห็นได้แค่ภาพรวม ส่วนคนที่สามารถมองเห็นความผันผวนยิบย่อยในระดับวินาทีได้นั้น ไม่เคยมีอยู่จริงทั้งในอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต

เมื่อจัดการเรื่องการลงทุนเรียบร้อย โจวอวี่เฉินก็ปิดคอมพิวเตอร์และขับรถตู้ไปที่ร้านหนังสือซินเซี่ย

ร้านหนังสือซินเซี่ยเป็นร้านหนังสือเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ มีหนังสือให้เลือกซื้อครบทุกหมวดหมู่ ทั้งในและต่างประเทศ โจวอวี่เฉินเดินไปที่โซนเทคโนโลยีสารสนเทศและกวาดซื้อหนังสือเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะแฮกเกอร์มาทั้งหมด 12 เล่ม เช่น "การเจาะระบบขั้นสูงบนลินุกซ์", "พายุต้านแฮกเกอร์" และ "เจาะลึกการโจมตีข้ามไซต์ด้วย XSS" ซึ่งแต่ละเล่มล้วนหนาเตอะทั้งสิ้น

โจวอวี่เฉินมั่นใจว่าหากเขาอ่านและทำความเข้าใจหนังสือทั้ง 12 เล่มนี้ได้หมด ทักษะแฮกเกอร์ของเขาน่าจะพุ่งขึ้นไปถึงระดับปรมาจารย์ได้อย่างแน่นอน

เจ้าของร้านหนังสือมองดูรายชื่อหนังสือที่เขาเลือกด้วยความประหลาดใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

หลังจากชำระเงิน โจวอวี่เฉินก็ขนหนังสือขึ้นรถและขับตรงไปที่โรงพยาบาล

"ทำไมวันนี้มาเร็วจังคะ"

เสิ่นจิ้งอวิ๋นเหลือบมองนาฬิกาข้อมือที่เพิ่งจะบอกเวลาสี่โมงเย็น ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ

ภายในห้องผู้ป่วย นอกจากเสิ่นจิ้งอวิ๋นแล้ว ยังมีชายหนุ่มหน้าตาดีอีกคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างเตียง ในมือถือหนังสือนิทานภาพและกำลังเล่านิทานให้เสี่ยวเยว่เยว่ฟัง

บนโต๊ะมีตะกร้าผลไม้ ช่อดอกไม้ขนาดใหญ่ และตุ๊กตาผ้าหน้าตาคล้ายกับตัวที่โจวอวี่เฉินซื้อให้วางอยู่ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นของฝากจากชายหนุ่มคนนี้แน่ๆ

ดูท่าว่าหมอนี่คงไม่เป็นญาติฝ่ายเสิ่นจิ้งอวิ๋น ก็คงเป็นคนมาตามจีบเธอเป็นแน่

"ผมทำธุระเสร็จแล้ว เลยรีบมาอยู่เป็นเพื่อนยัยหนูน่ะครับ" โจวอวี่เฉินตอบ

เสี่ยวเยว่เยว่ที่ดูเหมือนจะง่วงนอน ทันทีที่ได้ยินเสียงพ่อของเธอก็ตาสว่างขึ้นมาทันที และร้องเรียกด้วยความดีใจ "คุณพ่อ!"

ชายหนุ่มหน้าตาดีที่นั่งอยู่ข้างเตียงถึงกับตัวแข็งทื่อ จ้องมองโจวอวี่เฉินราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ

โจวอวี่เฉินเดินไปที่เตียงอีกฝั่ง ลูบแก้มลูกสาวเบาๆ "คนเก่ง ให้คุณแม่กลับไปพักผ่อนที่บ้านดีกว่านะ เดี๋ยวคุณพ่ออยู่เป็นเพื่อนหนูเอง ดีไหมครับ"

เสี่ยวเยว่เยว่ทำปากยื่น "ไม่เอา หนูอยากให้คุณพ่อกับคุณแม่อยู่เป็นเพื่อนหนูทั้งคู่เลย"

โจวอวี่เฉินยิ้ม "โลภมากจริงๆ เลยนะเรา"

เขาก้มลงจูบหน้าผากลูกสาว ก่อนจะหันไปมองชายหนุ่มหน้าตาดีฝั่งตรงข้าม "ขอโทษนะครับ คุณมาเยี่ยมเสี่ยวเยว่เยว่เหรอครับ"

