- หน้าแรก
- ยอดคุณพ่อระบบเทพ เมื่อนางเอกหมื่นล้านอุ้มลูกมาเคาะประตูบ้าน
- บทที่ 4 ความมั่งคั่งของสวีเมิ่งเหยา!
บทที่ 4 ความมั่งคั่งของสวีเมิ่งเหยา!
บทที่ 4 ความมั่งคั่งของสวีเมิ่งเหยา!
หลินเฉินพาเสี่ยวเชี่ยนกลับมายังห้องเช่า
"คุณพ่อขา ทำไมเรากลับมาที่นี่อีกล่ะคะ?"
"ไหนว่าจะย้ายบ้านพรุ่งนี้ไม่ใช่เหรอ?"
เสี่ยวเชี่ยนถามด้วยความสงสัย
หลินเฉินยิ้มแล้วตอบ "บ้านใหม่ไม่มีคนอยู่มาสักพักแล้ว เสี่ยวเชี่ยนไม่คิดว่ามันสกปรกไปหน่อยเหรอลูก?"
"พ่อต้องไปทำความสะอาดบ้านก่อน"
"พรุ่งนี้เราจะได้ขนของเข้าไปอยู่ได้เลยไงจ๊ะ"
เสี่ยวเชี่ยนพยักหน้า "คุณพ่อขา เดี๋ยวหนูช่วยนะคะ"
"ได้สิลูก"
"มีเสี่ยวเชี่ยนมาช่วยพ่อแบบนี้ บ้านต้องสะอาดเร็วขึ้นแน่ๆ"
หลินเฉินพูดกลั้วหัวเราะ
ไม่นาน หลินเฉินก็ถลกแขนเสื้อเตรียมลงมือ
เสี่ยวเชี่ยนคอย "ช่วย" อยู่ข้างๆ
เด็กน้อยวัยเพียงสองขวบสองเดือนตัวกะเปี๊ยกแค่นี้จะช่วยอะไรได้มากนัก แต่การมีเธออยู่ข้างๆ ก็ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุข
"ติ๊ง... โฮสต์ ค่าสมรรถภาพร่างกายเพิ่มขึ้นหนึ่งจุด"
"วันนี้ค่าสมรรถภาพร่างกายเพิ่มครบสามจุดตามขีดจำกัดแล้ว"
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป เสียงของระบบดังขึ้นในหัวหลินเฉิน
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหลินเฉิน
แค่แบกเสี่ยวเชี่ยนเดินไปมาและออกแรงทำงานบ้าน ก็ถึงขีดจำกัดได้อย่างง่ายดาย จากนี้ไปค่าสมรรถภาพร่างกายของเขาน่าจะเพิ่มขึ้นวันละสามจุดได้อย่างสม่ำเสมอ
"เสี่ยวเชี่ยน เลิกงานกันเถอะลูก"
"เราทำความสะอาดไปได้เยอะแล้ว"
หลินเฉินถูพื้นรอบสุดท้ายเสร็จแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
เสี่ยวเชี่ยนดีใจ "คุณพ่อเก่งที่สุดเลยค่ะ หนูอยากให้ถึงพรุ่งนี้เร็วๆ จัง จะได้ย้ายไปอยู่บ้านใหม่"
"ซีซีชอบที่นั่นมากเลย"
หลินเฉินกวาดตามองไปรอบๆ บ้านที่ทำความสะอาดเสร็จแล้วดูน่าอยู่ขึ้นมาก เขาพอใจกับบ้านหลังนี้ในทุกๆ ด้าน
"ฉันต้องหาทางหาเงินมาซื้อบ้านหลังนี้ให้ได้ ไม่อย่างนั้นถ้าเจ้าของขายบ้านไป ซีซีคงร้องไห้ขี้มูกโป่งแน่ตอนต้องย้ายออก"
หลินเฉินคิดในใจ
ราคาบ้านเฉลี่ยในเซี่ยงไฮ้ลดลงมาบ้างแล้ว ตอนนี้อยู่ที่ตารางเมตรละ 57,000 หยวน แต่หมู่บ้านเพอร์เพิลการ์เดนเป็นโครงการหรู ราคาจึงแพงกว่ามาก เฉลี่ยตารางเมตรละกว่า 80,000 หยวน รวมแล้วบ้านหลังนี้มีราคาถึง 13 ล้านหยวน
"เสี่ยวเชี่ยน กลับกันเถอะลูก"
"เดี๋ยวถึงบ้านพ่อจะทำของอร่อยให้กินนะ"
หลินเฉินอุ้มเสี่ยวเชี่ยนกลับบ้าน
ระหว่างทางเจอมุมขายหนังสือริมทาง หลินเฉินจึงแวะซื้อนิทานมาสองสามเล่ม
"คุณพ่อขา เล่านิทานให้หนูฟังก่อนได้ไหมคะ?"
