เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 230 ชัยชนะเเละความรุ่งโรจน์ของเจิ่งมู่

บทที่ 230 ชัยชนะเเละความรุ่งโรจน์ของเจิ่งมู่

บทที่ 230 ชัยชนะเเละความรุ่งโรจน์ของเจิ่งมู่


บทที่ 230 ชัยชนะเเละความรุ่งโรจน์ของเจิ่งมู่

เมืองเสิ่นตู

ในแววตาเปี่ยมศรัทธาของนายทหารตรงหน้า  เจิ้งมู่ยืนนิ่งงัน ราวคนถูกสาปให้กลายเป็นหิน สายตาของเขามองตรงไปยังสถาปัตยกรรมโบราณตระการตาที่ตั้งตระหง่านกลางเมืองเสิ่นตู ประตูโค้งสูงตระหง่าน รูปทรงที่เขาจำได้แม่นยำราวภาพสลักในใจ

“นี่มัน... คฤหาสน์ฉินอ๋องไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงกลายเป็น... คฤหาสน์เจิ้งไปได้ล่ะ?”

เสียงของเขาแผ่วต่ำแต่แฝงแรงสะเทือนใจ สมองว่างเปล่าเหมือนถูกสายฟ้าฟาดกลางวันเเสกๆ เขาหันไปถามนายทหารข้างตัว เเละถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

อีกฝ่ายรีบพยักหน้ารัว ราวกับกลัวว่าตนพูดช้าจะเป็นการลบหลู่

“ท่านแม่ทัพ ที่นี่เดิมคือคฤหาสน์ฉินอ๋อง สมบัติแห่งชาติของพวกเรา เป็นสัญลักษณ์ของรากเหง้าและอารยธรรมแดนมังกร ไม่มีใครกล้าอาศัย”

“แต่เหล่าผู้อาวุโสเห็นว่าท่านยังไม่มีที่พักในเมืองเสิ่นตู อีกทั้งได้สร้างคุณูปการยิ่งใหญ่แก่แผ่นดิน จึงลงมติเป็นเอกฉันท์... ว่าจะมอบคฤหาสน์นี้ให้ท่านเป็นรางวัล”

“มะ มอบให้ผมเหรอ?!”

หัวใจเจิ้งมู่เต้นถี่ราวกลองศึก มือเท้าเบาหวิวเหมือนเหยียบฝุ่นดาว เขาไม่ใช่คนไร้เล่ห์เหลี่ยม แต่ตอนนี้... ความตกใจบดทุกสติ

นี่มันคฤหาสน์ฉินอ๋องนะ!

ต่อให้ไม่พูดถึงความศักดิ์สิทธิ์หรือสัญลักษณ์แห่งชาติ แค่ตัวอาคารเองก็คือสมบัติระดับตำนาน ยิ่งใหญ่เทียบได้กับพระราชวังแกนกลางของเมืองเสิ่นตู เทียบได้กับ “พระราชวังไวท์เจด” ของสหรัฐอเมริกา หรือ “วังแพลทินัม” ของอังกฤษ

มันไม่ใช่แค่บ้าน  เเต่มันคือหัวใจของแผ่นดิน

วัสดุก่อสร้างทุกชิ้นล้วนผสานอาคมศักดิ์สิทธิ์ ระบบป้องกัน ฟื้นฟู และยืดอายุ กล่าวกันว่าผู้ที่พำนักอยู่ในคฤหาสน์ฉินอ๋อง จะได้รับพรแห่งโชคของแผ่นดิน  นี่มันดวงดีสองชั้นที่แท้จริง

และตอนนี้... พวกเขาไม่ได้แค่ “ให้เขาอยู่” แต่ “มอบให้เป็นของเขา” เลยงั้นหรือ?!

นายทหารยื่นกล่องไม้แกะสลักงดงามมาให้ เมื่อเปิดออก ตราประทับรูปเสือคำรามยกหัวขึ้นฟ้าเปล่งประกายแสงสีทองแดง

【ตราฉินอ๋อง: อุปกรณ์พิเศษสีส้มระดับตำนาน หัวใจควบคุมคฤหาสน์ฉินอ๋อง มอบสิทธิ์ครอบครองพร้อมส่วนหนึ่งแห่งโชคชาติ】

ระดับตำนานไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่สำหรับเจิ้งมู่ แต่ “ความหมาย” ของมัน... ทำให้เขาแทบล้มทั้งยืน

“ให้ตายสิ ท่านหลีนี่... เล่นของจริงเลยเหรอ?”

