- หน้าแรก
- ใครว่าอาชีพช่างกลกระจอก
- บทที่ 286 เจรจาสันติภาพเหรอ รอจนกว่าฉันจะโกงพวกเเกให้หมดก่อนเถอะ
บทที่ 286 เจรจาสันติภาพเหรอ รอจนกว่าฉันจะโกงพวกเเกให้หมดก่อนเถอะ
บทที่ 286 เจรจาสันติภาพเหรอ รอจนกว่าฉันจะโกงพวกเเกให้หมดก่อนเถอะ
บทที่ 286 เจรจาสันติภาพเหรอ รอจนกว่าฉันจะโกงพวกเเกให้หมดก่อนเถอะ
“ท่านหลี ถึงแม้เราจะไม่อยากยอมรับก็ตาม แต่ตอนนี้พวกเราสหรัฐอเมริกา ต้องยอมรับแล้วว่าประเทศของท่านแข็งแกร่งจริง ๆ โดยเฉพาะแม่ทัพใหญ่เจิ้งของพวกท่าน... ตอนนี้เราไม่มีทางรับมือได้เลย”
“แต่ในตอนนี้ พวกเราก็มีเเค่แม่ทัพจอห์นผู้เป็นบรรพชนอยู่กับเรา เขาคือวีรบุรุษของสหรัฐอเมริกา เช่นนั้นแล้ว... พวกเราจะมานั่งเจรจากันดีไหม? ยุติสงครามนี้ลงเสียที?”
เสียงของจักรพรรดิดังขึ้นผ่านจอภาพสื่อสาร แต่ท่านหลีเพียงยิ้มบาง ๆ มองเขาด้วยสายตาที่สงบนิ่ง ทว่ากลับมีแววขบขันเร้นอยู่ในแววตานั้น
แน่นอนว่าทุกคนฝั่งประเทศมังกรต่างเข้าใจดี ว่าตอนนี้ถ้ายังลากสงครามต่อไป ความสูญเสียของสหรัฐอเมริกาจะยิ่งหนักหนากว่าที่เห็นบนสนามรบ และเลือดที่ไหลออกมานั้น ล้วนมาจากกระเป๋าของสี่ตระกูลการเงินยักษ์ใหญ่ทั้งสิ้น
“ตอบเราสิ! เรากำลังพูดกับท่านอยู่นะ!”
เห็นอีกฝ่ายเพียงยิ้มเฉย ๆ ไม่ตอบสนอง จักรพรรดิก็เริ่มหน้าบึ้ง สีหน้าดูไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด
รอยยิ้มอ่อนโยนของท่านหลี ในสายตาของเขา กลับเหมือนมีดบาง ๆ ที่บาดลึกราวกับกำลังพูดอย่างเงียบงันว่า‘สหรัฐอเมริกา? ผู้ครองโลก? ก็แค่นี้เอง?’
“ฝ่าบาท อย่าเพิ่งใจร้อนไปเลย” ท่านหลีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย “เราชาวตะวันออกนั้น อย่างที่พวกท่านเคยพูดไว้ก็ไม่ผิดนัก... เราเป็นพวกที่รู้จักอ่านสถานการณ์ดี”
เหล่าข้าราชการและผู้นำตระกูลการเงินแห่งพระราชวังไวท์เจด ต่างขมวดคิ้วเมื่อได้ยินถ้อยคำนี้
“หมายความว่ายังไง? พวกท่านกำลังพูดเรื่องอะไรกันแน่? นี่เรากำลังพูดถึง คือการเจรจาสงบศึก นะ!”
“บ้าเอ๊ย! ระบบสื่อสารขัดข้องรึเปล่า ทำไมพวกมันไม่ตอบตรงคำถามสักที?”
จักรพรรดิตะโกนเสียงแข็ง แต่ท่านหลีกลับเพียงหัวเราะเบา ๆ ส่ายหน้า “ความหมายของฉันคือ... เราประเทศมังกรยังไม่เห็นถึง ‘พลังที่แท้จริง’ ของคุณเลยแม้แต่น้อย”
น้ำเสียงสงบเยือกเย็น แต่กลับทำให้ทั้งห้องในสหรัฐอเมริกานิ่งงัน
“ว่าอะไรนะ?”
“คุณพูดอีกทีสิ!”
ทุกคนมองจอภาพด้วยสีหน้าตกตะลึง เหมือนกำลังมองคนเสียสติ
“ตอนนี้ช่างกลของพวกเราคงถูกเเม่ทัพจอห์นของพวกท่านกดดันไว้ได้สินะ?” ท่านหลียิ้มบาง “จากที่เคยมีเครื่องจักรระดับตำนานกว่าร้อยตัว ตอนนี้เหลือเท่าไหร่ล่ะ? ห้าสิบ? หกสิบ?”
“ถ้ายังฝืนรบต่อไป พวกท่านก็ไม่ได้อะไรกลับมาอยู่ดี ตรงกันข้าม พลังแฝงของสหรัฐอเมริกา คงหมดลงเร็วกว่าที่คิดเสียอีก”
ชายคนหนึ่งจากตระกูลเมลอน ทายาทคนสำคัญของหนึ่งในสี่ตระกูลการเงินใหญ่ ก้าวออกมาหน้าจอ “พูดบ้าอะไร! ตอนนี้พวกแกก็สูญเสียมหาศาลไม่ต่างกัน จะยังดันทุรังรบต่อไปอีกเหรอ?”