เมื่อถึงบ้าน เสี่ยวเชี่ยนถือนิทานไว้ในมือและถามด้วยแววตาคาดหวัง
"ได้สิลูก"
"แต่ขอพ่อหุงข้าวก่อนนะ"
หลินเฉินตอบรับด้วยรอยยิ้ม
หลังจากหุงข้าวเสร็จ หลินเฉินก็พาเสี่ยวเชี่ยนออกไปที่ระเบียง แม้ระเบียงห้องจะเล็กมากก็ตาม
"เสี่ยวเชี่ยน นิทานเรื่องนี้ชื่อลูกเป็ดขี้เหร่..."
หลินเฉินโอบเสี่ยวเชี่ยนไว้แล้วค่อยๆ เริ่มเล่านิทานให้ฟัง
ห้านาทีผ่านไป
เสียงระบบดังขึ้นในหัวหลินเฉิน "โฮสต์ ปริมาณการอ่านนิทานและความสามารถในการแต่งนิทานของคุณเริ่มพัฒนาขึ้น"
"ทักษะทั้งสองอย่างนี้พัฒนาง่ายกว่าสมรรถภาพร่างกาย เพียงสะสมเวลาเล่านิทานให้ครบสิบชั่วโมง คุณก็จะก้าวสู่ระดับที่สูงมาก"
หลินเฉินคิดในใจ "ระบบ พูดแบบนี้ฉันกะเกณฑ์ไม่ถูกหรอกนะ"
"แบ่งระดับเป็น 1 ถึง 5 ได้ไหม ระดับ 1 ธรรมดา, ระดับ 2 ชำนาญ, ระดับ 3 ผู้เชี่ยวชาญ, ระดับ 4 ปรมาจารย์, ระดับ 5 ปรมาจารย์สูงสุด แล้วฉันจะไปถึงระดับไหนได้?"
ระบบตอบ "ภายในสิบชั่วโมง คุณจะไปถึงระดับปรมาจารย์ และภายในยี่สิบชั่วโมง คุณจะไปถึงระดับปรมาจารย์สูงสุด แต่โฮสต์ครับ เหนือกว่านั้นยังมีระดับที่สูงขึ้นไปอีก"
หลินเฉินจึงเสนอ "งั้นก็... ระดับ 6 ตำนาน, ระดับ 7 เทพนิยาย"
"รับทราบครับโฮสต์"
"ทักษะทั้งหมดจะถูกแบ่งตามระดับที่คุณกำหนดครับ"
ระบบตอบรับอย่างว่าง่าย
เสี่ยวเชี่ยนเงยหน้ามองหลินเฉินแล้วถามตาแป๋ว "คุณพ่อขา ทำไมหยุดเล่าล่ะคะ? เหนื่อยแล้วเหรอ?"
หลินเฉินยิ้มตอบ "เปล่าจ้ะ พ่อแค่คิดอะไรเพลินๆ นิดหน่อย..."
