- หน้าแรก
- ใครว่าอาชีพช่างกลกระจอก
- บทที่ 250 ภัยคุกคามจากสหรัฐอเมริกา ฆ่าหมาต่อหน้าพวกมัน
บทที่ 250 ภัยคุกคามจากสหรัฐอเมริกา ฆ่าหมาต่อหน้าพวกมัน
บทที่ 250 ภัยคุกคามจากสหรัฐอเมริกา ฆ่าหมาต่อหน้าพวกมัน
บทที่ 250 ภัยคุกคามจากสหรัฐอเมริกา ฆ่าหมาต่อหน้าพวกมัน
“วอทเดอะฟัค?!”
วิลสันรู้ดีอยู่แล้ว ว่าตั้งแต่ก่อนย่างเท้าสู่แผ่นดินมังกร ว่าภารกิจทางการทูตครั้งนี้ไม่มีวันราบรื่นง่าย ๆ แน่นอน ส่วนคันศรสังหาร ‘วันดับสูญ’ ที่เขาต้องมาทวงคืนนั้น ก็ไม่ใช่ของที่อยากได้แล้วจะได้ทันที มันต้องมีการเจรจา ยื้อแย่ง และต่อรองผลประโยชน์อย่างหนักกับพวกมังกรแน่ ๆ
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังไม่คิดเลยว่า เจิ้งมู่จะกล้าเสนอ “เงื่อนไข” ที่ทั้งหยาบคายและดูถูกกันขนาดนี้!
…
“ฟัค! ไอ้บ้านี่!” วิลสันตะโกนเสียงดังลั่น “นายคิดว่าเราจะยอมให้พวกนายดูหมิ่นแบบนี้เหรอ?! คิดว่าสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศลูกไล่แบบพวกญี่ปุ่นหรือยูเครนรึไง!?”
ดวงตาแดงก่ำ เขากำหมัดแน่น “ถ้าเราต้องการเมื่อไหร่ แผ่นดินของพวกแกจะกลายเป็นซากปรักหักพังในพริบตา! อารยธรรมพันปีของพวกแกอะไรนั่น ในสายตาสหรัฐอเมริกาเเล้ว มันก็แค่ขี้หมาเท่านั้นแหละ!”
น้ำลายกระเด็นเต็มอากาศ แต่เจิ้งมู่กลับเพียงยิ้มเย็น ยกมือขึ้นเบา ๆ ราวกับบอกว่า “เชิญตามสบาย”
“ตามใจ”
สองคำสั้น ๆ นี้ทำเอาวิลสันพูดไม่ออก ความอับอายไหลบ่าจนแทบคลั่ง ในแววตาเจิ้งมู่เต็มไปด้วยความดูถูก เหมือนกำลังบอกว่า “ยังไงพวกแกก็ทำอะไรฉันไม่ได้อยู่ดี”
……
ความคับแค้นที่ไม่เคยมีมาก่อนในชีวิตของทูตจากมหาอำนาจ ปรากฏอยู่บนใบหน้าของวิลสันในวันนี้ ครั้งหนึ่ง พวกเขาเดินทางไปที่ใด ใคร ๆ ก็ต้องประจบเอาใจราวกับต้อนรับราชาแห่งโลก ไม่มีใครกล้าทำให้ไม่พอใจแม้แต่น้อย เพราะกลัวจะถูกกล่าวหาว่า “หมิ่นมหาอำนาจ” แล้วโดนรีดจนสิ้นเนื้อประดาตัว
แต่วันนี้ ในแผ่นดินมังกร เขากลับถูกเหยียบอยู่ใต้ฝ่าเท้า!
