- หน้าแรก
- ใครว่าอาชีพช่างกลกระจอก
- บทที่ 222 ไม่เด็ดขาด
บทที่ 222 ไม่เด็ดขาด
บทที่ 222 ไม่เด็ดขาด
บทที่ 222 ไม่เด็ดขาด
เมื่อเรื่องราวระหว่างประเทศยูเครนกับสหรัฐอเมริกาถูกพูดถึงต่อหน้าเจิ้งมู่โดยท่านหลี เขากลับไม่ได้แสดงท่าทีตื่นเต้นเลยแม้แต่น้อย
สำหรับเจิ้งมู่แล้ว สิ่งที่ต้องทำก็มีเพียง “ตบทรัพยากรของสหรัฐอเมริกา” มาอีกสักก้อนเท่านั้น ทั้งอาวุธ ยา และเวชภัณฑ์ทุกอย่างที่อีกฝ่ายเตรียมไว้ พูดตรง ๆ มันคือของล้ำค่าที่ประเทศมังกรขาดไม่ได้เลยสักชิ้น
หลังจากที่ทรัพยากรทั้งหมดจากประเทศยูเครนและแผ่นดินไท่ถูกโอนเข้าสู่การควบคุมของมังกรแล้ว เงินทุน วัตถุดิบ และยุทโธปกรณ์ทั้งหมดก็จะถูกส่งต่อโรงงานอุตสาหกรรมการทหารแห่งนครเสิ่นตูโดยตรง ไม่ช้าก็เร็ว สิ่งเหล่านั้นกฌจะกลายเป็นอุปกรณ์สงครามนับไม่ถ้วน ใช้ยังไงก็ไม่หมด
หากไม่ได้ตัดสินใจเช่นนี้เสียตั้งแต่ต้น ป่านนี้ชาวมังกรที่หาเช้ากินค่ำหรือทำงานด้านบริการคงอดตายกันเป็นแถวไปแล้ว
เจิ้งมู่ไม่ได้สนใจลงมือโกยของจากสหรัฐอเมริกาด้วยตัวเอง เขาปล่อยให้ฝ่ายบริหารจัดการตามขั้นตอนไปตามระเบียบ หลังจากจัดการแผ่นดินไท่กับประเทศยูเครนจนสิ้นซาก เขาก็หันไปมองประเทศเล็ก ๆ อย่างมาดากัสการ์ ออสเตรเลีย และฟิลิปปินส์ ด้วยสายตาเฉยชา ไม่มีแรงจูงใจจะสนใจเลยแม้แต่น้อย
สิ่งเดียวที่เขาอยากทำตอนนี้ คือ “เล่นงานสหรัฐอเมริกา” ให้ยุ่งเหยิงและได้เลือดหน่อยก็ยังดี
เขานับเวลาในใจ คำนวณแล้วรู้ว่าข้อได้เปรียบของสหรัฐอเมริกาสำหรับการระดมพลใกล้จะหมดลงเต็มที
มุมปากของเจิ้งมู่ยกขึ้นเล็กน้อย ตอนนี้ในมือเขามีกลไกสีส้มระดับตำนาน พลังเทียบเท่ากับเทพผู้พิทักษ์ชาติเกือบยี่สิบคน และเมื่อรวมกับกองทัพเทียนอายกับกองกำลังชั้นยอดของประเทศมังกรแล้ว พลังรวมนี้หนักแน่นพอจะ “ถอนราก” ฐานที่มั่นของสหรัฐอเมริกาในแผ่นดินญี่ปุ่นได้ทั้งแผ่น
การสูญเสียกำลังพลกว่าเจ็ดหมื่นนาย โดยเฉพาะทหารระดับสูงที่ผ่านมิติลับ 17 มาแล้ว ก็ถือเป็นหายนะร้ายแรงสุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา
ณ เวลานั้น ป้อมปราการลอยฟ้าเหนือดาวบลูสตาร์คำรามกึกก้อง กองเรือเหล็กขนาดมหึมาลอยอยู่เหนือระดับหมื่นเมตร ทุกครั้งที่มันเคลื่อนผ่านเหนือแผ่นดินญี่ปุ่น ผู้บริหารชาติทั้งหลายต่างก็หน้าเคร่งเครียดราวกับโลกจะถล่ม
ในพระราชวังไวท์เจดของสหรัฐอเมริกา เสียงถกเถียงดังระงมปนความหวาดกลัว
“ไอ้ปีศาจบ้านั่นมันสร้างกลไกบ้าบออะไรออกมาวะ! หยุดยังไงก็ไม่อยู่แล้ว!”
