- หน้าแรก
- จอมเวทย์ระบบความใคร่
- บทที่ 6
บทที่ 6
บทที่ 6
บทที่ 6 - การมาเยือนของเอมิลี่
༺༻
"ก๊อก! ก๊อก!"
เกือบหนึ่งชั่วโมงหลังจากมื้อค่ำ ก็มีเสียงเคาะประตูห้องของแม็กซ์ดังขึ้นอีกครั้ง
"น่าจะเป็นลิลลี่ใช่ไหม? เพราะฉันบอกให้เธอมานี่นา" แม็กซ์ยิ้มและตะโกนบอก "เข้ามาเลย!"
ประตูเปิดออก แต่คนที่เดินเข้ามากลับไม่ใช่ลิลลี่ ทว่าเป็น เอมิลี่ พี่สาวอีกคนของเขา
แม็กซ์ประหลาดใจที่เห็นเธอมาหาถึงห้อง โดยเฉพาะในเวลาแบบนี้
แม็กซ์จ้องมองเธออย่างครุ่นคิด 'ถ้าจำไม่ผิด เธอเป็นคนนิสัยเย็นชาและชอบเงียบขรึมถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญ เธอมีพรสวรรค์ทางเวทมนตร์ระดับสี่ ซึ่งหมายความว่าเธอมีศักยภาพที่จะเป็นจอมเวทระดับสี่ดาวได้ในอนาคต นั่นเป็นเหตุผลที่เธอได้รับความสำคัญอย่างมากในตระกูล แล้วทำไมเธอถึงมาเยี่ยมคนไร้ค่าอย่างฉันกันล่ะ?'
"เอมิลี่! พี่มาเยี่ยมผมเวลานี้มีอะไรหรือเปล่าครับ? หรือต้องการอะไรไหม?" แม็กซ์ส่งยิ้มให้และเอ่ยถาม
"หึ!" เอมิลี่แค่นเสียงเย็นชา
แม็กซ์สะดุ้ง เขาทำอะไรให้เธอไม่พอใจกันนะ?
"พี่ต้องมีธุระเท่านั้นถึงจะมาเยี่ยมเธอได้หรือไง? พี่จะมาเยี่ยมน้องชายตัวเองโดยไม่มีเหตุผลไม่ได้เหรอ?" เอมิลี่ยู่น่ารักๆ อย่างงอนๆ
แม็กซ์ถึงกับอึ้ง แม้ว่าการมาเยี่ยมโดยไม่มีเหตุผลจะเป็นเรื่องปกติ แต่จากที่เขาได้ยินมาจากลิลลี่และเห็นปฏิกิริยาของเธอตอนมื้อค่ำ เขาจึงสรุปเอาเองว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาน่าจะไม่ดีแต่ก็ไม่แย่ แต่คำพูดและท่าทีของเธอเมื่อครู่กลับบ่งบอกเป็นอย่างอื่น
เอมิลี่เองก็เป็นสาวงามคนหนึ่ง เธอมีรูปร่างสมส่วน เรือนผมสีทองอ่อน ผิวขาวเนียนละเอียด และใบหน้าที่จิ้มลิ้ม แต่สีหน้าของเธอมักจะไร้อารมณ์และเย็นชาเสมอ ทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เธอมากนัก
แม็กซ์เกาหัวและหัวเราะแห้งๆ "ได้สิครับ! แน่นอนว่าพี่มาได้อยู่แล้ว เอมิลี่"
"ทำไมยืนอยู่แบบนั้นล่ะ มานั่งนี่สิครับ" แม็กซ์รีบเชิญเธอนั่ง
เอมิลี่ไม่พูดอะไรและนั่งลงบนเตียงข้างๆ เขา หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เธอก็พูดขึ้นโดยมองไปทางอื่น "พี่เป็นห่วงสุขภาพของเธอนิดหน่อยน่ะ ถึงเธอจะดูสบายดีแล้ว แต่เธอควรพักฟื้นให้ดีเพื่อไม่ให้มีปัญหาซ่อนเร้นตามมาทีหลัง"
จากนั้นเธอก็หยิบผลไม้สีทองขนาดเท่ากำปั้นออกมาและยื่นให้แม็กซ์