เจิ้งมู่หัวเราะเย็น ลุกขึ้นจากเก้าอี้เต็มความสูง ร่างกำยำสง่า ดวงตาเยือกเย็นจนทำให้ทั้งห้องราวกับอุณหภูมิลดลงหลายองศา เพียงแค่เขาก้าวขึ้นมา วิลสันก็รู้สึกเหมือนมีเสือร้ายกำลังอ้าปากจะงับหัวเขาอยู่ตรงหน้า
“ยอดฝีมือระดับชิงฟ้าเหรอ?” เจิ้งมู่พูดเรียบ ๆ แต่แววตาเปล่งประกายคมกริบ “แน่นอน เรามังกรสู้พวกนั้นไม่ได้หรอก”
เสียงของเขาหยุดชั่วครู่ ก่อนต่อด้วยน้ำเสียงราวมีคมมีดซ่อนอยู่
“แต่ก่อนที่พวกแกจะคิดลงมือ... ควรคิดให้ดีก่อน ว่าจะฆ่าฉันได้ยังไง เพราะดูเหมือนว่า คันธนูสวรรค์ของพวกแก จะทำไม่ได้เเล้วนะ”
คำพูดนั้นทำเอาวิลสันถึงกับนิ่งค้าง เจิ้งมู่เดินเข้ามาใกล้เพียงแค่เอื้อม เอามือล้วงกระเป๋า ท่าทีสบาย ๆ แต่แรงกดดันกลับมหาศาลจนแทบหายใจไม่ออก หน้าอกเปลือยที่แน่นแข็งของเขาอยู่ตรงปลายสายตาวิลสันพอดี รอยยิ้มเหยียดนั้น เหมือนจะพูดว่า “ลองสิ ถ้ากล้า”
“พวกแกอาจทำลายประเทศเราได้... แต่แกฆ่าฉันไม่ได้” เสียงทุ้มต่ำของเจิ้งมู่ดังก้อง “ตรงกันข้าม ฉันฆ่าพวกแกได้ เหมือนฆ่าไก่ในเล้า”
เขายกยิ้มมุมปาก “ยกเว้นพวกชิงฟ้าแล้ว ตอนนี้ไม่มีใครในสหรัฐอเมริกาที่สู้ฉันได้อีกต่อไป”
เจิ้งมู่หัวเราะเบา ๆ เดินวนรอบตัววิลสันอย่างช้า ๆ เหมือนเชฟกำลังพิจารณา “จะหั่นยังไงให้เนียนที่สุด”
“ฆ่าพวกแกให้ตาย มันง่ายไป...” เขาพูดต่อ “พวกแกเจริญขึ้นได้เพราะระบบสายการผลิตใช่ไหม? งั้นฉันจะคืนสิ่งนั้นให้พวกแก... แต่ในแบบของฉันเอง”
มือหนาวางลงบนบ่าวิลสันแผ่วเบา “ลองจินตนาการดูสิ... ถ้าฉันจับพวกแกทั้งประเทศ ขังไว้ในเมืองปิด ให้เครื่องจักรเฝ้าจับตา ไม่ให้ฆ่าตัวตาย ไม่ให้หนี ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป... จนกว่าจะ ‘ปลุกพลัง’”
สีหน้าของวิลสันซีดเผือด แข็งค้างทั้งร่าง
เจิ้งมู่ยิ้มบาง “รู้จักกล่องสุ่มไหม? กล่องที่เปิดไม่รู้ว่าข้างในมีอะไร แล้วอยู่ดี ๆ ก็ได้ของสุดยอด...” เขาทำท่าล้อเลียนเหมือนเด็กเปิดกล่องของขวัญ “ว้าว!ระดับ SSS !”
“ชิ้นส่วนสีส้มระดับตำนานสักชิ้น ยังทำให้ฉันดีใจเหมือนถูกหวย แล้วลองคิดดูสิ ถ้าฉันได้แบบนั้นจากพวกแก ทุกวัน ทุกเมือง ในสหรัฐอเมริกา...” เขาหัวเราะในลำคอ “ว้าว... ฉันแทบจะรอไม่ไหวเลยเเหนะ”
น้ำเสียงเรียบเย็น แต่แววตาของเจิ้งมู่กลับเยือกเย็นจนแทบหยุดลมหายใจ
….
“ไอ้ปีศาจ!” วิลสันกัดฟันแน่น “เเกมันไม่ใช่มนุษย์! ต่อให้ซาตานยังไม่กล้าเป็นอย่างเเกเลย!”