“ฐานของเราที่ญี่ปุ่นมีกำลังคนแค่แปดหมื่น ขืนฝืนมากกว่านี้ทรุดแน่!”
“จำนวนไม่กลัว แต่ที่น่ากลัวคือ พลังระดับสูงของเรานั่นสิ ตอนนี้เสียเปรียบสุด ๆ!”
เมื่อคำว่า “พลังระดับสูง” หลุดออกมาจากปากของตัวแทนตระกูลรอธไชลด์ ห้องทั้งห้องก็เหมือนถูกกดด้วยแรงอากาศมหาศาล
สหรัฐอเมริกาไม่เคยตกเป็นรองใครในด้านนี้มาก่อน แม้แต่ตอนรบกับรัสเซียเพื่อชิงความเป็นใหญ่บนดาวบลูสตาร์ ก็ยังสูสี แต่คราวนี้... มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
“เราจะต้านไหวไหมเนี่ย?” กษัตริย์กระซิบเสียงเครียด พวกเขาเพิ่งเร่งส่งเวชภัณฑ์ให้ประเทศยูเครนแบบลับ ๆ หวังแค่ถ่วงเวลาไม่ให้มังกรบุกถึงฐานได้สำเร็จ แล้วรอโอกาสสวนกลับเมื่อฝั่งมังกรแบ่งกำลังออก
เพื่อให้แผนนี้สำเร็จ สหรัฐอเมริกาถึงกับรวบรวมกำลังจากฟิลิปปินส์และชาติอื่น ๆ ที่ยังเป็นศัตรูกับมังกร มาร่วมรุมสู้ให้สิ้นซากบนแผ่นดินญี่ปุ่น
แต่แม้แผนจะวางไว้ดีเพียงใด ความหวาดกลัวก็เริ่มแผ่ซึมเข้าหัวใจผู้บริหารแต่ละคนอย่างไม่อาจปฏิเสธได้
ขณะเดียวกัน ที่ฐานทัพสหรัฐอเมริกาในประเทศญี่ปุ่น วอล์คและแม่ทัพระดับสูงทุกคนต่างกระสับกระส่ายไม่ต่างกัน พวกเขาเห็นคลิปการต่อสู้ของสิ่งประดิษฐ์จักรกลของเจิ้งมู่ผ่านการถ่ายทอดสดของพลังเเห่งโลกมาแล้วเต็มตา
“วอล์ค นายคิดจะตั้งรับเหรอ แบบนั้นมันเท่ากับฆ่าตัวตายนะ!”
หนึ่งในเทพผู้พิทักษ์ชาติของสหรัฐอเมริกาตะโกนลั่น เสียงเต็มไปด้วยแรงกดดันและความสิ้นหวัง
วอล์คไม่ตอบ เขาเพียงปลดสัญลักษณ์นักรบสีแดงออกจากร่างตัวเอง การกระทำนั้นคือคำตอบชัดเจน
ตอนนี้พวกเขามีกำลัง เทพผู้พิทักษ์ชาติน้อยเกินไป และศัตรูที่ต้องเผชิญ...คือปีศาจกลจักรที่ผลิตหุ่นได้ไม่รู้จบ
“เวรเอ้ย! ศึกนี้ไม่มีทางชนะ ถ้ามันยังไม่ตาย!” รามส์ ศิษย์ของงูเลือดคำรามลั่น “ต่อให้เราฆ่าหุ่นยนต์ของมันทั้งหมด อีกครึ่งเดือนมันก็สร้างใหม่ได้อีก!”
คำพูดนั้นทำให้ทั้งห้องเงียบกริบ บางนายถึงกับคว้ารูปครอบครัวจากอกเสื้อออกมาดู ราวกับเตรียมอำลาก่อนตาย
ทุกคนรู้ดีว่าเจิ้งมู่ไม่ใช่คน... เเต่เขาเป็น “บั๊กของโลกใบนี้” อย่างแท้จริง
เขาสามารถสร้างกองทัพจักรกลขึ้นมาได้ไม่รู้จบ และตอนนี้เขามีแรงงานจากยูเครนกับไทยรองรับเต็มมือ
“ชิบหายแล้ว...” วอล์คสบถเสียงต่ำ รู้ดีว่าถ้าสหรัฐอเมริกาคิดไม่ออกว่าจะสยบเจิ้งมู่ยังไง พวกเขาอาจเสียสถานะผู้นำของโลกไปตลอดกาล
เสียงฟ้าคำรามเหนือหัวดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่ทุกคนจะได้เห็นเงาดำขนาดยักษ์พาดผ่านเหนือฐาน
เสียงเจิ้งมู่ดังขึ้นอย่างเย้ยหยัน “มีเพื่อนใหม่มาเยอะเหมือนกันนี่... แต่ทำไมยอดฝีมือทั้งหลายยังหมกตัวอยู่ในเปลือกเต่าแบบนั้นล่ะ?”