หลินเฉินเล่านิทานต่อ
ความรู้เกี่ยวกับนิทานมากมายผุดขึ้นมาในหัวไม่หยุดหย่อน
ระบบช่วยเพิ่มคลังข้อมูลนิทานให้เขา และในขณะเดียวกัน ทักษะการแต่งนิทานของเขาก็พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว
ยุคสมัยนี้ พ่อแม่ยอมทุ่มเงินไม่อั้นเพื่อลูก ถ้าเขาสามารถแต่งนิทานดีๆ ออกมาได้ คงทำเงินได้มหาศาล
แต่จะหาเงินได้ ก็ต้องพัฒนาความสามารถของตัวเองให้เก่งก่อน
หลังจากอ่านนิทานกับเสี่ยวเชี่ยนได้ครึ่งชั่วโมง หลินเฉินก็ยิ้มแล้วบอก "เสี่ยวเชี่ยน หนูอ่านเองไปก่อนสักพักนะลูก พ่อขอไปทำกับข้าวก่อน มีเมนูเนื้อของโปรดหนูด้วยนะ"
"ค่า"
หลินเฉินใช้เวลาครึ่งชั่วโมงในการทำอาหารจนเสร็จ
"คุณพ่อขา อร่อยจังเลย"
"อร่อยกว่าเมื่อตอนกลางวันอีกค่ะ"
เสี่ยวเชี่ยนชิมแล้วพูดด้วยความดีใจ
หลินเฉินตักผักใส่จานเสี่ยวเชี่ยนพลางบอก "เสี่ยวเชี่ยน งั้นกินผักบ้างนะลูก เราต้องกินให้ครบห้าหมู่นะ จะเลือกกินไม่ได้"
"คุณพ่อขา งั้นหนูขอกินแค่นิดเดียวนะคะ"
"แค่นิดเดียวพอนะคะ"
เสี่ยวเชี่ยนยอมกินเข้าไปแค่นิดเดียวจริงๆ
รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าหลินเฉิน
ถือว่ามีพัฒนาการดีกว่าตอนกลางวัน อย่างน้อยตอนกลางวันแกก็ไม่แตะผักเลย
หลังอาหารเย็น หลินเฉินอาบน้ำให้เสี่ยวเชี่ยนและเปลี่ยนชุดนอนให้
จากนั้นเขาก็รีบไปอาบน้ำบ้าง
"เสี่ยวเชี่ยน เป็นอะไรลูก?"
ออกมาจากห้องน้ำ หลินเฉินก็พบว่าเสี่ยวเชี่ยนกำลังร้องไห้
"คุณพ่อขา หนูคิดถึงคุณแม่"
น้ำใสๆ ไหลอาบแก้มยุ้ยของเสี่ยวเชี่ยน
"เสี่ยวเชี่ยน อีกไม่กี่วันคุณแม่ก็จะมาหาหนูนะ ตอนนี้คุณแม่ต้องทำงาน เราอย่าเพิ่งไปกวนแม่เลยนะลูก"
"เดี๋ยวพ่อเล่านิทานให้ฟังต่อนะ!"
หลินเฉินกอดเสี่ยวเชี่ยนแน่นและปลอบโยน
สวีเมิ่งเหยายังไม่ได้แอด WeChat เขา ดังนั้นจึงวิดีโอคอลหากันไม่ได้ การที่เธอไม่แอดเขามาทั้งที่มีเสี่ยวเชี่ยนอยู่ด้วย แสดงว่าลึกๆ แล้วเธอยังคงต่อต้านเขาอยู่
หลินเฉินเองก็ไม่อยากเสนอหน้าไปขอแอดก่อน กลัวจะโดนปฏิเสธกลับมา
หนึ่งชั่วโมงต่อมา เสี่ยวเชี่ยนก็ผล็อยหลับไปพร้อมกับเสียงนิทาน
"ได้ลูกสาวสุดที่รักมาหนึ่งคน ระบบตื่นขึ้น ทักษะการทำอาหาร สมรรถภาพร่างกาย และความสามารถด้านนิทานก็พัฒนาขึ้น... ช่างเป็นวันที่สมบูรณ์แบบจริงๆ"
รอยยิ้มเปื้อนใบหน้าหลินเฉิน
"ระบบ ถ้าตอนนี้ฉันไปฝึกอย่างอื่น ความสามารถอื่นๆ จะปรากฏขึ้นไหม?"