ตรานี้ไม่ต่างจาก “ดาบมังกรหยวน” ที่เขาพกติดตัว มันไม่ใช่แค่ของใช้ แต่คือสัญลักษณ์แห่งอำนาจ โชคชาติ และสถานะสูงสุด ของแบบนี้ แม้แต่ผู้มีอำนาจสูงสุดบางคนยังไม่เคยได้แตะ

นายทหารค้อมตัวลงลึก ดวงตาเต็มไปด้วยแววศรัทธา

“ท่านแม่ทัพ โปรดรับไว้เถิดครับ นี่คือเกียรติที่ท่านคู่ควร แผ่นดินมอบให้ด้วยใจ!”

เจิ้งมู่สูดลมหายใจลึก มือสั่นเล็กน้อย ก่อนจะยื่นไปรับตรานั้นอย่างระมัดระวัง

ทันใดนั้น  ประตูไม้สีชาดประดับหัวเสือทองถูกผลักเปิดออกอย่างสง่างาม เสียงโลหะกระทบกันดังหนักแน่น

สองทหารในชุด “ทหารเทียนอาย” ยืนเฝ้าประตูราวยักษ์ผู้พิทักษ์ เบื้องในคือห้องโถงโอ่อ่า สว่างไสวด้วยแสงวิญญาณผลึก

และทันใดนั้น  เสียงหวานพร้อมกันก็ดังขึ้น

“ขอต้อนรับท่านแม่ทัพกลับคฤหาสน์!”

เจิ้งมู่: “...”

ในนั้น หญิงงามนับสิบยืนเรียงเป็นแนว ดั่งบทกวีโบราณที่แปรเปลี่ยนเป็นชีวิตจริง ชุดราตรีโบราณแผ่วปลิวราวกลีบดอกเหมยบานกลางหิมะ

ภาพรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของท่านหลีผุดขึ้นมาในหัวทันที...

“ให้ตายสิ ท่านหลี คุณเล่นแรงเกินไปไหม?! กระสุนหวานแบบนี้มันรุนแรงเกิน!”

หญิงงามเหล่านั้นแต่ละนางงดงามเฉิดฉาย หลั่นปิ่งเยว่, เจียงหลานหลาน, เหอเซียงหยุน  ดวงตาทุกคู่เปล่งประกายละมุนจนหัวใจเขาแทบละลาย

และยังมีเหล่าเจ้าหญิงจากพันธมิตรต่างแดน นำโดย อีบูจอง เจ้าหญิงแห่งสมาพันธ์เกาหลี ใบหน้าของเธออ่อนหวานท่าทางเรียบร้อย แต่สายตากลับเต็มไปด้วยประกายซ่อนเร้น

เสียงแซวแผ่วเบาดังขึ้น

“แม่ทัพคะ มองจนตาค้างเลยเหรอ?”

เจียงหลานหลานหัวเราะเบา เธอไม่ใช่คนชอบพิธีรีตอง แต่วันนี้... ดูท่าจะตั้งใจเต็มที่

เจิ้งมู่หัวเราะในลำคอ ก่อนจะโน้มตัวไปจูบพวกเธอทีละคนอย่างไม่เกรงใจ ทั้งแฟนตัวจริง ทั้งเจ้าหญิงตัวประกอบ ได้รับการ “ต้อนรับ” เท่าเทียมกันหมด

“ดูท่าว่าท่านหลี จะเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่จริงๆ ...”

เขาก้าวลึกเข้าไปในคฤหาสน์

ภายในผสมผสานกลิ่นอายโบราณเข้ากับเทคโนโลยีระดับเทพอย่างลงตัว แต่สำหรับเจิ้งมู่ ผู้เคยย่ำผ่านพระราชวังกลางแห่งสวรรค์แล้ว  มันยังไม่ถึงขั้นทำให้เขาอึ้ง

เหอกวงปรากฏตัว ยกมือทำความเคารพพลางยิ้มกว้าง “แม่ทัพครับ พวกเราต้องแย่งกันแทบตายกว่าจะได้สิทธิ์เป็นองครักษ์ท่าน แต่ละคนระดับเดียวกัน สู้ห้าต่อหนึ่งได้สบาย!”