"นี่คือผลทองคำเสริมพลัง มันช่วยฟื้นฟูพลังชีวิตของเธอได้บ้าง" เอมิลี่อธิบาย
"ขอบคุณครับ เอมิลี่" แม็กซ์พยักหน้ารับ พลางรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ เขาไม่คิดว่าในครอบครัวใหม่นี้จะมีคนที่เป็นห่วงเขามากมายขนาดนี้ ในชีวิตก่อน แม้พ่อจะรักเขามาก แต่น่าเศร้าที่ท่านไม่มีเวลาแสดงออกเพราะยุ่งกับงานตลอดเวลา ถึงขนาดต้องไปต่างเมืองเป็นสัปดาห์ๆ
แต่ที่นี่ พ่อของเขา แอนนา ลิลลี่ และเอมิลี่ผู้เย็นชา ทุกคนต่างห่วงใยเขา เขาแฮปปี้จริงๆ เขามองเอมิลี่ด้วยสายตาแห่งความรักใคร่
เอมิลี่ที่กำลังจ้องมองเพดานรู้สึกได้ถึงสายตาของเขาจึงทำเสียงฮึดฮัด "มองอะไร? กินผลทองคำนี่ก่อนนอนซะ หวังว่ามันจะช่วยเติมเต็มพลังชีวิตให้เธอได้มากโข พี่ไปล่ะ" เธอลุกขึ้นเตรียมจะกลับ
แม็กซ์ที่กำลังจมอยู่ในความคิดรีบเรียกไว้ "เอมิลี่ เดี๋ยวครับ"
"หืม? มีอะไร?" เอมิลี่ถาม
"ช่วยเล่าเรื่องเวทมนตร์กับจอมเวทให้ผมฟังหน่อยได้ไหมครับ?" แม็กซ์พึมพำเสียงเบา เขารู้ว่าคำถามนี้จะทำให้เธอสงสัย และเป็นไปตามคาด เอมิลี่ขมวดคิ้วเล็กน้อยและถามกลับ
"เธอไม่รู้เรื่องพวกนี้เหรอ? เธออยากรู้อะไรล่ะ?"
เขาเตรียมคำตอบไว้แล้ว จึงพูดไปว่า "คือผมก็รู้บ้างนิดหน่อยครับ แต่เพราะผมรู้แค่จากในหนังสือ เลยอยากถามพี่ดู เพราะยังไงพี่ก็เป็นนักเรียนที่โรงเรียนเวทมนตร์ พี่น่าจะรู้เรื่องพวกนี้ดีกว่าใช่ไหมล่ะ!" เขาพูดเสียงอ่อย
เมื่อเอมิลี่เห็นเขาดูซึมลง แววตาของเธอก็อ่อนโยนขึ้น เธอคิดว่าเขาคงน้อยใจที่มีพรสวรรค์ต่ำต้อยจนเข้าโรงเรียนเวทมนตร์ไม่ได้ เธอถอนหายใจ
"ก็ได้ พี่จะเล่าทุกอย่างที่รู้ให้ฟัง ร่าเริงหน่อยสิ เข้าใจไหม?" เธอดุเบาๆ
จากนั้นเธอก็นั่งลงและเริ่มเล่า "อย่างที่เธอรู้ ความแข็งแกร่งคือทุกอย่างในโลกนี้ สถานะ ความมั่งคั่ง และอื่นๆ เป็นแค่เรื่องรอง ส่วนเธอจะแข็งแกร่งได้แค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับระดับพรสวรรค์ทางเวทมนตร์และธาตุของเธอ ถ้าพรสวรรค์เธอดีพอและธาตุแข็งแกร่งพอ ก็มีหลายวิธีที่จะทำให้เก่งขึ้นได้ เช่น การเข้าโรงเรียนเวทมนตร์ ที่นั่นมีจอมเวททรงพลังที่ทำงานเป็นอาจารย์และสอนเกี่ยวกับเวทมนตร์รวมถึงเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง"
"ส่วนเรื่องจอมเวท จะมีการแบ่งระดับตามความแข็งแกร่งโดยรวม เช่น จอมเวทฝึกหัด, จอมเวทหนึ่งดาว, จอมเวทสองดาว, จอมเวทสามดาว และต่อๆ ไป ท่านพ่อของเราเป็นจอมเวทสามดาว และได้รับการแต่งตั้งเป็นไวเคานต์จากราชวงศ์ก็เพราะความแข็งแกร่งของท่าน"