เสิ่นจิ้งอวิ๋นรีบแนะนำ "นี่คือคุณหยางเสวี่ยหลิน รองผู้อำนวยการสำนักงานกรมสรรพากรเมืองอวิ๋นไห่ เพื่อนร่วมงานของฉันเองค่ะ วันนี้ท่านสละเวลามาเยี่ยมลูกสาวของเราโดยเฉพาะ ผู้อำนวยการหยางคะ นี่คือคุณโจวอวี่เฉิน คุณพ่อของลูกสาวฉันค่ะ"

ทันทีที่ได้ยินเสิ่นจิ้งอวิ๋นใช้คำว่า "ลูกสาวของเรา" โจวอวี่เฉินก็เข้าใจจุดประสงค์ของเธอทันที

หยางเสวี่ยหลินคนนี้น่าจะเป็นคนมาตามจีบเสิ่นจิ้งอวิ๋น แต่เธอคงไม่ได้ชอบเขา ทว่าด้วยความที่เป็นเพื่อนร่วมงานกัน ต้องเจอหน้ากันทุกวัน เธอจึงไม่อาจปฏิเสธตรงๆ ให้เสียน้ำใจได้ ดังนั้นเมื่อสบโอกาส เธอจึงแกล้งพูดจาสนิทสนมเพื่อทำให้หยางเสวี่ยหลินเข้าใจผิดและยอมถอยห่างไปเอง

โจวอวี่เฉินอดไม่ได้ที่จะยกนิ้วให้กับวิธีปฏิเสธที่แนบเนียนของเธอ

ฉลาดทางอารมณ์เป็นเลิศจริงๆ!

และก็เป็นไปตามคาด ทันทีที่ได้ยินการแนะนำตัวของเสิ่นจิ้งอวิ๋น สีหน้าของหยางเสวี่ยหลินก็เปลี่ยนไปทันที

"สวัสดีครับ ผู้อำนวยการหยาง" โจวอวี่เฉินเดินอ้อมปลายเตียงไปหาและยื่นมือให้พร้อมรอยยิ้ม ขณะที่เดินผ่านเสิ่นจิ้งอวิ๋น เขาได้ส่งสายตาลึกซึ้งให้เธอแวบหนึ่ง

หยางเสวี่ยหลินจับมือตอบ "คุณโจว ผมทำงานกับจิ้งอวิ๋นมาสี่ปี เพิ่งจะได้เจอคุณก็วันนี้นี่แหละครับ เก็บตัวเงียบเชียวนะครับ"

โจวอวี่เฉินหัวเราะร่วน "ที่ผ่านมาผมทำงานอยู่ต่างจังหวัดน่ะครับ เพิ่งจะย้ายกลับมาอวิ๋นไห่ได้ไม่นาน"

"คุณโจวทำงานด้านไหนเหรอครับ"

"ด้านการเงินครับ"

เสิ่นจิ้งอวิ๋นกลัวว่าหยางเสวี่ยหลินจะซักไซ้ต่อ จึงรีบเดินเข้าไปควงแขนโจวอวี่เฉิน "เสี่ยวเยว่เยว่เบื่ออยู่ในห้องแล้ว แกอยากออกไปเดินเล่นข้างนอกหน่อยน่ะค่ะ"

โจวอวี่เฉินชะงัก "คุณหมออนุญาตแล้วเหรอ"

"อนุญาตแล้วค่ะ แต่ห้ามเดินนานเกินครึ่งชั่วโมง"

"อ๋อ ได้สิ" โจวอวี่เฉินพยักหน้า ก่อนจะหันไปทางหยางเสวี่ยหลิน "ผู้อำนวยการหยาง ไว้ว่างๆ เราค่อยคุยกันใหม่นะครับ เดี๋ยวผมขอพาลูกออกไปรับแดดหน่อย"

หยางเสวี่ยหลินรีบตอบรับ "ที่กรมฯ ยังมีงานค้างอยู่เหมือนกัน ผมเองก็คงต้องขอตัวกลับก่อน"

"งั้นลงไปพร้อมกันเลยสิครับ จิ้งอวิ๋น ข้างนอกลมแรง ใส่เสื้อคลุมให้ลูกหน่อยนะ"

"ได้ค่ะ" เสิ่นจิ้งอวิ๋นรับคำอย่างว่าง่าย

จบบทที่ บทที่ 16 ความฉลาดทางอารมณ์ของเสิ่นจิ้งอวิ๋น

คัดลอกลิงก์แล้ว