เจิ้งมู่ถอนหายใจยาว “ผมเป็นช่างกล ไม่ใช่จักรพรรดิ... จะมียามเยอะขนาดนี้ไปทำไมกันครับ?”

เเต่เหอกวงก็รีบตอบ “ท่านยังอยู่ในกองทัพ เราผลัดเวรครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งยังคงออกปฏิบัติภารกิจตามปกติครับ!”

เมื่อเห็นแววตาที่ลุกโชนของพวกเขา เจิ้งมู่ก็เพียงยิ้ม ไม่เอ่ยปฏิเสธ อะไรที่ทำให้พวกเขามีไฟและภักดี... เขาไม่ขัด

…..

คืนนั้น... ความฝันของลูกผู้ชายก็กลายเป็นจริง แสงจันทร์อาบร่างดั่งหยาดน้ำผึ้ง เสียงหัวเราะและลมหายใจผสานกันจนถึงรุ่งอรุณ

รุ่งเช้า  เขานั่งพิงโซฟา หน้าตาอิ่มเอิบเหมือนคนเพิ่งอาบแสงแรกของวันใหม่

ท่านหลี ท่านหลิน และท่านเจียง นั่งรออยู่ก่อนแล้ว แววตาของชายชราทั้งสามเต็มไปด้วยรอยแซว

“ถ้าเราไม่มา ฉันกลัวว่านายจะติดอยู่ในนั้นสักสิบวันไม่ออกแน่”

เจิ้งมู่ยกถ้วยชาขึ้นจิบ ยิ้มมุมปากอย่างคนเพิ่งได้ของหวานใจกลางสงคราม

แต่เมื่อพูดคุยกันได้ไม่นาน ท่านหลีก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจัง

“ตอนนี้สหรัฐโกลาหลยับ แต่ไม่ใช่ว่าจะยอมแพ้ง่าย ฐานใหญ่ในญี่ปุ่นของพวกมันถูกทำลายเเล้ว กลายเป็นแผลลึก พวกเขาต้องหาทางตอบโต้แน่ เเล้วนายคิดจะทำยังไงต่อ?”

เจิ้งมู่เพียงปรบมือเบาๆ  เสียงดัง แปะ

จากนั้นหญิงสาวในชุดแดงโบราณหรูหราก็เดินออกมาจากด้านใน สง่างามราวนางสนมสวรรค์ยามก้าวลงจากเมฆ

เหล่าผู้อาวุโสเบิกตาโพลง

“นี่มัน...”

ตัวอักษรเรืองแสงลอยขึ้นกลางอากาศ

ชนิด: สิ่งมีชีวิตเผ่ากลไกลักษณะคล้ายมนุษย์

สถานะ: ได้รับการรับรองโดยพลังเเห่งโลก

“แม่เจ้า...” เสียงอุทานดังพร้อมกัน

ท่านเจียงที่เห็นก็มือสั่นจนชาหกเลอะอก แต่ยังไม่มีใครสนใจเช็ด ดวงตาทุกคู่จับจ้องสิ่งมีชีวิตตรงหน้า

เผ่ากลไก... จริงๆ อย่างนั้นหรือ?!

นี่มันไม่ใช่หุ่นยนต์ ไม่ใช่เครื่องจักร  แต่คือ “สิ่งชีวิต” ที่พลังเเห่งโลกให้การยอมรับ!

เหล่าผู้อาวุโสมองหน้าเจิ้งมู่ สีหน้าของพวกเขาซับซ้อนราวกำลังมองชายผู้เขียนประวัติศาสตร์ด้วยมือเปล่า

โลกใบนี้... กำลังเปลี่ยนไปเพราะชายคนนี้

และเรื่องราวของเขา  เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น

จบบทที่ บทที่ 230 ชัยชนะเเละความรุ่งโรจน์ของเจิ่งมู่

คัดลอกลิงก์แล้ว