เจิ้งมู่หัวเราะลั่น เหมือนได้ยินคำชมที่ไพเราะที่สุดในชีวิต
“ไม่ต้องห่วง...” เขาตบบ่าวิลสันอีกที “เมื่อถึงวันนั้น แผ่นดินของพวกแกจะเป็นนรก และฉัน... จะเป็นซาตานของพวกแกเอง”
…
ในหอประชุมใหญ่ของศูนย์กลางเสิ่นตู เมื่อเจิ้งมู่เดินฮัมเพลงเข้ามา ทุกสายตาหันมามองพร้อมเสียงหัวเราะชอบใจ
“ฮ่า ๆ ๆ ไอ้วิลสันนั่น ตอนเดินลงจากบันไดขาอ่อนจนกลิ้งลงไปเลยว่ะ! สะใจโคตร ๆ!” เสียงหัวเราะของเหล่าผู้นำผู้เฒ่าดังก้องทั่วห้อง
“ในที่สุด มังกรของเราก็สามารถพูดคำว่า ‘ไม่’ ใส่พวกผิวขาวนั่น โดยไม่ต้องก้มหัวอีกต่อไปแล้ว!” เสียงหัวเราะดังลั่นอย่างสะใจ
ท่านหลีหัวเราะพลางรินชาให้เจิ้งมู่ “เจ้าหนูนี่คือโชคของประเทศ ถ้านายดันเกิดในประเทศอื่น... ป่านนี้คงเป็นหายนะของโลกไปแล้วแน่ ๆ”
เจิ้งมู่หัวเราะแห้ง ๆ แต่ในใจเต็มไปด้วยความสะใจ “ฮ่า ๆ ๆ ต่อให้พวกมันนอนไม่หลับ... ผมก็หลับสบายว่ะ!”
“ไม่ใช่แค่นอนไม่หลับหรอก!” ผู้เฒ่าอีกคนเสริม “อาหารก็คงกินไม่ลงด้วย!”
….
ขณะเดียวกัน ที่เมืองหลวงของสหรัฐอเมริกา
“ปัง! ปัง! ปัง!” เสียงของแตกกระจายดังสนั่นทั่วคฤหาสน์หรู
“พวกสวะจากตะวันออกนั่นคิดว่าชนะแล้วเหรอ!?”
เจ้าของเสียงคือ เจน เมลอน ทายาทคนโตแห่งตระกูลเมลอน หนุ่มเลือดร้อนผู้กุมอำนาจลับของโลกตั้งแต่อายุยังน้อย
“เราจะระดมกองทัพจากมิติคู่ขนานหนึ่งล้าน! บวกกับอีกห้าแสนจากในประเทศ!” เขาคำราม “ฉันไม่เชื่อว่าพวกมันจะต้านอยู่!”
….
หนึ่งล้านห้าแสนเจ็ดหมื่นทหาร!
เมื่อราชวังศักดิ์สิทธิ์แห่งสหรัฐอเมริกาออกประกาศสงครามกับมังกรอย่างเป็นทางการ โลกทั้งใบก็ปั่นป่วนอีกครั้ง ผู้คนทั่วโลกต่างจับตา การเผชิญหน้าระหว่าง ราชันแห่งตะวันออก กับ จอมอำนาจแห่งตะวันตก ที่กำลังจะปะทุขึ้นอีกระลอก
แต่ในขณะที่โลกกำลังสั่นสะเทือน
ในคฤหาสน์ฉินอ๋อง เจิ้งมู่เพียงยิ้มเย็น
“เหรอ... อยากลบเรามังกรออกจากแผนที่สินะ?” เขาหยิบถ้วยชาขึ้นจิบ ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “งั้นฉันจะเริ่มจากพวกหมาล่าเนื้อของแกก่อนก็แล้วกัน”
….
คำสั่งสั้น ๆ ถูกส่งออกไปทั่วโลก
“ออกศึก! กวาดอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลียให้สิ้นซาก!”
เมื่ออีกฝ่ายเพิ่งเป่าสงครามขึ้นอย่างฮึกเหิม เจิ้งมู่ก็ประกาศฆ่าลูกสมุนพวกนั้นต่อหน้าทั้งโลก
และในวินาทีนั้น โลกทั้งใบ... ก็จะกลายเป็นเวทีของมังกรเเต่เพียงหนึ่งเดียว