ท่านหลีเพียงยิ้ม และโบกมือเบา ๆ “แน่นอนว่าท่านพูดถูก แต่... ดูเหมือนจักรวรรดิของพวกท่านจะเสียหายมากกว่าเราไม่ใช่เหรอ?”
“ถึงสงครามจะยังดำเนินต่อไป แต่พวกเราประเทศมังกรยังเดินหน้าพัฒนาเขตมอนสเตอร์ในเขตพันธมิตรและทวีปอเมริกาใต้ได้ต่อเนื่อง ส่วนพวกท่านล่ะ?”
“กองทัพจากเขตมิติพิเศษถูกดึงกลับมาครึ่งหนึ่งแล้วมั้ง? ความเสียหายมีเท่าไหร่? โครงการพัฒนาในดินแดนต่าง ๆ ถูกระงับไปกี่แห่ง?”
ทั้งห้องประชุมเงียบลงในทันที
ความอึดอัดปกคลุมไปทั่วบริเวณ ไม่มีใครกล้าเถียงกลับ
พวกเขาไม่อยากยอมรับ... แต่สิ่งที่ท่านหลีพูดมาทั้งหมดคือความจริง
แน่นอนท่านหลีหัวเราะในใจ จะให้สงครามจบตอนนี้ได้ยังไงกัน? ตราบใดที่เจิ้งมู่ยังมีร่างจำแลง “จอห์น” อยู่ในหอสมุดสูงสุดของสหรัฐอเมริกา เขาก็ต้องดูดข้อมูลออกมาให้หมดก่อนถึงจะหยุดได้
สงครามตอนนี้จึงไม่ใช่เพื่อชัยชนะในสนามรบ... แต่เพื่อ “ปล้นสมบัติความรู้” ของอีกฝ่ายให้หมดสิ้น
ดังนั้น ท่าทีของประเทศมังกรจึงชัดเจน จะไม่ขยายสงคราม แต่ก็จะไม่ยอมเจรจายุติในตอนนี้แน่ เเละต้องถ่วงเวลาไว้ จนกว่า “ขุมทรัพย์แห่งความลับ” ของเมอริกาจะถูกขูดจนเกลี้ยง!
ท่านหลีแค่นหัวเราะในใจ สิงโตเจ้าป่ากลายเป็นแกะอ้วนให้เชือดทั้งที จะไม่เอาให้สุดได้ยังไงกัน?
ฝั่งสหรัฐอเมริกา เหล่าข้าราชการและผู้บริหารระดับสูงต่างโกรธจนหน้าแดง
“บ้าเอ๊ย! พวกแกกำลังเล่นกับไฟ! ถ้าไม่มีช่างกลอย่างเจิ้งมู่ พวกแกก็ไม่มีทางสู้เราได้แน่!”
“ใช่! ฮีโร่ของเรา จอห์น สามารถฉีกทำลายเครื่องจักรของพวกแกได้หมด!”
“หากไม่มีพวกเหล็กพวกนั้น ประเทศมังกรของพวกแกมันก็แค่ประเทศอ่อนแอประเทศหนึ่ง!”
ท่านหลีพยักหน้าเบา ๆ “ใช่ ๆ ๆ”
“พวกเรายื่นมือมาเพื่อสันติภาพ พวกแกอย่าคิดว่าการที่เรายอมพูดด้วยคือการยอมแพ้!”
“อย่าได้ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!”
“อืม ๆ ๆ” ท่านหลีจิบชา ตอบรับอย่างไม่ไยดี
ภาพตรงหน้าทำให้ทั้งห้องประชุมของสหรัฐอเมริกาเดือดปุด ๆ
จักรพรรดิได้เเต่กัดฟันแน่น ก่อนคำสุดท้ายจะหลุดออกมา “ฟัค...!”
สัญญาณตัดขาดลงในทันที
เงียบงันได้เพียงครู่เดียว เหล่าผู้นำการเงินของสหรัฐอเมริกาก็หันมามองหน้ากัน ก่อนหนึ่งในนั้นจะพูดเสียงต่ำอย่างเกรี้ยวกราด
“สั่งกองทัพในฟิลิปปินส์... จัดหนักไอ้เจ้าลิงเหลืองนั่นให้สาสม!”
เหนือท้องฟ้าฟิลิปปินส์ ประตูใหญ่ของป้อมบินยักษ์เปิดออก เสียงหวีดของลมรบดังสนั่น และในเวลาเดียวกันนั้นเอง ฝั่งประเทศมังกรได้ปล่อยเครื่องจักรระดับตำนานชุดใหม่กว่าห้าสิบตัวลงสู่สนามรบ
เพียงพริบตาเดียว กำลังรบระดับเทพผู้พิทักษ์ของประเทศมังกรก็ทะลุเกินร้อยอีกครั้ง
ภายใต้สายตาตกตะลึงของทั้งโลก “ละครตบตา” ที่รู้กันแค่ระหว่างเจิ้งมู่กับรัฐบาลประเทศมังกร ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง สงครามที่ดูเหมือนรุนแรง... แต่แท้จริงคือฉากบังหน้า เพื่อปล้นทุกอย่างจากศัตรูอย่างเงียบงัน