- หน้าแรก
- มรรคาวิถีกระสุนดินดำ
- บทที่ 77 เงินจะใช้ยังไงดี
บทที่ 77 เงินจะใช้ยังไงดี
บทที่ 77 เงินจะใช้ยังไงดี
เมื่อต้องเผชิญกับคำขอโทษของแฟรงค์ จางอู๋จี๋โบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
แม้แต่ตัวเขาเองยังคาดไม่ถึงว่าจะทำเงินได้มหาศาลถึงสี่สิบล้านดอลลาร์
จางอู๋จี๋ไม่คิดมาก แต่แฟรงค์กลับคิดมาก
เพราะผู้มีพลังพิเศษส่วนใหญ่ที่เขาเจอในเม็กซิโก เป็นพวกการศึกษาน้อย อย่าหวังจะเจอความสุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน
ส่วนใหญ่มาจากสลัม พอมีพลังขึ้นมาก็หยิ่งยโสโอหัง ทำตัวกร่างหนักกว่าเดิม
ถ้าเขาทำตัวแบบเมื่อกี้กับพวกใจแคบพวกนั้น คงโดนฆ่าทิ้งไปแล้ว!
แม้แฟรงค์จะศึกษาวัฒนธรรมจีนมาเยอะเพื่อเอาใจจางอู๋จี๋ แต่เขาก็ไม่กล้าเสี่ยงเดิมพันว่าจางอู๋จี๋จะใจกว้างจริงไหม
แถมแฟรงค์ยังได้ส่วนแบ่งจากการค้าครั้งนี้หลายแสน ถ้ายังไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงก็สมควรโดนยิงเป้า เขายังคงรักษาน้ำเสียงเคารพนอบน้อมกล่าวขอโทษต่อไป
"ไม่ทราบว่าการเข้าร่วมประมูลครั้งนี้ทำให้มุมมองของคุณที่มีต่อโบราณสถานเปลี่ยนไปบ้างไหมครับ? ถ้าเป็นไปได้ ทางองค์กรอยากเชิญคุณร่วมสำรวจโบราณสถานครั้งหน้า"
จางอู๋จี๋เลิกคิ้ว สงสัย "โบราณสถานโผล่มาบ่อยขนาดนั้นเลยเหรอ?"
เขาจำได้ว่า FBI เคยบอกว่าพลังวิญญาณเพิ่งฟื้นคืนมาได้แค่สิบหกเดือน หรือประมาณปีครึ่ง
การปรากฏของโบราณสถานปิดข่าวยาก แม้ในเน็ตจะมีข่าวลือหนาหู แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่เชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติ แสดงว่าโบราณสถานมีน้อยมาก แล้วองค์กรเอาโบราณสถานมาจากไหนเยอะแยะให้สำรวจ?
แฟรงค์หน้าเจื่อน รีบอธิบาย "ไม่ครับ คุณเข้าใจผิดแล้ว โบราณสถานหายากมาก เวลาและสถานที่เกิดก็คาดเดาไม่ได้ ได้ยินว่าแม้แต่มหาอำนาจสองขั้วยังแก้ปัญหานี้ไม่ได้ เรายิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่"
"ไม่นับโบราณสถานรอบนี้ ครั้งล่าสุดก็เมื่อเดือนก่อน ที่เราทำคือสอบถามความสมัครใจของผู้มีพลังพิเศษล่วงหน้า ถ้าครั้งหน้าเจอโบราณสถาน จะได้ประเมินกำลังและส่งคำเชิญได้ทันที..."
ความหมายคือ ผู้มีพลังพิเศษที่ยอมรับคำเชิญจะถูกนับเป็นกำลังรบส่วนหนึ่งขององค์กร เมื่อเจอโบราณสถานกะทันหัน จะได้ประเมินได้ว่าตัวเองมีกำลังพอจะช่วงชิงความได้เปรียบในโบราณสถานนั้นไหม...
จางอู๋จี๋เข้าใจแจ่มแจ้ง แต่ยังไม่รีบตอบตกลง บอกขอเวลาคิดดูก่อน
"เอาไว้ถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน"
อีกไม่กี่วันเขาก็น่าจะบรรลุขอบเขตปราณครรภ์แล้ว จางอู๋จี๋ไม่รีบร้อน
ของอย่างโบราณสถาน รอให้ตัวเองเก่งเทพ เข้าไปแล้วไร้คู่ต่อสู้ ถึงจะคุ้มค่าแก่การเข้าไปที่สุด
หรือหากมีวิธีหาโบราณสถานโดยที่คนอื่นไม่รู้ ตัดคู่แข่งทิ้ง กินรวบคนเดียว แบบนั้นยิ่งดีเข้าไปใหญ่
แต่แฟรงค์บอกว่าโบราณสถานคาดเดายาก เรื่องแบบนี้คงได้แค่ฝัน เก็บตัวฟาร์มเวลไปก่อนดีกว่า
เสียดายที่อดไปขุดของดีในโบราณสถาน...
เมื่อไม่ได้คำตอบที่หวัง แฟรงค์ก็หน้าสลดลงแวบหนึ่ง แต่รีบปรับสีหน้า ซ่อนความผิดหวังไว้ใต้รอยยิ้ม
"งั้นเหรอครับ งั้นเราไม่รบกวนแล้วครับ ไม่ทราบว่าคุณมีอะไรให้รับใช้ไหมครับ?"
มีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ถึงจะมีการติดต่อ ครั้งก่อนจางอู๋จี๋ให้ช่วยฟอกเงินรางวัลลอตเตอรี่ ใช้เส้นสายพี่น้องในวงการช่วย เรื่องพวกนี้ทำให้แฟรงค์ใจชื้นขึ้น
อย่างน้อยเขาก็ยังมีประโยชน์
จางอู๋จี๋ไม่มีเรื่องอะไร เพียงแต่ย้ำอีกครั้ง "ตอนส่งพ่อแม่ของผมออกไปนอกเมือง ส่งคนไปคุ้มกันเยอะๆ หน่อย อย่าให้เกิดเรื่อง"
สนามบินเม็กซิโกซิตี้ถูกทหารคุม พ่อแม่จะกลับประเทศต้องนั่งรถไปเมืองข้างๆ แล้วค่อยขึ้นเครื่อง ด้วยความอันตรายของเม็กซิโก ระหว่างทางอาจเกิดเหตุไม่คาดฝัน มีบอดี้การ์ดลับคอยคุ้มกันย่อมดีที่สุด
แน่นอน ด้วยฐานะของจางอู๋จี๋ จะนั่งเฮลิคอปเตอร์ไปก็ได้
แต่หนึ่งคือมันเอิกเกริกเกินไป ตอนนี้อ้างว่าบริษัทสั่งย้ายกลับประเทศ
ส่วนข้อสอง...
จางอู๋จี๋เล่นใหญ่บ่อยเกินไป กลัวพ่อแม่นั่ง ฮ. แล้วจะโดนสอยร่วง
"แน่นอนครับ! โปรดวางใจในองค์กรของเรา! ผมเอาหัวเป็นประกันว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น!"
แฟรงค์ตอบเสียงหนักแน่น ราวกับกำลังทำสัญญาเลือด
......
"ตอนนี้นายอยู่บ้านว่างๆ ใช่ไหม? ลูกน้องฉันเจอแดนลับขนาดจิ๋ว คาดว่าในโลกจริงกินพื้นที่แค่ไม่กี่เมตร อันตรายไม่น่าเยอะ นายจะมาเม็กซิโกสำรวจด้วยกันไหม?"
สวีหรงเซวียนเปลี่ยนท่าทีเป็นระมัดระวังตัวตอนติดต่อเหลียงเหวินปั๋ว เป็นฝ่ายชวนอีกฝ่ายมาก่อน
ในมุมมองของเขา เหลียงเหวินปั๋วคือลูกเศรษฐีที่เรียนจบแล้ววันๆ เอาแต่นอนกินบุญเก่า เล่นกีฬาผาดโผนอย่างโดดร่ม สกี มีความโง่เขลาแบบเด็กจบใหม่ เหมาะแก่การควบคุมที่สุด
แน่นอน เหตุผลหลักคือจากการติดต่อหลายครั้ง เขาไม่รู้ว่าเหลียงเหวินปั๋วรวยแค่ไหน จนกระทั่งครั้งนี้ที่ทุ่มเงินสิบล้านดอลลาร์ ทำให้เขาตาสว่าง
แม่งเอ้ย พวกคนรวยนี่มันรวยจริง!
ไม่เห็นเงินเป็นเงินเลย!
เอามาผลาญเล่นแบบนี้สู้เอามาให้เขาใช้ดีกว่า!
ที่เขาต้องซ่อนตัวในตรอกซอยไม่ใช่แค่หนีตำรวจ แต่เพราะไม่มีเงินด้วย!
ตอนเรียนเขาก็พอรู้จักลูกคนรวยบ้าง แต่ตอนปลุกพลังเขาเรียนจบแล้ว ปกติก็เก็บตัวไม่ค่อยมีเพื่อนสนิท ทำให้ถึงตอนนี้เขายังควบคุมคนรวยไม่ได้สักคน!
เพิ่งมารู้ว่าเหลียงเหวินปั๋วรวยและใช้เงินไม่คิด สวีหรงเซวียนเจ็บใจแทบกระอักเลือด!
แต่ยังไม่สาย สนามบินเม็กซิโกซิตี้ถูกทหารคุม กว่าอีกฝ่ายจะมา เขาคงควบคุมลูกพี่ลูกน้องของเยี่ยอวี้เซิงได้แล้ว...
เห็นสวีหรงเซวียนเชิญตัวเอง เหลียงเหวินปั๋วก็ประหลาดใจ
ไม่นึกว่าการติดต่อครั้งนี้จะได้ทั้งวิชาแสงทอง และทำให้สวีหรงเซวียนตายใจยอมบอกตำแหน่ง
โชคสองชั้น!
ตกลงตามนี้!
เขาเล็งลูกน้องของสวีหรงเซวียนที่สัมผัสตำแหน่งโบราณสถานได้มานานแล้ว!
คนที่มีความสามารถพยากรณ์ตำแหน่งโบราณสถานได้แบบนี้ ทั้งในและต่างประเทศถือเป็นคนแรก!
สมควรนำมาใช้เพื่อชาติ!
ก่อนหน้านี้เพราะสวีหรงเซวียนเก่งคอมพิวเตอร์ หาตำแหน่งจริงไม่ได้เลยจนปัญญา ตอนนี้ยอมบอกตำแหน่งเองก็เสร็จสิ!
เหลียงเหวินปั๋วรายงานเรื่องนี้ทันที ระดับความสำคัญของเรื่องนี้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
......
พอส่งแฟรงค์กลับไป จางอู๋จี๋เริ่มคิดปัญหาหนึ่ง
นั่นคือจะใช้เงินอย่างไร
เพราะตอนนี้เขารวยขึ้นผิดหูผิดตา ไม่เหมือนเมื่อก่อน
ครอบครองเหมืองทองคำอย่างโลกบำเพ็ญเพียร แถมตัวเองก็เป็นปรมาจารย์ยุทธ์ ความรู้สึกตื่นเต้นกับเงินทองไม่เหมือนตอนเป็นคนธรรมดาแล้ว
แต่พอเงินสี่สิบล้านดอลลาร์เข้าบัญชี ก็อดตื่นเต้นไม่ได้
ความรู้สึกนี้มาไวไปไว
จางอู๋จี๋ต้องคิดว่าเงินก้อนนี้จะช่วยอะไรเขาในตอนนี้ได้บ้าง
ปัญหาหลักของโลกบำเพ็ญเพียรคือลูกหลานทั้งตระกูลติดแหง็กอยู่ที่ด่านช่องเขาคมมีด ขยับขยายไปไหนไม่ได้
ปัญหานี้ปิดตายความเป็นไปได้ส่วนใหญ่แทบทั้งหมด