"ในอาณาจักรใบไม้เขียว ซึ่งถือว่าเป็นอาณาจักรที่ทรงพลังมากในทวีปนี้ เธอสามารถเป็นบารอนได้ถ้าเป็นจอมเวทสองดาว เป็นไวเคานต์ถ้าเป็นจอมเวทสามดาว เป็นเคานต์ถ้าเป็นจอมเวทสี่ดาว และสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ว่ากันว่ากษัตริย์เป็นเพียงคนเดียวที่ไปถึงระดับจอมเวทเจ็ดดาว แต่มันไม่ง่ายเลยที่จะเป็นจอมเวทสองดาวหรือสามดาว ไม่ต้องพูดถึงระดับที่สูงกว่านั้น"
"มีเพียงหนึ่งในหมื่นคนเท่านั้นที่จะกลายเป็นจอมเวทหนึ่งดาวได้ ดังนั้นเธอคงพอจินตนาการได้ว่ามันยากแค่ไหน แม้ว่าระดับพรสวรรค์ที่สูงกว่าจะช่วยให้แข็งแกร่งขึ้นได้ แต่มันก็เป็นแค่ความเป็นไปได้ ตัวอย่างเช่น พี่มีพรสวรรค์ทางเวทมนตร์ระดับสี่ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพี่จะเป็นจอมเวทระดับสี่ดาวได้ง่ายๆ และในทำนองเดียวกัน มันก็ไม่ได้หมายความว่าจอมเวทสี่ดาวคือขีดจำกัดของพี่ พี่อาจจะแข็งแกร่งกว่าจอมเวทสี่ดาวก็ได้ แต่มันเป็นงานที่ยากเข็ญมาก"
"จนกว่าเธอจะกลายเป็นจอมเวทสี่ดาว อายุขัยของเธอก็จะเหมือนมนุษย์ปกติ หลังจากนั้นอายุขัยจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าทวีคูณพร้อมกับคงความหนุ่มสาวไว้ ดังนั้นถ้าเธอออกไปข้างนอกแล้วเจอใครที่ดูไม่แก่ อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าเขาอ่อนแอ เขาอาจจะแข็งแกร่งเกินกว่าที่เธอจะรับไหวถ้าเผลอไปยั่วยุเขาเข้า..."
หลังจากนั้น เธอก็อธิบายเรื่องต่างๆ ให้เขาฟังอย่างละเอียดมากกว่าลิลลี่เสียอีก แสดงให้เห็นว่าเธอมีมุมมองต่อโลกที่กว้างไกลกว่าลิลลี่ ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติเพราะลิลลี่ไม่ได้ฝึกเวทมนตร์หรือเข้าโรงเรียน
คิดได้ดังนั้น แม็กซ์ก็ถอนหายใจ แม้พรสวรรค์จะสำคัญมาก แต่สถานะทางสังคมก็กำหนดเส้นทางชีวิตด้วย โชคดีที่แม็กซ์มีสถานะที่ดีในฐานะลูกชายของไวเคานต์ แต่โชคร้ายที่พรสวรรค์ของเขาไม่ได้เรื่อง และพ่อของเขาก็ทุ่มเททรัพยากรมากมายเพื่อให้เขาปลุกพลังธาตุแต่ก็ไม่สำเร็จ
'จะเป็นไปได้ยังไง? ตามระบบของฉัน ฉันปลุกพลังธาตุได้แล้วนี่นา อืม คงเป็นเพราะการกลับชาติมาเกิดล่ะมั้ง' แม็กซ์คิด
"เอมิลี่! ตอนนี้พี่อยู่ระดับไหนแล้ว และปลุกพลังธาตุอะไรได้ครับ?" จู่ๆ แม็กซ์ก็ถามขึ้น
༺༻