หลินเฉินถามในใจ
ระบบตอบ "การตั้งใจทำจะไม่ทำให้ทักษะปรากฏครับ ทักษะจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติในระหว่างที่คุณดูแลและใช้เวลาอยู่กับลูก"
"อืม"
หลินเฉินพยักหน้าเบาๆ
แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ไม่ต้องมานั่งปวดหัวคิดหาวิธีพัฒนาตัวเองให้วุ่นวาย
...
"เมิ่งเหยา เธอกลุ้มใจเรื่องอะไรอยู่?"
"กลุ้มใจที่มีเงินเยอะจนไม่รู้จะเอาไปใช้ทำอะไรหรือไง?"
เสิ่นชิง เพื่อนสนิทของสวีเมิ่งเหยาเอ่ยถาม
ครอบครัวของเสิ่นชิงก็ถือว่าร่ำรวย มีทรัพย์สินราวๆ 30 ล้าน แต่เมื่อเทียบกับความมั่งคั่งของสวีเมิ่งเหยาแล้ว แทบจะเทียบกันไม่ติด
พ่อแม่ของสวีเมิ่งเหยาสร้างอาณาจักรธุรกิจอันยิ่งใหญ่ไว้ให้เธอ ตอนที่ส่งมอบกิจการให้เธอเมื่อปีก่อน ทรัพย์สินมีมูลค่าถึง 4-5 หมื่นล้าน
โดยตระกูลสวีถือหุ้นอยู่ 51%
สวีเมิ่งเหยาเป็นคนเก่งและดวงดีมาก หลังจากพ่อแม่วางมือและย้ายไปอยู่ต่างประเทศ สินทรัพย์ของกลุ่มบริษัทก็พุ่งขึ้นไปแตะ 6 หมื่นล้าน
ส่วนแบ่งของตระกูลสวีคิดเป็นมูลค่าถึง 3 หมื่นล้าน
สวีเมิ่งเหยาเป็นลูกคนเดียว ทรัพย์สมบัติทั้งหมดนี้จึงตกเป็นของเธอในอนาคต
"ฉันส่งซีซีไปอยู่กับหลินเฉินแล้ว"
สวีเมิ่งเหยาจิบไวน์แดงแล้วเอ่ยขึ้น
"หา?"
เสิ่นชิงมองเพื่อนด้วยความตกใจ
เธอเป็นเพื่อนซี้ของสวีเมิ่งเหยา จึงรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตดี
"เมิ่งเหยา เธออยากกลับไปคบกับหลินเฉินเหรอ?"
สวีเมิ่งเหยาส่ายหน้า "ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นเลย เขากับฉันมันคนละชั้นกัน เราเข้ากันไม่ได้หรอก"
"ซีซีต่างหากที่ร้องอยากมีพ่อ"
"แกสองขวบกว่าแล้ว เริ่มรู้ความ พอเห็นเด็กคนอื่นมีพ่อ แกก็อิจฉา ยิ่งพอโดนล้อว่าไม่มีพ่อ แกก็ยิ่งเสียใจ"
เสิ่นชิงถาม "เมิ่งเหยา เธอไม่เคยคิดจะหาใครสักคนแต่งงานด้วยเลยเหรอ?"
สวีเมิ่งเหยาตอบ "ฉันคงมีลูกอีกไม่ได้แล้ว ถ้าแต่งงานไป โอกาสที่ผู้ชายจะนอกใจมีสูงพอกับจำนวนดาวบนท้องฟ้าเลยล่ะ"
"อีกอย่าง แค่มีซีซีคนเดียว ฉันก็พอใจแล้ว"
เสิ่นชิงถามต่อ "ในเมื่อหลินเฉินเป็นพ่อของซีซี แล้วเธอกังวลอะไรอีกล่ะ? เขาก็ส่วนเขา เธอก็ส่วนเธอ ลูกก็เป็นลูกของพวกเธอทั้งคู่ ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไรนี่นา"
สวีเมิ่งเหยาพึมพำ "ฉันห่วงซีซีต่างหาก"
"หลินเฉินจะดูแลแกได้ดีหรือเปล่านะ?"