ทันใดนั้น แสงสีทองก็ระเบิดวาบออกมาจากด้านหลังของเขา หุ่นตำนานระดับสีส้มสิบหน่วยโผล่มาจากอากาศ มิฮอว์ค ตาเหยี่ยว, จิ้งจอกเก้าหางแห่งเครื่องจักร คิวรามะ, เทวทูตศักดิ์สิทธิ์ดิจิทัล,จระเข้ทราย ครอคโคไดล์... แต่ละตนมหึมาและทรงพลังราวกับเทพโบราณ
พื้นดินสั่นสะเทือนเมื่อจิ้งจอกเก้าหางแห่งเครื่องจักร คิวรามะกระแทกพื้น เสียงคำรามดังจนกำแพงฐานสหรัฐอเมริกาสั่นสะเทือน
“เฮ้ย จะรับยังไง แบ่งกันยังไง!” เทพผู้พิทักษ์ชาติฝ่ายสนับสนุนร้องเสียงหลง เห็นชัดว่าฝ่ายพวกเขาอาจต้องต่อสู้แบบหนึ่งต่อสอง หรือหนึ่งต่อสาม
มอริส ผู้เชี่ยวชาญคำสาปสีเลือดสบตาวอล์คแน่น ก่อนพยักหน้า “ฉันจะรับสามตัวตรงหน้า นายคอยหนุน ส่วนพวกคุณแยกย้ายจัดการเป้าหมายของตัวเอง!”
กอเรีย ผู้พิทักษ์แห่งป่าชี้ไปที่มิฮอว์ค ตาเหยี่ยว “ตัวนั้นให้ฉัน ขอแม่ทัพสองคนมาช่วยระยะประชิด!”
สองแม่ทัพรีบก้าวออกไปรับคำในทันที
ทุกคนพร้อมชน ไม่มีทางหนีได้อีกแล้ว
วอล์คเงยหน้ามองท้องฟ้า เห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่เหนือป้อมปราการ เจิ้งมู่ที่ยืนพิงเสา ราวกับมองการต่อสู้นี้เป็นเพียงละครสนุก ๆ
“ไอ้ปีศาจจากตะวันออก! เราจะไม่ยอมศิโรราบให้แกเด็ดขาด!” เสียงตะโกนจากทหารแปดหมื่นนายดังสนั่น
เจิ้งมู่เพียงยิ้มบาง ๆ แล้วพูดเสียงเย็น “จริงๆวันนี้ฉันอารมณ์ดี ฉันจึงอยากมอบโอกาสให้พวกแกได้รอดหนึ่งครั้ง... คุกเข่า และสาบานต่อประเทศมังกรซะ เเล้วฉันจะไว้ชีวิตพวกแก”
“โอกาสนี้ มีแค่ครั้งเดียว”
คำพูดเรียบง่ายแต่เปี่ยมอำนาจนั้น กลับทำให้ทั้งฐานทัพอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ภาพซ้ำของศึกครึ่งเดือนก่อนผุดขึ้นในหัวทุกคน ศพที่แหลกไม่เหลือชิ้นดี เสียงร้องของเพื่อนร่วมรบที่ถูกส่งกลับด้วยร่างพิการ
และในที่สุด วอล์คก็ตะโกนสุดเสียง “เก็บคำลวงของแกไว้เถอะ! เราจะสู้เพื่อบ้าน เพื่อศักดิ์ศรี และเพื่อคนที่เรารัก! ตราบใดที่เรายังหายใจ ปีศาจจากตะวันออกอย่างเเก ก็อย่าหวังว่าจะได้เหยียบแผ่นดินเสรีของเราได้!”
เจิ้งมู่ยืนนิ่ง มุมปากยกขึ้นอย่างเย้ยหยัน ในใจเขาคิด พวกนี้แหละ ชนที่ยกศีลธรรมบังหน้า แต่ชอบชวนคนอื่นมาสู้ก่อนเสมอ
“เออ... พอพูดแบบนี้ ก็ทำให้ฉันเกิดอยากจะไปเยือนแผ่นดินของพวกแกขึ้นมาทันทีเลยนะ...”
เขาพูดเสียงเรียบเหมือนแค่หยอกล้อ แต่ทุกคนในที่นั้นรู้ดี นั่นไม่ใช่คำล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย